เรามารวมกัน

เพราะเราชอบในสิ่งเดียวกัน
อเมริกันพิทบูล เทอร์เรีย

ชมรมลากน้ำหนัก

กฏกติกา

คะแนนสะสม

แผนที่สนามแข่ง

แมกกาซีนออนไลน์

มาตรฐานทั่วไป

Pitbull's Stories

Picture Gallery

PedigreeOnline

บันทึกส่วนตัว

สุนัขส่วนตัว

สินค้าและอุปกรณ์

Web Board

Chat Room
........
ภาษาไทย
....คลิกที่ธงชาติไทย

 

.....Web in Groups

F1 Product.com
.....เอฟวัน โปรดักท

ThePetsmart

E-Mail

 

กติกา และกฎข้อบังคับของอาร์มิเทจ เพื่อใช้ในการควบคุมการต่อสู้ของสุนัข(1935)
Armitage’s Rules and Regulations to Govern Dog Fighting (1935)

กฏข้อที่ 1 เพื่อความยุติธรรม จะสแคชเมื่อมีการหันหน้าหนีจากการต่อสู้ เพื่อให้คำจำกัดความของคำว่า หันหน้าหนี หรือที่เราเรียกกันว่า หมาเทรินส์(turn) ที่ใช้ในที่นี้ หมายถึงการที่สุนัขหันหัว และไหล่ออกจากคู่ต่อสู้ของมันในขณะที่กำลังต่อสู้กัน ซึ่งสุนัขตัวใดตัวหนึ่งหันหน้าหนี โดยที่ไม่สนใจการต่อสู้ โดยที่จะพิจารณาส่วนอื่นๆของร่างกาย ของสุนัขตัวที่หันหน้าหน ีด้วยว่ายังสัมผัสกับสุนัขอีกตัวหรือไม่ เมื่อหัวและไหล่ ถูกหันออกไป มันคือการหันหน้าหนี ซึ่งเราจะเรียกว่า เทรินส์
อธิบายคำว่า สแคช (สแคช(scratch) คือวิธีที่สุนัขจะต้องแสดงความมุมานะหรือที่เรียกว่ามีความเกมส์ที่จะเข้าต่อสู้ การสแคชประกอบด้วยการให้สุนัขวิ่งออกจากมุม ของตัวเองและเข้าไปกัดหมาอีกตัวของฝ่ายตรงข้าม ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ นั่นก็คือภายใน10วินาที)

กฏข้อที่ 2 ถ้าอันตรายร้ายแรงถูกตรวจพบกับสุนัขตัวใดตัวหนึ่ง ไม่ว่าก่อนหรือหลังจากการต่อสู้จนจบลงในสังเวียน บุคคลที่ลงเงินเดิมพัน ของสุนัขที่ถูกตรวจพบจะต้องให้เงินทั้งหมดกับฝ่ายตรงข้าม และคนกลางที่ถือเงินจะต้องจ่ายเงินตามคำสั่งของกรรมการ ทั้งสองข้างสามารถสั่งให้ตรวจสอบสุนัข ของฝ่ายตรงข้ามก่อนหรือหลังจากการต่อสู้ ถ้าพวกเขามีความต้องการ ที่จะตรวจสอบข้อสงสัยที่เกิดขึ้น

กฏข้อที่ 3 สังเวียนที่จะใช้ในการต่อสู้กันนั้นจะต้องมีขนาดอย่างน้อยที่สุดคือ จะต้องเป็นสังเวียนสี่เหลี่ยมที่มีขนาด14ฟุต สร้างจากไม้ พร้อมด้วยพื้นเป็นแผ่นไม้ และผนังด้านข้างควรที่จะสูง2 ?ฟุต ขัดให้เรียบร้อยเป็นอย่างดี หลังจากแฮนเลอร์ได้ทำการเลือกมุมของตัวเองแล้ว กรรมการจะต้อง(หรือทำแล้ว) วัดระยะ 4 ?ฟุต จากแต่ละมุมและวาดเส้นทแยงมุมข้าม ที่จะทำเอาไว้สำหรับเป็นเส้นที่จะใช้สำหรับสแคช เพื่อให้สุนัขที่จะถูกปล่อยออกจากมุมได้อย่างเหมาะสม

กฏข้อที่ 4 สุนัขทั้งสองตัว จะต้องถูกชั่งน้ำหนักที่ข้างสนามในวันที่จะทำการต่อสู้ และถ้าสุนัขตัวใดตัวหนึ่งมีน้ำหนักหนัก เกินกว่าน้ำหนักที่กำหนดเอาไว้ในข้อสัญญา ที่ได้ทำการตกลงกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น เจ้าของสุนัขตัวที่มีน้ำหนักเกิน จะต้องเสียเงินที่วางมัดจำ(forfeit)เอาไว้กับคนกลางที่ถือเงิน ให้กับเจ้าของสุนัขอีกตัว ซึ่งมันจะเป็นทางเลือกให้กับเจ้าของสุนัข ซึ่งมีน้ำหนักไม่เกินตามที่กำหนดเอาไว้ ว่าพวกเขาควรที่จะดำเนินการต่อสู้ต่อไปหรือไม่ หลังจากที่ได้ยึดเงินจำนวนนั้นไปแล้ว

กฏข้อที่ 5 เมื่อผู้สนับสนุนหรือบุคคลที่ลงเงินเดิมพันของสุนัขทั้งสองข้างมาถึงสถานที่ที่จะใช้ในการแข่งขัน พวกเขาจะต้องตกลง ในการเลือกกรรมการที่เข้าใจ กฎ กติกาและกฎระเบียบต่างๆของการแข่งขัน เขาจะต้องได้รับกฎ กติกาการแข่งขัน 1 ชุด เพื่ออ่านให้เข้าใจ และถ้าทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ ที่จะเลือกกรรมการ คนกลางที่ถือเงินจะต้องเป็นกรรมการ หรือแต่งตั้งให้ใครสักคนมาเป็นกรรมการ ซึ่งคำตัดสินของกรรมการ ถือเป็นคำตัดสินที่สิ้นสุด ในทุกเวลาระหว่างทำการแข่งขัน

กฏข้อที่ 6 หลังจากที่ได้ทำการเลือกกรรมการแล้ว จะต้องทำการเลือกผู้รักษาเวลาด้วย (time keeper) ซึ่งหน้าที่ของผู้รักษาเวลาก็คือการจับเวลา ที่การต่อสู้ได้เริ่มขึ้น และการต่อสู้ได้สิ้นสุดลง และในแต่ละช่วงของการสแคช ผู้รักษาเวลาจะต้องตะโกนบอก เมื่อ25วินาที เพื่อให้ทั้งคู่อยู่ในสภาพที่ “เตรียมพร้อม” และเมื่อ30วินาทีเขาจะสั่งให้ “ปล่อย” นี่คือหน้าที่ของเขา และผู้รักษาเวลา ไม่มีอะไรที่จะต้องทำอีกต่อไปกับการต่อสู้ จนกระทั่งมีการหันหน้าหนีหรือที่เรียกว่าการเทรินส์เกิดขึ้น หรือเมื่อมีการอุ้มหมาเข้ามุมของตัวเอง

กฏข้อที่ 7 แฮนเลอร์แต่ละคนจะต้องนำผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่2ผืน มาให้กรรมการ เพื่อที่จะได้เอาไว้เช็ดตัวสุนัขให้แห้ง และจะต้องมีฟองน้ำด้วย ให้กับกรรมการซึ่งมีถังน้ำที่มีน้ำดื่มที่สะอาดอยู่บางส่วน กรรมการจะวางฟองน้ำทั้งสองอันในถังน้ำ กรรมการจะต้องดูแลถังน้ำตลอดเวล าและเมื่อมีการยกหมาขึ้นแต่ละครั้ง กรรมการจะต้องส่งฟองน้ำให้กับแฮนเลอร์แต่ละคน เพื่อใช้ในการซับน้ำจากตัวสุนัขของเขา ผู้รักษาเวลาจะตะโกนบอกเมื่อถึง 25 วินาทีให้ “เตรียมพร้อม” กรรมการจะต้องเอาฟองน้ำไปจากแฮนเลอร์และใส่ลงไปในถังน้ำ ถ้าแฮนเลอร์คนใดไม่สนใจที่จะซับน้ำให้กับสุนัขของเขา เขาอาจจะปฏิเสธที่จะรับฟองน้ำก็ได้
(แฮนเลอร์คือคนที่ลงไปในสังเวียนพร้อมกับสุนัขของเขาหรือก็คือพี่เลี้ยงของสุนัข เพราะฉะนั้นในสังเวียน ก็จะประกอบไปด้วยแฮนเลอร์ของสุนัขทั้งสองตัว นั่นก็คือมีแฮนเลอร์สองคน และมีกรรมการอีกหนึ่งคน คนที่เหลือจะอยู่นอกสังเวียนทั้งหมด)

กฏข้อที่ 8 สำหรับการทำความสะอาดสุนัข ถังไม้ที่จะเอาไว้ใส่น้ำจะถูกวางเอาไว้ที่กลางสังเวียน และมันต้องมีน้ำอุ่นครึ่งถัง และน้ำเย็นในปริมาณที่เพียงพอ พร้อมกับสบู่ทำความสะอาดหนึ่งก้อน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรรมการที่จะต้องเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้ และเรียกแฮนเลอร์เข้าไปในสังเวียน ถามแต่ละคนว่าจะต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดตัว สุนัขของฝ่ายตรงข้ามนานแค่ไหน (ปกติจะใช้เวลา10-15นาที ส่วนใหญ่เป็นเวลาที่เพียงพอที่จะล้างตัวสุนัข) หลังจากเวลาที่แฮนเลอร์แต่ละคนต้องการ เพื่อล้างสุนัขได้รับการตัดสินใจแล้ว กรรมการจะโยนเหรียญ และแฮนเลอร์คนใดคนหนึ่งเลือกหัวหรือก้อย แฮนเลอร์ที่ชนะการโยนเหรียญ จะทำการเลือกที่จะล้างสุนัขตัวใดก่อน และแฮนเลอร์ที่ชนะในการโยนเหรียญมีโอกาสที่จะเลือกว่าจะอยู่มุมไหน เมื่อสิ่งเหล่านี้เสร็จแล้ว กรรมการจะสั่งให้สุนัขที่ต้องล้างก่อน ถูกใส่ลงในถังไม้และถูกล้างตัว หลังจากการล้าง สุนัขต้องถูกราดน้ำอีกครั้งและจะต้องทำให้แห้งสนิท หลังจากสุนัขตัวที่ถูกล้างแล้ว จะถูกนำไปอยู่ที่มุมของมันโดยคนที่วางใจได้ ที่ถูกเลือกโดยกรรมการ คนผู้นี้จะดูแลสุนัขที่ถูกล้างก่อน และไม่ให้ใครเข้าใกล้มันและแตะต้องตัวมัน จนกระทั่งสุนัขอีกตัวถูกล้างเสร็จ ซึ่งจะส่งสุนัขคืนให้กับแฮนเลอร์ที่เหมาะสม หลังจากที่สุนัขตัวแรกอยู่ในมุมของมันแล้ว สุนัขอีกตัวถูกใส่ลงในถังไม้เดียวกัน และล้างราดน้ำและทำให้แห้งสนิท ต่อจากนั้นแฮนเลอร์ของมันเองจะดูแลมันในมุมของมัน (ปัจจุบันนี้การล้างตัวสุนัขไม่ได้นำวิธีนี้มาใช้อีกแล้ว สุนัขทั้งสองตัวจะอาบน้ำกันข้างนอกสังเวียน และจะต้องให้ฝ่ายตรงข้ามมาเฝ้าดูการอาบน้ำในครั้งนั้นด้วย ส่วนการเลือกทายเหรียญ ว่าจะอยู่มุมไหนยังคงใช้กันอยู่)

กฏข้อที่ 9 สุนัขทั้งสองตัวถูกนำมาที่เส้นสแคช(scratch line)อย่างถูกต้อง สุนัขทั้งสองตัว จะต้องยืนให้หัวและไหล่ อยู่ในระหว่างขาของแฮนเลอร์ แฮนเลอร์จะต้องไม่พยายามปิดขาของสุนัขของเขา โดยการก้มตัวปกปิดสุนัขของตัวเอง เมื่อถึงเวลาที่ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายที่จะต้องทำสแคช

กฏข้อที่ 10 แฮนเลอร์ทั้งสองข้างจะต้องปล่อยสุนัขของพวกเขา ให้ออกไปจากระหว่างขาของพวกเขาเมื่อ กรรมการสั่งให้“ปล่อย” เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ผู้ตัดสินจะต้องเห็นว่าแฮนเลอร์ไม่ได้ผลักสุนัขของพวกเขาข้ามเส้นสแคช เมื่อสุนัขของพวกเขาต้องเป็นฝ่ายที่จะต้องสแคช แฮนเลอร์จะต้องไม่ออกจากมุมจนกระทั่งสุนัขเข้าต่อสู้กัน

กฏข้อที่ 11 สุนัขแต่ละตัวจะต้องถูกควบคุมโดยแฮนเลอร์ของมันเอง ตั้งแต่ต้นจนจบการต่อสู้

กฏข้อที่ 12 ถ้าสุนัขตัวใดเลือดไหลจากการถูกกัดด้วยเขี้ยวของตัวเอง หรือที่เราเรียกว่าหมาแฟง(fang) แฮนเลอร์ของสุนัขตัวนั้น จะเรียกให้ผู้ตัดสินได้เข้ามาดู และถ้าผู้ตัดสินพบว่าสุนัขเลือดไหล เขาต้องอนุญาตให้แฮนเลอร์ห้ามเลือดสุนัขของเขา ถ้าเขาสามารถทำได้ในขณะที่สุนัขกำลังต่อสู้กัน แต่ถ้าทำไม่ได้แฮนเลอร์ทั้งสองจะต้องจับสุนัขของพวกเขา และผู้ตัดสินจะนำไม้เล็กๆหรือดินสอสอดเข้าไประหว่างเหงือก และริมฝีปากของตัวที่กัดตัวเอง และห้ามเลือดสุนัขของเขาก่อน ต่อจากนั้นผู้ตัดสิน จะสั่งให้แฮนเลอร์ปล่อยสุนัขของเขาได้ทำการต่อสู้ต่อไป (ปัจจุบันนี้ไม่มีการสั่งให้ห้ามเลือด กับหมาที่เสียเลือดจากการแข่งขัน แต่ถ้าหมาแฟงกรรมการจะสั่งให้แฮนเลอร์ทั้งคู่จับหมาของตัวเอง แต่ไม่ต้องอุ้มเข้ามุมของตัวเอง เสร็จแล้วกรรมการจะเข้ามาดูและช่วยจัดการกับหมาที่เกิดการแฟงให้เสร็จสิ้นไป และดำเนินการต่อสู้ต่อไป ตรงนี้จะไม่มีการสแคช ทั้งคู่จะต้องปล่อยให้เข้าหาคู่ต่อสู้พร้อมๆกัน)

กฏข้อที่ 13 แฮนเลอร์ทั้งสองข้างจะไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องตัวสุนัขของเขา จนกระทั่งผู้ตัดสินได้อนุญาตให้มีการเทรินส์ และเพื่อให้ได้รับการเทรินส์ แฮนเลอร์จะต้องเรียกผู้ตัดสินและขอให้มีการเทรินส์ เมื่อสุนัขตัวใดตัวหนึ่งหันหน้าหนีหรือเทรินส์ ถ้าผู้ตัดสินอนุญาตให้มีการเทรินส์ แฮนเลอร์สามารถยกสุนัขของเขาขึ้นตอนใดก็ได้ หลังจากที่สุนัขทั้งคู่ได้ปล่อยปากจากกัน (ซึ่งทั้งคู่ไม่ได้กัดกัน อาจจะเหนื่อยหรือหอบมากจนไม่ได้กัดกัน) และกันแล้ว แต่ถ้าเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุ้มสุนัข ตัวใดตัวหนึ่งโดยที่ สุนัขอีกตัวยังกัดได้อยู่หรือกำลังอยู่ในการต่อสู้ (ได้เปรียบเพราะว่ายังกัดอยู่ แต่อีกตัวไม่ได้กัด) แฮนเลอร์จะต้องปล่อยให้สุนัขต่อสู้กันอีก แฮนเลอร์จะต้องคอยเฝ้ามองดู จนกระทั่งสุนัขทั้งคู่ปล่อยปากจากกัน จึงจะทำการแยกได้ แต่ถ้าแฮนเลอร์คนใดไม่ยอมที่จะทำตามกฎ เขาจะถูกประกาศให้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้โดยกรรมการที่จะเป็นคนตัดสิน

กฏข้อที่ 14 เพื่อให้มีการเทรินส์ วิธีที่ยุติธรรมใดก็ได้ต้องถูกใช้ เช่นพยายามเรียกสุนัขของคุณ หรือสุนัขของฝ่ายตรงข้ามให้ออกจากการต่อสู้ แต่แฮนเลอร์ทั้งสอง จะไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องสุนัขของพวกเขา จนกว่าการเทรินส์จะได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน

กฏข้อที่ 15 สุนัขที่เป็นฝ่ายเทรินส์ก่อนจะต้องเป็นฝ่ายสแคชก่อน และหลังจากนั้นทั้งคู่จะต้องสลับกันสแคช ไม่ว่าสุนัขตัวใดเป็นตัวที่หันหน้าหนีหรือเทรินส์ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาททุกอย่าง จะต้องเป็นหน้าที่ของผู้ตัดสินที่จะบอกแฮนเลอร์(ของสุนัขที่ได้โอกาสนั้น) มันเป็นโอกาสของสุนัขของคุณที่จะสแคช หลังจากผู้รักษาเวลาตะโกนบอกเมื่อ30วินาทีให้“ปล่อย” และถ้าสุนัขที่ได้โอกาสสแคชไม่ออกจากมุมของมันโดยทันที ผู้ตัดสินจะเริ่มนับ1วินาทีและต่อจากนั้นเป็น2วินาที และถ้าสุนัขไม่เริ่มก่อนกรรมการหยุดนับจนถึง10วินาที ผู้ตัดสินจะประกาศให้สุนัขตัวนั้นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุด ในกรณีที่สุนัขเริ่มและหยุดระหว่างทาง มันจะถูกประกาศให้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ด้วยเหมือนกัน เพราะสุนัขที่กำลังสแคชจะต้องเข้าไปหาคู่ต่อส ู้และสแคชเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างแท้จริง

กฏข้อที่ 16 ถ้าไม่มีการเทรินส์ระหว่างการต่อสู้และหนึ่งในสุนัขต่อสู้นอนลง ช่วยตัวเองไม่ได้อยู่บนพื้นของสังเวียนและไม่ได้ทำการต่อสู้กัน โดยที่สุนัขอีกตัวหนึ่งยืนอยู่ด้วยขาของมันเอง แต่ไม่หันหน้าหนี แฮนเลอร์ของสุนัขตัวที่ยืนสามารถ ขอผู้ตัดสินเพื่ออุ้มสุนัขและถ้าสุนัขไม่ต่อสู้กัน ผู้ตัดสินต้องอนุญาตให้ยกสุนัขขึ้น (ปกติกรรมการจะนับ30วินาที กรณีที่ครบ30วินาท ีแฮนเลอร์จะต้องรีบอุ้มสุนัขทั้งคู่เข้ามุมโดยเร็ว) แฮนเลอร์ทั้งสองข้างจะต้องยกสุนัขของพวกเขา ไปที่มุมของตัวเอง และเมื่อครบ30วินาที ที่อยู่ที่มุมของตัวเองแล้ว ผู้รักษาเวลาจะสั่งให้“ปล่อย” แฮนเลอร์ของสุนัขตัวที่ยืนจะเป็นฝ่ายที่จะสแคชก่อน ถ้าสุนัขของเขาสแคช ครั้งต่อไปจะเป็นโอกาสของสุนัขอีกตัว ที่จะเป็นฝ่ายสแคชบ้างเมื่อมีการยกครั้งต่อไป (กรณีนี้ เราจะเรียกว่าเอ๊า ออฟ โฮด์ (out of hold) คือสุนัขทั้งคู่ปล่อยปากจากการกัด กรรมการจะรีบนับทันที กรรมการจะนับจนกระทั่งครบ30วินาที เมื่อนับครบแล้ว แฮนเลอร์จะต้องรีบอุ้มเข้ามุมเพื่อทำการให้น้ำ หรือทำการนวดตัวสุนัข จนกระทั่งครบ30วินาทีอีกเหมือนกัน จากนั้นกรรมการจะให้สุนัขตัวที่ตกเป็นรอง เป็นฝ่ายที่จะสแคชก่อน ถ้าสุนัขตัวนั้นไม่สแคชหรือวิ่งเข้ามากัดฝ่ายตรงข้าม กรรมการยังไม่ปรับให้สุนัขตัวนั้นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ สุนัขอีกตัวจะต้องสแคชบ้าง ถ้าสุนัขตัวนี้สแคชหรือวิ่งออกจากมุมเข้าไปกัดคู่ต่อสู้ สุนัขตัวนั้นจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าสุนัขตัวนี้ไม่สแคช กรรมการจะถือให้ทั้งคู่เสมอกันไป ไม่มีสุนัขตัวใดเป็นฝ่ายชนะ

กฏข้อที่ 17 หลังจากสุนัขถูกล้างและอยู่ในมือของแฮนเลอร์ของมันเองแล้ว พวกมันจะต้องถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เมื่อผู้ตัดสินสั่งให้“ปล่อย” เพื่อที่จะได้เริ่มให้สุนัขต่อสู้กัน หลังจากนั้นในการสแคชทั้งหมดของสุนัขทั้งสอง ผู้รักษาเวลาจะตะโกนเมื่อ25วินาที ให้ทั้งคู่มีการ“เตรียมพร้อม”และเมื่อ30วินาทีผู้รักษาเวลาจะสั่งให “ปล่อย”อำนาจของผู้รักษาเวลาจะหมดไปจนกระทั่งการสแคชครั้งต่อไป ผู้ตัดสินจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ในการตัดสินทันทีที่ผู้รักษาเวลาสั่งว่า“ปล่อย”เสร็จ คำพูดและการใช้กฎของผู้ตัดสิน ถือเป็นที่สิ้นสุดในทุกเรื่อง

กฏข้อที่ 18 จะเป็นขวดน้ำหรืออะไรก็แล้วแต่ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ถูกนำเข้ามาในสังเวียน และไม่มีการส่งอะไรให้กับแฮนเลอร์ จากภายนอกของสังเวียนทั้งสิ้น เพื่อที่จะนำมาใช้กับสุนัขทั้งคู่ที่กำลังต่อสู้กันในสังเวียน

กฏข้อที่ 19 ถ้าในกรณีที่มีตำรวจหรือการขัดขวางอื่นๆเกิดขึ้น ทำให้ไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้น กรณีแบบนี้จะต้องเป็นหน้าที่ของผู้ตัดสิน ที่จะบอกเวลาและสถานที่ ที่จะนัดพบกันอีกในครั้งต่อไป และยังคงที่จะดำเนินการต่อสู้ให้เสร็จสิ้นไป ถ้ายังไม่ได้มีการเลือกผู้ตัดสินเมื่อมีการขัดขวางเกิดขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนกลาง ที่ถือเงินที่จะบอกเวลาและสถานที่แห่งใหม่

กฏข้อที่ 20 ในกรณีที่มีการขัดขวางเกิดขึ้นหลังจากได้มีการเลือกผู้ตัดสินแล้ว และสุนัขถูกชั่งน้ำหนักแล้ว ผู้ตัดสินจะต้องยืนยัน ให้ชั่งสุนัขทั้งสองตัวอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพวกเขามาพร้อมกันแล้ว สุนัขทั้งสองตัวจะต้องมีน้ำหนักตามที่ได้ถูกกำหนดเอาไว้ในข้อตกลงกัน และถ้าสุนัขของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีน้ำหนักเกิน ฝ่ายนั้นจะต้องเสียเงินมัดจำให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง

กฏข้อที่ 21 จะไม่มีการสแคชกับสุนัขที่ตายแล้ว ถ้าสุนัขตัวใดตัวหนึ่งเกิดตายขึ้นมา สุนัขตัวที่มีชีวิตอยู่ได้จะได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะ

กฏข้อที่ 22 การพนันภายนอกทั้งหมด ต้องตามเงินเดิมพันและคำตัดสินของผู้ตัดสินถือเป็นที่สิ้นสุด ในทุกเวลาระหว่างการต่อสู้จากต้นจนจบ

กฏข้อที่ 23 สำหรับการละเมิดกฎที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้ตัดสินจะประกาศให้ฝ่ายที่ละเมิดกฎเป็นผู้พ่ายแพ้จากการต่อสู้ในครั้งนั้น

ข้อสังเกตของผู้แต่ง กฎอาร์มิเทจ เป็นกฎพื้นฐานที่ใช้ในปัจจุบัน โดยมีข้อยกเว้นดังต่อไปนี้
1. ขนาดที่เล็กที่สุดของสังเวียนจะต้องเป็น16ฟุต ที่มีขนาดเป็นสี่เหลี่ยม
2. ที่ปูพื้นของสังเวียนปกติเป็นพรม หรือผ้าใบเคลือบน้ำมัน และเส้นสแคชซึ่งอยู่ประมาณ6ฟุตจากมุม (เพื่อให้แฮนเลอร์มีที่พอที่จะได้อยู่กับสุนัข) ประกอบด้วยเทปบางชนิดที่จะนำมาเป็นเส้นสแคช
3. การนับเมื่อหลุดจากการต่อสู้ประกอบด้วย10-30วินาที มากที่สุดและสามารถถูกขอโดย ไม่คำนึงถึงตำแหน่งของสุนัข
4. แฮนเลอร์จะต้องให้หัวของสุนัขชี้ไปที่มุมของมัน หลังจากการที่ได้อุ้มมันเข้ามุมจนกระทั่งผู้ตัดสินพูดว่า “ให้สุนัขหันหน้าเข้าหากัน”
5. มือของแฮนเลอร์ของสุนัขที่สแคชจะต้องอยู่ข้างหน้าไหล่ของสุนัข และเมื่อสุนัขถูกปล่อย มือของแฮนเลอร์จะต้องถูกยกขึ้น เพื่อที่ว่าจะได้ไม่มีข้อผิดพลาดของการผลักสุนัข ให้วิ่งออกไปหาคู่ต่อสู้เข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นข้อพิพาทกันขึ้น
6. สุนัขจะต้องไม่ถูกล้างในสังเวียน โดยเฉพาะเมื่อสุนัขอีกตัวอยู่ในสังเวียนผ้าห่มไม่ได้ช่วยให้สุนัขไม่รู้ว่าสุนัขอีกตัวอยู่ที่นั่น และการรู้ว่าสุนัขอีกตัวอยู่ที่นั่น สามารถทำให้สุนัขควบคุมได้ยาก
7. และสุดท้ายผู้ตัดสินอาจจะแต่งตั้งผู้รักษาเวลาเพื่อให้มาช่วยเขา แต่ตัวกรรมการเองที่จะเป็นคนที่สั่ง“ให้สุนัขหันหน้าเข้าหากัน” เมื่อ25วินาทีและ ให้“ปล่อยสุนัขของคุณ”เมื่อ30วินาที

หมายเหตุ กฏกติกานี้ ลอกมาจากเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ พิทบูลบูลโซน โดยผู้ใช้นามปากกาว่า คุณเล็ก Hijack ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย