เรามารวมกัน

เพราะเราชอบในสิ่งเดียวกัน
อเมริกันพิทบูล เทอร์เรีย

Home

ชมรมลากน้ำหนัก

กฏกติกา

ทำเนียบแชมเปี้ยน

อุปกรณ์พิทบูล

แผนที่สนามแข่ง

กว่าจะถึงวันนี้

E-Mail

ปฏิทินการแข่งขันปี 2549

  • ครั้งที่ 1 26/03/49
  • ครั้งที่ 2
  • ครั้งที่ 3
  • ครั้งที่ 4
  • งานเลี้ยงประกาศผล แชมเปี้ยนประจำปี

รายงานผลการแข่งขัน

  • ปี 2549/2006

 

กฎกติกาการแข่งขันลากน้ำหนัก (ปรับปรุงล่าสุด 19 มกราคม 2550)

  1. สุนัขที่จะเข้าแข่งขัน ควรมีอายุไม่น้อยกว่า 9 เดือน
  2. สุนัขต้องลากรถบรรทุกน้ำหนักเป็นระยะทาง 4.5 เมตร ภายในเวลา 60 วินาที
  3. น้ำหนักที่คิดจะคิดรวมทั้งหมด รวมถึงน้ำหนักของรถด้วย
  4. การเพิ่มน้ำหนัก อยู่ที่การตัดสินของกรรมการ (ปกติจะอยู่ระหว่าง 100-200 กิโลกรัม)
  5. เจ้าของสุนัขจะต้องจัดเตรียม สายรัดอก มาเอง เพื่อให้เหมาะสมและพอดีกับสุนัขของตนเอง วัสดุที่ใช้จะต้องนุ่ม และไม่เป็นอันตรายต่อสุนัข
  6. ไม่อนุญาติให้ใช้สายจูงในขณะทำการแข่งขัน
  7. ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นไป สุนัขที่ลงทำการแข่ง จะไม่อนุญาติให้ใช้สิ่งของใดมาล่อเพื่อให้สุนัขลากได้ (***โปรดดูหมายเหตุเพิ่มเติมด้านล่าง***)
  8. กรณีที่ทำน้ำหนักได้เท่ากัน ให้ดูตัวที่น้ำหนักตัวใครน้อยกว่า หากน้ำหนักตัวเท่ากัน ตัวที่ใช้เวลาน้อยที่สุดเป็น ผู้ชนะ
  9. คุณลักษณะบางประการถ้าไม่ได้เกี่ยวข้อง กับเรื่องความปลอดภัยเราอาจจะพิจารณาอนุโลม ให้สุนัขตัวดังกล่าวลงทำการแข่งขันได้
  10. ไม่อนุญาติให้นำสุนัขที่กำลังเป็นสัด เข้าแข่งขัน
  11. สุนัขที่มีอาการไม่เป็นมิตรกับคน หรือ ขู่กรรมการ จะไม่อนุญาติให้เข้าสู่สนาม หากขณะที่ทำการแข่งขัน สุนัขมีอาการที่อาจจะทำร้ายกรรมการจะถูกจับแพ้ฟาวล์ทันที (กรรมการจะเป็นผู้จูงสุนัขในบางขณะ จึงจำเป็นต้องระวังในกรณีนี้เป็นพิเศษ เช่น นำสุนัขไปประจำตำแหน่ง)
  12. กรรมการสามารถที่จะ พิจารณา หยุดการแข่งขันเป็นการชั่วคราว ในกรณีที่สุนัข ไม่อยู่ในสถานะที่ถูกต้องเหมาะสม เช่น สายรัดอกหลุด หรือ อาจเป็นอันตราย ต่อสุนัข หรือสภาพการภายนอกที่ทำให้สุนัข ไม่สามารถแข่งขันได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรรมการ
  13. กรณีที่เริ่มทำการแข่งขันแล้วสุนัข อยู่นอกลู่แข่งกรรมการอาจพิจารณา ให้ทำการลากใหม่ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรรมการ
  14. กรณีที่สุนัขลากน้ำหนักไม่ผ่าน เนื่องจากใช้เวลาเกิน จะอนุญาตให้ทำการลากใหม่ ได้อีก 1ครั้ง โดยการวนกลับมาลากใหม่ที่น้ำหนักเดิม และอนุญาติให้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการแข่งขัน
  15. ในการแข่งขันสุนัขลากน้ำหนัก จะสามารถขอผ่านน้ำหนักติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 รอบ
  16. กำหนดเริ่มต้นการลากที่น้ำหนักประมาณ 500 กก. และจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นโดยเฉลี่ยครั้งละประมาณ 200 กก. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของสนามแข่ง และสภาพของรถลาก โดยให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการฯ
  17. หลังจากที่กรรมการฯ ให้สัญญาณเริ่มต้นการแข่งขัน และการที่สุนัขมีอาการเทิร์น หันหลังกลับ และ/หรือ ออกนอกเส้นขอบสนามที่กำหนด ให้ถือเป็นการฟาล์ว กรรมการจะพิจารณาให้เริ่มสตาร์ตใหม่อีกครั้ง โดยจะกระทำ ณ ช่วงเวลาในการแข่งขันนั้น หากสุนัขยังแสดงอาการเช่นเดิม จะถูดตัดสินให้จบการแข่งขันที่น้ำหนักนั้น
  18. อนุญาตให้เจ้าของสุนัข/ผู้ฝึกสอน ลงไปเรียกสุนัขภายในสนามแข่ง ได้ไม่เกิน 3 คน

 

ระเบียบการเพิ่มเติม เกี่ยวกับขั้นตอนขณะทำการแข่ง

  • เจ้าของควรจะนำ กล่องใส่สุนัขมาด้วย พร้อมกับ เก็บสุนัขไว้ในกล่องตลอดในช่วงรอการแข่ง
  • กรรมการจะ้กำหนดสถานที่พัก และเส้นทางเข้า-ออกของสุนัขที่จะเข้าทำการแข่งขัน เจ้าของต้องนำสุนัขไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็ว และความปลอดภัยของสุนัขเองด้วย (อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานที่ด้วย)
  • ขอความร่วมมือให้เจ้าของสุนัขทำการใส่ชุดลากมาก่อนเข้าสนาม เพื่อความรวดเร็วและเป็นการประหยัดเวลา
  • เมื่อนำตัวสุนัขเข้ามายังจุดเริ่มต้นแล้ว ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำการ เซ็ททุกอย่างให้เรียบร้อย และเมื่อพร้อมทำการแข่งขัน ก็จะให้สัญญาณ ต่อกรรมการว่า "พร้อม"
  • เมื่อได้รับสัญญาญเริ่มการแข่งขันจากกรรมการ แฮนเลอร์จะต้องปล่อยมือทั้งสองข้างจากตัวสุนัขทันที พร้อมสั่งให้สุนัขทำการลาก กรรมการจะเริ่มจับเวลาตั้งแต่สิ้นเสียงกรรมการสั่งให้ลาก
  • หากทำผิดกติกาในขั้นตอนนี้ จะให้เริ่มใหม่อีกหนึ่งครั้ง แต่หากทำฟาล์วอีก ให้ปรับเป็นแพ้โดยทันที
  • เมื่อเริ่มทำการแข่งขันห้ามและ ห้ามแตะต้อง ดึง จับหรือผลักสุนัข โดยเด็ดขาด ยกเว้นกระทำโดยคำสั่งของกรรมการ
  • ห้ามผู้จูงแสดงอาการ ก้าวร้าวข่มขู่สุนัข ให้เดิน
  • เพื่อความสงบเรียบร้อยขณะทำการแข่งขัน ไม่อนุญาติให้ผู้ใด ทำการประท้วงในขณะการแข่งขัน หากมีประเด็นหรือข้อสงสัย ให้สอบถามภายหลังจากทำการแข่งขัน
  • การพิจารณาและตัดสินของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สิ้นสุด

 

การแบ่งรุ่นในการแข่งขัน จะแบ่งได้ดังต่อไปนี้ (ทั้งเพศ ผู้ และ เมีย)
      • รุ่นเล็กสุดคือ น้ำหนักน้อยกว่าและไม่เกิน 20 กิโลกรัม
      • รุ่นถัดมาจะมีระยะห่างระหว่างรุ่นที่ 3 กิโลกรัม ยกตัวอย่าง รุ่น 21-23 ก.ก. และ รุ่น 24-26 ก.ก. ไล่ไปเรื่อยๆ รุ่นสุดท้ายคือ รุ่น น้ำหนักตั้งแต่ 51 กิโลกรัมขึ้นไป (รวมทั้งหมด 12 รุ่น)
      • การแบ่งรุ่นการแข่งจะต้องมีสุนัขอย่างน้อย 5 ตัว กรณีมีไม่ถึงต้องไปแข่งรวมกับรุ่นอื่น (***ดูรายละเอียดเพิ่มตามหมายเหตุ***)

     

    ***หมายเหตุเพิ่มเติม***

    1. หากจำนวนสุนัขที่ลงแข่งมีไม่ครบ 5 ตัว กรรมการจะพิจารณาให้ลงไปแข่งในรุ่นที่มีน้ำหนักมากขึ้นไป หรือแข่งรวมกันโดยไม่มีการแยกเพศ เพื่อให้สุนัขมีจำนวนครบ 5 ตัว และให้รับรางวัลตามรุ่นปกติของตัวเอง โดยน้ำหนักที่ทำได้จะนำไปคำนวนสำหรับชิงตำแหน่งแชมเปี้ยน ทั้งในประเภททำน้ำหนักสูงสุดในงาน และทำน้ำหนักสูงสุดต่อน้ำหนักตัวในงาน และสะสมเครดิสเพื่อการเป็นแชมเปี้ยนของตัวเอง
    2. กรณีสุนัขรุ่นเล็กกว่า ต้องไปลงทำการแข่งกันกับสุนัขในรุ่นถัดไป แต่สามารถทำน้ำหนักชนะสุนัขรุ่นใหญ่กว่าได้เกิน 5 ตัว และต้องชนะสุนัขในพิกัดเดียวกันทั้งหมด จึงจะถือว่าการแข่งครั้งนี้มีผลการตัดสิน และสามารถนับเป็นเครดิสสะสมสำหรับ เพื่อรับตำแหน่งแชมเปี้ยน (กรณีนี้ประยุกต์ไปใช้กับสุนัขแตกต่างเพศด้วย)
    3. เนื่องจากจำนวนสุนัขในแต่ละรุ่นมีจำนวนไม่แน่นอน และตั้งแต่ปี 2550 เรามีการซอยน้ำหนักมากขึ้น เพื่อให้สุนัขไม่แบกน้ำหนักกันมากเกินไป จำนวนรุ่นจึงมีเยอะขึ้น ทำให้การเตรียมถ้วยรางวัลลำบาก และการแข่งขันต่อจากนี้ไป เรามีระบบการให้ตำแหน่งแชมเปี้ยนแก่ สุนัขที่ชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง ตามจำนวนครั้งที่กำหนด สุนัขที่ได้ ตำแหน่งแชมเปี้ยน เราจะจัดทำโล่เกียรติยศโดยระบุชื่อตัวสุนัขมอบให้ ส่วนรางวัลชนะเลิศประจำสนาม เรากำลังดำเนินการ จัดทำเป็นเหรียญ ทอง เงิน และทองแดง มอบให้แทน (ปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการจัดทำอาจจะไม่ทันในสนามแรกๆ ของปี 2550)
    4. กฎกติกาทั้งหลายเหล่านี้ กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทาง และข้อบังคับให้การแข่งขัน สามารถดำเนินไปได้ และมีความสะดวกเรียบร้อย โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของกิจกรรมเพื่อความสามัคคีของชมรม หากสมาชิกท่านใดพบเห็นข้อบกพร่อง สามารถนำเสนอข้อชี้แนะของท่าน ต่อคณะผู้จัดงานได้ หากทางเราพิจารณาเห็นว่า เหมาะสม ก็จะทำการปรับปรุง กติกา ให้ทันสมัยมากขึ้นในลำดับต่อไป
    5. กฏกติกาข้อที่ 7. เรื่องการห้ามสุนัขที่ลงแข่งขันใช้ของล่อ เนื่องจากการแข่งขันของเราตั้งแต่ยุคแรกๆ ได้มีการอนุญาติ ให้ผู้เข้าแข่งขัน สามารถใช้อุปกรณ์ล่อให้สุนัขลากได้ และผู้ฝึกก็ฝึกด้วยวิธีนี้มาตั้งแต่ต้นและปัจจุบันก็หลงเหลืออยู่ไม่เกิน 4 ตัว กระผมในฐานะผู้จัด (อันนี้เป็นเหตุผลส่วนตัว ไม่ได้เกิดจากการประชุมครับ) ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง และเข้าร่วมกิจกรรมกับทางชมรมเราี้มาโดยตลอด หากนำกฏข้อนี้มาบังคับใช้้็โดยครอบคลุม และไม่มีข้อยกเว้น ก็เท่ากับเป็นตัดโอกาส ที่จะให้พวกเขาได้ เข้าร่วมทำกิจกรรมกับพวกเรา และอาจจะเป็นการผลักดันให้เขาต้องเสาะหาสุนัขตัวใหม่มาเลี้ยง ซึ่งบางท่านอาจจะยังไม่มีความพร้อม กระผมจึงต้องขอความกรุณาจากทุกท่าน สำหรับการขออนุญาติ เพิ่มข้อยกเว้น เป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้พวกเขา้สามารถ ลงทำการแข่งขันกับพวกเราได้ต่อไป หวังว่าพี่น้องทุกท่านคงจะเข้าใจในเจตนา และเราจะใช้ข้อยกเว้นนี้ไปจนกว่า จะได้ข้อสรุปใหม่ ที่เหมาะสมมากกว่านี้ ในลำดับต่อไป

รางวัลตามกรณีการแข่งขันโดยปกติจะ แบ่งออกเป็น

  • ตามรุ่นที่ลงแข่ง โดยที่สุนัขที่ี่สามารถลากได้มากที่สุดในแต่ละรุ่น จะได้รับตำแหน่งตามรุ่นที่ลงแข่ง
  • นอกจากนี้ ยังมีรางวัลยอดเยี่ยมสำหรับการแข่งขันแต่ละครั้งดังต่อไปนี้
    • ประเภทที่ ทำน้ำหนักได้สูงสุด ในอัตราส่วนของน้ำหนักตัว
    • ประเภทที่ ทำน้ำหนักได้สูงสุดในการแข่งขัน

    หมายเหต
    ถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และของรางวัลสำหรับผู้ลงทำการแข่งขันในแต่ละสนาม อาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปบ้างตามความเหมาะสม และสถานการณ์

การคิดคะแนน สะสมในแต่ละสนาม สำหรับ แชมเปี้ยนประจำปี

  1. ชนะเลิศอันดับที่ 1 คะแนนสะสม 8 คะแนน บวกจำนวนสุนัขที่สามารถเอาชนะได้ในแต่ละงาน
  2. ชนะเลิศอันดับที่ 2 คะแนนสะสม 5 คะแนน บวกจำนวนสุนัขที่สามารถเอาชนะได้ในแต่ละงาน
  3. ชนะเลิศอันดับที่ 3 คะแนนสะสม 3 คะแนน บวกจำนวนสุนัขที่สามารถเอาชนะได้ในแต่ละงาน
  4. ชนะเลิศอันดับที่ 4 คะแนนสะสม 1 คะแนน บวกจำนวนสุนัขที่สามารถเอาชนะได้ในแต่ละงาน
  5. ชนะเลิศอันดับที่ 5 คะแนนสะสม 0 คะแนน บวกจำนวนสุนัขที่สามารถเอาชนะได้ในแต่ละงาน

คะแนนพิเศษ สำหรับผู้ชนะเลิศ ตามลำดับการแข่งขันในแต่ละสนาม จะบวกให้อีกตามจำนวนสุนัขทั้งหมดที่ลงทำการแข่งขัน (ทุกหนึ่งตัวจะบวกเพิ่มให้อีกหนึ่งคะแนน)

 

การให้รางวัลพิเศษ หรือรางวัลเกียติยศในแต่ละสนาม กำหนดดังนี้.
  • รางวัลสุนัขที่ลากน้ำหนักได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว (Most Weight Pulled per Pound) หรือที่เราเรียกสั้น ๆ กันว่า " Best in Show " คิดจากน้ำหนักที่สุนัขลากได้ หารด้วยน้ำหนักตัวของสุนัข ตัวที่ได้คะแนน(เปอร์เซ็นต์)สูงสุด เป็นผู้ชนะ กรณีที่คิดคำนวณออกมาแล้วปรากฏว่ามีสุนัขได้คะแนนเท่ากันมากกว่า ๑ ตัว ให้ดูที่เวลา ตัวที่ทำเวลาได้ดีที่สุด(น้อยที่สุด) จะเป็นผู้ชนะ... หากเวลา ยังเท่ากันอีก ให้ดูน้ำหนักที่ลากได้ ตัวที่ลากได้มากที่สุด เป็นผู้ชนะ (เกิดขึ้นยากมาก)
  • รางวัลสุนัขที่ลากน้ำหนักได้มากที่สุดในงาน (Most Weight Pulled ) หรือที่เราเรียกสั้น ๆ กันว่า " Maximum Weight in Show" ตรงตัว..คือคิดจากน้ำหนักที่สุนัขลากได้มากที่สุดในงานนั้น ๆ .แต่หากมีสุนัขลากน้ำหนักได้มากที่สุด มากกว่า 1ตัว ให้ดูที่น้ำหนักตัวของสุนัขว่าตัวไหนมีน้ำหนักน้อยกว่าจะเป็นผู้ชนะ... แต่หากมีน้ำหนักตัวเท่ากันอีก ก็ให้ดูที่เวลา ตัวที่ทำเวลาได้ดีที่สุด(น้อยที่สุด) จะเป็นผู้ชนะ...
 

การมอบรางวัลแชมเปี้ยนประจำปี (คิดจากคะแนนสะสม) เพื่อมอบรางวัลให้แก่ สุนัขที่มีความสามารถในการลากน้ำหนักได้ดีที่สุด ประจำปี (Best of the Year) มี 2 ประเภท ดังนี้

  1. รางวัลสุนัขที่ลากน้ำหนักได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว (Most Weight Pulled per Pound) หรือ " Best in Show of the Year "
  2. รางวัลสุนัขที่ลากน้ำหนักได้มากที่สุด (Most Weight Pulled ) หรือ " Maximum Weight of the Year "

กฏเกณฑ์การให้แชมเปี้ยน แกรนด์แชมเปี้ยน ดับเบิ้ลแกรนด์แชมเปี้ยน และ Register of Merit (R.O.M.)

  1. สุนัขที่ชนะเลิศอันดับที่ 1 ครบสามครั้ง หรือ 3xWP จะถือว่าได้ Ch.
  2. สุนัขที่ชนะเลิศอันดับที่ 1 ครบห้าครั้ง หรือ 5xWP จะถือว่าได้ Gr.
  3. สุนัขที่ชนะเลิศอันดับที่ 1 ครบสิบครั้ง หรือ 10xWP จะถือว่าได้ Double Gr Ch.
  4. สำหรับสุนัขที่ให้ลูกเป็นแชมป์ครบจำนวน 3 ตัว จะได้ ROM ตามหลังด้วยครับ (ถ้าให้ลูกเป็นแชมป์ครบ จำนวน 6 ตัว ก็จะได้ 2ROM เป็นต้น)

ข้อคิดและข้อควรระวังสำหรับ สมาชิกทุกท่านในชมรมมิตรภาพพิทบูลเพื่อการสันทนาการ (สำคัญที่สุด)

เราเชื่อว่าความประมาทเป็นหนทางแห่งความหายนะ และการป้องกันเป็นวิธีการที่ได้ผลมากที่สุด
สิ่งที่เราไม่อยากเห็น คืออุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของเจ้าของสุนัข เพราะฉนั้นเจ้าของสุนัขพิทบูล ทุกท่าน เวลาที่ท่านนำสุนัขออกนอกสถานที่ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
  1. ใช้ความระมัดระวังให้มากที่สุดในทุกกรณี
  2. ไม่ควรจูงสุนัขโดยการปล่อยสายจูงยาว ควรจับสายจูงให้ใกล้คอสุนัขให้มากที่สุด หรือไม่ควรเกิน 1 ฟุต
  3. หลีกเลี่ยงการนำสุนัขเข้าไปทักทายสุนัขตัวอื่น หรือคนแปลกหน้า รวมถึงเด็กๆ ถึงแม้ว่าสุนัขของท่านจะไม่ดุก็ตาม เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า คนแปลกหน้า เด็กๆ จะสร้างสิ่งเร้าใดๆขึ้นมา หรือสุนัขตัวอื่นๆ จะมีลักษณะนิสัยเป็นการเฉพาะอย่างไร
  4. เลิกคิดคำว่าคงไม่เป็นไร เพราะหากเกินเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้น คำว่าผมเสียใจ ผมขอโทษ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะคงไม่สามารถช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาได้ ความเสียหายบางอย่างที่เกิดขึ้น บางครั้งมันไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้ นอกจากการป้องกันไม่ให้มันเกิด
  5. หากท่านพบเห็นเจ้าของสุนัข พิทบูล ท่านใดมีพฤติกรรมดังกล่าว หรือเข้าข่ายการกระทำอย่างประมาท ขอให้ช่วยกันประณาม เพราะว่าเขากำลังจะเป็นผู้นำความเสียหายมาสู่พวกเรา ผู้เลี้ยงสุนัข พิทบูลอย่างมีความรับผิดชอบ