Community
หัวข้อกระทู้
ข่าวสาร
เข้าสู่ระบบ
ยินดีต้อนรับครับ
ขอแนะนำให้ทุกท่าน สมัครสมาชิก เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อครับ
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
หมวด
หัวข้อทั้งหมด
28,521
General Issues กระทู้ทั่วไป
22,119
Dog for Sale ตลาดซื้อขาย
5,409
Products & Service สินค้าและบริการ
84
Knowledge สาระ
773
TPC Broad กระดานข่าวชมรม
41
All Gangster กลุ่ม ชมรม คอก ฟาร์ม
69
Mark Mafia อยากบอก
26
Mark Mafia
Welcome to Pitbull Cafe'
917
ประสบการณ์จริงของการเลี้ยงห...
97
คำคม วลีเด็ด มาร์ค มาเฟีย
46
ผลิตภัณฑ์สร้างกล้ามเนื้อ "พ...
484
พิตบูลกำลังจะกลายเป็นหมาจร !!
92
เล่นบอร์ดนี้ ให้มีความสุข
57
ช่วยแนะนำหน่อยคะ... เจ้าหมา...
17
ร้านตัวแทนเอฟวันเปิดใหม่ครับ
200
French-Bulldog กิน F1 ได้มั...
76
เปิดตัว เดอะ เรด กราม ล๊อค
117
อย่าเอาความไว้ใจมาทำร้ายกัน...
83
รวมคลิป ฝึกหมาจาก PitbullZo...
34
รับสมัครสมาชิก ABC และเพดออ...
132
นโยบาย ปี2555 ของเว็บ Pitbu...
60
วิธีการเลือกลูกสุนัขมาเลี้ยง
50
ถึงมือใหม่ทุกท่าน ด้วยความป...
101
เรียนมาเพื่อแจ้งให้ทราบ
40
ชะตาฟ้าหรือจะสู้มานะตน
130
เทคนิคการให้อาหารสุนัข
53
ทำไมถึงต้อง พิตบูล
42
กองทุน Pitbullzone (ABC)
11
ลงรูปครับ(สำหรับคนไม่รู้)
4
ความแตกต่างของเอฟวันแต่ละรุ่น
57
Pitbullzone's Hercules
58
Proudly to present The Stro...
64
ประวัติพิทบูล นักสู้ตลอดกาล...
91
หัวข้อทั้งหมด
คุณมาร์คบอกทีว่า
pit101
เมษายน 2009
Permalink
คุณมาร์คช่วยบอกผมทีว่าพิทบูลมีสายเลือดอะไรบ้าง "ถ้ามีรูปสุนัขแต่ละสายเลือดก็จะขอบคุณมากๆคับ"
และสายเลือดที่ดีที่สุดคืออะไร แนะนำผมทีคับ
และอีกอย่างหนึ่งคือต้นตระกูลของพิทบูลคือพันธุ์อะไรคับ
ขอดูรูปแต่ละพันธุ์ด้วยนะคับ
ผมคงไม่รบกวนพี่เกินไปใช่ป่ะคับ ถ้าใช่ผมต้องขอโทษพี่ล่วงหน้า นะคับ:o008:
pit101
เมษายน 2009
Permalink
พิทบูลในสไตล์ Bully ในอเมริกามีหลายสายที่โด่งดัง Razorsedge, TrueTank, Noble, Gotti, GreyLine, BUTTHEAD และ Watchdog อีกกลุ่มเป็นพิทบูลที่ทำมาเพื่อประกวดใน UKC โดยเฉพาะ มีความ Correct ในตัวสูง และมีความ Bully ในตัวบ้างเช่นกัน เช่นสาย Gaff, Knowlwood และ GreyFox นอกจากสายที่กล่าวมาแล้วยังมีอีกหลายสายที่ทำกันอยู่ แต่ยังไม่เป็นที่นิยม หรือเข้าตาในกลุ่ม Breeder ที่เล่นสไตล์ Bully นัก พิทบูลในสไตล์ Bully ส่วนใหญ่จะเป็นพิทบูลที่ขึ้นกับสมาคม UKC แต่ก็มีบ้างบางตัวที่เป็นทั้ง UKC และ AKC หรือที่เรียกกันว่า Dual Register จุดเด่นที่ทำให้สไตล์นี้น่าสนใจ ก็คงเพราะความดูดุดัน และสะใจดี แต่จุดด้อยของมันก็มีเช่นกัน ตัวที่Bully มากๆจะขาดความทะมัดทะแมง และความเป็นสุนัข athletic หรือสุนัขนักกีฬา เหมือนที่พิทบูลควรจะเป็น มีน้อยลง หลายตัวที่ผมเคยสัมผัส มักเหนื่อยง่ายกว่าสายใช้งาน หรือสายที่มาจากการกัดและลากน้ำหนักมากพอควร ซึ่งก็เป็นจุดแตกต่างที่ควรมองให้ดีด้วยว่า เราชอบสุนัขพิทบูลในแบบใด ซึ่งมองๆก็คล้ายๆนักมวยระหว่าง นักมวยไทยกับนักมวยปล้ำยังไงยังงั้น แตกต่างทั้งทางสลีลักษณ์ ความสามารถในจุดที่แตกต่าง
สำหรับพิทบูลในสไตล์ Bully นั้น Razorsedge หรือ R.E. ดูจะเป็นสายที่โดดเด่นมากที่สุดในกลุ่มพิทบูล Bully ทั้งหมด ทำไมผมจึงกล่าวว่า R.E. คือ สายที่จัดว่าเป็นพิทบูลสไตล์ Bully ที่ดีที่สุด เพราะนอกจากผลรางวัล Bully Breeder และ Bully Producer ที่เป็นตัวการันตีแล้ว หากมองที่ตัวสุนัข ผมว่า R.E. ยังมีจุดเด่นอื่นอีกที่ยกระดับตัวเองสูงกว่าสายอื่นๆ นั่นคือ ความ Balance ของตัวสุนัขเอง ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินพอดี เรียกว่า Compact ดูสวยพองาม หัวกระโหลกออกไปทางเหลี่ยมและใหญ่ เรียกว่า Brick Shap ซึ่งทรงนี้จะสังเกตุเห็นแก้มนูนชัดเจน หน้าอกกว้าง นูน หัวไหล่หนา สำหรับความสูงเท่าที่เคยศึกษามา สาย R.E. มีส่วนสูงตั้งแต่ 16" ไปถึง 21" ทำให้มองจากด้านหน้าแล้วเป็นพิทบูลที่ดุดันมาก เรื่องของหัว บางคนอาจจะมอง R.E. ว่าเป็นสายที่มีหัวใหญ่ แต่หากศึกษาเจาะลึกลงไป จะเห็นว่าจริงๆ แล้ว โดยส่วนใหญ่ไม่ได้ใหญ่โตจนโอเวอร์มากนัก มักจะมีขนาดหัวอยู่ที่ 22-25" ในตัวผู้ และ 20-22" ในตัวเมีย แต่ที่ดูใหญ่โต คงเป็นเพราะความที่เป็นสุนัข Compact หรือดูกระทัดรัดสมส่วน ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่คิดว่าหลายคนรู้จักแน่นอนคือ LowJack's Remy เจ้าตัวนี้ ถือว่าตอนนี้กำลัง hot สุดๆ ในหมู่คนที่ชอบอะไรที่ดูใหญ่ๆโตๆ ในความเป็นจริงแล้ว Remy มีหัวเพียง 22-23" เท่านั้นเอง แต่ด้วยความกระทัดรัด จึงทำให้ดูใหญ่และสวยงาม อันนี้คงทำให้เห็นถึงความสำคัญของความ Compact หรือ Balance ได้ดี เราไม่จำเป็นต้องเน้นหัวที่โตมาก แต่ให้เน้นความสมส่วนความพอเหมาะ อะไรที่มันลงตัว จะทำให้มันสวยกว่าอะไรที่มันดูเกินตัว ผมเห็นมีอยู่คอกนึง ออกมาโฆษาณากันค่อนข้างเกินความจริง ซึ่งไม่ขอเอ่ยชื่อแล้วกัน คอกนี้เคยเป็นคอกที่เคยดังมากๆ คอกนึงในอเมริกา เขามักกล่าวอ้างว่าหมาเขาหัวใหญ่มาก มีตั้งแต่ 25-28" สูง 17-19" น้ำหนักกว่า 110 lb ขึ้นไป อันนี้พอเห็นหมาแล้วบอกได้เลยว่าค่อนข้างโม้เกินจริง ให้เราลองจินตนาการง่ายๆแล้วกัน ตัวค่อนข้างเตี้ยมาก หัวโตขนาดนั้น แล้วหนักกว่า 40 กิโล ตัวมันน่าจะคล้ายถังเบียร์ หรืออะไรสักอย่างนึงที่ดูตันๆ ถ้าให้เห็นภาพง่ายให้เทียบกับ Bulldog แล้วกัน ผมว่า Bulldog เองยังอายเลยทีเดียว เพราะมันคงตัวหนากว่า Bulldog เยอะแน่นอน แต่หมาดูแล้วเอ มันกลับไม่ใช่ ดูสูงใหญ่น่าจะเรียกว่า OverSize เสียจะดีกว่า ที่เป็นเช่นนี้ก็คงเพราะกระแส เหมือนในไทยตอนนี้หมาอะไรเกิดมา แต่ละคนก็พยายามบอกว่า Bully สุดๆ สายเตี้ย ล่ำ สั้น ทั้งๆที่ตัวพ่อแม่ไม่ใช่สไตล์นี้เลย คนซื้อจะซื้อก็ขอให้ศึกษาเอาดีๆนะครับ
pit101
เมษายน 2009
Permalink
ในความเป็นจริง สุนัขที่จะมีขนาดเตี้ยและใหญ่ขนาดนั้น หากมีก็คงมีน้อยมาก หรือแถบจะไม่มีเลย เดียวปิดกั้นไปซะหมด จะถูกหาว่าผมเป็นขวางโลกไปซะงั้น ที่กล่าวมา ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพียงแค่อยากให้คนเลี้ยง หรือผู้เพาะพันธุ์ที่จะนำมาพัฒนา ได้ไตร่ตรองและพิจารณาสูงขึ้น ในความเป็น Bully ของ R.E. ที่ Dave Wilson ได้ทำนั้น ทุกวันนี้ ผมว่าก็ยังคงเน้นอะไรที่นอกจากจะสวยขึ้นแล้ว ยังต้องฉลาดขึ้นด้วย มีทั้งความ Correct และสะใจไปพร้อมๆกัน แต่แนวโน้มปัจจุบันของ R.E. เริ่มที่จะเบี่ยงเบนมาทาง Freak มากขึ้น ทำให้สาย R.E. เริ่มแตกต่างจากแบบดั้งเดิมที่เคยทำกันมา แต่คาดว่าคงเพราะกระแสความนิยมของคนที่เน้นไปในแนวนี้ซะมากกว่า ในกรณีนี้เองที่ผมเห็น Dave ได้ออกมากล่าวเป็นนัยๆบ้างแล้วเช่นกัน เรื่องที่ R.E. เพี้ยนไป อยากให้กลับมาเป็นในแนวดั้งเดิม แถมยก Nememsis ให้เป็นหมาตัวอย่าง ทำให้ตอนนี้ Nememsis เนื้อหอมขึ้นเลยทีเดียว แต่จะผสมกับเขาคงยากเพราะค่อนข้างเลือกแม่หมา และปิดรับผสมมานานแล้ว แต่ตอนนี้ก็เริ่มเปิดให้แม่หมาบางตัวบ้าง เท่าที่รู้มาสาเหตุที่ Nememsis หยุดรับผสมก็เพราะไม่อยากให้ลูกเขามากเกินไป และอยากดูผลงานของลูกๆมันตอนโต เพื่อจะได้มองสายออกมากขึ้น ไม่แน่ อาจจะเห็นสายของเขาเข้ามาบ้างเหมือนกันนะครับ อันนี้ต้องติดตาม สำหรับในเมืองไทยเอง ผมเคยได้ยินบางคนวิจารณ์กล่าวถึง Nememsis ว่า เป็นหมาไม่สวย ตัวยาวๆ แปลกๆ ผมว่า หลังจาก Dave ยกให้เขาเด่นแบบนี้ คงมอง Nememsis หรือ พิทบูลในสไตล์นี้ใหม่อีกทีก็ยังทัน ผมเองมองว่า Nememsis อาจจะสูงเกินคำนิยามของคนเน้นเตี้ยสะใจ เพราะสูง 20-21" แต่ดูโดยรวมแล้วเขากลับเป็นพิทบูล R.E. ที่ดู Perfect และเด่นมากอีกตัวนึง หากให้มองอีกมุมจะเหมือนที่ผมกล่าวไว้ตอนต้นว่า พิทบูลสไตล์ Bully ควรเน้นอะไรที่มันดู Balance มากกว่า เตี้ย ล่ำสั้น ซะอย่างเดียว เพราจะทำให้เอกลักษณ์ของมันโดดเด่นขึ้นมากกว่าอย่างแน่นอน ถึงแม้จะสูง 22" ก็ไม่ถือว่าน่าเกียจ หากเราทำให้มันสมส่วน และสร้างจุดเด่นให้มันได้ คิดว่าหลายๆคน คงให้เสียงตอบรับที่ดีเช่นกัน เรื่องความสูงมันไม่ใช่อะไรที่ตายตัว มันขึ้นอยู่กับกระแสและความนิยมมากกว่า แต่ใช่ว่าสิ่งที่ผมกล่าวจะถูกต้องไปเสียทั้งหมด เพราะผมเองอาจจะยกความชอบส่วนตัวเป็นหลักด้วย ทุกอย่างคำตอบคงอยู่ที่ความชอบของแต่ละคนมากกว่าครับ
TrueTank หรือ T.S.O. Kennel ก็เป็นลักษณะเดียวกับ R.E. เพราะหากให้มองจริงๆแล้ว TrueTank ก็คือ R.E. เพราะหลายๆตัวก็มาจากสาย Cairo และ ShortShot เอง ซึ่ง ShortShot และ BuckShot ก็เป็นหมาของกลุ่ม TrueTank เองเช่นกัน ทำให้ทั้งสองสายไม่ต่างกันมากนัก แต่ผมให้ความเห็นว่าแต่ละสายก็ดังในแต่ฝั่งกัน ในความคิดของผม Shawn ไม่ได้เน้นทำอะไรที่เตี้ยๆ เกินไป แต่เน้นทำทรงตัวที่ดูตันๆ และทรงหัวที่ดูเหลี่ยมแบบ Brick Shap เป็นหลัก จุดเด่นอีกจุดที่เห็นคือ TrueTank มักมีหน้าอกที่กว้างนูน และกระดูกใหญ่ โดยส่วนใหญ่จะเน้นทำสายของ ShortShot มากกว่า cairo ดังนั้นใครชอบสาย ShortShot ผมว่า TrueTank เป็นตัวเลือกที่ดีมาก และเขาเองก็บรีดออกมาได้ใกล้เคียงดั้งเดิมด้วย สำหรับหมาเด่นที่ TrueTank Produce เช่น ShortShot , Duke , BuckShot , Bronze, Henneze, Buc1/4, "Toxic" ,"Paco" ,"Menace" ,"Maximus" ,"Duece" ,"Mr.Biggs" ,"Rolex" ,"Havoc"
สำหรับคอก TrueTank เองนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก จากเหตุการณ์ Hurrican Kritana ที่ซัดถล่มบ้านของเขาด้วยเช่นกัน ทำให้ Shawn สูญเสียสุนัขดีๆไปกับเหตุการณ์นี้หลายตัว เช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ Cecil ซึ่งเป็นลูกของ Cairo อีกตัวนึงที่มีผลงานการ Produce ที่ดีของ TrueTank
pit101
เมษายน 2009
Permalink
ส่วนถ้าใครชอบ Freak จัด หรือหลุดโลกไปเลย ก็ต้องยกให้ Gotti/Greyline และ BUTTHEAD จะว่าไปแล้ว Gotti เอง ก็คงเหมือนกับ TrueTank ที่มาจากสายอื่น และนำมาทำเป็นสายของตนเอง เพราะจะว่าไปแล้วสุนัข Gotti แทบทุกตัวมาจาก Greyline ทั้งนั้น และจะเป็น Greyline Rider II เสียด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจ้า "West Side Monster" "Juan Gotti" แต่หมาทั้งสองสายนี้ อาจจะยังมีความดุในตัวเองสูงอยู่บ้าง เพราะบางตัวในรุ่นบรรพบุรุษก็เป็นพิทบูลที่เป็นสุนัขกัดเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับสุนัขในสไตล์ Bully อื่นๆแล้ว Gotti ถือว่า เป็นสายที่ Freak สุดๆ สายอื่น คงจะมาชนยากอยู่พอตัว สำหรับตัวที่ดังๆในปัจจุบันได้แก่ "21 BLACKJACK" , "Juan Gotti" ,"West Side Monster" ,"Vito" ,"KingSpade" ,"Bogie"
Gotti เองเริ่มมาจากสุนัขแนว Feak สำหรับคนชอบความ Correct และประกวดได้ด้วยนั้น Gotti คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี แต่ก็มี Correct บ้างเช่นกันเพราะปัจจุบันมี Breeder หลายคน ทดลองไขว้กับสาย R.E. , Gaff หรือสายประกวดอื่นๆ และออกมามีความ Correct มากขึ้นแล้วเช่นกัน แต่อาจจะขัดกับสไตล์ต้นตำรับไปบ้าง
สำหรับสาย Gotti ในปัจจุบัน ผมมีทริคในการดูมาบอกให้ลองดูกันเล่นๆครับ ตัวที่เป็นสายของ "BlackAce", "Juan Gotti" และ "Moster" โดยส่วนใหญ่หน้าจะหัก บริเวณดั้งหรือปากจะสั้นและย่น ส่วนสี ส่วนบริเวณที่มีสีขาว โดยส่วนใหญ่จะมีรอยเปื้อน หรือด่างๆ บางตัว ด่างทั้งตัวก็มี กลายเป็นสีใหม่ของพิทบูล ที่เรียกว่า Marble ไป สำหรับข้อเสียของสาย Gotti ที่ผมเคยเจอและได้รับการบอกกล่าวมาจากเพื่อนๆ Breeder คือ Gotti นอกจากความดุแล้ว ตัวที่เตี้ยมากๆ สัก 14-16" มักมีข้อเสียในเรื่องของมุมขาหลัง และหลังที่แอ่น แต่ก็ไม่ใช่ทุกตัวนะครับ ดังนั้นคนที่ชอบแนวนี้ให้สอบถามคนขายก่อน หรือขอดูรูปถ่ายด้านข้างก่อนด้วยก็ดีครับ โดยรวมแล้วผมว่า Gotti ได้ความสะใจ คนชอบโหดๆ คงต้องมองไว้บ้าง หาตัวดีๆสายเลือดน่าสนใจ นำมาพัฒนาดีๆมีแววไปไกลครับ
สำหรับ Gaff และ Knowlwood จัดเป็นพิทบูลที่เน้นทำสุนัข Conformation และ Correct ตาม Breed Standard มาตั้งแต่ต้น ดังนั้นสายนี้จึงมีโครงสร้างได้มาตราฐานที่ดีมากๆ และเป็นจุดเด่น เพื่อให้ไขว้กับสายที่ต้องการสร้างความ Correct ให้มีในสายของตนมากขึ้น บางครั้งอาจจะยังไม่เห็นผลในรุ่นลูก แต่หากนำรุ่นลูกที่ไขว้สายนี้มาแล้วทั้งสายบนสายล่าง รับรอง สายนี้ดึง Correct ได้ดีทีเดียว สาย Gaff/Knowlwood ส่วนใหญ่จะมีหัวเหลี่ยม แก้มดี ลำตัวหนา แต่กระดูกอาจจะไม่โตมาก ตัวที่ดังตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คงไม่มีใครลืม "Gr.Ch. TopGun", "Ch. Luke" ,"Gr.Ch. Vanna" ,"Ch. SMITH AND WESSON ", "Gr.Ch. MAXIMILLION" ,"Gr.Ch. CAESAR JUNIOR II" และตัวเด่นอีกตัว "Gr.Ch. Rocko" สำหรับปัจจุบันเองสาย Gaff ที่ดังๆ มีออกมาสามสไตล์คือ Bully Correct , Correct และ Freak ซึ่งแบบแรก Bully Correct เราจะเห็นหมาแนวนี้ได้จากหมาของ George คอก Rockwood และจาก Gamble เอง ส่วน Correct แต่ไม่ Bully นัก จะคงยังเห็นอยู่ในคอกต่างๆที่เน้นผลการประกวดเป็นหลักเช่นคอก Milagra และ Pam เอง เนื่องจากว่า สุนัขในสไตล์ที่ Bully มากไป อาจจะทำให้การวิ่งหรือ Movement ไม่ดีเท่าที่ควร และไม่ประสบความสำเร็จในการประกวดนัก ส่วนสไตล์ Freak นั้น อันที่จริงแล้วในความรู้สึกผมคิดว่า Gaff แทบจะไม่มีเลย แต่เมื่อเห็นหมาของ Nick คอก Knkennel แล้วต้องเปลี่ยนความคิดไปเลย ซึ่ง Nick เขาจะมีหมา Gaff หลายตัว โดยส่วนใหญ่จะเป็น Old School Gaff ซะเป็นส่วนใหญ่
สำหรับหมาแนวประกวด หรือ Conformation Type ที่ผมอยากแนะนำให้ลองนำมาเข้าสายกับ Bully type เพื่อสร้างความ Correct โดยยังคงความ Bully อยู่ได้นั้นนอกจากสายทั้งสองนี้แล้วยังมี สาย Benmar, GreyFox, Perdue และ Rumor ผมว่าไขว้สายพวกนี้ ไม่น่าผิดหวังครับ
pit101
เมษายน 2009
Permalink
สุดท้ายที่จะแนะนำคือ สาย Watchdog สายนี้จะเน้นในพิทบูลแบบ Bone crazy หรือที่เรียกว่า เอากระดูกใหญ่ๆ หัวโตๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ หลายตัวของ Watchdog มักจะมีโครงสร้างใหญ่ หัวราวๆ 24-28" ขึ้นไป น้ำหนักก็เยอะตามขนาดตัว มีหลายสายที่นำสายของ Watchdog มาใช้ เช่น สาย maddlatin ซึ่งถือเป็นคอกใหญ่อีกคอกนึงสำหรับหมาสไตล์นี้ ซึ่งพ่อพันธุ์ตัวดังของ Maddlatin คงหนีไม่พ้น "Shaq" และ "Big Bam Bam" ถือว่าเป็นพิทบูลที่ตัวโตมาก กระดูกใหญ่ และหัวโตเช่นกัน สายพวกนี้โดยส่วนใหญ่ โครงสร้างโต และสูงประมาณ 18-22" น้ำหนักตัว 80-100lbs ขึ้นไป ยังงี้เรียกว่าใหญ่สมตัวจริง และค่อนข้างไม่กล่าวอ้างโม้ถึงความสูงให้เตี้ยเกินจริง เพราะเขาได้สร้างจุดเด่นของเขาขึ้นมาเอง มองพิทบูลสายนี้ก็กลับมานึกถึงสาย Dungeon และ Camelote ซึ่งเป็นสายที่เน้นทำน้ำหนักที่มากและกระดูกใหญ่ๆด้วยเช่นกัน ซึ่งบ้านเราคงรู้จักสาย Camelote ดี หากพูดถึง Old Family Red Red Nose หรือ OFRRN ซึ่งมีลูกหลานในบ้านเราหลายตัวแล้วในปัจจุบัน
สรุปส่งท้ายแล้วกัน ทุกสายที่ผมกล่าวมา ไม่ใช่แค่ว่าสายเท่านั้น ที่ทำให้เกิดความเป็น Bully ขึ้นมาได้ แต่ละสายมีจุดดี จุดด้อยแตกต่างกัน บางตัวถึงแม้จะสายเดียวกัน บางครั้งก็มีทรงที่แตกต่างกันได้ จะต้องมองถึงที่มาของสายให้ดี การจะเป็น Breeder ที่ดีได้ ไม่ใช่แค่นำ พ่อแม่หมาที่สวยมาผสมกัน แต่จะต้องดูให้ลึกถึงการถ่ายทอดสายเลือด บางครั้งพ่อแม่สวยให้ลูกออกมาไม่สวย หรือ พ่อ/แม่ที่ไม่สวย ให้ลูกออกมาสวยก็มี และไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเลือดร้อยเท่านั้น RE100% บ้าง Gotti 100% บ้าง ผมว่าอันนี้เป็นตัวโฆษณาไว้ขายมากกว่าเน้นคุณภาพ เพราะบ่อยครั้งที่ผมเจอสายเลือดร้อย สวยสู้พิทบูลที่ไขว้สายมาไม่ได้ด้วยซ้ำ เลือดร้อยไม่ร้อยมันไม่ใช่ตัวกำหนดที่แน่นอน ส่วนบางคนที่กำลังคิดมาเป็น Breeder และคิดว่า ชอบหัวสายนี้ กระดูกสายนั้น เตี้ยสายนี้ เอามาจับเข้าผสมกัน ก็ใช่ว่าจะออกมาได้ซะง่ายๆ เหมือนสมการทางคณิตศาสตร์แบบที่คิดเลยซะทีเดียว นะครับ ความสำเร็จแต่ละครั้ง ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ แต่ต้องใช้ทั้งประสบการณ์ แนวความคิด และการวางแผนที่เป็นไปได้ การเป็น Breeder จึงเป็นเรื่องยาก และสิ่งที่ท้าทาย แต่มันจะไม่ใช่เรื่องยาก หากจะลองศึกษา และสะสมประสบประการณ์ ทุกวันนี้ความรู้หาได้ง่ายมากกว่าเดิมมาก อย่าหยุดศึกษา หรือลังเลที่จะสอบถามผู้รู้นะครับ
หวังว่าบทความในฉบับนี้คงพอช่วยเป็นแนวทางให้หลายๆคน ที่คิดจะเพาะพันธุ์มีแนวคิด และความรู้ใหม่ๆบ้างไม่มากก็น้อย และคงไม่คิดโกรธกันนะครับที่อาจจะเขียนนำเสนอหลายแง่มุม ซึ่งอาจจะกระทบกับท่านใดท่านหนึ่งได ้แต่อยากให้ผู้อ่านได้ข้อคิดความรู้ที่นำไปใช้ได้จริงมากกว่า และขออภัยหากบทความนี้ตกหล่นหรือผิดพลาดประการใด
pit101
เมษายน 2009
Permalink
Razorsedge, TrueTank,Gaff, Gotti ตามลำดับคับ
ผมเอามาจากเว็บอีกที
Mafia
เมษายน 2009
Permalink
ถามสั้นแต่ตอบยาวเลยนะนี่
Mafia
เมษายน 2009
Permalink
ถ้าให้สรุปให้ชัดเจนคงยาก แต่ขอเล่าให้ฟังคร่าวๆเท่าที่รู้มา หากเรารู้ความเป็นมาและวิวัฒนาการ ของพิตบูล คำถามเหล่านี้ ก็คงไม่ต้องการคำตอบ
ผมเคยสงสัยเรื่องเหล่านี้มาก่อน แต่พอได้ศึกษาไปสักพัก ความรู้สึกอยากค้นหาข้อแตกต่างของพิตบูลก็หมดไป เพราะหาให้ตายก็ไม่มีคำตอบ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความต้องการของมนุษย์และความนิยมเป็นหลักแทบทั้งนั้น ปัจจุบันผมจึงพยายามอนุรักษ์พิตบูล ที่ยังคงลักษณธความเป็นพิตบูลเอาไว้ และจะเลี้ยงแบบนี้ไปตลอด
คุณลักษณะของพิทบูล ประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 5 ประการดังนี้
1. ความเกมส์ หรือความมุ่งมั่นพยายามระดับสูงสุด สามารถเอาชนะอุปสรรค์ต่างๆโดยไม่ท้อถอยหรือถอดใจง่ายๆ
2. ความกล้าหาญ ไม่ขลาดกลัวต่อสิ่งใด ปกป้องเจ้านาย เจ้าของ ทรัพย์สินและสมาชิกในบ้าน โดยไม่ลังเล
3. ความแข็งแรง ทรหดอดทน ทนทานต่อความเจ็บปวดได้สูง ไม่แว้งกัดเจ้าของ
4. ความสามารถในการต่อสู้ โดยเฉพาะกับสุนัขด้วยกันเอง หรือแม้กระทั้งตู้สู้กับสัตว์อื่น
5. พลังในการทำลายล้าง มีพลังกัดที่หนักหน่วงรุนแรง สามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
ความจริง แต่แรกเริ่มเลย พิตบูลหรือบูลด๊อก มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ และประเทศในกลุ่มเครือจักรภพ
และพิตบูลก็ไม่ใช่สุนัขสายพันธ์แท้มาก่อน เป็นการผสมผสานกันของสุนัขหลายสาย โดยมีเป้าหมาเพื่อใช้ต่อสู่กับวัวกระทิง สุนัขเหล่านี้เรียกว่า บูลด๊อก
ต่อมากีฬาสู้วัวเป็นสิงที่ผิดกฏหมาย โดนต่อต้าน บรรดาผู้เพาะพันธ์สุนัขก็น้ำสุนัขเหล่านั้นมาต่อสู้กันเอง โดยพัฒนาให้มีขนาดเล็กลง เพื่อง่ายในการนำพา
สุนัขที่ใช้ในการต่อสู้เหล่านี้จะเรียกว่า พิตด๊อก
ต่อมาพิตบูลได้ถูกนำเข้ามาอเมริกา และได้พัฒนาให้มีขนาดที่ใหญ่โตขึ้น และเนื่องจากประเทศอเมริกามีพื้นขนาดใหญ่กว้างขวาง
เขาจึงต้องการสุนัขที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเป้าหมายทางการใช้งาน และระยะแรกๆ ก็ยังใช้ในเกมส์การต่อสู้กับสุนัขด้วยกันเอง และใช้งานด้านอารักษ์ขาเฝ้าไร่ เฝ้ายามด้วยไปในตัว
สุนัขเหล่านี้จะเรียกว่า อเมริกัน พิตบูล เทอร์เรีย สุนัขเหล่านี้ส่วนมากจะขึ้นอยู่กับ United Kennel Klub (UKC) โดยมีเป้าหมายทั้งการใช้งาน และการประกวด
ต่อมาเกมส์ต่อสู้สุนัข โดนต่อต้าน กลุ่มคนที่ต่อต้านก็นำสุนัขพันธ์นี้ไปพัฒนาต่อ โดยเป้าหมายเพื่อการโชว์เพียงอย่างเดียว และแยกไปตั้งชื่อใหม่ว่า อเมริกันสแตฟฟอร์ดไชน์เทอร์เรีย สุนัขกลุ่มนี้ จะสังกัด American Kennel Klub (AKC)
คนที่นิยม สุนัขแนวใช้งานหรือเกมส์ ก็ยังมุ่งมั่น พัฒนาหมาสำหรับเกมส์โยเฉพาะ โดยใช้ชื่อว่า American Dog Breeder Assosiation (ADBA) สุนัขกลุ่มนี้เน้นการต่อสู้เป็นหลัก
จะเห็นว่าจากจุดนี้ พิตบูล ได้โดนแยกออกมาเป็นสามสายพันธ์แล้ว
ต่อมาก็มีการนำมาพัฒนาต่อ จนขยายไปหลากหลายจนติดตามกันไม่หวาดไม่ไหว ล่าสุดก็มี American Bully Kennel Klub (ABKC) เกิดขึ้นเพื่อผลักดันสุนัขในแบบบูลลี่
ดังนั้นคำถามแนวนี้ เขียนอธิบายกันสามวันสามคืนไม่จบครับ ฮ่าๆๆๆ
pit101
เมษายน 2009
Permalink
ขอบคุณคับ
nol
กุมภาพันธ์ 2011
Permalink
ขอลองช่วยพี่มาร์คตอบได้ไหมครับ (ข้อมูลมาจากประวัติสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย ซึ่งก็น่าจะมีประวัติเริ่มต้นคล้ายกับพิทบูลนี่แหละครับ) เอาเฉพาะตอนที่ยังอยู่ที่อังกฤษนะครับ
สมัยก่อนในประเทศอังกฤษ กีฬาเลือด (blood sport) ถือเป็นกีฬาประเภทหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการนำสุนัขมากัดกับหมี กัดกับวัว ล่าหนู หรือนำมากัดกันเอง ซึ่งในสมัยนั้นสุนัขที่เอาไว้สู้กับพวกหมีก็จะเป็นพวกสุนัขสายพันธุ์ มาสทีฟ (Mastiff) ส่วนสุนัขที่สู้กับวัวก็คือสายพันธุ์ บูลด็อก (Bulldog) และที่เอาไว้ล่าหนูก็คือสุนัขในกลุ่ม เทอร์เรีย (Terrier ซึ่งมาจากภาษาลาตินว่า Terra แปลว่าใต้ดิน)
ส่วนในกีฬากัดสุนัข เนื่องจากบูลด็อกเอง กัดดี ตัวล่ำ แต่เชื่องช้าเกินไป ส่วนสุนัขในกลุ่มเทอร์เรียเองแม้จะคล่องแคล่วว่องไว แต่ก็กัดไม่หนัก ในเกมส์กัดสุนัขจึงต้องนำเอาสุนัข ๒ สายพันธุ์นี้มาผสมกัน เรียกว่า บูล แอนด์ เทอร์เรีย (Bull and Terrier) ซึ่งมีความหลากหลายมากเพราะสุนัขในกลุ่มเทอร์เรียนั้นมีหลายสายพันธุ์ ขึ้นอยู่กับว่าผู้เพาะพันธุ์จะเอาเทอร์เรียพันธุ์ไหนมาใช้ผสมกับบูลด็อก
ซึ่งบูล แอนด์ เทอร์เรียนี้เองที่ต่อมามีคนนำไปพัฒนาต่อจนเป็นต้นสายของสุนัขหลายสายพันธุ์ เช่น
- ผสมกับสุนัขพันธุ์ อิงลิช ไวท์ เทอร์เรีย และพันธุ์อื่นอีก ๒-๓ พันธุ์จนเป็นสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย (Bull terrier)
- ผสมสุนัขบูล แอนด์ เทอร์เรีย เข้าด้วยกันและพัฒนาต่อไปจนกลายเป็นสุนัขพันธุ์ แสตฟฟอร์ดไชร์ บูลเทอร์เรีย (Staffordshire Bullterrier)
- น่าจะเป็นสุนัขบูล แอนด์ เทอร์เรียนี้เองที่ชางอังกฤษได้นำไปที่อเมริกาด้วยช่วงที่มีการย้ายถิ่นฐานไปอเมริกาใหม่ๆ และนำไปพัฒนาต่อจนกลายเป็นสุนัขพันธุ์ "อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย" ครับ
:D
rockbass
มีนาคม 2011
Permalink
หมาผมอายุประมาณ2เดือนกว่า ตอนแรกๆก็กินดีตามปกติ
จน2วันที่ผ่านมา มันก็กินน้อยลง ปริมาณอาหารเท่าเดิมแต่กลับกินไม่หมด
มันไม่ได้ป่วยนะครับ ผมเช็คดูแล้ว
ผมควรทำไงดีช่วยแนะนำด้วยครับ
Mafia
มีนาคม 2011
Permalink
ลูกหมาสองเดือนกว่า เพิ่งอย่านมได้ไม่นาน นมแม่คือสุดยอดอาหารที่อร่อยลิ้นที่สุดในโลก มันจึงคุ้นเคยมากกว่าการกินอย่างอื่น อาหารเม็ดทั้งแห้งทั้งแข็ง ดังนั้นแรกๆเราเอามาแช่ในน้ำนมแพะหรือน้ำอุ่นให้นิ่มก่อน เพื่อให้เขากินได้ง่ายขึ้น แล้วเราก็ให้เวลาเขาปรับตัวสักระยะ ให้กินพอประมาณ เน้นอาหารที่มีคุณค่า มากกว่าเน้นที่ปริมาณ เพราะหมาเป็นสัตว์กินเนื้อมีขนาดกระเพาะที่เล็ก กินน้อย แต่บ่อยๆ ดีกว่ากินคราวละเยอะๆ
อาหารที่ควรเลี่ยง กล้วยน้ำหว้า อาหารประเภทแป้ง พืชผัก เพราะได้ประโยชน์น้อย และเปลืองเนื้อที่ในกระเพาะ
กินเยอะ ก็นอนเยอะ อิ่มจัดก็ขี้เกียจ กลายเป็นหมาเลือกกิน
กินน้อย เล่นเยอะ เหนื่อยมาก ก็จะหิวบ่อย ให้กินอะไรก็กิน
rockbass
พฤษภาคม 2011
Permalink
ขอบคุณมากครับ
rockbass
พฤษภาคม 2011
Permalink
ตอนนี้หมาผมอายุได้ 4 เดือนแล้ว
ควรให้อาหารกี่มื้อครับ
rockbass
พฤษภาคม 2011
Permalink
2มื้อ พอมั้ยครับ
Mafia
พฤษภาคม 2011
Permalink
พอครับ ผมเลี้ยงหมามา อย่างเก่งก็แค่สองมื้อเช้าเย็น เพราะกลางวันผมไม่มีเวลาครับ
แต่ถ้ามันเรื่องมากนัก กินบ้างไม่กินบ้าง ก็ให้มื้อเดียวพอ ผมเน้นสะดวกผมมากกว่าครับ
rockbass
พฤษภาคม 2011
Permalink
ขอบคุณมากครับ
rockbass
พฤษภาคม 2011
Permalink
อาหารเม็ดแนะนำเป็นยี่ห้อไหนดีครับ
เดี๋ยวนี้ หมาผมกินของ GM อยู่
มัน ok มั้ยครับ
หรือมียี่ห้อไหนดีกว่า แนะนำด้วยครับ
Mafia
พฤษภาคม 2011
Permalink
ใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ ที่เรามั่นใจ ใช้แล้วไม่มีปัญหา สุนัขเจริญเติบโตดี มีสุขภาพดีครับ
Mafia
พฤษภาคม 2011
Permalink
วิธีตรวจสอบคุณภาพอาหารหมา ก็คือให้กินเปล่าๆ โดยไม่ต้องผสมอะไร แล้วสังเกตว่าสุขภาพเขาเป็นอย่างไร
rockbass
พฤษภาคม 2011
Permalink
ขอฝากอีกเรื่องนะครับ
ชนิดของอาหารควรมีอะไรบ้างครับ
ใน 1 มื้อ ผมให้กิน โคร่งไก่สับ+เนื้อวัว+ตับ+ข้าว+อาหารเม็ด ผสมกันใน 1 ชาม
มัน ok มั้ยครับ ต้องเพิ่มหรือลดอะไรมั้ยครับ หรือว่าต้องเปลี่ยนอะไรไปบ้าง
ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
rockbass
พฤษภาคม 2011
Permalink
ลองกินให้กินเปล่าๆแล้วนะครับ
ไม่มีปัญหาอะไรครับ
ขอบคุณมากครับ
Mafia
พฤษภาคม 2011
Permalink
ถ้าต้องลงทุนลงแรงผสมอาหารให้กินขนาดนั้นแล้ว ก็ไม่มีคำแนะนำอะไรอีกแล้วครับ สำหรับผมใช้อาหารเม็ดเพียวๆเท่านั้นครับ ผมเน้นสะดวกเข้าว่า เพราะชีวิตของคนรุ่นใหม่ ไม่มีเวลาเยอะที่จะจัดเตรียมขนาดนั้นครับ
ที่ให้กินอาหารเม็ดเพียวๆ ก็เพราะว่าเขาใส่ทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว เราไม่ต้องมาเสียเวลาทำอะไรอีก
GHOST
พฤษภาคม 2011
Permalink
พี่มาร์คครับ ผมสมัคสมาชิกไม่ได้เลยต้องบอกทางนี้ครับหวังว่าพี่คงได้เห็น
เพื่อเป็นประโยชน์กับคนรักพิทบูลไม่มากก็น้อยครับ
คือผมเลี้ยงพิทบูลแล้วครอดลูกมา หลายตัวนมไม่พอผมเลย
ต้มโครงไก่ใส่ปลีกล้วย ทำให้น้ำนมของแม่สุนัขออกดีมากเลยครับ
ทำให้แม่สุนัขให้นมลูกได้บ่อยขึ้นครับ แล้วน้ำนมพอให้ลูกสุนัขได้กินอิ่มด้วยครับ
ทุกตัวอ้วนแข็งแรงมากครับไม่มีผลข้างเคียงด้วยครับ
ผมนำวิธีนี้มาไช่ ปฏิบัติ ที่เคยไช้กับมารดาที่ต้องการเพิ่มน้ำนมให้ลูกนะครับ
ได้ผลมากครับ ไม่ต้องใช่นมผงให้ลูกสุนัขดูดครับ แถมยังมีภูมิต้านทานด้วยครับ
เพราะมันกลั่นกรองจากแม่มาแล้วครับ ช่วยบอกต่อให้ผมด้วยนะครับเพื่อจะเกิดประโยชน์นะครับ
Mafia
พฤษภาคม 2011
Permalink
แม่สุนัขหลังคลอดลูกใหม่ๆ น้ำนมจะน้อยเป็นปกติครับ เพราะนมที่ออกมาช่วงแรกๆเขาเรียกน้ำนมเหลือง มันมีคุณค่าสูงมาก และมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติ ถ้าแม่หมาสมบูรณ์ดี คลอดลูกวันแรกแล้วน้ำนมมีน้อย ไม่ต้องตกใจครับ
หลังจากนั้นประมาณไม่เกินสัปดาห์ น้ำนมก็จะเยอะขึ้นเองครับ
rockbass
พฤษภาคม 2011
Permalink
ok ครับ
ขอบคุณมากครับ
GHOST
พฤษภาคม 2011
Permalink
ถ้าต้องการเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน,กันขโมย
ระหว่าง เรดโนสกับสายกัด สายไหนเหมาะกว่ากันครับ
Mafia
พฤษภาคม 2011
Permalink
หากเป้าหมายเพื่อการเฝ้าบ้านเป็นหลัก เลี้ยงร๊อตไวเล่อร์ดีกว่าครับ
rockbass
พฤษภาคม 2011
Permalink
ขอบคุณครับ
BAmZii
มิถุนายน 2011
Permalink
พี่ มาร์ค ค่ะ
แบม ชอบ พี่ มาก เลย อ่า า
แบม เป็น เด็ก ใหม่ ของ บอร์ด อ่า
กำ ลัง ศึก ษา พิทบูล อยู่
อยาก เลี้ยง เหมือน กัน
พี่ ช่วย แนะ นำ ด้วย นะ ค่ะ
หนู อยาก มี เพื่อน อ่ะ
นู ไม่ เคย มี เพื่อน จริง ๆ จัง สัก ที
โดน แกล้ง ตลอด
พี่ ช่วย แนะ นำ ด้วย นะ ค่ะ
ขอบ คุณ มาก ค่ะ ...
pure00
สิงหาคม 2011
Permalink
พี่มาร์คคับ ผมให้หมาผมกระโดกัดสปิงโปทุกวัน ฟันมันจะเป็นอะไรไม๊คับ กลัวมีผลระยะยาวคับ ลูกมะพร้าวมันกัดได้ที3-4ลูกคับโยนไห้มันมันฉีกจนกัด กะลาแตกหมด บางทีก็ผ้ามัดไว้ให้มันกระโดกัด บางทีก็กัดติดบางทีไม่ติด บางทีผ้าขาดดัง แฟ๊ก..* ผ้าทีให้กัดคือพวกขากางเกงยีนคับ บางทีก็เชือกฟางอันเท่า เข้าข้อมือ ผมกลัว ฟันมันเสียคับ จริงๆมันกัดหมดละคับ ไม้ไผ้มันยังตัดแตก (เหมือนตอนกัดมันหมั่นไส้อะไรสักอย่างคับ) จะได้เปลี่ยนเป็น กิจกรรมอื่นคับ
ที่เห็นนั่นกะลามะพร้าวคับ แย่งมาก่อนกลัวมันกัดแตกปาดปากมันคับ
ไฟล์แนบ
DSC08144-2.JPG
205K
Mafia
สิงหาคม 2011
Permalink
ฟันมันมีหน้าที่เพื่อการกัดแทะอยู่แล้ว คงไม่เป็นไรหรอกครับ แต่อย่าเอาอะไรที่มันแข็งกว่าฟันให้มันกัดก็แล้วกัน
Mafia
สิงหาคม 2011
Permalink
ในนี้มีเพื่อนมากมาย การหาเพื่อนคงไม่ยากจนเกินไป ค่อยๆดู ค่อยๆศึกษานิสัยใจคอกันไป เดี๋ยวเพื่อนก็เยอะเอง คนเป็นเพื่อนกัน นิสัยใจคอจะเหมือนๆกันถึงคบกันได้นาน อยากได้เพื่อนมีน้ำใจ เราก็ต้องฝึกเป็นคนมีน้ำใจ
ขอให้โชคดีครับ
GHOST
สิงหาคม 2011
Permalink
ผมขอถามหน่อยนะครับ ใบ ukc ประมาณไหน แบบไหนมีกี่แบบ
และใบแจ้วผสมเป็นอย่างไงครับ อยากเห็น
สับสนและงงมากครับ เป็นรูปได้ก็ดีนะครับพี่
ขอคำแนะนำด้วยครับ
Lhin_Korat
สิงหาคม 2011
Permalink
พี่ครับ ผมมีสายเลือดเฮอริเคน (รุ่นเหลน) บูลลายเสือพอใช้ได้ไม่ครับ รูป อายู1ขวบ
ไฟล์แนบ
รูปถ่าย0469.jpg
121K
marinr48
กันยายน 2011
Permalink
พี่มาร์ค สมัครสมาชิก คลับ ของพี่ำทำอย่างไรบ้างครับ
rockbass
ธันวาคม 2011
Permalink
เคยเห็นโพสของสมาชิกท่านหนึ่ง โพสว่า ถ้าให้หมาวิ่งมากจนเกินไปอาจทำให้ไม่สูงได้ จริงรึเปล่าครับ ?
Mafia
ธันวาคม 2011
Permalink
ความสูงต่ำปัจจัยหลักมันน่าจะเกิดพันธุกรรมมากกว่าครับ การออกกำลังกายมันทำให้การเจริญเติบโตดีขึ้นครับ
rockbass
ธันวาคม 2011
Permalink
ขอบคุณครับ
BAmZii
มีนาคม 2
Permalink
ขอบ คุณ ค่ะ ^^
Add a Comment