ปัจจุบันผู้เลี้ยงสุนัข พิทบูลเพื่อเป็นเพื่อนหรือเป็นสมาชิกในบ้านและครอบครอบครัวอย่างจริงจัง (ผมขอเน้นย้ำเฉพาะผู้ที่เลี้ยงอย่างจริงจัง ไม่ใช่คนที่เลี้ยงตามแฟชั่นนะครับ) เริ่มมีความเข้าใจเกี่ยวสุนัขสายพันธ์นี้มากขึ้น และมีการรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการแต่ว่าค่อนข้างเข็มแข็งกว่ากลุ่มอื่นๆ เพราะการรวมตัวของสมาชิกทุกท่านในแต่ละครั้ง มาจากการสื่อสารถึงกันผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก และที่น่าแปลกใจหลายท่านไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน อาศัยเพียงแค่การลงข้อความฝากไว้ในเว็บบอร์ดต่างๆ แต่ว่าเมื่อถึงวันงานหรือตามเวลานัดหมาย ปรากฏว่าจำนวนคนที่มาร่วมงานรวมถึงจำนวนสุนัขกลับมากกว่างานที่จัดโดยกลุ่มหรือชมรมหลักอื่นๆเสียอีก ปัจจัยสำคัญหากให้ผมคาดเดาก็คงเพราะ สุนัขพิทบูลเป็นสุนัขที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากสุนัขสายพันธ์อื่นๆ อย่างค่อนข้างเด่นชัด และยิ่งถ้าได้มาเจอกับเจ้าของสุนัขที่มีความคิดเป็นของตัวเองสูง ไม่ชอบอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์บางอย่างที่ไร้ซึ่งเหตุผล ผมกล้าการันตรีเลยว่า สุนัขสายพันธ์นี้คงจะเป็นสายพันธ์สุดท้ายที่พวกเขาตัดสินใจเลี้ยง อย่างแน่นอน
แต่แน่นอนมีคนอีกเป็นจำนวนไม่น้อย ที่หันมาเลี้ยงพิทบูลเพียงเพราะว่าตามเพื่อนหรือตามกระแส จะไม่สามารถทนอยู่ได้นาน เพราะเขาไม่มีความเข้าใจถึงคุณค่าอย่างแท้จริงของสายพันธ์ดีพอ และขอย้ำบทความนี้มีชื่อว่าพิทบูลโซนครับ ผมจึงคาดเดาเอาเองว่าผู้อ่านส่วนมากน่าจะเป็นแฟนพิทบูลตัวจริง ไม่ใช่คนที่เข้ามาอย่างฉาบฉวยหรือเข้ามาเพียงเพราะผลประโยชน์แอบแฝงอื่นๆ ขอโทษนะครับที่ต้องเขียนตรงๆแบบนี้ อาจจะดูแรงไปหน่อยแต่มันกลั่นมาจากเจตนาที่บริสุทธิ์ เพราะผมต้องการที่จะยืดอายุสุนัขพันธ์ให้คงอยู่ในเมืองไทยให้นานที่สุดครับ
สุนัขในเมืองไทยมีให้เลือกเลี้ยงมากมายหลายสายพันธ์ แน่นอนแต่ละพันธ์ก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป ฉะนั้นผมขอวิงวอนเลยสำหรับท่านที่กำลังจะตัดสินใจเป็นเจ้าของสุนัขพิทบูลสักตัว ได้โปรดใช้เวลาศึกษาพิจารณาข้อดีข้อด้อยของสายพันธ์ให้นานขึ้นอีกสักนิดนะครับ ยิ่งตอนนี้มีการรวมกลุ่มรวมตัวของคนพิทบูลอยู่เสมอๆ ลองไปร่วมงานกับเขาดูสักครั้ง โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องมีสุนัขเป็นของตัวเอง ผมเชื่อว่าเพื่อนๆพิทบูลของผม ยินดีต้อนรับและให้ข้อมูลอย่างถูกต้องแก่คุณโดยไม่มีลังเล การเป็นเจ้าของสุนัขสักตัวนั้นง่ายแสนง่าย แต่ว่าการต้องใช้ชีวิตร่วมกันในภายหลังยากยิ่งกว่าหลายเท่าครับ ระวังท่านจะกลายเป็นคนหนึ่งที่เพิ่มภาระและปัญหาให้แก่สังคมโดยไม่รู้ตัว
มีคนเคยด่าผมทิ้งไว้ในเว็บบอร์ด ในทำนองที่ว่าชอบสอนคนอื่น และใช้ถ้อยคำที่รุนแรงพอควร แต่ว่า ผมไม่ถือสา เพราะว่าวันนี้คนที่เคยด่าผมแบบนั้นหลายคนได้กลายมาเป็นเพื่อนที่สนิทกับผมเกือบหมดแล้วครับ และในทางกลับกันคนที่เคยสนิทกับผมตั้งแต่แรกเริ่ม ก็หายไปไม่น้อยครับ ฮา.......... แต่ไม่เป็นไรครับ ผมมีคาถาเรียกเพื่อนแท้ที่ค่อนข้างขลังและได้ผลโดยสม่ำเสมอครับ ใครที่สนใจจะนำไปลองใช้ผมก็ไม่หวงครับ คาถาที่ว่านั้นก็คือ “เพื่อนต้องไม่ทำให้เพื่อนเดือดร้อนหรือลำบากใจ” สั้นๆง่ายๆแค่นี้ละ จำไว้ให้ขึ้นใจนะครับ คุณอาจจะมีเพื่อนน้อยลงไปบ้าง แต่ว่าเพื่อนที่คุณเหลืออยู่เขาไม่มีวันทิ้งคุณอย่างแน่นอน เชื่อผมเถอะครับ
หลายปีในวงการหมาพิทบูล ได้ให้อะไรแก่ผมเยอะเกินคาด ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านจะเชื่อหรือไม่ ผมประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานทุกวันนี้ก็อาศัยได้แง่คิดจากการเลี้ยงหมาพิทบูลนี่ละครับ คลุกกับคนพิทบูลจนทำให้ผมแกร่งอย่างในทุกวันนี้ ผมเคยกลุ้มใจ เคยเหงา ก็ได้อาศัยวันว่างๆ นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย โดยมีสุนัขคู่ใจอยู่ข้างๆไม่ห่างกาย อาจจะนั่งจิบกาแฟดูมันเล่นสปริงโพล์ออกกำลังกายไปเรื่อยๆ หรือว่าขับรถไปนอกเมืองไปหาที่เงียบๆสงบที่ไหนสักแห่ง มันก็ทำให้เราผ่อนคลายไปได้เยอะ และคาถาที่ว่าผมก็ได้มาจากหมานี่ละ ผมสังเกตดู มันเป็นเพื่อนตายของผมจริงๆ ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข มันอยู่เคียงข้างผมเสมอ ไม่เคยเรียกร้องอะไร ไม่เคยนำความลำบากใจมาให้ ผิดกับหลายคนที่เคยเข้ามาในชีวิตผมช่วงแรกๆ พยายามตีสนิท และสุดท้ายก็ไม่พ้นเขาก็เริ่มขอในสิ่งที่เขาต้องการ และแน่น่อนความอึดอัดความลำบากใจก็จะเริ่มเข้ามาหาผมในที่สุด และมันเป็นอย่างนี้เกือบทุกครั้งซะด้วยซิครับท่านผู้อ่าน
จากนั้นเป็นต้นมา ผมเริ่มมีความคิดที่สวนทางกับชาวบ้าน หลายท่านก็อาจรับความคิดเพี้ยนๆนี้ของผมไม่ได้ แต่ผมลองดูแล้วมันได้ผล ผมจะเกรงใจกับคนที่ควรเกรงใจ แต่กับบางคนอาจต้องให้บทเรียนเสียบ้าง เอาอย่างแค่เรื่องง่ายๆที่เรามักมองข้าม และผมเองก็เคยพลาดไปแล้วด้วย อย่างเช่น เพื่อนผมเปิดร้านอาหาร เวลาผมไปกินหรือแนะนำคนไปกินก็มักชอบขอส่วนลดพิเศษ ซึ่งสิ่งนี้หากเราคิดดูดีๆ มันเป็นสิ่งที่น่าละอายนะครับ เราไม่ได้ไปอุดหนุนเขา แต่ว่าเรากำลังไปเอาประโยชน์จากเขา และปัจจุบันร้านนั้นปิดกิจการไปแล้วด้วย เป็นเพราะเราหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านเห็นด้วยกับผมหรือเปล่าครับ หากเขาเป็นเพื่อนเรา เราควรสนับสนุนเขา โดยควรจ่ายให้เขามากเป็นพิเศษกิจการเขาจะได้ดีขึ้น หรือแนะนำให้คนที่เรารู้จักไปอุดหนุนร้านเขาเยอะๆ และที่สำคัญอย่าขอส่วนลด วิธีนี้น่าจะเป็นวิธีช่วยเหลือเพื่อนมากกว่า ลองเอาวิธีคิดผมไปใช้นะครับ และจะแปลกใจทำไมเพื่อนมันจะนึกถึงเราเสมอ ผมจึงท่องไว้ในใจเสมอว่า ผมจะไม่ทำให้เพื่อนของผมต้องเดือดร้อนอีกต่อไป
วันนี้ที่ตั้งใจถ่ายทอดบทความแรงๆแบบนี้ออกมาอีกครั้ง ทั้งๆที่ภาระหน้าที่การงานส่วนตัว ก็วุ่นวายจนหาเวลาให้ครอบครัวไม่ค่อยได้ ก็เพราะว่าล่าสุด ไม่แน่ใจว่ามีเหตุการณ์อะไร ผมอาจจะตกข่าว เนื่องจากต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอยู่เสมอ รู้แค่ว่ามีสุนัขพันธ์ทางลูกผสม กับสุนัขพันธ์ต่างประเทศสายพันธ์หนึ่งทำร้ายคน และมีรายหนึ่งที่เป็นเด็กถึงแก่ชีวิตด้วย และมีรายการทีวีของเครือเนชั่นมาติดต่อขอบันทึกความเห็นเพื่อประกอบรายการนั้น และเนื่องจากเดินทางไปต่างจังหวัดอีกจึงไม่ได้ติดตาม ก็เลยไม่รู้ว่าเขาเอาไปลงอย่างไรบ้าง แต่มั่นใจว่าคงไม่ออกมาในมุมลบอย่างแน่นอน กับอีกรายการเป็นของ ITV เขาก็มาขอความเห็น และผมก็ตอบไปแบบกลางๆ โดยเฉพาะเรื่องการกัดสุนัข ของแบบนี้มันห้ามยากครับ ก็คงเหมือนกับการกัดปลาตีไก่ละครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมสนับสนุนกิจกรรมนี้ ผมเลี้ยงสุนัขเพื่อเป็นสมาชิกในบ้าน ส่วนคนอื่นเขาเลี้ยงเพื่อวัตถุประสงค์อื่น มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ผมไม่ขอออกความเห็น และยิ่งเขาไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อนผมว่าต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด อันนี้ขอยืนยันถึงเพื่อนชาวพิทบูลทุกท่านว่า ผมจะปกป้องสุนัขพันธ์นี้ตลอดไปอย่างแน่นอน
สิ่งผมกำลังภาคภูมิใจมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ เริ่มมีการรวมกลุ่มของคนเลี้ยงพิทบูลในพื้นที่ต่างๆ เป็นการรวมตัวแบบไม่เป็นทางการ แต่รวมกันด้วยใจล้วนๆ ประเภทที่ว่าถูกใจก็มา ไม่ถูกใจก็สามารถถอนตัวได้เสมอ โดยไม่มีข้อผูกมัด อันนี้ซิเจ๋งจริง ไม่ต้องมีการสมัครสมาชิก ไม่ต้องมีการลงชื่อ อยากบอกก็บอก ไม่อยากบอกก็ไม่บังคับ หากเกาะกลุ่มกันไปแบบนี้เรื่อยๆ นี่ซิน่าภูมิใจ ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มอื่นๆตรงที่ว่า ส่วนมากผูกกันที่ผลประโยชน์ ประโยชน์ลงตัวก็ดีไป หากขัดกันเมื่อไรปัญหาก็ตามมา หรือหากมีเรื่องเงิน เรื่องทองหรือค่าสมาชิกเข้ามาเกี่ยวละก็ รับประกันไม่เกินปีแตกครับ ผมจึงขอสนับสนุนให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆครับ ใครจะว่าผมตีกันก็ยอมรับ ผมอยากให้ชมรมพิทบูลในเมืองไทยเป็นแบบนี้ตลอดไป ผมยังมีความเชื่อว่าคนที่รักพิทบูลจนเข้าเลือดแล้วและไม่ใช่พวกรักพิทบูลจอมปลอม จะเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง มีเสรีทางความคิด หรือจะเรียกว่าพวกอิสระชนก็ไม่น่าจะผิดจริงไหมครับ
อย่างงานสองครั้งหลังล่าสุด งานแรกก็การร่วมตัวกันอย่างไม่ได้นัดหมายที่บ้านอาจารย์เพิ่ม จังหวัดขอนแก่น และครั้งหลังที่พุทธ มณทล นี่ก็มากันเป็นร้อยครับ และปีนี้ก็ขอประชาสัมพันธ์กิจกรรมลากน้ำหนักให้พวกเราทราบกันแต่เนิ่นๆ จะได้มีพลาดกันอีก ใครที่คิดว่าจะส่งสุนัขเข้าร่วมก็รีบฟิตซ้อมกันไว้ให้ดีนะครับ เพราะว่าปีนี้มีรางวัลไว้ให้ล่ากันถึงสี่สนามเลยครับ งานแรกก็ประมาณวันอาทิตย์แรกหรือสองของเดือน พฤษภาคม ที่จังหวัดอุดร โปรโมเตอร์ใหญ่ก็พี่คาวบอย จีรศักดิ์ จัดกันในสนามกองบินจังหวัดอุดร มีสุนัขเจ้าถิ่นและจากบริเวณใกล้เคียงมาร่วมหลายตัว บวกกับที่ยกทัพจากเมืองกรุงไปล่ารางวัลด้วย คาดว่างานนี้คงสนุกไม่น้อยเพราะเป็นงานแรกที่ยกมาจัดกันต่างจังหวัด เสร็จจากอุดรก็ตามด้วยที่ขอนแก่น โดยอาจารย์ เพิ่มพันธ์เถื่อนของเรา เพื่อเปิดโอกาสให้ล้างตากันอีกสักสนาม แต่ไม่รู้ว่าจะตาเจ็บกลับไปหรือไม่ก็คงต้องรอดูกัน จบจากอีสานเราก็ข้ามมาที่ฝั่งตะวันตกที่เมืองกาญจน์ โดยคุณต๊อกและผองเพื่อน งานนี้เจ๋งขึ้นอีกหน่อยเปิดรีสอร์ตพร้อมมีที่พักบริการอีกต่างหาก จบสามงานนั้นแล้วก็งานใหญ่ปิดท้ายปี ครั้งที่สี่ที่กรุงเทพฯ ครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับ กิจกรรมลากน้ำหนักสำหรับปีนี้ คาดว่าคงสนุกเร้าใจมากขึ้น ก็ขอฝากพวกเราช่วยกันสนับสนุนกิจกรรมดีแบบนี้ให้คงอยู่ไว้นานๆนะครับ ยังไม่มีสุนัข แต่จะไปร่วมชมร่วมเชียร์ก็ไม่ผิดกติกาส่วนจะมีจับนอกจับใน ตามคติที่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน การพนันก็ตามมา ก็ขอแค่พอเป็นน้ำจิ้ม แค่หอมปากหอมคอ หรือจะแค่เหล้าขวดสองขวดก็ว่ากันไปครับ แต่อย่าถึงขนาดเป็นหมื่นเป็นแสน เดี๋ยวจะกลายเป็นผิดวัตถุประสงค์ของงานเขาอีก คนที่ฟิตซ้อมสุนัขเอาไว้จะได้มีสนามแข่งหลายๆสนามเอาไว้ประลองฝีมือ นี่ยังไม่รวมกับทางใต้อีกสองสามแห่งที่ก็แจ้งความจำนงเข้ามาเช่นกัน ผมเริ่มรู้สึกมั่นใจว่า กิจกรรมลากน้ำหนักน่าจะเป็นกิจกรรมยอดฮิตของชาวพิทบูลในเร็ววันนี้อย่างแน่นอนครับ ท่านใดที่สนใจจะทราบข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ พี่คาวบอยก็หมายเลข 01 262 1846 และที่อาจารย์เพิ่มก็หมายเลข 06 641 8648 หรือจะทางเว็บไซต์ก็ที่ เว็บบอร์ดของ พิทบูลโซน ( www.pitbullzone.com ) ก็ได้ครับ
ปิดท้ายก็ขอประชาสัมพันธ์เรื่องส่วนตัวสักเล็กน้อยครับ หลังจากที่รอคอยกันมาอย่างยาวนาน สำหรับเลขทะเบียนอาหาร ของอาหารสุนัขเอฟวันทั้งสามสูตรก็คลอดออกมาแล้ว เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548 ตรงกับวันแห่งความรักพอดี คราวนี้ละไอ้เสือได้ติดปีกเสียที เนื่องจากมีร้านค้าหลายแห่งติดต่อเข้ามาขอนำไปวางจำหน่าย และมีขอเป็นตัวแทนในแต่ละจังหวัดด้วย เมื่อมีเลขทะเบียนแล้วผมสามารถวางขายที่ไหนก็ได้ แต่ที่ผมห่วงก็คือนโยบายที่ผมได้วางเอาไว้ หลายร้านไม่สามารถรับได้ครับ เช่น ราคาต้องตามที่ผมกำหนดเท่านั้น ใครขายเกินราคาผมจำเป็นต้องตัดสิทธิ์ของท่านและขอส่งตรงเองเพื่อไม่ให้ลูกค้าของผมได้รับผลกระทบ และที่สำคัญขายอาหารสุนัขไม่ได้มีกำไรมากอย่างที่หลายคนคิด ใครที่เป็นเจ้าของร้านเพ็ทชอปอยู่แล้วคงทราบดี โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ตัดราคากันไปตัดกันมา แต่ก็ดีที่ผลประโยชน์ไปลงที่คนซื้อ อาหารเอฟวันจึงกำหนดราคาต่ำสุดทีเดียวไปเลยจะได้ไม่ต้องมาตัดราคากันอีกให้ปวดหัว เหตุที่ผมสามารถทำราคาได้ต่ำก็เพราะว่า เราไม่ได้ผ่านพ่อค้าคนกลางและทำธุรกิจเป็นเงินสดเท่านั้น
และผมต้องเรียนให้ทราบที่ตรงนี้อีกทีว่า อาหารสุนัขเอฟวันกว่าจะมีวันนี้ขึ้นมาได้ ก็เพราะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆช่วยกันซื้อแค่คนละถุงเท่านั้น เดือนแรกจำได้ว่าสั่งมา 3 ตัน ขายได้แค่ 30 ถุง ที่เหลือกองอยู่เต็มบ้าน คาดว่าขายไม่หมดไอ้อ้วนผมคงมีอาหารตุนไว้กินได้เป็นสิบปี เดี๋ยวนี้เดือนละ 15 ตัน ส่งกันแทบไม่ทัน ทั่งๆที่โทรสั่งกันแค่คนละถุงสองถุงเป็นส่วนมาก ต้องขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่ไว้วางใจและเชื่อมั่น กำไรที่ได้บอกไปก็อย่าตกใจนะครับ แค่หลักหมื่นต้นๆ ทุกวันนี้ยังต้องให้ภรรยาเป็นคนวิ่งส่งเอง เราไม่มีกำไรพอที่จะจ้างใครได้ เรื่องเงินผมยังสามารถหาจากทางอื่นได้มากกว่านี้ แต่เรื่องของศักดิ์ศรีนี่ผมยอมไม่ได้จริงๆ
อาหารสุนัขเอฟวัน ผมไม่ได้ทำมาเพื่อความร่ำรวย แต่ทำมาเพื่อศักดิ์ศรีและความสะใจเป็นสำคัญ ผมภาคภูมิใจกับมันมาก วันนี้ผมทำได้ดีกว่าอาหารนอกหลายๆตัว ทั้งๆที่ไม่ได้โฆษณาอะไรมาก อาศัยการบอกกันปากต่อปากยังมาได้ขนาดนี้ ผมสั่งภรรยาผมไว้ว่า อย่าดูถูกเงินน้อย เรามาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะนโยบายและเพื่อนสนับสนุน ฉะนั้นเพื่อเพื่อนผมทำไปเถอะครับ และจงสนุกกับสิ่งที่ทำ บริษัทใหญ่ๆหลายๆแห่ง ยังบริการได้ดีไม่เท่าเราเลย ถ้าเบื่อหรือไม่ไหวเมื่อไหร่ก็บอก แต่หากใครอ้างว่าสนิทกับผมแล้วทำให้ลำบากใจก็อย่าไปขาย เพราะที่ผ่านมาผมจำได้ว่าผมไม่มีเพื่อนประเภทนั้น ใครไม่เชื่อลองถามอาจารย์เพิ่มดูนะครับ ขายอาหารหมาไม่มีกำไร มีแต่เพื่อนครับ ล่าสุดออกบู๊ทที่ขอนแก่น กำไรค่าอาหารหมายังไม่พอค่าเช่าบู๊ทเลยครับ ฮา..........
ส่วนใครที่คิดว่าสั่งทีละเยอะๆแล้วจะได้ราคาถูกขึ้น ประหยัดขึ้น ก็ขอบอกว่าคิดผิดครับ ผมลดให้ไม่ได้จริงๆ ไม่ได้หยิ่งหรืออวดดีนะครับ ผมอยากให้เอาไปเทียบกันระหว่างอาหารต่างประเทศอื่นที่ท่านใช้อยู่ดีกว่า ว่าด้วยคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน เอฟวันช่วนท่านประหยัดได้อีกเท่าไร อย่าลืมนะครับบ้านเราเป็นครัวของโลกวัตถุดิบหลักแทบทุกชนิดบ้านเรามีเกือบหมด เช่น เนื้อไก่ ไข่ป่น ข้าว ไขมันไก่ น้ำมันปลา ยกเว้นแค่วิตามีนรวมบางชนิด และค่าแรงบ้านเราก็ถูกแสนถูก ทำไมแค่อาหารหมาต้องนำเข้าด้วยผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน บางยี่ห้อกิโลกรัมเกินร้อย แพงกว่าอาหารคนอีก ถ้าต้องจ่ายแพงขนาดนั้นผมว่า ผมพาหมาผมไปร้านอาหารหรูๆแล้วสั่งเนื้อสเต็กให้มันกินได้ทุกวันเลยครับ เท่ห์กว่าด้วย ที่เมืองนอกเขาใช้อาหารหมาสำเร็จรูปก็เพื่อความสะดวกและประหยัด แต่ว่าบ้านเราการใช้อาหารสำเร็จรูปโดยเฉพาะยี่ห้อของนอกกลับกลายเป็นแฟชั่น แถมแพงกว่าอีกต่างหาก เผลอๆคุณค่าทางอาหารและความสดสู้อาหารเกรดดีๆบ้านเรายังไม่ได้เลยครับ
ร้านสัตวแพทย์บางแห่งก็ไม่ควรอาศัยความเป็นหมอเชียร์อาหารนอกโดยไม่มีเหตุผล สงสารเขาเถอะอย่าให้คนไทยจ่ายแพงกว่าโดยไม่จำเป็นเลย เหตุผลบางข้อผมฟังดูอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น ลูกหมาพิทบูลที่เลี้ยงขังกรงไว้แต่ในบ้านไม่เคยโดนแสงแดด โรคผิวหนังหรือโอกาสเกิดอาการแพ้มันสูง อย่าโทษแต่อาหารอย่างเดียวครับ ลองแนะนำให้ลูกค้าเอามาเลี้ยงนอกบ้านบ่อยๆ ปล่อยวิ่งเล่นในสนามหญ้า โดนแดด โดนดิน โดนฝนบ้าง ขี้คร้านจะหายครับ ไม่ใช่ไม่ได้ไม่ดีก็จะฉีดยาและแนะนำให้เปลี่ยนอาหาร และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเจาะจง เฉพาะไอ้ตัวที่วางที่ร้านของหมอยี่ห้อเดียวละครับ ฮา..... (ตลกฝืดครับงานนี้) หมามันก็เหมือนคน ต้องการวิตามีนดีจากแสงแดดบ้าง ไม่ใช่ขังอยู่แต่ในห้องทั้งวัน คราวหลังแนะนำ เอฟวัน นะครับ ถูกกว่าเยอะและบริการส่งถึงบ้านด้วยครับ ฮา ...... อีกที
ก่อนจากข่าวฝากจากคุณ นิกร กาญจนบุรี ตอนนี้กำลังมีลูกไทเกอร์อยู่หลายตัว ใครที่สนใจสุนัขพิทบูล สีแดงจมูกแดง ก็ลองติดต่อดูนะครับ หมายเลขโทรศัพท์ก็ 06 573 8365 และ 034 653135 หรือจะไปลูกเลือกดูในเว็บบอร์ดของพิทบูลโซน ก็ได้ครับ มีรูปให้ดูด้วย และนอกจากนี้ยังมีของคอกอื่นๆให้เลือกอีกมากมาย สวยๆทั้งนั้น ราคาก็ย่อมเยา เลือกชมเลือกซื้อกันได้ตามอำเภอใจ ซื้อจากในเว็บนี่ดีอีกอย่างคือ เจอคนขายที่หลอกลวง กลับเอามาลงต่อว่าประจานกันในภายหลังได้อีกด้วย เดี๋ยวนี้โลกเปลี่ยนไปเยอะครับ มีอะไรแนะนำได้ก็ช่วยๆกัน สังคมพิทบูล ของเราจะได้แข็งแรงยั่งยืนตลอดไป หากจะผ่าตัดตกแต่งใบหูสุนัขโดยเฉพาะพันธ์พิทบูลก็ขอแนะนำพี่หมอ ธวัชชัย ซอยวัดไผ่ตันสะพานควายครับ เบอร์โทรก็ 01 627 0609 เรื่องประสบการณ์และฝีมือผมรับประกันครับ แต่ถ้าใครจะอ้างชื่อผมแนะนำไปก็ไม่เป็นไร แต่อย่าลืมบวกเพิ่มให้พี่หมออีกหน่อยนะครับ โทษฐานที่รู้จักกัน ฮา..... และอย่าลืมเจอกัน งานลากน้ำหนักที่อุดร ขอนแก่น และเมืองกาญจน์นะครับ ผมไปอย่างแน่นอน พบกันใหม่ ฉบับหน้าสวัสดีครับ