|
ฉบับที่ผ่านมาผมจงใจลงรูปสุนัขในอุดมคติของผมให้ดู
เพียงแค่อยากเช็คดูเล่นๆว่าหมาแบบนี้มีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน ปรากฏว่าได้ผลมีหลายท่านสนใจสอบถามเข้ามามากพอสมควร
ว่าหมาในแบบนั้นจะไปหาได้ที่ไหน และราคาเท่าไร ซึ่งอันนี้เป็นคำถามที่ผมจนปัญญาจะตอบจริงๆครับ
เพราะหมาแบบนั้นมันต้องสร้างด้วยตัวเราเองครับ และการจะทำให้สุนัขกล้ามขึ้นสวยงามแบบนั้น
มันต้องใช้เวลาและความใจเย็นเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเราต้องฟิตเองครับ
ก็คงเหมือนกับนักเพาะกายที่ต้องฟิตซ้อมเป็นอย่างหนักด้วยตัวเอง เพื่อจะให้กล้ามเนื้อสวยงามชัดเจนอย่างที่เราเห็นกันอยู่
ถ้าเอาแค่กินกับนอนรับรองครับ กล้ามไม่มี คงมีแต่พุงกับไขมันเท่านั้นที่โตขึ้น
นักเพาะกายกว่าจะได้กล้ามเนื้อมาแต่ละมัด ต้องฝึกอย่างหนัก ถ้าใครคิดจะหวังแค่จากอาหารกับยาเพียงอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้
สุนัขเองก็ไม่แตกต่างกัน ผมได้รับการสอบถามเข้ามาเสมอเกี่ยวกับทำอย่างไรจะให้สุนัขตัวใหญ่กล้ามใหญ่
ก็ขอยืนยันอีกทีตรงนี้ว่า อันดับแรกก็คือเรื่องสายพันธ์ อันดับสองการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี
อันดับสามก็คือเรื่องอาหารและโภชนาการ หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ผมว่าคงเป็นเรื่องยากมากที่สุนัขของท่านจะเป็นอย่างในภาพนั้น
ฉะนั้นใครที่กำลังกังวลใจเรื่องรูปลักษณ์ของหมาตัวเองอยู่ก็ทำใจให้ปลงๆบ้างเถอะครับ
อย่าคิดเอาสารกระตุ้นอะไรไปใช้กับเขาเลยครับ สงสารเขาเถอะครับ เขายังไม่เคยบ่นเลยว่านายของเขาจะเป็นอย่างไร
สูงต่ำดำขาว เขาไม่เคยเรียกร้อง และทุกครั้งที่ท่านเรียกชื่อเขา
เขาก็จะรีบวิ่งมาหาท่านด้วยความเต็มใจ และท่านที่กำลังคิดจะใช้สารเคมีกับหมาตัวเอง
ก็ไม่รู้ว่าไปเอาความคิดนี้มาจากไหน และจะทำไปเพื่ออะไร หากทำเพราะหวังว่าจะได้รับความชื่นชมหรือการยอมรับจากคนอื่น
ว่าท่านมีหมาสวยถ้าหวังเพียงเท่านี้ ก็ไม่รู้ว่าท่านเป็นคนรักหมาประเภทไหน
ท่านรักหมาหรือว่ารักตัวเองกันแน่
ผมเขียนหนังสือมานี้ก็นานพอควรแล้ว มีคนโทรเข้ามาคุยด้วยตลอด จนผมเริ่มสังเกตได้ว่าคนเลี้ยงหมาในบ้านเรานี่น่าจะแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ
กลุ่มแรกเลี้ยงตามใจตัวเอง คือเอาถูกใจตัวเองไว้ก่อน แต่จะถูกใจคนอื่นหรือไม่มี่ไม่สน
กลุ่มแรกนี้จะเป็นกลุ่มที่ได้รับความบันเทิงใจและประโยชนจากการเลี้ยงหมามากที่สุด
เข้าได้กับทุกคน กับอีกกลุ่มคือเลี้ยงตามใจชาวบ้าน คือเลี้ยงแล้วชาวบ้านต้องยอมรับหากไม่ได้รับการยอมรับก็เป็นทุกข์
ท่านผู้อ่านลองคิดตามดูซิครับว่สิ่งที่ผมพูดไปนี่จริงหรือเปล่า กลุ่มที่เลี้ยงเพื่อให้คนอื่นยอมรับนี่จะทุกข์มากกว่าสุขครับ
เพราะต้องแข่งกับความรู้สึกของคนอื่นตลอดเวลา การทะเลาะเบาะแว้งก็ตามมา
เอาอย่างง่ายๆ เช่นเลี้ยงไว้เพื่อขายหากคนไม่ยอมรับก็ขายไม่ออก ความทุกข์มันจะมาก็ตอนนี้ละจริงไหมครับ
ฉบับนี้ท่านผู้อ่านคงงงว่าอีตามาร์คมันจะมาไม้ไหนใช่ไหมครับ ก็ไม่มีอะไรมากเพียงแต่ว่าจากบทความฉบับที่แล้วมีคนโทรเข้ามาคุยด้วยมากพอสมควร
แต่ละท่านก็มีความคิดแตกต่างกันไป ผมก็คุยไปคิดตามไปด้วย จนเริ่มเกิดข้อสังเกตและเอามาเป็นประเด็นในข้อเขียนของผมสำหรับฉบับนี้ละครับ
วันนี้ขอนอกเรื่องหมาบ้างคงไม่ว่ากัน และอาจจะมีบางท่านที่ผิดหวังกับบทความฉบับนี้ของผม
ก็ต้องขออภัยด้วยครับ ผมมันนักเขียนประเภทไหลไปเรื่อยชอบหยิบเอาเรื่องใกล้ตัวมาเป็นประเด็นให้ปวดหัวเล่น
และไม่ค่อยชอบไปลอกตำรามาให้อ่าน ผมคิดว่าบทความประเภทนั้นมันเหมาะกับตำราเรียนมากกว่า
แต่ว่าเลี้ยงหมามันเป็นความบันเทิงยามว่าง ผมจึงอยากให้มีทั้งสาระและบันเทิงไปพร้อมๆกัน
และที่สำคัญท่านผุ้อ่านของผมน่าจะได้ประโยชน์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตประจำวันจริงๆ
และเป็นคนมีเหตุผลมากกว่าที่จะตามเขาไปเรื่อยๆจนขาดความเป็นตัวของตัวเอง
ในอดีตผมเดินตามก้นเขาตลอด ตามเท่าไรก็ไม่ทันและพอทันเขาก็ก้าวไปข้างหน้าเราอีกแล้ว
ยิ่งตอนเรียนจบใหม่ๆ การทำงานก็กอดตำราตลอด แต่ตำแหน่งก็ยังไปไม่ถึงไหนเสียที
แต่พอทำอะไรแหกคอกมักทำสำเร็จ ผมได้ไอเดียนี้ตอนที่ย่ำต๊อกอยู่เมืองนอก
เคยเห็นคนเก็บขยะขับเฟอรารี เคยเห็นด๊อกเตอร์สอนที่มหาวิทยาลัยมหาลัยขับรถธรรมดาๆ
เราเป็นเพียงแค่บาร์เทนเดอร์ แต่ขับรถดีกว่าพนักงานแบงค์อีก นอกจากนี้ก็ยังเคยเห็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายคนที่เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย
และอยากให้ลองไปอ่านดูประวัติของเจ้าสัวหลายคนของเมืองไทย บางท่านเรียนไม่จบปริญญาตรีด้วย
แต่ท่านเหล่านั้นกลับสร้างประวัติศาสตร์และกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จเหนือกว่าด๊อกเตอร์หลายๆคนเสียอีก
เมื่อกลับมาผมจึงเดินตามความคิดของตัวเอง และก็ได้เรื่องครับ ชีวิตผมวันนี้เปลี่ยนไปเยอะ
แต่ส่วนหนึ่งก็ยอมรับว่าการเรียนการสอนของที่โน่นฝึกให้ผมเป็นนักคิดมากกว่าการปฏิบัติตามโดยไม่รู้ที่มาที่ไป
ผมว่าทุกอย่างในโลกนี้มันมีความเป็นเหตุเป็นผลอยู่ในตัวเองเสมอละครับ
เพียงแต่ว่าใครจะสังเกตเห็นหรือเปล่าเท่านั้นเอง
ระยะหลังผมห่างเหินจากวงการพิตบูลไปพอสมควร เพื่อนในกลุ่มที่เคยลุยมาด้วยกันในยุคแรกๆ
เดียวนี้แทบจะไม่ได้เจอกันเลย บางท่านเริ่มค้นพบสัจธรรมของตัวเอง
โดยยังเลี้ยงหมาอยู่ แต่ใช้ชีวิตอย่างเงียบๆไม่ได้สุงสิงกับใคร เคยโทรคุยกันบ้าง
เขาก็บอกว่าเลี้ยงหมาแบบนี้สบายใจดี หากใครโทรมาถามข้อมูลหรือคำแนะนำแล้วผมตอบไม่ได้ก็อย่าโกรธเลยครับ
ผมว่าหมามันก็คือหมาเลือกเอาตัวที่เราพอใจก็พอแล้ว เอาที่ถูกใจที่สุดตัวเดียวไปเลย
แล้วก็หยุดอย่าไปตามกระแสมาก เพราะตั้งแต่ผมเลี้ยงหมามา วงการนี่มันเปลี่ยนตลอด
ที่ว่าสุดยอดยุคหนึ่ง อีกไม่นานก็มีตัวใหม่ๆเข้ามาตลอดถ้าไม่คิดจะเอาดีทางด้านนั้นจริง
เมื่อได้ตัวที่ถูกใจแล้วก็ควรหยุด เพราะหากเล่นตามกระแสระวังหมาล้นบ้านนะครับ
เพื่อนผมท่านหนึ่งผมเคยเตือนแล้วไม่เชื่อแต่ว่าวันนี้ผมคงร่วงเกือบหมดหัวแล้วมั้ง
คงจะเครียดมากเหตุเพราะว่าความอยากเป็นเหตุ คือแกเป็นคนชอบไปหมด
เจอตัวใหม่ๆละก็เป็นไม่ได้ เตือนก็ไม่ค่อยฟัง ถ้าถูกใจต้องแอบเอากลับมาบ้านตลอด
ตอนนี้ไล่แจกดะเพราะว่าหมามันกัดกันเอง เลี้ยงด้วยกันมาตั้งแต่เล็กแท้ๆ
พอโตขึ้นวันดีคืนดีมันก็กัดกันเองขึ้นมาเฉยๆ โดยเฉพาะไอ้ตัวห้าวๆ
แรงขับเยอะๆ เคยยอมเขาอยู่ดีๆ พอได้อายุดันสู้ทุกตัวและพอได้กัดแล้วก็ไม่ยอมเลิก
เจอกันเมื่อไหร่ก็วิ่งใส่กันตลอด เจ้าของวันๆก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ
คอยระวังไม่ให้หมากัดกันอย่างเดียว จากที่เคยปล่อยให้วิ่งเล่นกันอย่างอิสระ
ตอนนี้ขังกรงบ้าง ล่ามไว้แทบทุกมุมบ้าน ไปไหนก็ไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีไอ้พวกสายที่นิ่งๆนี่ก็วันๆไม่ทำอะไรกินแล้วก็นอน
ให้ทำกิจกรรมอะไรก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง สรุปว่าเลี้ยงหมาพิตบูลเยอะแต่ไม่เคยรู้เลยว่า
ความเป็นสุดยอดสุนัขของพิตบูลจริงๆแล้วเป็นอย่างไร
มาถึงเรื่องอาหารสำเร็จรูปหน่อยดีกว่า เนื่องจากมีคนถามเข้ามาตลอด
เคยตอบในกระทู้ก็หลายหนแล้ว อาหารเม็ดสำเร็จรูป เขาทำมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนยุคใหม่
ที่มีแต่ความเร่งรีบ ขนาดอาหารตัวเองยังกินนอกบ้านเลย การจะมานั่งหุงหาอาหารให้หมานี่ก็คงยุ่งยากไม่ใช่เล่น
การใช้อาหารสำเร็จรูปจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด และอาหารสำเร็จรูปเขาก็พยายามใส่ทุกอย่างลงไปให้ครบ
เพื่อที่ผู้ใช้จะได้ไม่ต้องผสมอะไรลงไปอีกให้ยุ่งยาก แต่ก็ธรรมดาอาหารปรุงใหม่ๆ
ความนุ่มความหอม ความน่ากินมันมากกว่า อาหารเม็ดมันแห้งๆ กินไม่ลื่นคอหมาจึงไม่ชอบ
คราวนี้ละเจ้าของบางท่านจึงต้องหาอะไรมาผสมเพื่อให้หมามันกิน คราวนี้ละพอหมามันรู้ว่าหากมันไม่กินเจ้าของก็ต้องหาอะไรมาผสมให้มันกิน
มันก็จะกลายหมากินยากในที่สุด
แต่การที่จะหวังว่าอาหารเม็ดจะเป็นอาหารที่ดีที่สุดก็คงไม่ได้ เพราะบรรดาอาหารหลากหลายยี่ห้อที่วางขายอยู่
ก็ใช้วัตถุดิบแตกต่างกันไป เราเป็นผู้ใช้จึงต้องศึกษาฉลากให้ดีก่อน
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไร สารอาหารหลักๆก็พวกโปรตีน ไขมัน
ไวตามิน เกลื่อแร่ต่างๆ สิ่งสำคัญคือดูแหล่งที่มาของสารอาหารเหล่านั้น
โปรตีนจากเนื้อสัตว์จะย่อยได้ง่ายและมีประโยชน์ต่อตัวสุนัขมากกว่าโปรตีนจากพืช
โปรตีนจากเนื้อล้วนๆก็ย่อมดีกว่าจากเศษเนื้อและเครื่องใน แต่แน่นอนคงไม่มีใครเอาเนื้อล้วนๆอย่างที่ในโฆษณาเอามาโชว์ให้เราดูมาผลิตอาหารหมาหรอกครับ
อย่าให้เขาหลอกเราต่อไปเลย มันมีเนื้ออีกประเภทที่เหลือจากกระบวนการแปรรูปอาหารเขาเอามาป่นเป็นผง
เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญสำหรับอาหารสัตว์ และอาหารจากต่างประเทศมันก็ไม่ได้ดีกว่าอาหารในบ้านเราเสมอไปหรอกครับ
การอยู่ในภูมิประเทศแตกต่างกัน ความต้องการสารอาหารก็ย่อมแตกต่างกัน
สิ่งสำคัญอีกอย่างที่เรามักมองข้าม เนื่องจากบ้านเราอากาศค่อนข้างร้อน
หมาในบ้านเราจึงกินอาหารได้น้อยกว่าหมาที่อยู่ในเขตหนาว เราจึงต้องมีการประยุกต์สูตรเพื่อให้เขาได้รับสารอาหารในปริมาณที่พอเพียง
จุดสำคัญที่อาหารจากต่างประเทศมันแพ้เราก็ตรงนี้ละครับ ยิ่งเรื่องความสดใหม่นี่อาหารที่ผลิตในประเทศยังงัยก็ได้เปรียบอยู่แล้วครับ
หลายครั้งผมอาจจะออกอาการไม่พอใจ ที่คนชอบดูถูกฝีมือคนไทย โดยเฉพาะเรื่องอาหารสัตว์
ทั้งๆที่บ้านเราเป็นครัวของโลก วัตถุดิบแทบทุกชนิดมีในบ้านเราทั้งนั้น
และเทคโนโลยี่การผลิตอาหารสัตว์บ้านเราก็พัฒนาไปไกลแล้ว โรงงานในบ้านเรามีทั้งผลิตในยี่ห้อตัวเองและรับจ้างผลิตในยี่ห้ออื่นส่งขายไปไม่รู้กี่ประเทศ
ใครที่ยังฝันว่าหมาตัวเองได้กินอาหารที่ผลิตจากต่างประเทศแท้ๆก็ไม่เป็นไร
ลองคิดดูเล่นๆ อาหารหมาผลิตที่ต่างประเทศ ทั้งค่าแรงค่าขนส่ง กว่าจะมาถึงบ้านเราราคาก็เพิ่มขึ้นอีกโข
และสิ่งที่ผมไม่เข้าใจอีกอย่างก็คือ พอเจออาหารไทยราคาถูกกว่าก็ชอบคิดว่าคุณภาพคงสู้ของนอกไม่ได้อยู่เรื่อย
ความจริงแล้วน่าจะดีใจที่มีคนทำของดีราคาถูกมาให้ใช้ ฉะนั้นหากใครยังมีความเชื่อว่าอาหารหมาที่ดีต้องมาจากต่างประเทศก็ตามใจ
ผมมีคำแนะนำอีกอย่างสำหรับคนที่พยายามบังคับให้หมากินอาหารเม็ดด้วยการพยายามผสมทั้งเนื้อทั้งนมลงไปในนั้น
ผมว่าถ้าจะให้ดีทำไมไม่ให้เขากินเนื้อหรือนมหรือไข่เปล่าๆไปก่อนเลย
เพราะจะได้ประโยชน์และคุณค่าจากสิ่งเหล่านั้นมากกว่า จากนั้นค่อยให้กินอาหารเม็ดต่อ
ส่วนเขาจะกินหรือไม่ก็ไม่ต้องไปสนใจ มันหิวมันก็กินเอง หมาก็กลัวอดตายเหมือนกัน
ผมเลี้ยงหมามานาน ใหม่ๆก็เจอปัญหาหมาไม่กินอาหารเหมือนกัน ตอนหลังงานชักยุ่งไม่มีเวลาเหมือนเมื่อก่อน
วางอาหารเปล่าๆทิ้งไว้เฉยๆ กลับมาที่ไรก็เห็นเกลี้ยงทุกที เดี๋ยวนี้จึงไม่เคยสนใจเลย
ถ้าอาการปกติไม่ป่วยไม่ไข้ไม่กินก็อย่ากิน มันหิวมันก็กินเอง หมาผมที่บ้านทุกตัวตอนนี้จึงไม่เรื่องมากเรื่องกินอีกเลย
สุดท้ายก่อนจากก็ต้องขอคุณทุกท่านที่ให้การติดตามและสนับสนุนผมด้วยดีเสมอมา
ทั้งการติดตามอ่านบทความเป็นกำลังใจให้เสมอมา และเรื่องอาหารสุนัข
ที่เดือนที่แล้วขายดีมากจนของขาดหรือส่งไม่ทันต้องขออภัยจริงๆครับ
อาจจะเป็นเพราะว่าน้ำมันแพง จึงมีคนโทรมาสั่งให้ไปส่งเยอะขึ้นจนผลิตไม่ทัน
และอีกอย่างต้องขอความร่วมมือนิดหนึ่งสำหรับบางท่าน อยากให้เข้าใจนะครับ
เราพยายามควบคุมราคาเพื่อให้ท่านได้ของมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
แต่การสั่งของแล้วจะให้ส่งทันใจกับสภาพการจราจรในกรุงเทพฯ นี่มันไม่ง่ายเลย
และคิดดูนะครับการบริหารต้นทุนให้อาหารราคาถุงละ 450 แต่มีบริการส่งให้ถึงบ้านนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ
น้ำมันก็ขึ้นราคาทุกวัน ใครที่ส่งของให้ช้านิดหน่อยแล้วไม่รอนี่ผมก็จนใจจริงๆครับ
มีหลายท่านที่ให้เราก็ไปเก้อเพื่อส่งอาหารแค่ถุงเดียวคิดดูเองนะครับ
และท่านที่โทรมาแล้วผมไม่สะดวกคุยก็ต้องขออภัยไว้ ณที่ตรงนี้อีกครั้ง
คำถามบางคำถามต้องรวบรวมเอามาตอบพร้อมกันในบทความนี้เลย แต่อาจจะเขียนตรงๆไม่ได้มันน่าเกลียดครับ
ผมพยายามจะแยกหน้าที่ระหว่างการเป็นนักเขียนกับธุรกิจส่วนตัว แต่บางทีมันก็แยกจากกันลำบาก
จึงอาจจะมีหลุดๆปนออกมาบ้างคิดว่าท่านผู้อ่านคงให้อภัยนะครับ ฉบับนี้ก็ขอฝากไว้เพียงเท่านี้
ก็หวังว่าท่านผู้อ่านคงได้ประโยชน์จากบทความผมบ้าง ไม่มากก็น้อย
พบกันใหม่ฉบับหน้าสวัสดีครับ
|