| สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน
พบกันเป็นประจำอีกครั้งกับบทความมันส์ๆจาก พิทบูลโซนด๊อทคอม ประจำเดือนนี้
ช่วงนี้น่าจะถือได้ว่าเป็นช่วงขาขึ้นแบบสุดๆของวงการสุนัขพิทบูลในบ้านเรา
ผมสังเกตเอาจากข่าวสารและโฆษณาเกี่ยวกับสุนัขพิทบูลที่อัดแน่นกันอยู่ในฉบับที่แล้ว
ท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนพิทบูลตัวจริงคงถูกใจ ที่มีแหล่งข้อมูลเกิดใหม่ให้สามารถเลือกเสพกันได้มากขึ้น
ไม่ว่าจะเกี่ยวกับสายใช้งานหรือสายโชว์ ไม่แน่อนาคตสวนจตุจักรของเราอาจกลายเป็นนิตยสาร
Gazette Magazine ของเมืองไทยก็เป็นได้
เกือบยี่สิบปีแล้วที่ผมเริ่มเลี้ยงสุนัขสายพันธ์ต่างประเทศมา ผมรู้สึกว่าเพื่อนๆในวงการพิทบูลนี่จะเหนียวแน่นที่สุด
ไม่ค่อยจะยอมหนีไปไหน บางคนถึงแม้จะไม่มีโอกาสได้ออกมาสุงสิงกับใครแต่ถ้าแอบไปดูที่บ้านก็มักจะพบว่ายังมีสุนัขพิทบูลเป็นเพื่อนคู่กายเสมอ
และก็มีอีกกลุ่มที่ถึงแม้ว่ายังไม่ได้เลี้ยงแต่ก็ติดตามสอบถามกิจกรรมเกี่ยวกับพิทบูลจากผมเสมอ
หากจะพูดว่าในกระบวนการคนรักสุนัขนี่ หากใครได้รู้จักพิทบูลหรือได้เสพคุณลักษณะพิเศษของมันเข้าไปแล้วโอกาสที่จะถอนตัวนี่ยากมาก
ตัวผมเองก็เช่นกันตอนนี้ก็ยังชอบสุนัขอยู่หลายพันธ์ แต่ถ้าจะให้เลือกเลี้ยงนี่ก็คงต้องเป็นพิทบูลเท่านั้น
ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าพิทบูลเป็นสุนัขที่ดีที่สุด แต่มันเหมาะกับตัวเรามากที่สุดมากกว่า
และก็เช่นกันวงการพิทบูลนี่ก็ได้เปิดโอกาสให้ผมได้เจอกับบุคคลจากหลากหลายวงการ
ล่าสุดมีคนโทรเข้ามาสั่งของ ผมก็ถือวิสาสะรับสายแทน มาทราบภายหลังเป็นท่านเป็นข้าราชการและตำแหน่งก็ไม่ใช่เล็กเลยครับ
เจอแบบนี้ก็อดดีใจไม่ได้ ทำให้อดนึกถึงพวกที่ชอบลงข้อความด่าชาวบ้านตามเว็บบอร์ดว่าระวังจะเจอตอนะครับ
คนเลี้ยงพิทบูลนี่มาจากทุกชนชั้นอาชีพ และที่ผมมีโอกาสได้คุยด้วยนี่
แต่ละท่านยืนยันว่าบิ๊กๆแทบทั้งนั้นครับ
เมื่อหลายวันก่อนได้เข้าไปแสดงความเห็นในเว็บบอร์ด เห็นพวกเราบางทีก็ใจร้อนกันจริงๆ
ผมก็อยากเตือนว่าพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงกันบ้างก็จะดีมาก
ความคิดเห็นไม่ตรงกันก็ไม่จำเป็นต้องเกลียดกันเลยครับ ความชอบของแต่ละคนมันเป็นเรื่องที่บังคับกันยาก
แต่ท้ายที่สุดแล้วเราก็เป็นคนชอบหมาเหมือนๆกัน อย่างเรื่องสุนัขสายกัดนี่
ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบนะครับ ที่ผมชอบพิทบูลในทุกวันนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากสายกัดนี่ละครับ
เพื่อนผมหลายคนก็เป็นเซียนกัดตัวยงเลย แต่การดำเนินชีวิตประจำวันของผมในเวลานี้
จะให้เลี้ยงสายกัดเพียวๆเลยนี่คงไม่เหมาะ
ส่วนเรื่องที่ว่าผมต่อต้านสายกัดนี่ก็เหมือนกัน ขอชี้แจงตรงนี้อีกครั้งนะครับ
การไม่สนับสนุนกับการต่อต้านนี่ความหมายมันแตกต่างกันอย่างมากครับ
ผมยอมรับอย่างเปิดเผยว่า ผมไม่สนับสนุนให้มีการนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดมาต่อสู้กัน
แต่ก็ยอมรับว่าเมื่อก่อนผมชอบไก่ชนมากๆ และทุกวันนี้พี่ชายผมก็เลี้ยงไก่ชนอยู่
แต่ระยะหลังๆนี่มันเริ่มโหดมากขึ้น มีการใช้ยาใช้สารเคมีและยากระตุ้น
ไม่ใช่ว่ากันด้วยความสามารถของสัตว์แต่เพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อสมัยก่อน
ไก่ดีๆหลายตัวแพ้เพราะน้ำเลี้ยง หรือแพ้เพราะเทคโนโลยี่ การชนไก่สมัยนี้จึงไม่ค่อยสนุก
สมัยก่อนอย่างดีก็ว่ากันที่สมุนไพรกับว่าน เดี๋ยวนี้ไก่ชาวบ้านที่ว่าเก่งๆเจอกับไก่จากซุ้มใหญ่ๆ
โอกาสชนะยากมาก ส่วนมากแพ้เพราะแรงโด๊ป
ส่วนการกัดสุนัขนี่ก็เหมือนกัน มีหมาเก่งหากทำหมาไม่เป็นโอกาสแพ้สูงครับ
เพื่อนผมหลายท่านก็ยังเคยชวนไปดูบ่อยๆ แต่ชวนมาแล้วหลายครั้งผมก็ยังไม่ไป
ท้ายที่สุดตอนนี้ขอไปเขาก็ไม่ยอมให้ไปแล้ว และการที่ไม่สนับสนุนการกัดสุนัขนี่เป็นแค่แนวคิดส่วนบุคคล
แต่จะให้ไปต่อต้านอย่างออกนอกหน้านี่ ผมว่าขอผมอยู่เฉยๆดีกว่า ไม่อยากหาเหาใส่หัวครับ
การลักลอบเล่นการพนันชนไก่กับการลักลอบเล่นเดิมพันกัดสุนัข ถึงมันจะดูเป็นเรื่องโหดร้ายแต่มันก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล
แต่คงไม่ร้ายแรงเท่าพวกโกงกินบ้านเมืองหรือพวกค้ายาบ้า ที่สำคัญผมเป็นแค่บุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของเว็บเกี่ยวกับสุนัขพิทบูล
และแค่เขียนบทความเป็นงานอดิเรก ไม่ใช่นิติบุคคลเหมือนองค์กรที่ตั้งขึ้นมาอย่างเป็นทางการ
เช่นสมาคมพิทักษ์สัตว์ที่ต้องดำเนินการรณรงค์ในเรื่องนี้อย่างเต็มรูปแบบ
ในอดีตบทความผมก็มีบ้างที่มักจะพาดพิงไปที่เรื่องของหน่วยงานหรือตัวบุคคลที่เป็นของสาธารณะ
แต่อันนี้ต้องเน้นไปที่เฉพาะตัวบุคคลและเฉพาะเรื่อง ไม่ได้เหมาเอาคนทั้งองค์กร
และผมก็ออกตัวเสมอๆ หากว่าบทความผมไปกระทบกับหน่วยงานใด ก็ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า
ผมแสดงความคิดเห็นในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่ง หากมีกรณีใดที่เป็นเรื่องสาธารณะแล้วผมไม่เห็นด้วยก็ต้องของร่วมแสดงความคิดเห็นบ้าง
แต่ก็ขอบอกไว้เลยว่าผมเองก็มีเพื่อนฝูงที่สนิทกันมากๆอยู่ในกลุ่มที่ผมแตะต้องอยู่เสมอๆ
และนอกจากนี้ยังมีญาติพี่น้องที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานเหล่านั้นทั้งเกือบสิ้น
ล่าสุดลมออกหูกำลังขับรถกลับบ้านตอนประมาณสี่ทุ่ม ฟังข่าวเขาบอกว่ามีคนเสนอจะให้ปิดปั๊มก่อนสี่ทุ่ม
โธ่อ้ายเวรคราวที่แล้วตูต้องนอนข้างทางก็เพราะหาที่เติมน้ำมันไม่ได้
โชคดีไม่ถูกปล้น แต่ก็มีข่าวที่น้องนักศึกษาหญิงรายหนึ่งไม่โชคดีอย่างผม
ที่ถึงกลับโดนขมขืน แม่งเสนอมาตรการอะไรออกมาไม่เคยคิดเลย คนที่เสนอมันอาจจะเดินทางโดยเครื่องบิน
แถมบินฟรีด้วยคงไม่เดือนร้อน แต่ชาวบ้านที่ต้องเดินทางช่วงกลางคืนจะทำอย่างไร
เช่นคนที่ต้องขนสินค้าการเกษตรที่ต้องอาศัยการเดินทางในช่วงกลางคืนคงลำบากน่าดู
และก็ไม่รู้ว่ามันจะประหยัดได้อย่างไร ของมันต้องใช้และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน
ถึงไม่เติมตอนกลางคืนมันก็ต้องเติมตอนเช้าอยู่ดี
หากคิดจะประหยัดจริงๆมีเรื่องอีกเยอะที่ทำให้ประหยัดได้ เอาแค่ง่ายๆ
อย่างทุกวันนี้ผมเจอเป็นประจำบนทางด่วนตอนเช้าขณะขับรถไปทำงาน เห็นแล้วคันหัวใจจริงๆ
มีรถคันหนึ่งที่วิ่งแล้วต้องมีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจนำ ใครขวางตำรวจที่นำก็เปิดไฟไล่
ผ่านด่านก็ไม่ต้องเสียค่าผ่านทางด้วย ผมก็ไม่เข้าใจถึงความจำเป็นว่าทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย
กลัวประชาชนจะเดือดร้อนกันไม่พอหรืออย่างไร ต้อนเช้าชั่วโมงเร่งด่วนใครก็รีบกันทั้งนั้น
มีรถเป็นพันคันที่สามารถรอคิวได้ แต่ว่าท่านเพียงคันเดียวทำไมรอคิวไม่ได้
เสียดายที่รถติดฟิมล์ดำไปหน่อยเลยไม่มีโอกาสได้เห็นหน้า ท่านครับหากอาสาเข้ามาทำงานให้ประชาชนแล้วกลัวลำบากก็อย่าอาสาเข้ามาเลยครับ
ไม่มีใครบังคับ สิ่งที่ท่านทำอยู่ไม่ใช่เรื่องโก้เก๋เลย ประชาชนด่าตามหลังกันเป็นพรวนเชื่อผมเถอะครับ
อีกเรื่องที่เห็นความไม่เข้าท่าของบางองค์กร ที่ไปประท้วงเรื่องบริษัทเหล้าเข้าตลาดหลักทรัพย์
อันนี้ผมว่ามันส่งผลกระทบกับประเทศชาติน้อยกว่า การเอาไฟฟ้าเข้าตลาดหุ้นเสียอีก
เหล้าเราไม่ดื่มก็ไม่ต้องไปซื้อไม่มีใครบังคับเราได้ แต่ว่าไฟฟ้าประปาของพวกนี้มันจำเป็น
จะถูกจะแพงอย่างไรก็ต้องใช้ ผมจึงไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์เลย
แต่ทำไมการประท้วงหรือต่อต้านกลับมีน้อยมาก อีกไม่นานประชนคงได้ใช้ไฟแพงสมใจแน่ๆ
เหมือนสมัยก่อนบริษัท ปตท ที่เคยโฆษณาโชติช่วงชัชวาล เป็นบริษัทน้ำมันของคนไทย
คนไทยก็ฝันหวานว่าจะได้ใช้น้ำมันราคาถูก แต่ตอนนี้เป็นอย่างไรละ
ฟาดกำไรพุงกาง ประชาชนได้อะไรบ้างจากการนำ ปตท เข้าตลาดหุ้น น้ำมันก็ยังแพงอยู่ดี
นอกเรื่องไปพอควรกลับเข้ามาเรื่องหมาต่อดีกว่า ช่วงนี้มีสายใหม่ๆเข้ามาให้เลือกเล่นกันมากขึ้น
ใครชอบแบบไหนก็มีโอกาสได้เลือกกันอย่างจุใจ แต่ผมก็อยากเตือนสติถึงคนที่กำลังมองหาสุนัขคู่กายอยู่ในขณะนี้ว่า
ควรใช้เวลาพิจารณาให้รอบคอบ เงินอยู่ในกระเป๋าเรา อย่างไรก็เป็นของเรา
เรื่องเสียเงินจะเสียเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เสียไปแล้วเอาคืนยาก ฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจควักเงินให้ใคร
พิจารณาทบทวนดูหลายๆครั้ง เราซื้อด้วยอารมณ์หรือว่าเหตุผล สุนัขเป็นสิ่งมีชีวิตได้เข้ามาแล้วต้องรับผิดชอบ
จะเอาไปทิ้งๆขว้างๆไม่ได้นะครับ
ตอนนี้ที่บ้านผมเลี้ยงพิทบูลอยู่สามตัว กับคนแปลกหน้านี่เข้ามาใกล้รั้วไม่ได้เลย
แต่กับคนในบ้านนี่มันเชื่องยิ่งกว่าลูกแมว แต่อย่างไรก็ตามผมไม่แนะนำให้ปล่อยเด็กตัวเล็กๆอยู่กับพิทบูลตามลำพัง
เนื่องจากมันเป็นหมาที่ค่อนข้างบ้ากำลัง โดยเฉพาะเวลาที่มันกำลังหยอกกัน
มันเล่นแรงมาก อาจจะไปชนเด็กล้มทำให้เกิดอันตรายได้ ผมเคยดุเจ้าซินเดอร์สุนัขพิทบูลเพศเมียที่ผมเลี้ยงไว้ครั้งหนึ่ง
สาเหตุเพราะมันวิ่งชนลูกสาวผมกระเด็นเลย ต่อมาภายหลังทุกวันนี้เวลามันเข้าใกล้ลูกผมมันจะเข้ามาอย่างนุ่มนวล
หรือเวลาลูกผมเดินเข้าไปจับมันจะรีบหมอบลงทันที เจ้าแคชนี่ก็สบายใจได้เวลาอยู่กับเด็กๆ
เพราะมันค่อนข้างใจดีแต่ขี้อ้อนมากไปหน่อยจนบางทีรู้สึกรำคาญ มันล้อมหน้าล้อมหลังจนบางทีชนลูกผมล้มเสมอต้องคอยดุ
ตัวที่ต้องระวังคือไทเกอร์ เนื่องจากเจ้านี่ไม่ค่อยฟังใครนอกจากผม
อยู่บ้านเวลาปกติมันค่อนข้างสุขุม ไม่ค่อยเล่นและไม่เห่า แต่เวลามีแขกมาบ้านใหม่ๆจะชอบโชว์และมันค่อนข้างบ้ากำลังและเล่นแรง
แต่ก็จะเล่นแค่พักเดียวหลังจากคุ้นเคยแล้วก็จะหยุด ใครจะจับตัวไทเกอร์ก็ต้องช่วงเวลานี้
เพราะจากนั้นอีกไม่นานมันจะไม่ยอมให้จับแล้ว เพราะเจ้านี่จะหวงตัวมาก
ผมจะปล่อยให้ลูกผมออกมาเล่นกับสุนัขตอนเช้าๆวันหยุด ก่อนอาบน้ำ แต่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ลูกผมเขาค่อนข้างคุ้นเคยกับหมาทุกตัวที่บ้าน และเป็นเด็กที่ไม่กลัวสุนัข
ผมจึงต้องระมัดระวังมากกว่าปกติเวลาพาออกนอกบ้าน เนื่องจากเขาไม่กลัวหมา
จึงต้องคอยบอกเสมอว่า เวลาเจอหมาแปลกหน้านอกบ้าน อย่าเข้าไปใกล้หรืออย่าไปจับ
เพราะมันอาจกัดเอาได้ แต่เวลาอยู่ในบ้านผมจะปล่อยให้เขาเล่นกันตามสบาย
ลูกผมชอบมากที่จะเอาอาหารไปป้อนใส่ปาก บางทีก็เอาอาหารเม็ดไปยัดใส่ปากบังคับให้หมากิน
หมาที่บ้านจึงคุ้นเคยกับลูกผมดี
มาถึงเรื่องกิจกรรมของพวกเราบ้าง การแข่งลากน้ำหนักช่วงนี้เงียบๆไป
แต่ก็ยังเห็นมีข่าวการรวมตัวของแต่ละกลุ่มเป็นระยะๆ รู้สึกดีใจที่พวกเรายังเหนียวแน่นอยู่เช่นเคย
ผมคาดว่าจะจัดอีกสักครั้งประมาณเดือนพฤศจิกายน อาจจะวันอาทิตย์ที่13
หรือไม่ก็ อาทิตย์ที่ 20 แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของพวกเราด้วย
หากมีคนส่งหมาเข้าแข่งก็จะจัดให้ ถ้าไม่มีก็คงต้องงด ตอนนี้ก็มีเวลาอีกเดือนกว่าๆ
ใครที่อยากเข้าร่วมช่วยแจ้งความจำนงแต่เนิ่นๆด้วยครับ ที่ 01 648
3698 แต่ขอเป็นนอกเวลาราชการนะครับ หากจะกรุณาช่วยส่งรายละเอียดเกี่ยวกับสุนัขของท่านมาเลย
หากแนบรูปถ่ายมาด้วยก็ยิ่งดี ส่งมาทางจดหมายก็ได้ ที่ 42/302 ถนนนิมิตใหม่
แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 หากมีคนฝึกหมาไว้พร้อมก็จะจัดให้
เพราะเห็นมีคนสั่งชุดลากน้ำหนักไปเยอะ ก็ไม่ทราบว่าฝึกกันถึงไหนแล้ว
งานแค้มปิ้งก็ข่าวว่ามีการนัดแนะกันเรียบร้อยแล้ว แต่กว่าหนังสือจะออกงานก็คงจบไปแล้ว
แต่อย่างไรก็ตามจะพยายามนำรูปมาลงให้ชมในฉบับหน้าครับ
อีกเรื่องที่อยากเขียนถึงมากก็คือเรื่องโภชนาการสุนัข เพราะมีคนกังวลและสอบถามเข้ามามาก
โดยเฉพาะเกี่ยวกับอาหารสุนัขสำเร็จรูป ผมขอตอบแบบกลางๆโดยไม่เอ่ยถึงยี่ห้อใดๆทั้งสิ้นนะครับ
อาหารสุนัขสำเร็จรูปเกรดพีเมี่ยมทุกยี่ห้อ พีเมี่ยมในความหมายของผมก็คือ
อาหารพีเมี่ยมเกรดจริงๆ ไม่ใช่พีเมี่ยมแค่ฉลากหรือคำโฆษณา อาหารราคาแพงหรืออาหารนำเข้าไม่จำเป็นต้องเป็นเกรดพีเมี่ยมเสมอไป
อาหารบางยี่ห้อเขียนข้างถุงว่าเป็นพี่เมี่ยมแต่ความจริงแล้วไม่ใช่
และมีบางยี่ห้อที่โม้ขนาดว่าเป็นซูเปอร์พีเมี่ยม เออเอาเข้าไปคงกลัวคนไม่เชื่อว่าเป็นพีเมี่ยมจริง
วิธีสังเกตอาหารเกรดพีเมี่ยม เขาให้ดูที่วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต
จะต้องระบุอย่างชัดเจนถึงแหล่งที่มาของสารอาหาร เช่นโปรตีนจากไก่เป็นหลักก็ระบุมาตรงๆเลย
ไม่มีการใช้คำว่าไก่หรือเนื้อหรือปลาป่นหรือถั่ว อาหารเกรดธรรมดาที่เขาเขียนแบบนี้เพราะอะไรก็ได้ที่ช่วงนั้นหาได้ง่ายหรือราคาถูกเขาก็จะเอามาใช้ในการผลิต
ผมยืนยันและมั่นใจว่าหากเป็นพีเมี่ยมเกรดจริง เขาใส่สารอาหารหลักๆที่จำเป็นต่อตัวสุนัขมาให้อย่างครบถ้วนอยู่แล้ว
และคุณภาพไม่ค่อยแตกต่างกันครับ เลือกเอายี่ห้อที่เราชอบได้เลย ที่แตกต่างกันส่วนมากจะเป็นเรื่องราคาเสียมากกว่า
เพราะสารอาหารแทบทุกอย่างที่สุนัขต้องการก็มีอยู่ในวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตนั่นละครับ
ส่วนการโฆษณาว่าผสมสารอาหารชื่อแปลกๆที่มีสรรพคุณว่าช่วยป้องกันนั่นช่วยรักษานี่
พวกนี้เป็นการสร้างจุดขายเท่านั้น อย่าไปเชื่อมาก ขอยกตัวอย่างนะครับ
อย่างชาเขียวที่ตอนนี้กำลังฮิตๆนี่ก็เหมือนกัน เขาว่ากันว่ามีสารช่วยป้องกันมะเร็ง
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนกินชาเขียวจะไม่เป็นมะเร็ง หรือว่าคนเป็นมะเร็งกินชาเขียวแล้วจะหาย
เพราะในความเป็นจริงถ้าสุนัขได้รับโภชนาการที่ครบถ้วนถูกต้อง มันก็จะมีสุขภาพดีและไม่ค่อยเป็นอะไรอยู่แล้ว
หากใครโฆษณาว่าผสมสารตัวนั้นตัวนี้ กินแล้วทำให้กล้ามขึ้นและโตไวกว่าปกติ
หรือว่ากินแล้วจะช่วยรักษาอาการโน้นอาการนี้ ผมว่าขี้โม้ทั้งเพ อย่าไปเชื่อครับ
อาหารนะครับไม่ใช่ยาวิเศษ
หมาป่วยควรพาไปหาหมอ ไม่ใช่มาหวังพึ่งเอาจากอาหาร ไม่มีใครบ้าผสมยารักษาโรคลงไปในอาหารหมาตลอดเวลาหรอกครับ
ยาทุกชนิดกินมากๆมันจะดีได้อย่างไร หากใครโฆษณาแบบนั้นแสดงว่าหมาปกติห้ามซื้อไปกินโดยเด็ดขาด
เขาใช้สำหรับหมาป่วยเท่านั้น มีบางท่านหมาป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก
โทรมาถามผมว่าใช้อาหารยี่ห้อหนึ่งจะทำให้หายหรือเปล่า ถามแบบนี้ไม่รู้ว่าต้องการยุให้คนตีกันหรือเปล่า
ผมก็บอกไปว่าหากยี่ห้อนั้นมันรักษาโรคได้จริงก็คงไม่มีใครพาหมาไปหาหมอแล้ว
ให้กินอาหารวิเศษยี่ห้อนั้นเลย และหากมีจริงโรงพยาบาลหมาคงเจ๊งเป็นแถบๆละครับ
โรคบางโรคผ่าตัดยังไม่ค่อยจะหายเลย แค่กินอาหารมันจะช่วยรักษาได้อย่างไรจริงไหมครับ
หมามันก็เหมือนคนที่ต้องการสารอาหารครบถ้วนเหมาะแก่การดำรงชีวิตประจำวัน
การเจริญเติบโตสิ่งสำคัญมาจากสายพันธ์ครับไม่ใช่อาหาร นอกจากนี้หมายังต้องการการออกกำลังกาย
ต้องการแสงแดดบ้าง คือให้มีโอกาสวิ่งเล่นกลางแจ้งบ้างไม่ใช่อยู่แต่ในบ้านหรือในกรงทั้งวัน
และไม่แนะนำให้นำหมาไปล่ามตากแดดอย่างเด็ดขาดอาจถึงตายเลยนะครับ
หมาที่ขนร่วงหรือเป็นโรคผิวหนังที่ผมเจอมามีสาเหตุจากเจ้าของเลี้ยงดีเกินไป
ไม่เคยโดนดิน ไม่เคยโดนแดด เช็ดตัวทุกวันจนผิวหนังอับชื้น ยิ่งเช็ดยิ่งร่วง
หาสาเหตุไม่ได้ก็พาลมาโทษอาหารซะเลย บางทีขี้เหม็นก็โทษอาหารอีก
เออเอาเข้าไปคนหนอคน ขี้ใครหอมมั่งฟะ ให้กินดอกไม้ขี้ยังไม่หอมเลยคุณ
หัดใช้เหตุผลกันบ้าง คนเองก็เช่นกันเจ็บป่วยยังต้องไปหาหมอไม่ใช่หวังพึ่งจากอาหาร
หรือหากต้องการความสบายใจมากขึ้น การพาหมาไปตรวจร่างกายและฉีดวัคซีนโดยสม่ำเสมอน่าจะเป็นวิธีป้องกันการเกิดโรคที่ดีที่สุดครับ
เพราะโรคหลายโรคมันรักษาไม่ได้หรือหายยาก ไม่ว่าจะไข้หัด ลำไส้อักเสบ
พิษสุนัขบ้า ฯลฯ
ฉบับนี้คงต้องจบลงที่ตรงนี้ เขียนมาซะยืดยาวแต่มีเรื่องหมาอยู่หน่อยเดียว
แต่ก็ยังแอบหวังว่าท่านผู้อ่านน่าจะได้ประโยชน์จากบทความอันนี้บ้างไม่มากก็น้อยละครับ
การอ่านหนังสือแล้วคิดตามด้วย จะช่วยทำให้เรามีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้นและได้ความรู้มากขึ้น
ผมเองก็ชอบการอ่านเพื่อช่วยพัฒนาความรู้ของตัวเอง การเรียนรู้มันไม่มีวันจบสิ้นและการเรียนรู้ที่ดีที่สุดก็คือการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ซึ่งส่วนมากผมก็ได้มาจากการอ่านนี่ละครับ เราคงจะรอให้คนอื่นมาสอนให้เราตลอดเวลาเหมือนสมัยอยู่ในโรงเรียนคงเป็นไปไม่ได้
ยิ่งชีวิตในวัยทำงานคนที่เจริญก้าวหน้ากว่าคนอื่นก็คือคนที่รู้จักดิ้นรนเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ส่วนคนที่รอให้แต่คนอื่นเอามาป้อนให้นี่ชีวิตคงไปไม่ถึงไหนแน่ ผมเอาประสบการณ์จริงมาร่วมแชร์
ด้วยความเคารพ และโปรดอย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้บังอาจสอนท่านผู้อ่านนะครับ
พบกันใหม่ฉบับหน้าสวัสดีครับ
|