ผ่านไปด้วยดีอีกครั้งกับการร่วมชุมนุมพบปะสังสรรค์ของพี่น้องชาวพิทบูลที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา งานนี้เป็นการริเริ่มของน้องป๊อปจาก Elegant Kennel และพี่น้องชาวพิทบูลฝั่งพระรามสาม รวมถึงอีกหลายท่านที่คงไม่สามารถจะเอ่ยนามได้หมด แต่รวมๆแล้วนะจะเกินกว่า 50 ท่าน เพราะเท่าที่ทราบมาขนาดมีหลายท่านไม่ได้ร่วมค้างคืนห้องพักก็แทบไม่พอ และที่จะลืมไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลยก็คือ คุณปอ คุณเบิร์ด และคุณกวางในฐานะเจ้าบ้านที่ให้การต้อนรับ หมู่มวลสมาชิกของเราเป็นอย่างดี ขนาดกินเจอยู่ก็ยังมายืนย่างบาร์บีคิวให้พวกเราได้กินกัน งานนี้ก็มีสมาชิกเดินทางมาจากหลายท้องที่ มากสุดแน่นอนก็พี่น้องชาวกทม น้ากุ้ง เฮียใหญ่ คุณเต่า คุณรัตน์ คุณสมหมาย คุณเจอรรี่ คุณไอค์ ฯลฯ ไกลสุดก็คุณตี๋ มาสแตงค์ เดินทางมาจากเบตง จังหวัดยะลา ทางเหนือก็คุณตาลจากเชียงใหม่ ฝั่งอีสานก็ขาประจำ ครูเพิ่มและพี่คาวบอย พี่ทรงชัยก็มาจากฝั่งตะวันออกสัตหีบ หากตกหล่นชื่อใครไปบ้างก็ต้องขออภัยด้วยครับ
ซึ่งก่อนหน้าจะมีงานนี้ชมรมพิทบูลสะพานพระรามสาม เขาก็ได้มีการเปิดตัวจัดงานมีทติ้งที่สวนสมเด็จมาแล้ว งานวันนั้นผมก็โชคดีได้มีโอกาสไปร่วม น่าทึ่งมากมีพี่น้องพิทบูลมาร่วมงานกันหนาตา จนที่รอดรถแทบไม่พอ ต้องมาจอดที่ด้านนอก มีคนมาร่วมงานเป็นร้อยและมีการนำหมามาเดินโชว์ในงานอีกมากมาย มีการนำอาหารเครื่องดื่มมาทานร่วมกัน พี่ทรงชัยก็ขนเชื่อกเส้นยักษ์มาให้สมาชิกแข่งเกมส์ชักคะเย่อด้วย ผมเองร่วมลงแข่งและอยู่ในทีมจมูกแดง และก็แน่นอนด้วยแรงขับและคนมากกว่าจึงเอาชนะทีมบูลลี่ไปขาดลอย ฮา........ การจัดมี้ทติ้งในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นพลังความเหนียวแน่นของชาวพิทบูล ที่ตั้งใจมาร่วมงานมากเป็นพิเศษ ทั่งที่การนัดแนะกันก็เพียงแค่ลงโพ๊สข้อความไว้ในเว็บบอร์ด แต่ว่าคนมากันมากจนทำให้สถานที่แคบไปถนัดตา แต่สิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้ จากที่สังเกตเอา เนื่องจากมีจำนวนสุนัขมาร่วมงานอยากมากมายแต่ว่าผมไม่เห็นมีใครเตรียมไม้งัดปากมาบ้างเลย เพราะสิ่งนี้นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการแยกพิทบูล เพราะหากเกิดมีการหลุดออกมาต่อสู้กัน แต่อย่างไรก็ตามงานนี้ก็ผ่านไปด้วยดีและทุกท่านก็ได้ความสนุกสนานกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะแยกย้ายกันเมื่อตะวันเริ่มลับฟ้า
มาถึงงานที่เขาใหญ่ต่อ ท่ามกลางบรรยากาศอันชื่นมืน ผมเองก็ตามไปในวันที่สอง แต่ก็ยอมรับว่าแค่คืนเดียวก็รู้สึกประทับใจกับกิจกรรมแบบนี้มากๆ รู้สึกเป็นกันเองและสบายใจในการไปร่วมงาน นอกจากการสังสรรค์ก็ยังมีการบรรยายให้ความรู้แก่สมาชิกด้วย วันที่ผมไปคุณไอค์ก็ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการแข่งลากน้ำหนัก โภชนาการสำหรับสุนัข การคัดเลือกสุนัข โดยมีคุณเจอรรี่เป็นผู้แปลเป็นภาษาไทย ซึ่งการสัมมนาก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบวิทยากรฝรั่งเป็นผู้พูดและก็มีวิทยากรฝรั่งอีกนั่นละเป็นผู้แปล แต่ก็มีเสียงแซวจากผู้ร่วมสัมมนาว่า คุณไอค์พูดแค่ประโยคเดียวประมาณหนึ่งบรรทัด แต่ว่าคุณเจอรรี่ทำไมอธิบายได้ยาวจังประมาณห้าบรรทัด ฮา.......
ช่วงกลางคืนทานอาหารร่วมกันก็ยังมีของแจกของแถมมากมาย ทั้งอาหารยี่ห้อรอยัลคานินถุงใหญ่หลายถุง และชุดสุนัขปิคนิค สำหรับสมาชิกซึ่งสปอนเซอร์โดยคุณโก้ ผมเองก็โชคดีได้ชุดปิกนิกมาหนึ่งอัน ขอบอกเลยว่าถูกใจมากๆครับ ก็ขอให้ยอดขายดีๆนะครับ
จบงานสังสรรค์ที่เขาใหญ่พวกเราก็ยังมีงานอีกหลายงานจ่อคิวมาติดๆ เช่นวันที่ 5-6 พ.ย. นี้ พี่ทรงชัยของเราก็จัดมีทติ้งที่ ฐานทัพเรื่อสัตหีบ ในงานก็มีการแข่งด๊อกแรลลี่ และกิจกรรมระหว่างสุนัขกับเจ้าของด้วย คาดว่างานนี้ผมคงไม่พลาดเช่นเคย จบจากงานพี่ทรงชัยก็ต่อด้วยการแข่งลากน้ำหนักนัดส่งท้ายแห่งปี ในวันที่ 20 พ.ย. นี้ ที่ศูนย์ฝึกสุนัข ดีวัน ถนนกรุงเทพกรีฑา หรือหมู่บ้านักกีฬาฯ แถวถนนศรีนครินทร์ ซึ่งงานนี้ขอยืนยันว่าสนุกแน่ๆ เพราะแค่เปิดรับสมัครอาทิตย์แรกก็มีผู้ส่งสุนัขเข้าร่วมแล้ว /23 ตัว กว่าจะถึงวันงานคาดว่าเกิน 30 แน่ๆครับ และที่สำคัญแต่ละตัวก็ซุ่มซ้อมมาแล้วเป็นอย่างดี ที่น่าจับตามองก็คือคู่กัดตลอดกาลระหว่างเจ้าปื๊ด ศิษย์บังสิงห์จอมโว ที่ประกาศขอล้างตา บักเตี๊ย จังโก้ สิงห์อีสาน ของพี่คาวบอย ที่ไปพลาดท่าแพ้ไว้ที่อุดรเมื่อต้นปี คุณบังมั่นใจขนาดว่าจะจำนองร้านมือถือทั้งสองสาขาเทเงินลงเดิมพันทั้งหมด พี่คาวบอยก็เกทับกลับด้วยความมั่นใจเช่นกันว่า จะยืมบ้านครูเพิ่มหลังที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ที่ขอนแก่นลงเดิมพัน (แต่ไม่แน่ใจว่าครูเพิ่มแกมั่นใจเหมือนพี่คาวบอยหรือเปล่า เพราะทำไมไม่ยอมเอาบ้านตัวเองมาเดิมพัน ฮ่าๆๆ) แค่เริ่มต้นก็ดุเดือดเลือดพล่านขนาดนี้แล้ว วันงานคงมีจับวงนอกกันอุตลุตอีกหลายคู่ แต่ผมก็อยากเตือนครับจะแทงฝั่งไหนก็ไม่ว่าแต่อย่าลืมเก็บค่าแท็กซี่ไว้ตอนกลับบ้านมั่งเด้อ ฮา.........
ส่วนสภาพสนามแข่งครั้งนี้เป็นพื้นหญ้าแต่ล้อสำหรับรถลากอยู่บนพื้นปูน เป็นครั้งแรกที่เราทำสนามแบบมาตรฐานที่สุนัขจะลากได้สนุกที่สุด คือสนามหญ้าช่วยถนอมเท้าสุนัข พื้นปูนจะทำให้รถไม่ลื่นจนเกินไปเหมือนลากบนราง พอได้รู้ถึงสภาพสนามแบบนี้คุณจอห์นเจ้าของอดัมจากเชียงใหม่ถึงกับบอกมาว่า สนามแบบนี้ให้เตรียมน้ำหนักไว้เลยสองตันขึ้น เพราะแค่ตอนฝึกเจ้าอดัมก็ลากรถกระบะปลิวแล้ว สองตันจึงอาจไม่พอ ผมมั่นใจว่างานนี้จะเป็นการเริ่มจัดแบบเต็มรูปแบบจริงๆครั้งแรกของพวกเรา เพื่อรองรับกับงานใหญ่ในปีหน้าอีกอย่างน้อย 6 สนาม ที่จะมีการเก็บคะแนนชิงแชมป์ประเทศไทยด้วย
งานครั้งนี้เราเริ่มมีความพร้อมมากขึ้น ทั้งสนามแข่ง เจ้าของสุนัข เราจะเข้มงวดเรื่องกฎกติกา เพื่อให้ผลการแข่งขันออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด และที่สำคัญทุกครั้งที่เราจัดงานเราจะเริ่มตรงเวลา คือ แปดโมงเช้าประชุมกติกาสำหรับสุนัขที่เข้าแข่งขันพร้อมชั่งน้ำหนักเพื่อแบ่งรุ่น จะเริ่มแข่งประมาณเก้าโมงตรง ใครมาสายเราจำเป็นต้องตัดสิทธิการเข้าแข่งขัน เพราะว่าจำนวนสุนัขค่อนข้างเยอะและช่วงบ่ายอากาศจะร้อนมาก เราจะไม่มีการคอยเหมือนกับงานประกวด ใครที่สนใจจะมาชมหรือร่วมงานก็ขอความกรุณามาให้ตรงเวลาด้วยครับ
จบจากการแข่งขันช่วงบ่ายถึงเย็นเราก็ต่อด้วยงานมีทติ้งสังสรรค์ระหว่างสมาชิกทั้งหมด ทั้งผู้ส่งสุนัขเข้าแข่งขันและผู้ร่วมชมงาน ซึ่งจบการแข่งขันแล้วใครจะร่วมสนุกต่อก็ยินดีครับ งานนี้ตอนแข่งก็แบ่งฝ่ายเชียร์ตามอำเภอใจ จบงานแข่งก็ไม่มีฝ่าย แต่มาร่วมรับประทานอาหารและดื่มสังสรรค์กันตามอัธยาศรัย หากจะมีการเอาผลการแข่งมาแขวะกันเล่นบ้างเพื่อความสนุกสนานหรือความสะใจก็ไม่ว่ากัน แต่ยืนยันว่างานนี้จะมีแต่มิตรภาพระหว่างพวกเรา ไม่มีแบ่งสีแบ่งฝ่ายอย่างแน่นอน วันงานผมจะให้ทางศูนย์ฝึกเตรียมอาหารและเครื่องดื่มบางส่วน ที่สามารถจัดเตรียมได้ง่ายๆมาไว้สำหรับบริการท่านจะได้ไม่ต้องลำบากหอบหิ้วกันมาเอง ส่วนใครจะสะดวกนำมาเองก็ตามสบายครับ แต่ถ้าจะช่วยอุดหนุนซื้อจากทางศูนย์ฝึกเพื่อเป็นรายได้เล็กๆน้อยๆแก่เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฝึกที่ต้องเป็นธุระเก็บกวาดหลังงานเสร็จก็จะขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
กว่าห้าปีแล้วสำหรับชมรมคนรักพิทบูลของพวกเราช่วยกันฟันฝ่า และพยายามสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสุนัขพิทบูล มาถึงวันนี้ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า พวกเราเดินทางมาได้ไกลกว่าที่คิดเยอะครับ ตอนนี้ยังมีหลายท่านที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมกับพวกเรา ได้โทรมาถามถึงระเบียบการการสมัครสมาชิกของชมรมว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง และที่ตั้งชมรมอยู่ที่ไหน ผมก็บอกไปว่าชมรมเราไม่มีที่ตั้งและไม่มีการสมัครสมาชิกอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด แต่เราถือเอาว่าใครก็ตามที่สามารถปฏิบัติตามกฎง่ายๆของการเป็นเจ้าของสุนัขที่ดี โดยการเลี้ยงสุนัขอย่างมีความรับผิดชอบ เลี้ยงอย่างสร้างสรรค์และไม่สร้างปัญหาให้กับสังคม ก็ถือว่าท่านได้กลายสมาชิกของชมเราโดยสมบูรณ์แล้วครับ เมื่อชมรมเราจัดกิจกรรมเมื่อใดก็สามารถเข้ามาร่วมงานได้เลยครับ เพราะชมรมเราให้ความสำคัญกับสาระในการปฏิบัติมากกว่าการยึดติดในตัวเอกสาร ชมรมเราอาศัยการติดต่อกันผ่านทางเว็บบอร์ดและเราไม่มีการเก็บค่าสมาชิก การรวมตัวของพวกเราแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับความสมัครใจไม่มีการบังคับ เมื่อไม่มีเรื่องเงินเรื่องทองเข้ามาเกี่ยวข้อง เราก็ไม่ต้องมาระแวงซึ่งกันและกัน ไม่ต้องมีหัวโขนมาใส่ ไม่ต้องสมัครชิงตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งต่างๆได้โดยง่าย สิ่งนี้จึงทำให้ชมรมของเราดำเนินมาได้อย่างมั่นคงอย่างในทุกวันนี้งัยละครับ
ผมภูมิใจและดีใจมากที่กิจกรรมของพิทบูลได้รับการสานต่อจากกลุ่มและชมรมต่างๆ อย่างทุกวันนี้ อันนี้คือสาระสำคัญที่ผมตั้งใจไว้ ผมมั่นใจว่าปัญหาทุกอย่างมันเกิดจากคน แต่ว่าทำอย่างไรจะให้คนในกลุ่มมีคุณภาพ ทำอย่างไรจะลดการขัดแย้ง ผมไม่เชื่อเรื่องการสมัครสมาชิกว่าจะสามารถช่วยให้คนรวมตัวกันได้อย่างเหนียวแน่นจริง ผมว่ามันเป็นเพียงขั้นต้อนผูกมัดกันไว้แค่เรื่องเอกสาร แต่หากสมาชิกไม่ยอมรับกติกาของชมรมการเป็นสมาชิกก็ไม่เกิดประโยชนอะไรเลย เคยเหมือนกันที่มีคนพยายามผลักดันให้ผมทำเป็นระบบสมาชิก แต่ผมไม่สนใจ และผมเชื่อว่าจะเสียเวลาเปล่าๆ แต่ผมมั่นใจว่าหากเราผูกกันได้ด้วยใจ คนในกลุ่มมีคุณภาพ คราวนี้จะทำกิจกรรมใดๆก็สำเร็จ การสมัครสมาชิกจึงยังไม่จำเป็น และพิทบูลหากเราเลี้ยงแค่คนละตัวสองตัว ก็ยิ่งไม่มีความจำเป็นที่ต้องสมัครสมาชิก แต่หากจะทำเป็นการค้า เพื่อการพัฒนาหรือว่าหวังผลทางธุรกิจ การตั้งเป็นสมาคมเพื่อควบคุมให้เป็นแนวทางเดียวกันก็จำเป็น แต่ว่าตั้งแล้วจะมีใครยืนยันได้ว่าสมาชิกทุกคนจะมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกัน
ปัจจุบันมีชมรม มีสมาคมเกิดขึ้นในบ้านเราอย่างมากมาย เพื่อจะพัฒนาหรือว่าอะไรก็ตาม แต่ผมก็ยังเห็นปัญหาเดิมๆวนเวียนกันอยู่ไม่มีจบสิ้น ไม่ว่าจะเรื่องผลประโยชน์ การชิงดีชิงเด่น การขัดแย้งทางความคิด จนเกิดการแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆซ้อนกันอยู่ในนั้น ในที่สุดก็แตกออกมาเป็นกลุ่มใหม่อีกอย่างไม่มีวันจบสิ้น เมื่อความคิดไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้ การรวมตัวนั้นก็เปล่าประโยชน์ผมมั่นใจว่าสิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่เราจะคิดพัฒนาอะไร เราควรพัฒนาในเรื่องคนก่อน เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เกิดขึ้นได้เพราะการผลักดันของกลุ่มคน หากคนยังไม่ได้รับการพัฒนาก็อย่าคิดที่จะไปพัฒนาสิ่งอื่นเลย มันเป็นไปได้ยาก และอาจจะเสียเวลาเปล่าๆ
ยกตัวอย่างเรื่องง่ายๆที่เราเห็นอยู่ในทุกวันนี้ รัฐบาลพยายามอัดฉีด เงินลงจำนวนมหาศาลไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถกู้ยืมเอาไปลงทุน แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลอาจจะลืมคิดไปว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่เขาไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน หรือว่ามีเงินแต่ไม่รู้จะเอาไปทำให้มันงอกเงยออกมาได้อย่างไร ยิ่งสามารถกู้ได้ง่ายก็ยิ่งไปกระตุ้นให้เขาอยากกู้ตามสิทธิที่ได้รับ แต่แทนที่จะเอาเงินไปลงทุนก็เอาไปซื้อของฟุ่มเฟือยแทน เช่น มือถือ ทอง หรือรถมอเตอร์ไซค์ ที่นอกจากจะไม่ทำให้เงินงอกเงยขึ้นมา แต่กลับถูกใช้จ่ายหมดไปอย่างไรประโยชน์ และที่สำคัญไม่มีปัญญาจะหามาคืนอีกด้วย
แต่ในทางกลับกันหากรัฐบาลมุ่งพัฒนาที่คนก่อน มากกว่าการมุ่งแต่จะหว่านเงินลงไป ผลที่ได้จะเห็นชัดเจนกว่า เพราะเมื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปยัดเยียดให้เขากู้อย่างทุกวันนี้ เขาก็ต้องวิถีทางไม่ว่าทางใดทางหนึ่งที่เพื่อจะหาเงินมาลงทุนเอง และเมื่อได้มาแล้วเขาก็สามารถเอาไปทำให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าด้วย เมื่อทำให้งอกเงยได้ก็สามารถเอามาใช้คืนได้ มันถึงจะตรงกับวัตถุประสงค์ ไม่ใช่อะไรอะไร ก็ใช้เงินหว่านลงไปอย่างเดียวโดยไม่มีการเตรียมความพร้อมของคนอย่างในทุกวันนี้ เพราะหากคนยังไม่เข้าใจวิธีการบริหารเงิน ถึงจะใส่เงินลงไปมากเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะไปสอนนิสัยที่แย่ๆในการใช้เงินให้เขาอีก
เรื่องหมาก็เช่นกัน โดยเฉพาะกับพิทบูล ผมยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาหมามากไปกว่าพัฒนาคน เพราะถึงอย่างไรก็ตามพิทบูลมันก็เป็นหมาใต้ดินที่ไม่มีสมาคมใดๆให้การยอมรับอยู่แล้ว และนอกจากนี้พิทบูลก็ยังมีให้เลือกเล่นอีกมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีเสน่ห์ไปคนละอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ติดฝั่งแน่นอยู่ในสายเลือดของพิทบูลคือมันเป็นหมาที่ชอบการต่อสู้มีนิสัยก้าวร้าวต่อสุนัขด้วยกัน การเลี้ยงจำนวนเยอะๆก็ไม่เหมาะ หากมีการเพาะออกมาจำนวนมากๆโดยไม่มีการควบคุม ผมเชื่อว่าพวกเราอาจจะไม่มีโอกาสได้พัฒนาแต่เปลี่ยนเป็นถูกสั่งห้ามเลี้ยงแทน ซึ่งหากว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นจริงๆ คนที่เดือดร้อนก็คือคนที่รักในความเป็นพิทบูลจริงๆ ส่วนคนที่เข้ามาตามแฟชั่นหรือเลี้ยงเพื่อการค้าเขาคงไม่เดือดร้อนอะไร เขาไม่ให้เลี้ยงพิทบูลคนเหล่านี้ก็หันไปเลี้ยงพันธ์อื่นต่อได้ แต่หากว่าสังคมคนพิทบูลเป็นสังคมที่มีคุณภาพ คราวนี้เราจะทำให้พิทบูลไปในทิศทางใดก็สามารถทำได้ และน่าจะทำได้ดีด้วย
อย่างไรก็ตามบทความที่ผมเขียนในตอนนี้ อาจเป็นเพียงมุมมองของคนคนเดียว ท่านผู้อ่านอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร แต่ที่ผมเขียนออกมาแบบนี้ก็เพราะอยากเห็นสุนัขพิทบูลอยู่คู่กับพวกเราไปนานๆ และเมื่อผมได้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่ในตรงนี้ มีโอกาสได้เขียนหนังสือให้คนอ่าน ก็จะขอทำหน้าที่อันนี้ให้ดีที่สุด ผมอยากให้ทุกท่านที่มีโอกาสได้อ่านหนังสือฉบับนี้มีความคิดเป็นเหตุเป็นผลมากกว่าการเดินตามคนอื่นโดยขาดความเป็นตัวของตัวเอง ท่านเสียเงินซื้อหนังสือมาอ่านแล้วท่านควรได้อะไรจากการจ่ายเงินซื้อหนังสือของท่านบ้าง ไม่ใช่เงินก็เสียแล้วยังเสียความรู้สึกอีกด้วย
ท้ายที่สุดก่อนจาก ก็ขอฝากถึงทุกท่านที่มีความรักในสุนัขพันธ์นี้ อนาคตของพิทบูลจะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นหรือถูกทำลายให้หมดไปก็อยู่ที่พวกเราทุกคนนี่ละครับ อย่าลืมเจอกันงานลากน้ำหนักนะครับ พบกันใหม่ฉบับหน้าสวัสดีครับ