|
ขอถือโอกาสสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า กับท่านผู้อ่านทุกท่านมาพร้อมกับบทความฉบับนี้เลยนะครับ
และเนื่องในโอกาสปีใหม่นี้ก็ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านและครอบครัวประสบความสุขความเจริญกันถ้วนหน้านะครับ
อะไรที่ทำให้ไม่สบายใจก็แกล้งลืมๆไปบ้างหรือถ้าจะให้ดีก็ทิ้งมันไปพร้อมกับปีเก่าที่กำลังจะผ่านไปนี่เลย
ฉบับที่แล้วเขียนเรื่องความหงุดหงิดใจของผมเวลาขึ้นเครื่องบิน แต่ไม่คาดฝันว่าหนังสือไม่ทันได้วางจำหน่าย
ก็เกิดวีรกรรมจากท่าน ส.ว. คนที่อ้างว่าเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตของประชาชนทั้งประเทศ
ฟังแล้วแทบกระอักเลือด ผมว่าผมควรจะพูดว่าผมเสียดายเงินเดือนของผมที่ถูกหักภาษีทุกเดือนไปจ่ายค่าเครื่องบินให้คุณมากกว่า
เลิกซะเถอะนะครับกับการชอบทำตัวเป็นอภิสิทธ์ชน สงสารประเทศไทยกับประชาชนคนเดินดินอย่างพวกผมบ้าง
ที่ต้องทำงานหนักหาเงินให้พวกคุณถลุงเล่นกันแบบนี้
ผมกะว่าหนังสือฉบับนี้น่าจะออกใกล้ๆกับวันปีใหม่พอดี ยิ่งใกล้ปีใหม่พนักงานบริษัทอย่างพวกผมก็ต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ
เพราะว่าใกล้สิ้นปีแล้วต้องเร่งเคลียร์งานเก่าให้จบ และต้องเตรียมตัววางแผนงานสำหรับปีหน้า
และหากว่าปีที่กำลังจะผ่านไปนี้ ใครทำผลงานได้ไม่ตามเป้าโดยเฉพาะหน่วยงานด้านขายหรือการตลาดคงต้องทบทวนแผนงานกันหัวปั่น
ถูกเจ้านายด่าไม่พอ เผลอๆอาจตกงานซวยสองต่อเข้าไปอีก ผิดกับพวกนักค้าน้ำลายขายอุดมการณ์ที่ผลงานไม่ค่อยมี
แต่เลือกตั้งทีไรก็เห็นหน้าสลอนกลับมาได้ทุกครั้ง หนังเหนียวตายยากจริงๆพวกนี้
แต่สำหรับบริษัทที่ผลประกอบการดี ก็ขอแสดงความดีใจกับพนักงานทุกท่านด้วย
เพราะโบนัสคงจะได้ไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าปีใหม่หรือปีเก่า
สิ่งหนึ่งที่แน่นอนสำหรับทุกคน ก็คือเวลาที่ผ่านไปในแต่ละปีเราไม่สามารถย้อนมันคืนมาได้
เราควรใช้เวลาในแต่ละวันอย่างคุ้มค่า สำหรับผมแล้วทุกวันมีความสำคัญเสมอ
ไม่อยากให้มีปีใหม่เลย เพราะทุกปีใหม่ที่เราเจอเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า
เวลาของเราเหลือน้อยลงไปอีกปีแล้ว
ผมเขียนบทความตอนนี้ล่วงหน้าหลายวันพอดู อาศัยว่าว่างเมื่อไรก็เขียนเมื่อนั้น
ล่าสุดอ่านบทความในฉบับที่แล้ว เห็นบทความทิ้งทวนของคุณมนตรีแล้วใจหาย
เสียดายคนที่มีความคิดดีๆต้องยุติบทบาทไปอีกคน อยากบอกว่าผมให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
พร้อมเมื่อไรก็กลับมาอีกนะครับ มาช่วยกันเพิ่มมุมมองของคนเลี้ยงสุนัขให้หลากหลายยิ่งขึ้น
คิดเสียว่าในโลกนี้ไม่มีใครที่มีความคิดที่สมบูรณ์แบบที่สุดหรอกครับ
มานึกถึงตัวผมเองบ้างที่ยังยืนหยัดอยู่ได้จนทุกวันนี้ก็เพราะว่าหลายครั้งที่ท้อคิดจะหยุด
ตั้งแต่สมัยที่เขียนอยู่ในเว็บไซค์แล้ว ก็มีพลังเงียบส่งกำลังใจมาช่วยแทบทุกครั้ง
โทรมาบ้างเมล์มาบ้าง หรือว่าบางวันที่ไม่มีใครผมก็มี เจ้าตัวแดงจมูกแดงตาเหลืองนอนอยู่ข้างๆ
ตลอดเวลา มันช่วยเป็นพลังใจชั้นเยี่ยมที่ทำให้ผมต้องก้าวต่อไป และหากว่าผมไม่สู้ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครสู้เพื่อพวกเขาเหล่านี้
วันที่เริ่มลงมือเขียนนี้เป็นวันหยุดผมนั่งเฝ้าอยู่ที่ร้านเดอะเพ็ทมาร์ท
นั่งเฝ้าร้านไปด้วยเขียนบทความไปด้วย รอเจ้าของร้านตัวจริงมาเมื่อไร
ก็จะแอบไปไดร์วกอล์ฟเล่นสักถาดสองถาด และตอนเย็นจะกลับมาพาสุนัขไปวิ่งออกกำลังกาย
นี่ก็เป็นกิจกรรมในวันหยุด อีกแบบหนึ่งของผมเองครับ ที่พูดเรื่องกอล์ฟขึ้นมา
ไม่ได้ต้องการจะโชว์ว่าผมเป็นคนทันสมัยอะไรหรอกครับ เมื่อก่อนเป็นกีฬาที่ผมต่อต้านมากที่สุด
แต่หลังจากได้เล่นแล้วยอมรับว่าชอบมาก เล่นคนเดียวก็ได้และไม่เหนื่อยมาก
เสน่ห์ที่สำคัญของกีฬากอล์ฟก็คือ เราไม่ได้แข่งกับใครเราแข่งกับตัวเอง
และตอนนี้สังขารก็ไม่อำนวยที่จะเล่นกีฬาอย่างอื่น ด้วย ไปเล่นบอลก็วิ่งไล่ลูกไม่ไหว
เดี๋ยวจะไปเป็นตัวถ่วงทีมเขาอีก แต่ถ้าไม่ออกกำลังกายเลยสุขภาพก็ยิ่งแย่
เห็นผมผอมๆแบบนี้ มีปัญหาเรื่องไขมันเกินด้วย จึงอยากจะบอกว่าการออกกำลังกายทุกอย่างมีประโยชน์มาก
โดยเฉพาะคนที่ทำงานเครียดตลอดเวลาหรือนั่งทำงานอ๊อฟฟิตนานๆ ควรหากิจกรรมทำบ้างในเวลาว่าง
มันจะช่วยได้เยอะครับ
เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2546 ที่ผ่านมา หลายท่านคงมีโอกาสได้ไปชม การประกวดสุนัขที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์
งานนี้เป็นงานประจำปีของนิตยสารสวนจตุจักรที่จัดกันมาเป็นครั้งที่
17 แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นงานประกวดที่อยู่คู่กับคนรักสัตว์เลี้ยงมานานพอดู
และทุกปีจะมีการมอบรางวัลคอกสุนัขดีเด่น สำหรับสุนัขอเมริกันพิทบูลผู้เขียนต้องขอแสดงความยินดีกับคอกสุนัขวิลลี่
ที่ได้รับรางวัลคอกยอดเยี่ยมประจำปีนี้ไปครอง นอกเหนือไปจากการส่งสุนัขเข้าร่วมประกวดเป็นประจำและงานนี้ก็ได้รางวัลทั้งสองตัวอีกด้วย
ในเมืองไทยคงจะพูดได้ว่าคอกสุนัขวิลลี่เป็นผู้บุกเบิกการประกวดในบ้านเราก็คงไม่ผิด
สุนัขสายโชว์ที่นิยมกันมาจนปัจจุบันนี้ คอกวิลลี่ก็น่าจะมีส่วนอยู่ไม่น้อย
ใครที่ชอบการประกวดขอแนะนำที่นี่ครับ มีลูกสุนัขสวยๆออกมาให้เลือกชมกันตลอด
ส่วนตัวผมเองบอกตามตรงว่าไม่ค่อยถนัดนักกับการประกวด แต่จะชอบพิทบูลในความเป็นพิทบูลมากกว่า
ชอบตรงความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร สุนัขที่ผมเลี้ยงจึงมีหลายแบบตามวัตถุประสงค์ของการเลี้ยง
แต่ที่ชอบสุดๆก็มีตัวเดียวครับ ฉะนั้นเรื่องการประกวดก็ขอยกเครดิสนี้ให้กับคอกวิลลี่ด้วยความเต็มใจครับ
มีท่านผู้อ่านบอกว่าอยากให้เขียนเรื่องสุนัขเยอะๆหน่อย และช่วยเอาประสบการณ์ที่คิดว่ามีประโยชน์มาเล่าให้ฟังบ้าง
ก็ขอรับไว้พิจารณาครับ แต่จะทำได้ดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูลด้วย
ผมมีหนังสือพิทบูลอยู่หลายเล่ม และมีบางส่วนที่เพื่อนผมส่งมาให้จากอเมริกา
คิดว่าคงรู้จักกันดี ชื่อหนังสือ Gazette Magazine เป็นหนังสือสำหรับผู้นิยมสุนัขพิทบูลสายใช้งาน
ผมอ่านดูแล้วส่วนมากจะมีแต่โฆษณาเสียเป็นส่วนใหญ่ ผมจะแปลมาให้อ่านก็ไม่รู้จะแปลอะไรดี
หากว่าฉบับไหนถ้าเจอบทความดีๆ จะรีบนำมาลงให้อ่านกัน แต่คงจะไม่แปลแบบที่ว่าบรรทัดต่อบรรทัดนะครับ
มันเสียเวลามาก โดยผมจะสรุปเนื้อความรวมๆมาเล่าให้ฟัง และไม่ต้องห่วงว่าเนื้อความโดยรวมจะเสียไป
กับอีกส่วนที่เป็นประสบการณ์ส่วนตัว ผมขอทึกทักเอาเองว่ามีประโยชน์
อันนี้ขอสงวนสิทธิใช้วิจารณยานส่วนตัวในการตัดสินนะครับว่าจะเขียนเกี่ยวกับอะไร
มีผู้โทรมาขอคำปรึกษา เขาบอกว่าเป็นมือใหม่อยากให้ช่วยแนะนำวิธีการเลี้ยงพิทบูลหน่อย
วันนี้เลยเอาคำถามนี้มาเขียนถึงในฉบับนี้ด้วย เขาบอกว่าเป็นแฟนคอลัมน์
ประจำของผมมาสองสามฉบับแล้ว นี่ก็แสดงว่าเป็นมือใหม่จริงๆ ผมเคยเขียนถึงไปแล้ว
แต่ไม่เป็นไรเขียนอีกครั้งก็ได้เผื่อว่าจะมีมือใหม่ท่านอื่นได้ประโยชน์ด้วย
ขอตอบสั้นๆว่าการเลี้ยงสุนัขพิทบูลไม่มีอะไรยุ่งยากครับ เลี้ยงเหมือนกับสุนัขทุกพันธ์ทั่วไป
แต่ควรเลี้ยงด้วยใจ และด้วยความทุ่มเทจึงจะรู้ว่า เขามีความพิเศษอย่างไร
สุนัขพิทบูลการดูแลการให้อาหารก็ไม่ได้แตกต่างกันกับสุนัขพันธ์อื่นๆ
ตำราแทบทุกเล่มที่วางขายอยู่ก็ใช้ได้หมด ไม่ว่าการระมัดระวังเรื่องโรคโปรแกรมการทำวัคซีนก็คล้ายๆกัน
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลมาก แต่สิ่งที่ผมบอกต่อไปนี้เป็นคุณลักษณะพิเศษของพิทบูล
ที่ควรใส่ใจมากขึ้นเพื่อให้เขาสร้างปัญหาให้เราน้อยที่สุด ธรรมชาติของพิทบูล
ผมหมายถึงพิทบูลจริงๆไม่ใช่สุนัขในแบบของ อเมริกันสแต๊ฟฯนะครับ เป็นสุนัขที่ชอบอยู่กับคนมากกว่าชอบอยู่กับหมา
มันเป็นสุนัขที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และชอบเอาชนะ การเลี้ยงสุนัขพิทบูลรวมกันหลายๆตัว
มีโอกาสที่จะเกิดการต่อสู้กันเองได้ ผมจึงสนับสนุนคนที่มีความประสงค์จะเลี้ยงพิทบูลไว้เป็นเพื่อนว่าให้เลี้ยงเพียงแค่ตัวเดียว
แต่เลือกเอาตัวที่ถูกใจมากที่สุดก็พอ
ผมอยากจะย้ำว่าสุนัขพิทบูลไม่ใช่ว่าจะเหมาะกับคนทุกคน ยังยืนยันว่ามันเหมาะสำหรับคนที่เข้าใจมันอย่างลึกซึ่งแล้วเท่านั้น
หากจะเลี้ยงเล่นๆไม่จริงจังอะไร หรือรักการประกวดขอแนะนำว่าเลี้ยง
อเมริกันสแต๊ฟฯจะเหมาะกว่า สุนัขสองแบบนี้รูปลักษณ์ภายนอกใกล้เคียงกันมาก
จะแตกต่างกันก็ตรงวัตถุประสงค์ในการเลี้ยงเท่านั้น แต่ไม่เถียงว่าใครจะเลี้ยงพิทบูลก็ย่อมได้
ความแตกต่างอยู่ที่เลี้ยงแล้วเราได้ใจมันหรือเปล่าเท่านั้นเอง อันนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมาก
มีคนจำนวนไม่น้อยสอบตกในข้อนี้ เพราะหากคิดว่าจะเลี้ยงแค่ความคิดที่ว่ามันเป็นหมาตัวหนึ่งเท่านั้น
หรือเลี้ยงเพียงแค่มุ่งเพาะลูกสุนัขขาย อันนี้ก็เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
ที่เราจะไม่ได้สัมผัสกับความยอดเยี่ยมที่มีอยู่ในตัวเขาอย่างเต็มที่
แถมบางทีการปล่อยพิทบูลออกสู่ตลาดอย่างขาดการควบคุมกลับกลายเป็นว่าเขากำลังทำลายพิทบูลในทางอ้อมอีกด้วย
ไม่ใช่ว่ากลัวจะขายไม่ได้ราคา แต่ว่ามันมีจุดที่สำคัญมากกว่านั้นเยอะ
หากว่าถูกสั่งห้ามไม่ให้เลี้ยง คนเพาะหมาขายเขาอาจจะไม่คิดอะไรมากในข้อนี้
เพราะว่าเขาสามารถหันไปเล่นพันธ์อื่นได้ แต่สำหรับผมที่ขอเลี้ยงพิทบูลเป็นพันธ์สุดท้ายแล้วนี้
ทำใจไม่ได้จริงๆครับ
ในอดีตผมเคยมีความคิดที่จะเพาะหมาขาย โดยเล็งไปที่พิทบูลเพียงอย่างเดียว
และเนื่องจากผมได้มีโอกาสได้เป็นเจ้าของสายเลือดสุนัขที่มีชื่อเสียงมากในอเมริกามาอยู่ด้วยตัวหนึ่ง
เป็น Old Family Red Red Nose แท้ๆที่ี่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว จึงอยากเก็บลูกหลานเขาไว้
ผมหลงใหลกับความพิเศษที่มีอยู่ในตัวเขาอย่างมาก อยากให้คนทั่วไปได้มีโอกาสสัมผัสกับความพิเศษอย่างที่ผมเจอ
ช่วงแรกๆยอมปล่อยออกไปอย่างง่ายๆ เพื่อว่าวันหลังจะได้ขอสายคืนบ้าง
แต่หลังจากปล่อยไปได้ระยะหนึ่ง คิดว่าบางท่านคงยังไม่เข้าใจถึงคุณค่า
มีคนเอาไปทิ้งๆขว้างๆด้วย ตอนนี้ความคิดเลยเปลี่ยนและจะไม่ยอมปล่อยให้ใครง่ายๆอีกแล้ว
ใครจะว่าหวงสายก็ยอมรับครับ โดยเฉพาะกับสุนัขสายนี้ มันมีคุณค่าต่อผมมาก
จากเดิมที่เคยคิดจะเพาะออกมามากๆ ส่งเสริมให้คนทั่วไปได้มีโอกาสได้เลี้ยงสุนัขดีราคาถูก
แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่า ผมอยากให้มีเลี้ยงกันอย่างจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มคนที่เข้าใจถึงธรรมชาติของสายพันธ์นี้เป็นอย่างดีแล้วเท่านั้น
เพื่อให้ Old Family Red Red Nose เป็นสุนัขอีกสายหนึ่งที่ยังคงอยู่คู่กับคนรัก
พิทบูลจริงๆ และให้นานที่สุดด้วย
คุณสมบัติสำคัญห้าประการที่ทำให้สุนัขพิทบูลแตกต่างจากสุนัขพันธ์อื่นก็คือ
1.ความกระตือรือล้นในการกระทำกิจกรรม 2.ความกล้าหาญและความมุ่งมั่นเอาชนะ
3.ความแข็งแรง ความแข็งแกร่ง และความทรหดอดทน 4. ความสามารถในการต่อสู้
และ 5.ความที่เขามีพลังกัดที่หนักหน่วงรุนแรง สำหรับบางตัวแล้วสามารถปลิดชีวิตคู่ต่อสู้ภายในเวลาไม่เกิน
5นาที คุณสมบัติห้าประการดังกล่าว โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับ สุนัข
Old Family ในอดีตเป็นที่กล่าวขานกันมาเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะชนิดที่ว่ายอมตายคาสนาม
จนคู่ต่อสู้ยอมแพ้เดินหนีไปเอง สิ่งที่มีติดอยู่ในสายเลือดของพิทบูลเหล่านี้
ยากที่จะหาได้ครบโดยง่ายจากสุนัขพันธ์อื่น แต่ในทางกลับกันคุณสมบัติห้าข้อดังกล่าว
หากเจ้าของไม่รู้จักวิธีการควบคุมแล้ว ก็เปรียบเสมือนกับดาบสองคม
ที่หากตกไปอยู่กับคนที่นำไปใช้ในทางที่ผิด มันก็อาจจะสร้างปัญหาให้เราได้
ผมยังขอรณณรงค์ให้ ผู้ที่เป็นเจ้าของพิทบูลทุกท่าน จงเลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบ
หากเราไม่ช่วยกันวันหนึ่งหากเกิดกรณีเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นที่ประเทศเยอรมันหรือบางรัฐในประเทศอเมริกา
ที่เจ้าของพิทบูลมักง่ายเลี้ยงอย่างขาดความรับผิดชอบปล่อยสุนัขไปทำอันตรายคน
จนในที่สุดถูกห้ามเลี้ยงกันหมด และในเยอรมันแย่ที่สุด พิทบูลทุกตัวถูกสั่งให้ทำลายทิ้ง
ที่อเมริกาดีหน่อยเมืองไหนไม่ให้เลี้ยงก็ยังย้ายเมืองหนีได้ จึงยังพอมีทางเลือก
และกรณีนี้หากเกิดขึ้นในประเทศเรา ก็คงจะโดนแบบเยอรมัน เพราะว่าไม่รู้จะย้ายหนีไปไหน
อย่าลืมว่านายกคนปัจจุบันของเราเป็นคนเฉียบขาดมาก ขนาดยาบ้า หวยเถื่อนยังปราบซะเรียบ
นับประสาอะไรกับการจัดการกับชนกลุ่มน้อยอย่างพวกเรา หากว่าเลี้ยงแล้วสร้างปัญหาให้กับสังคม
อาจจะโดนเข้าบ้างก็ได้ ฉะนั้นพวกเราควรร่วมมือป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า
ผมเอาเจ้าไทเกอร์ สุนัขคู่ใจที่เลี้ยงไว้ ออกมาโชว์ความสามารถให้แก่ผู้มาเยือนแทบทุกครั้งที่มีโอกาส
ด้วยความเชื่อมั่นว่า ความสามารถ ความฉลาด ความน่ารัก ภายใต้รูปลักษณ์อันน่าเกรงขามของไทเกอร์
อาจจะช่วยลบภาพพจน์ร้ายๆ ออกจากใจของคนทั่วไปได้บ้าง อยากโชว์เพื่อแสดงให้เห็นว่า
สุนัขพิทบูลหากว่าเราเลี้ยงเขาอย่างถูกวิธี จนเราได้ใจเขามาครอบครองแล้ว
มันน่าภูมิใจแค่ไหน เขาสามารถทำในสิ่งที่เราสั่งให้ทำอย่างไม่ลังเล
พลังขับดันที่เขาแสดงออกมา มันออกมาด้วยใจจริงๆ โดยที่ไม่ต้องใช้สิ่งล่อหรือของรางวัลใดๆทั้งสิ้น
แค่คำสั่งที่ออกจากปากเราเท่านั้นก็เพียงพอ ผมเห็นเจ้าของสุนัขพิทบูลที่เลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อนจำนวนมาก
ยังทำได้ไม่ดีพอในข้อนี้ หลายคนได้สายเลือดที่สุดยอดไปอยู่ด้วย แต่ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับความพิเศษของสุนัขพันธ์นี้หรือเลี้ยงอย่างผิดวิธี
จึงอาจไม่ได้รับความประทับใจอย่างที่ผมเจอ ผมยืนยันได้ว่าเราไม่สามารถผูกใจสุนัขพิทบูลให้ทำในสิ่งที่เราต้องการได้
ด้วยการใช้ของรางวัลหรืออาหารล่อ สิ่งที่สามารถผูกใจเขาไว้กับเราได้อย่างถาวรก็คือใจของเรานี่เอง
สิ่งนี้เป็นงานที่ยากที่สุด หากเราเลี้ยงเขาด้วยความรัก เอาใจใส่ดูแลสั่งสอนอบรมเขา
เขาก็จะให้จิตใจและวิญญาณของเขาแก่เราเป็นการตอบแทน เรามาแข่งกันในข้อนี้ดีไหมครับ
หากใครได้ไปชมการแข่งขันลากน้ำหนักที่จัดโดยชมรมของเรา ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า
สุนัขที่ได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธี ได้รับความรักความเอาใจใส่จากเจ้าของจะทำได้ดีกว่าสุนัขตัวอื่นๆ
มันจึงเป็นผู้ชนะอย่างใสสะอาดแทบทุกครั้ง เพียงแค่เจ้าของสั่งให้เดิน
มันก็ออกแรงลากอย่างสุดใจขาดดิ้น แต่สุนัขที่ลากด้วยสิ่งเร้าจากภายนอก
เช่นการใช้ของล่อ เขาจะลากก็ต่อเมื่อมีของล่อและจะทำได้ดีแค่จุดๆหนึ่งเท่านั้น
จากนั้นก็หยุดจะกระตุ้นอย่างไรก็ไม่ยอมเดิน เพราะที่ยอมลากในตอนแรกเพราะว่าต้องการของล่อมากกว่า
เขาไม่ได้ลากเพราะคำสั่งของเจ้าของ ผลลัพธ์ที่ได้จึงแตกต่างกัน ผมเชื่อว่า
ไม่มีอะไรที่มีคุณค่าต่อสุนัขพิทบูลมากกว่าความรักความเอาใจใส่ของเจ้าของ
ผมสืบทราบมาว่าทั้งเจ้าออก้า และเจ้าไดมอนด์ ที่ทำน้ำหนักได้ถึงตันครึ่งบนพื้นสนามหญ้าทั้งคู่ในงานนี้
นอนในห้องนอนเดียวกับเจ้าของด้วย ใครที่คิดจะแก้มือ หรือเทรนสุนัขเพื่อโค่นเจ้าสองตัวนี้คงต้องเปลี่ยนวิธีฝึกได้แล้วครับ
เห็นว่าปีหน้าประกาศท้าชนทุกตัวในพิกัดเดียวกัน หากมีผู้สนใจมาท้าชิงเยอะๆ
กิจกรรมนี้แค่คิดก็สนุกแล้วครับ พวกเราคงได้ลุ้นกันมันแน่ๆ สุนัขหลายตัวที่ลงแข่งกำลังอาจจะเหนือกว่าแต่ว่างานนี้มันเฉือนกันที่ใจครับ
ในงานวันนั้นยอมรับว่าประทับใจมาก ทั้งผู้ชมและผู้นำสุนัขพิทบูลมาร่วมงาน
ไม่รู้จะพูดได้หรือเปล่าว่า เป็นงานที่มีพิทบูลมามากที่สุดเท่าที่เคยจัดมา
น่าจะมากันร่วมร้อยตัว อาจจะมากกว่าสุนัขทุกพันธ์ในงานเอามารวมกันเสียอีก
ผมคาดคะเนเอาจากสายตาที่เห็น ใครที่ไม่ได้ไปร่วมงานก็น่าเสียดายมากๆ
มีสุนัขสวยๆหลายแบบหลายสไตล์มากันอย่างคับคั่ง และที่น่าชื่นชมมากที่สุดคือทุกคน
ปฎิบัติตามกฎ ควบคุมดูแลสุนัขอย่างดีเยี่ยม โดยไม่มีเหตุการณ์ร้ายใดๆเกิดขึ้นในงานเลย
ผมหวังว่างานครั้งต่อๆไปของชมรมเราคงจะมีผู้เข้าแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ
นะครับ
ขอบรรยายบรรยากาศในงานโดยสรุปดังนี้ เราเริ่มการแข่งขันครั้งนี้ก็เกือบเที่ยงวัน
เพราะว่าต้องรอพิธีการต่างๆ เช่น ประธานกล่าวเปิดงาน การมอบรางวัลคอกดีเด่น
และการแสดงความสามารถของสุนัข จากศูนย์ฝึกสุนัข King of Dogs ศูนย์ฝึกที่มีหัวหน้าครูฝึกเป็นสุภาพสตรี
และที่สำคัญสวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ใครที่สนใจจะฝึกสุนัขผมขอแนะนำที่นี่เลยครับ
รับรองว่าสุนัขของท่าน จบหลักสูตรออกมาสุขภาพจิตต้องเยี่ยมด้วยแน่ๆ
การแข่งรอบแรกเราเริ่มที่น้ำหนัก 630 กิโลกรัม ทุกตัวทำได้ผ่านหมด
สุนัขตัวที่ทำเวลาได้ดีที่สุดคือเจ้าเพลย์บอย ของคุณรุ่งโรจน์ ใช้เวลาไปเพียง
6.80 วินาที เริ่มลากรอบที่สองที่น้ำหนัก 760 KK สุนัขบางตัวเริ่มมีอาการไม่อยากเดิน
เนื่องจากอากาศที่ร้อนมากขึ้น นี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมผมจึงอยากกำหนดการแข่งขันให้ตรงเวลา
และวันนี้เช่นเคยเจ้าแทงค์ บูลเทอร์เรีย จอมซ่าส์หนึ่งเดียวของงาน
ก็ช่วยสร้างสีสันให้กับคนดูได้มากพอสมควร กับลีลาการลากที่ไม่เหมือนใคร
ต้องใช้ปืนฉีดน้ำล่อ บวกกับหน้าตาอันน่ารัก ช่วยเรียกเสียงเชียร์ได้มากพอควร
แต่ว่าวันนี้ โชว์ฟอร์มไม่ออก เนื่องจากเราแข่งขันกันบนสนามหญ้า
สนามไม่เรียบพอทำให้พลาดตำแหน่งไปอย่างน่าเสียดาย แต่ท้ายที่สุดสถิติเดิมที่
1309 กิโลกรัม ก็ถูกทำลายลงอย่างราบคาบ จากฝีมือของสองจอมพลัง แห่งปี
เจ้าออก้า และเจ้าไดมอนด์ โดยทำน้ำหนักได้ถึง 1500 กิโลกรัม คว้าเบสอินโชว์ไปครองอย่างสวยงาม
ผลการแข่งขันก็ออกมาดังต่อไปนี้
รุ่น (ก.ก.) เพศ ชื่อสุนัข น้ำหนักตัว(ก.ก.) ลำดับที่ในรุ่น น้ำหนักที่ทำได้
(ก.ก.) เวลา (วินาที)
20-25 เมีย ไดมอนด์ 25 1 1500 47.06
30-35 เมีย ล็อตโต้ 35 1 760 54.60
25-30 ผู้ ออก้า 26 1 1500 20.91
25-30 ผู้ แทงค์ 30 2 955 47.05
25-30 ผู้ อาปาเช่ 29 3 890 25.69
30-35 ผู้ เต้าทึง 34 1 1005 19.98
30-35 ผู้ จูเนียร์ 35 2 630 17.97
30-35 ผู้ ดีเซล 34 F - -
35-40 ผู้ เพลย์บอย 36 1 890 35.68
หมายเหตุ : มีสุนัขสมัครเข้าแข่งขันทั้งสิ้น 23 ตัว แต่มาลงชื่อทันตามเวลาแข่งแค่
9 ตัว
จากผลการแข่งขันในครั้งนี้ เราคงเห็นแล้วว่าสุนัขทำได้ดีมากขึ้น
ผมและทีมงานชมรมคนรักพิทบูล ในฐานะผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน เห็นว่ากิจกรรมนี้จะช่วยเสริมสร้าง
ความรักความผูกพันธ์ระหว่างสุนัขและเจ้าของได้เป็นอย่างดี และอีกทั้งเห็นว่ามีท่านเจ้าของสุนัขพิทบูลให้ความสนใจกิจกรรมนี้มากขึ้น
จึงอยากจะเรียนให้ทราบว่าปีหน้า หากว่าเราสามารถหาสถานที่เพื่อสร้างสนามแข่งขันแบบมาตรฐานได้
เราคงมีกิจกรรมนี้บ่อยยิ่งขึ้น ตอนนี้เล็งๆไว้สองหรือสามแห่ง แต่ว่ายังตกลงเงื่อนไขกันไม่ได้
เนื่องจากบางที่เหมาะแต่เจ้าของที่คิดค่าเช่าแพงมาก ชมรมเราก็ไม่มีรายได้อะไรจึงจำต้องหาที่ใหม่ต่อไป
คาดว่าอีกไม่นานเราคงมีศูนย์ฝึกและสนามแข่งขันแบบถาวรกันเสียที ใครที่สนใจก็เตรียมฟิตซ้อมสุนัขของท่านไว้ให้พร้อมนะครับ
สุนัขไม่สวยทำอย่างไรก็ไม่สวย แต่ถ้าพูดถึงความสามารถและความสวยงามของกล้ามเนื้อผมว่าเราฝึกกันได้
งานนี้เรามาวัดฝีมือกันดูซิว่าใครจะเลี้ยงหมาได้ดีกว่ากัน และพิเศษสุด
ที่ศูนย์แห่งนี้เราจะเปิดรับการฝึกลากน้ำหนักสำหรับท่านที่สนใจแต่ไม่พร้อมเรื่องเวลาและสถานที่
กับจะเปิดโปรแกรมการเพาะกายสุนัข ให้กล้ามเนื้อสวยงามด้วย ผมว่าปีหน้าเราคงจะได้เห็นพิทบูลกล้ามสวยๆเหมือนอย่างในหน้าโฆษณาอาหารสุนัข
เอ๊ฟวัน ออกมาเดินอวดโฉมในงานครั้งต่อไปก็ได้ครับ และขอประชาสัมพันธ์ลูกสุนัขชุดพิเศษ
ซึ่งมีเพียงครอกเดียวสำหรับปีนี้ ติดต่อที่ 01 499 4388 แต่ขอเป็นเฉพาะท่านที่สนใจจริงๆเท่านั้นนะครับ
ท้ายที่สุดมีคำคมที่อ่านแล้วได้ความหมายดีเลยเอามาฝาก ผมชอบมากใช้เป็นคติเตือนใจตัวเองมาตลอดคือคำว่า
ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว หวังว่าท่านผู้อ่านคงเห็นด้วยกับคำๆนี้
แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าสวัสดีครับ
ด้วยความเคารพ
.
Mr. Mark 01 648 3698
เฉพาะนอกเวลางานนะครับ
|