|
ผมรู้สึกภูมิใจมาก ที่มีรายการทีวีสองสามรายการให้ความสนใจ ติดต่อขอบันทึกภาพสุนัขพิทบูลที่ผมเลี้ยงไว้
เพื่อนำเสนอในรายการต่างๆ ทำให้ผมได้มีโอกาสให้ข้อมูลที่ถูกต้องและชี้แจงเกี่ยวกับลักษณะพิเศษทางสายพันธ์
ผู้ผลิตรายการเองก็เริ่มเข้าใจเกี่ยวกับสุนัขพันธ์นี้มากขึ้น ยินดีนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพิทบูล
อย่างรายการล่าสุดเป็นรายการทีวีในเครือของเนชั่น ชื่อรายการ Modern
Life Styles ก็ได้ให้เกียรติมาทำสกู๊ปรายการเพื่อออกอากาศ ในช่วงของเวลาบ้านรักสัตว์เลี้ยง
ที่ออกอากาศทุกวันอังคาร ทางช่อง 9 เวลา 7 โมงเช้าเป็นต้นไป คิดว่ากว่าบทความนี้จะได้ลงตีพิมพ์
รายการก็คงออกอากาศไปแล้ว
เป็นโอกาสดีที่จะทำให้คนทั่วไปมีความเข้าใจเกี่ยวกับสุนัขพันธ์นี้มากขึ้น
แต่โชคไม่ดีหลังจากบันทึกภาพได้แค่วันเดียว ก็มีข่าวออกมาว่าสุนัขพิทบูลกัดเด็ก
หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวอยู่สองวัน ผมเองในฐานะที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์เกี่ยวกับสุนัขพันธ์นี้
ทำได้อย่างเดียวคือคอยตอบคำถามและแก้ข่าวเวลาที่มีใครมาขอสัมภาษณ์
เพิ่งจะรู้ตัวเองเหมือนกันว่ามีคนรู้จักเราเพราะสุนัขพิทบูลมากพอสมควร
ก็ขอยกความดีทั้งหมดให้กับเจ้าไทเกอร์ สุนัขพิทบูลคู่ใจที่ผมเลี้ยงไว้
เพราะเจ้านี่คือแรงบันดาลใจให้ผมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพิทบูลอยู่ในทุกวันนี้
มันเป็นพิทบูลตัวแรกในชีวิต ที่สร้างความประทับใจให้กับผมจนยากที่จะหาสุนัขตัวใดมาทดแทนได้
ยามใดที่ผมอยู่บ้านเจ้านี่จะอยู่เคียงข้างกายไม่ยอมห่าง ยิ่งวันที่มีรูปผมลงหนังสือพิมพ์
เล่นเอาเพื่อนฝูง ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ตกอกตกใจสอบถามกันเข้ามากันใหญ่
เพราะปกติแล้วที่ทำงานผมยกเว้นคนในแผนกเดียวกัน มีน้อยคนจะรู้ว่าผมมีเว็บไซต์ส่วนตัวเกี่ยวกับสุนัขพิทบูลก็เลยได้รู้จากข่าวนี้ไปด้วย
อยากบอกความรู้สึกตามตรงเลยว่า ช่วงนี้ผมรู้สึกเป็นห่วงและหนักใจมาก
เกี่ยวกับวงการพิทบูลในบ้านเรา ซึ่งช่วงหลังๆนี้ชักจะมีการเพาะออกมามากอย่างน่าตกใจ
เขียนแบบนี้คิดว่าคงจะกระทบกับพรรคพวกกันเองหลายคน แต่ถ้าผมไม่พูดถึงก็คงไม่ได้แล้ว
หากจะโกรธกันเพราะบทความนี้ผมก็ไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไร แต่ผมอยากให้เข้าใจถึงความหวังดี
ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง ผมชอบพูดตรงๆ บางท่านอาจจะเสียความรู้สึก
แต่มันจำเป็นครับ ผมหวั่นเหลือเกินว่าอีกไม่นานคงจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกี่ยวกับสุนัขพันธ์นี้ออกมาอีก
เพราะว่าการจะได้เป็นเจ้าของสุนัขพิทบูลสักตัวในสมัยนี้มันช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน
แค่มีเงินไม่กี่พันบาทก็สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ว ผมจึงอยากเตือนผู้ที่ต้องการเพาะสุนัขพันธ์นี้ขายไว้หน่อยว่า
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆอย่าทำเลยครับ เนื่องจากมันเป็นสุนัขที่ถูกผสมพันธ์มาเพื่อใช้สำหรับต่อสู้กับสุนัขด้วยกันมาก่อน
มันอาจจะไม่เหมาะกับคนทั่วไปที่อยากจะเลี้ยงสุนัขสักตัวเพียงไว้เพื่อเป็นเพื่อน
ตอนนี้ผมชักจะเห็นสุนัขพันธ์ต่างประเทศเดินกันให้เกลื่อนตามข้างถนน
ในหมู่บ้านที่ผมอยู่ก็หลายตัว ทั้งโดเบอร์แมน ทั้งโกลเด้น และอีกหลายๆพันธ์
ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าของเขาถึงได้ปล่อยออกมาเพ่นพล่านนอกบ้านอย่างนี้
อีกไม่นานคงมีพิทบูลตามออกมาบ้าง แค่นึกก็สยองแล้ว ถ้าตั้งใจจะเพาะขายอย่างเดียวผมว่าพันธ์อื่นน่าจะเหมาะกว่าครับ
ผมมักจะถามหลายๆคนที่อยากจะเลี้ยงสุนัขพันธ์นี้ ว่าทำไมถึงอยากจะเลี้ยงและเขาต้องการจะได้อะไรจากสุนัขพันธ์นี้กันแน่
หากเขาตอบว่าเห็นเขาเลี้ยงก็เลยอยากเลี้ยงบ้าง ผมจะไม่สนับสนุนให้เขาซื้อไปเลี้ยงอย่างเด็ดขาด
เพราะมันจะนำปัญหามาสู่วงการพิทบูลในอนาคต พวกนี้ไม่แน่พอเบื่อหรือเขาเลิกฮิตก็อาจจะปล่อยออกมาสร้างปัญหาได้
ผมเห็นมาเยอะแล้วจริงๆ พวกเลี้ยงตามกระแส พวกนี้คือพวกต้องห้ามสำหรับพิทบูลครับ
ผมอยากให้มีการเลี้ยงอยู่ในวงจำกัดเฉพาะกลุ่มน่าจะเหมาะกว่า อยากให้เล่นกันอยู่ในกลุ่มที่นิยมในลักษณะพิเศษของสุนัขพันธ์นี้
ต้องมีเวลาอบรมและทำกิจกรรมร่วมกับเขาบ้าง ไม่ใช่ใครก็ได้ที่มีเงินซื้อมาลองเลี้ยงเล่นๆ
พอเบื่อก็ยกให้คนอื่น หรือใครก็ตามถ้าคิดจะเพาะหมาขายเป็นอาชีพควรมองหาพันธ์อื่นดีกว่า
เพราะว่าถ้าเพาะออกมาแล้วขายได้ราคาตัวละไม่กี่พันบาท ครอกหนึ่งคงได้ไม่เท่าไร
แต่ผลเสียในระยะยาวอาจจะตามมาอีกเยอะเลย ยิ่งสุนัขท่านเป็นสุนัขเกรดธรรมดาไม่เป็นที่ต้องการของตลาด
อาจจะขายยาก จะเลี้ยงไว้เองหมดก็คงไม่ไหว มีทางเดียวคือขายทิ้งถูกๆหรือไล่แจก
ปัญหามันจะตามมาก็ตรงจุดนี้ละครับ ผมจึงอยากให้ลองพิจารณาสุนัขพันธ์อื่นที่ขายได้ราคาพอๆกัน
แต่อาจขายง่ายกว่า และไม่ค่อยมีปัญหาเหมือนพิทบูลด้วย
พิทบูลเป็นสุนัขพันธ์พิเศษที่ชอบการทำกิจกรรมกับเจ้าของมาก
เลี้ยงรวมกันหลายๆตัวก็ลำบาก เพราะมีไม่น้อยที่สายเลือดยังไม่นิ่งพอ
ถ้าท่านตั้งใจแล้วว่าจะต้องเลี้ยงพันธ์นี้จริงๆ ผมก็อยากแนะนำให้หาตัวดีๆมาเลี้ยงแค่ตัวเดียวก็พอ
จากนั้นก็พยายามฝึกฝนให้เขาทำกิจกรรมร่วมกับท่าน คราวนี้ละท่านจะได้พบกับคุณลักษณะพิเศษที่แตกต่างของเขาได้อย่างเต็มที่
เหมือนอย่างที่ผมได้เจอมาแล้ว ผมเองถ้าย้อนเวลาได้ ก็จะขอเลี้ยงแค่เจ้าไทเกอร์ตัวเดียว
ไม่เลี้ยงหลายตัวเหมือนตอนนี้ เมื่อก่อนตอนที่เลี้ยงตัวเดียวมีเวลาทำกิจกรรมด้วยกันอย่างไม่จำกัด
จะบอกจะสอนอะไรก็ง่าย มันจึงฉลาดเป็นพิเศษ เวลามีตัวเดียวไปไหนก็เอาไปด้วยไม่ยุ่งยากมากนัก
เดี๋ยวนี้มีหลายตัว และไม่ถูกกันด้วย จะไปไหนแต่ละทีก็ลำบาก จากเดิมที่เคยวิ่งเล่นกันอย่างเสรี
ก็ต้องปล่อยทีละตัว มันรู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูกครับ สงสารทั้งเจ้าแค็ชทั้งไทเกอร์เลยตอนนี้
ต้องสลับกันปล่อย เพราะมันไม่ลงรอยกัน ส่วนตัวอื่นๆไม่มีปัญหาครับ
ยิ่งตอนนี้งานยุ่งมากไม่มีเวลาให้เลยจริงๆ ก็เลยโดนขังเกือบทั้งวันทั้งสองตัว
ใครที่สนใจพ่อพันธ์สายเลือดเยี่ยมก็ลองติดต่อเข้ามานะครับ ขอให้เป็นท่านที่สนใจจะพัฒนาจริงๆนะครับ
หากติดต่อมาเล่นๆขอความกรุณาไม่ต้องครับ หากผมพิจารณาแล้วว่ามีความตั้งใจจริงผมอาจจะแบ่งให้ตัวหนึ่ง
ตัวที่เหลือจะได้วิ่งเล่นได้อย่างเสรีเสียที
ผมทำโครงการไว้สองโครงการ โครงการแรกคือการจัดกิจกรรมการแข่งลากน้ำหนัก
วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้เจ้าของพิทบูลได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับสุนัขที่เลี้ยงไว้จะได้ไม่เบื่อ
สุนัขก็มีโอกาสได้รับการดูแลและเอาใจใส่มากขึ้น และสุนัขที่ไม่สวยก็จะได้มีโอกาสแสดงความสามารถกับเขาบ้าง
เพราะหมาไม่สวยทำอย่างไรก็ไม่สวย แต่การแข่งลากน้ำหนักความสวยไม่สำคัญ
สิ่งสำคัญคือเวลาที่เจ้าของมีให้ และการฝึกฝน กิจกรรมนี้จะเน้นความผูกพันธ์ระหว่างสุนัขและเจ้าของเป็นสำคัญ
กับอีกโครงการก็คือโครงการหาบ้านใหม่ให้พิทบูล วัตถุประสงค์ก็เพื่อช่วยลดปัญหาสุนัขถูกกักขังหรือถูกทอดทิ้ง
โดยการช่วยกระจายพวกเขาไปสู่บ้านใหม่ ที่สะดวกสะบายกว่าเก่า จะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
แต่อยากทำความเข้าใจกับผู้รับอุปการะนิดหนึ่งว่า สุนัขส่วนใหญ่ที่ต้องการหาบ้านใหม่
เป็นสุนัขที่เจ้าของเดิมเขาไม่ต้องการแล้ว ลักษณะอาจจะไม่สวยงามอย่างที่ท่านคาดหวัง
หรืออาจจะไม่เหมาะที่จะขยายพันธ์ต่อไป นี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมถึงต้องทำหมันก่อน
ผมอยากให้พวกเขาได้รับความเป็นอยู่ที่สุขสบายตามอัตภาพ แค่เขาไม่เป็นที่ต้องการก็ชอกช้ำพอแล้ว
จึงไม่อยากให้มีการมาหาประโยชน์จากพวกเขาอีก และเพื่อเป็นการตัดวงจรสุนัขที่จะถูกทอดทิ้งอีกในอนาคต
ผมเห็นมีหลายรายที่แจ้งความจำนงค์เข้ามา แต่ระบุมาว่าไม่ต้องการสุนัขที่ทำหมันแล้ว
และมีการระบุคุณลักษณะสุนัขที่ต้องการมาด้วย ผมไม่มีสุนัขตามที่ท่านแจ้งความจำนงค์เข้ามาก็เลยยังไม่ได้ติดต่อกลับไป
และบางท่านที่เขียนจดหมายเข้ามาและขอร้องให้ผมตอบกลับด้วยทางจดหมาย
ผมขออนุญาติชี้แจงว่าไม่สะดวกจริงๆครับ หรือถ้าท่านใดไม่สะดวกจะโทรมาแจ้งเบอร์ไว้ในจดหมายผมจะติดต่อกลับไปก็ได้ครับ
แต่บางท่านที่โทรเข้ามาปิ๊ดเดียวแล้วรีบวางผมขออนุญาติไม่โทรกลับไปนะครับ
ก็เลยขอชื้แจงไว้ที่ตรงนี้อีกครั้งครับ
วิธีการที่ผมใช้ในการคัดเลือกคุณสมบัติของผู้จะรับอุปการะก็คือ
ดูจากจดหมายใบแจ้งความจำนงค์ต่างๆที่ทุกท่านส่งเข้ามา เมื่อมีผู้ต้องการจะบริจาคสุนัข
ผมก็จะนำใบสมัครของท่านให้แก่เจ้าของสุนัขเป็นผู้พิจารณา ส่วนใครจะได้รับเลือกนั้นก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่ท่านส่งมาให้และการตัดสินใจของเจ้าของเดิมเป็นสำคัญ
ส่วนผมเป็นแค่คนกลาง ปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้คุณได้รับการพิจารณา
ก็คือรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับตัวของท่านเองครับผมหวังว่าโครงการนี้จะช่วยลดปัญหาได้บ้างนะครับ
มีอีกเรื่องหนึ่งที่ขอกันเข้ามา ให้ช่วยเขียนถึงหน่อยเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีการพัฒนาสายพันธ์
ผมเองก็พอรู้แต่ไม่ถึงกับเชี่ยวชาญมากนัก เป็นการคัดพันธ์แบบใช้หลักการง่ายๆ
ที่ได้รับคำแนะนำมาอีกที วิธีการนี้ไม่สลับซับซ้อนแต่ค่อนข้างใช้เวลามากพอสมควร
ก่อนอื่นผมอยากให้ทำความเข้าใจถึงคุณลักษณะของสุนัขแต่ละตัวที่จะสามารถใช้พัฒนากันก่อนนะครับ
เราสามารถแบ่งเกรดสุนัขออกได้สามเกรดหลักๆดังนี้คือ
1. สุนัขที่ใช้เลี้ยงทั่วไป Pet Quality สุนัขเกรดนี้ก็คือสุนัขที่เราเลี้ยงกันอยู่ทั่วๆ
สำหรับท่านที่ต้องการสุนัขสำหรับประกวด สุนัขเกรดนี้ไม่เหมาะที่จะใช้ประกวดได้
2. สุนัขเกรดประกวด Show Quality สุนัขเกรดนี้ จะมีรูปร่างลักษณะที่ถูกต้อง
สามารถที่นำไปประกวดและชนะการประกวดได้ แต่สุนัขเกรดนี้บางตัวอาจจะไม่เหมาะที่จะขยายพันธ์ต่อไป
ผมจะอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมในลำดับต่อไป
3. สุนัขประเภทสุดท้าย Breed Quality ผมขอเรียกว่าเป็นเกรดที่ใช้ขยายพันธ์ก็แล้วกันนะครับ
จำชื่อเฉพาะไม่ได้แล้ว สุนัขเกรดนี้จะถูกคัดพันธ์และวางสายไว้แล้ว
เพื่อการขยายพันธ์โดยเฉพาะ
ความแตกต่างและความเป็นมาของสุนัขทั้งสามแบบมีดังนี้
ผมขอยกตัวอย่างสมมุติว่าผมมีสุนัขเพศเมียอยู่ตัวหนึ่ง เป็นสุนัขที่มีลักษณะแค่พอใช้
อาจจะเรียกว่าเป็นสุนัขเกรดทั่วไปก็ได้ วันหนึ่งผมอยากจะพัฒนาสายสุนัขของผมเองจากสุนัขที่ผมมีอยู่
ผมมองหาพ่อพันธ์ตัวที่ผมชอบ มาผสมกับแม่สุนัขที่ผมมีอยู่ เนื่องจากแม่สุนัขที่ผมมีอยู่เป็นเกรดธรรมดา
ผมจึงแค่อาศัยเขาเป็นตัวฝากท้องเพื่อรับลักษณะตัวพ่อพันธ์ที่ผมต้องการ
หลังจากให้กำเหนิดลูกสุนัขมาแล้ว ผมก็จะทำหมันแม่สุนัขตัวนี้ทันที
ลูกสุนัขที่เกิดมาผมจะเลือกสุนัขตัวที่มีลักษณะที่ผมต้องการมากที่สุด
สมมุติว่ามีเพศผู้หนึ่งตัวเพศเมียหนึ่งตัว ส่วนที่เหลือมีลักษณะทั่วๆไป
สุนัขกลุ่มนี้จะถือว่าเป็นเกรดสุนัขที่ใช้เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงทั่วไป
ส่วนสองตัวที่ผมคัดไว้อาจจะถือว่าเป็นเกรดประกวดได้ แต่อาจจะยังไม่เหมาะที่จะใช้เป็นพ่อหรือแม่พันธ์ที่ดีได้
โดยเฉพาะตัวผู้ ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะสวยจนสามารถชนะการประกวดได้ก็ตาม
เราถือว่าความสวยของเขาอาจจะเป็นแค่คุณลักษณะเฉพาะตัวของเขาเอง อาจจะยังไม่สามารถถ่ายทอดไปสู้รุ่นลูกได้ดีเท่าที่ควร
เราจึงไม่จัดว่าเขาเป็นเกรดที่ใช้เป็นพ่อพันธ์ได้ เนื่องจากในตัวเขายังมียีนส์จากตัวแม่ประมาณ
50% ที่มีลักษณะไม่ดีอยู่ในตัวด้วย
ส่วนสุนัขเพศเมียตัวที่เก็บไว้นี้เราสามารถนำมาเข้าโปรแกรมเพื่อพัฒนาต่อในเจนเนอเรชั่นที่สอง
โดยอาจจะหา พ่อพันธ์ที่มีลักษณะตามที่เราต้องการมาบรีดด้วยเพื่อลดยีนส์ของตัวแม่ที่เราไม่ต้องการออกไป
การบรีดในรุ่นนี้ลูกสุนัขที่ได้จะเหลือยีนส์จากแม่หมาตัวแรกประมาณ
25% และเพิ่มยีนส์ที่เราต้องการมากขึ้น หรือเราอาจจะหาสุนัขที่มีบรรพบุรุษร่วมกับแม่หมาของเราตัวนี้
หรืออาจจะเป็นลูกพ่อเดียวกันที่เกิดจากแม่ตัวอื่นที่มีลักษณะดีและสายเลือดนิ่งแล้วมาบรีดด้วย
หรือที่เรานิยมเรียกกันว่าการทำไลน์บรีดนั่นเอง
ลูกสุนัขที่ได้จะมีลักษณะที่เราต้องการมากขึ้นกว่าเดิมและเริ่มมีสายเลือดที่นิ่งขึ้น
เพราะสายเลือดของแม่พันธ์ตัวแรกถูกล้างไปเกือบหมดหรือหมดแล้ว สุนัขชุดนี้อาจจะมีเปอร์เซนต์สุนัขที่เป็นเกรดที่ใช้ทำพันธ์ต่อไปได้มากขึ้นแต่อาจจะไม่ทุกตัว
เราจึงต้องเลือกตัวที่ตรงกับเราต้องการเอาไว้เพื่อใช้พัฒนาต่อไป
ผมขอยกตัวอย่างบรีดเดอร์ที่ผมรู้จักท่านหนึ่ง ผมเคยคุยกับเขาหลายครั้ง
เป็นคนที่มีความรู้เรื่องนี้มากกว่าผมเยอะ ใจจริงก็อยากจะเอ่ยนามแต่ไม่กล้าเพราะเขาค่อนข้างเก็บตัวพอสมควร
ใครที่ชอบประกวดคิดว่าน่าจะรู้จัก ท่านนี้ผมคิดว่าน่าจะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
อยากรู้เคล็ดลับก็ลองสอบถามดูเอาเองนะครับ บอกใบ้ให้นิดหนึ่ง ผมก็เพิ่งรู้มาว่าท่านนี้คือผู้ที่ปั้นลูกไทเกอร์เพศเมียจนได้
ไทยแลนด์แชมเปี้ยน ตอนอายุแค่ 8 เดือนมาแล้ว
จะเห็นว่าการพัฒนาสายด้วยวิธีการนี้ค่อนข้างใช้เวลาไม่น้อย
คนส่วนมากจึงนิยมการเรียนลัดมากกว่า คือการหาซื้อลูกสุนัขสวยๆมาเลี้ยงเลยง่ายกว่า
หรือมองหาพ่อพันธ์ตัวดังแล้วผสมขายลูกอย่างเดียว เพราะกว่าจะมาถึงขั้นนี้หลายท่านอาจเลิกล้มความตั้งใจไปแล้วก็ได้
จากจุดเริ่มต้อนจนถึงขั้นนี้ใช้เวลาไปแล้วอย่างน้อย 4 - 5 ปี แต่ลูกสุนัขชุดนี้เราสามารถใช้พัฒนาต่อได้สองวิธีคือ
หากเราได้ลักษณะที่เราต้องการแล้ว และต้องการจะรักษาสายเลือดไว้ก็ทำได้โดยการผสมกับสุนัขที่อยู่ในสายเดียวกัน
เพื่อคงลักษณะที่เราต้องการไว้ โดยอาจจะอาศัยหลักการมีบรรพบุรุษร่วมกัน
แต่ไม่แนะนำให้ทำอินบรีด เช่นระหว่างพี่กับน้องคอกเดียวกัน กับอีกวิธีที่เราต้องการจะพัฒนาต่อ
ก็คือการนำไปไขว้กับสุนัขนอกสายและถือว่าเป็นการเริ่มเจนเนอเรชั่นที่หนึ่งอีกครั้งหนึ่ง
หลักการผสมพันธ์ทั้งสองแบบที่ว่ามีข้อดีและข้อด้อยดังนี้ การผสมพันธ์ในกลุ่มสายเลือดเดียวกัน
ลูกสุนัขที่ได้จะมีคุณภาพใกล้เคียงกับของเดิมในเปอร์เซนต์ที่สูงกว่าการผสมนอกสาย
หากตัวพ่อพันธ์หรือแม่พันธ์มียินส์แฝงหรือสายเลือดยังไม่นิ่งอาจจะได้ลูกสุนัขที่มีลักษณะที่แย่กว่าเดิมมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ส่วนการผสมพันธ์ระหว่างสุนัขต่างสายกัน ลูกสุนัขที่ได้จะมีเปอร์เซนต์ความคาดหวังได้ยากกว่า
แต่จะไม่สร้างสุนัขที่มีปัญหาออกมาเหมือนวิธีแรก ซึ่งอาจจะได้ลักษณะทั่วๆไปออกมาในเปอร์เซนต์ที่สูงกว่า
แต่ก็อาจจะมีโอกาสได้ลูกสุนัขที่มีลักษณะเด่นกว่าของเดิมด้วยเช่นกัน
สรุปการผสมพันธ์ในกลุ่มสายเลือดเดียวกันจะทำเพื่อรักษาสายเลือดเอาไว้
ลักษณะลูกสุนัขที่ได้ ดีเท่าเดิมหรือแย่กว่าเดิม นิยมกันมากในกลุ่มสายกัด
และสุนัขสำหรับการประกวดที่สายเลือดนิ่งแล้ว เราคงจะเห็นสุนัขตัวที่สวยๆหลายๆตัวที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
สุนัขเหล่านี้หลายตัวเกิดจากการผสมแบบ Line breed แต่ linebreed
ในเมืองไทยผมก็อยากให้ดูตัวพ่อตัวแม่ให้ดีๆก็แล้วกันครับ เพราะว่าโอกาสจะได้ลูกหมาห่วยมีเปอร์เซนต์สูงพอควร
เพราะส่วนมากสายเลือดยังไม่นิ่งพอ
ส่วนการผสมพันธ์ระหว่างต่างสายเลือด วิธีนี้จะนิยมทำเพื่อลดข้อบกพร่องของตัวพ่อหรือแม่พันธ์
เพื่อต้องการจะพัฒนาสายให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก โดยการมองหาพ่อหรือแม่พันธ์ที่มีประวัติทางสายเลือดดีมาผสม
เพื่อยกระดับสายเลือดขึ้นไปอีก ลูกสุนัขที่ได้จะมีคุณภาพดีขึ้นแต่ไม่แย่ลงหรืออาจจะได้ดีกว่าเดิม
ท่านจะใช้วิธีใหนก็พิจารณากันเอาเองนะครับ
ผมหวังว่าบทความอันนี้น่าจะช่วยให้ท่านที่คิดจะพัฒนาสายสุนัขของท่านเอง
ได้พอเข้าใจวิธีการแบบคร่าวๆ แต่ก็อยากให้พึ่งระลึกไว้เสมอว่า การผสมพันธ์สุนัข
เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องใช้ทั้ง ประสบการณ์ เวลา และการลองผิดลองถูก
ความซับซ้อนทางพันธุกรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มันอาจจะไม่ง่ายเหมือนกับการบวกเลข
ที่ผลลัพท์ทุกครั้งจะต้องออกมาเหมือนเดิมทุกครั้ง การบรีดสุนัขเราทำได้แค่ใส่ปัจจัยที่เรามีอยู่เพื่อเพิ่มเปอร์เซนต์ความคาดหวังให้สูงขึ้นได้
แต่ก็ไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่า หากทำตามขั้นตอนนี้แล้วผลลัพท์ที่ได้ต้องออกมาตามความต้องการของเราเสมอไป
นี่ก็เป็นเสน่ห์และเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งของการเป็นบรีดเดอร์ครับ
คนที่คิดจะเป็นบรีดเดอร์จะต้องใจเย็น มีความอดทน จึงจะประสบความสำเร็จครับ
วิธีการที่ผมให้ไปนี้อาจเป็นเพียงแค่ขั้นพื้นฐาน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสุนัขที่ท่านมีอยู่
หากท่านมีความตั้งใจจะพัฒนาจริงๆ ควรหาควรรู้เพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆ
หรือจากผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ทางด้านนี้โดยตรง จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้มากขึ้น
สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผมต้องเขียนบทความตอนนี้ออกมา
ก็เพราะยังเห็นว่ามีผู้เพาะพันธ์สุนัขอีกเป็นจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้มีการวางแผนการผสมพันธ์
แต่ใช้สุนัขที่มีอยู่เป็นโรงงานผลิตลูกสุนัขออกมาขายอย่างเดียว หนึ่งในนั้นอาจจะรวมผมเข้าไปอีกคนก็ได้
เพราะที่ผ่านมาผมเองก็มีส่วนผิดที่ยินยอมให้ พ่อพันธ์ที่ผมมีอยู่
ผสมกับคนทั่วไปอย่างง่ายเกินไป ทำให้ลูกหลานของสุนัขที่ผมมีต้องไปตกระกำลำบากหลายต่อหลายตัว
นี่ก็คือเหตุผลที่ตอนนี้ผมไม่รับผสมพันธ์สุนัขที่ผมมีให้ใครต่อใครง่ายๆอย่างที่ผ่านมาอีกต่อไปแล้ว
ท่านที่ติดต่อเข้ามาแล้วผมปฏิเสธไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม อยากให้เข้าใจถึงเหตุผลที่แท้จริง
ผมไม่ได้หวงสายอย่างที่เข้าใจ เพียงแต่ไม่อยากเพิ่มจำนวนประชากรสุนัขโดยไม่จำเป็น
และอยากให้สุนัขพันธ์นี้มีเลี้ยงกันอยู่เฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องการเลี้ยงจริงๆ
ไม่ใช่เลี้ยงตามแฟชั่น เลี้ยงเพราะว่าราคาถูก ได้มาฟรีหรือเลี้ยงเพราะว่าเขาให้มา
ผมว่าวิธีการนี้น่าจะช่วยลดปัญหาให้กับสังคมบ้างพอสมควรนะครับ
บทความตอนนี้หากมีความดีอยู่บ้างก็ขออุทิศให้ลูกสุนัขหลายๆตัว
ที่ต้องตกระกำลำบากอยู่ในขณะนี้ ทั้งที่มีผลทางตรงหรือทางอ้อมมาจากการกระทำตัวผมเอง
ผมหวังว่าหลายสิ่งที่ผมกำลังดำเนินการอยู่ จะช่วยยกระดับสายพันธ์สุนัขพิทบูลให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น
คนทั่วไปมีความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะสายพันธ์อย่างถูกต้องและสุนัขมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ท้ายที่สุดนี้ อยากบอกว่าผมคนเดียวคงทำอะไรได้ไม่มาก ก็อยากวิงวอนให้ทุกท่านที่มีความรักในสุนัขพันธ์นี้
หากท่านชื่นชมในสุนัขพันธ์นี้จริง ไม่ใช่ชื่นชมที่ผลประโยชน์ที่กำลังตักตวงจากพวกเขา
จงช่วยกันป้องกันปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดและนำไปสู่จุดตกต่ำของสุนัขที่เรารัก
โดยเริ่มที่ตัวของท่านเองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าครับ
อะไรที่ดีๆขอเพียงอย่าแค่คิด เพราะว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ขอจงลงมือทำเสียแต่วันนี้
ด้วยความเคารพ
.
Mr. Mark 01 648 3698
เฉพาะนอกเวลางานนะครับ
|