|
บทความที่ผมเขียนนี้ ผมตั้งใจและคิดว่าจะเขียนเพื่อให้คนเลี้ยงเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงจริงๆ
ซึ่งคนกลุ่มนี้ผมว่าน่าจะเกินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ผมเองก็ขอจัดตัวเองอยู่ในกลุ่มนี้ก็แล้วกันครับ
ส่วนคนที่มีความชำนาญอยู่แล้ว หรือท่านที่ต้องการอ่านเพื่อจะหาข้อมูลเพื่อไปพัฒนาสายพันธ์
หรือเพื่อการประกวด ที่ผมคาดเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นคนส่วนน้อย หากอ่านแล้วไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร
ผมก็ต้องขออภัยด้วยครับ
ฉบับที่แล้วติดค้างท่านผู้อ่านไว้ว่าจะนำภาพความแตกต่าง ของสุนัขในแต่ละสไตล์
UKC , AKC และ ADBA มาลงให้ ชมกัน อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่า สุนัขเหล่านี้มันมีจุดกำเหนิดมาจากพันธุ์เดียวกัน
ลักษณะเฉพาะบางอย่าง มันอาจจะคล้ายกันได้ ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย
จะให้กำหนดออกไปเลยว่า ตัวใหนเป็นพันธุ์ใหนนี่มันพูดลำบาก และมีโอกาสผิดพลาดสูง
คงพูดได้แค่ว่ามีลักษณะไปในแนวทางใหน หรือถ้าใครอ่านเจอตำราเล่มใหนที่สามารถเขียนแบ่งแยกได้อย่างชัดเจน
ช่วยแนะนำมาหน่อยนะครับ สุนัขเหล่านี้ มีรูปร่างหน้าตาหลายรูปแบบมาก
หนังสือส่วนใหญ่ที่ผมอ่านจึงไม่มีฉบับใหนที่กล้าฟันธงตรงๆเลยถึงความแตกต่าง
ผมเองก็อยากให้ความกระจ่าง และถือเป็นคำถามยอดฮิตที่ผมเจอเลยในเรื่องนี้
แต่ก็ยังหาวิธีอธิบายไม่ได้ ฉบับที่แล้วผมเขียนบทความออกไป โดยเล่าเรื่องความเป็นมาเพื่อให้คลายความกังวลเรื่องนี้
และหันไปสนใจเรื่องการเลี้ยงดูมากกว่าที่จะสนใจว่ามันแตกต่างกันอย่างไร
มีบางท่านเสนอแนะอยากให้ผมนำรูปสุนัขแบบที่ผมชอบมาลงให้ดู และช่วยวิจารณ์ประกอบรูปภาพด้วย
ว่าดีไม่ดีอย่างไร อันนี้ขอบอกเลยว่าไม่ได้ครับ เพราะผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่จะวิจารณ์ถึงสุนัขตัวใดๆได้
ผมยังเป็นมือสมัครเล่นอยู่อาจจะบอกได้แค่ว่า ผมชอบหรือไม่ชอบสุนัขตัวใด
โดยอาจจะให้เหตุผลส่วนตัวประกอบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสุนัขตัวที่ผมชอบจะต้องเป็นตัวที่ดีที่สุด
และตัวที่ผมไม่ชอบจะเป็นสุนัขที่แย่ที่สุด หวังว่าคงจะเข้าใจนะครับ

รูปภาพที่ผมนำลงในขณะนี้ เป็นลักษณะโครงสร้างที่ผมอยากได้อีกลักษณะหนึ่ง
สุนัขในลักษณะนี้น่าจะหายากขึ้นในทุกวันนี้ คนที่ชอบแบบหนาๆ เตี้ยล่ำคงจะไม่ชอบ
เพราะมันอาจจะดูไม่น่าเกรงขาม หรือสะใจผู้ที่นิยมในความใหญ่ บึกบึน
แต่รูปที่ผมนำมาให้ดูนี้มันมีความสวยงามกลมกลืน ได้สัดส่วน ทั้งโครงสร้างและหน้าตา
ตามแบบฉบับของสุนัขพิทบูล สายใช้งาน ดูจากรูปร่างก็น่าจะเป็นสุนัขที่แข็งแรง
คล่องแคล่วว่องไว และมีกล้ามเนื่อที่สวยงามชัดเจน ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป
ถ้าเป็นนักกีฬารูปร่างแบบนี้น่าจะได้เปรียบ ที่ผมเขียนออกมาแบบนี้คิดว่าท่านผู้อ่าน
ก็คงพอเดาออกว่าผมชอบสุนัขในแบบใหน แต่ความชอบก็คือความชอบครับ การจะได้มาครอบครองหรือไม่มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ผมคิดว่าสุนัขในรูปภาพแบบนี้ น่าจะใช้เป็นตัวอย่าง ให้ท่านผู้อ่านดู
ว่าเป็นลักษณะสุนัขเพื่อการประกวดในแบบฉบับของ A.D.B.A. และU.K.C.
ในยุคแรกๆ ผมขอเรียกว่า ออริจินอลพิลบูล นะครับ ส่วน UKC ในยุคหลังๆ
ที่เขาเรียกว่า โมเดิ้น พิทบูล รวมถึงสุนัขสำหรับประกวดในยุคใหม่
ที่ชักจะมาในรูปแบบของภาพที่ผมจะโชว์ในลำดับต่อไป

รูปภาพต่อมาที่ผมนำมาให้ดู อันนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นสุนัข
ในสไตล์ของ American Staffordshire Terrier (AKC) หรือสุนัขในกลุ่มของสายประกวด
รูปภาพที่ผมใช้เป็นตัวอย่าง เป็นการโชว์ให้เห็นถึงรูปลักษณ์ภายนอกโดยทั่วๆไป
แต่ไม่ได้หมายความว่า มันต้องเป็นอย่างที่ผมบอก เสมอไป ผมหมายถึงลักษณะของสุนัขที่อยู่ในรูปน่าจะเป็นสุนัขในสไตล์นี้
แต่ในความเป็นจริงสุนัขสองตัวนี้อาจจะขึ้นอยู่กับทั้งสองสมาคม คืออยู่กับทาง
UKC ด้วยก็ได้ และในปัจจุบันนี้ เรามักจะเห็นสุนัขในลักษณะนี้ ในประเทศอเมริกาเอง
ที่ขึ้นกับทั้งสองสมาคม สามารถชนะการประกวด และได้ตำแหน่งแชมป์ของทั้งสองสมาคมด้วยเช่นกัน
รูปร่างจะใกล้เคียงกับภาพที่ผมนำมาลงให้ดู
แต่อยากให้สังเกตุอีกนิดหนึ่ง เพราะมีสุนัขอีกหลายๆตัว จากหลายๆคอกที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
ในอเมริกา ทั้งพันธ์ พิทบูล และ สแต๊ฟฟอร์ด ราคาลูกสุนัขอาจจะถึงตัวละ
$2,000-3,000 เหรียญเลยทีเดียว ใครที่ชอบท่องเน็ตจะเจออยู่ในหลายๆเว็บ
แต่สุนัขในกลุ่มนี้ไม่ค่อยจะได้เจอรูปภาพของเขาใน ตำราเกี่ยวกับ
พิทบูล ที่วางขายในปัจจุบันนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าเพิ่งพัฒนาออกมาได้ไม่นาน
คงต้องหาดูเอาจากตามเว็บไซต์ไปก่อน ด้วยการมีขนาดร่างกาย มีดูใหญ่โตมหึมา
หรือที่เตี้ยล่ำแบบสุดๆ หรืออกกว้าง ลำตัวหนาแบบสุดๆ ที่ใครเห็นต้องตาค้าง
แต่ว่าลองสังเกตุดูดีๆสุนัขเหล่านี้มักจะไม่มีตำแหน่งใดๆทางการประกวด
อันนี้มันก็คงเป็นเรื่องของความนิยมไปตามยุคตามสมัย ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ

สุนัขในรูปต่อมา อันนี้ค่อนข้างชัดเจน ว่าเป็นสุนัขพันธ์
Staffordshire Bull Terrier ต้นตำหรับของประเทศอังกฤษ สุนัขตัวในรูปนี้
ไม่เกี่ยวกับทั้งสามสมาคมดังกล่าว เชื่อกันว่า เป็นต้นตระกูลของสุนัขในสองแบบที่ผมได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น
เท็จจริงอย่างไรผมก็ไม่กล้ายืนยัน เพียงแต่มีตำราบางเล่มเขาว่าไว้อย่างนั้น
สุนัขในรูปภาพนี้จะมีขนาดค่อนข้างเล็กกว่า เมื่อเทียบกับสุนัขสองแบบแรก
มีขนาดความสูงประมาณ 17 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 35 ปอนด์
จากตัวอย่างที่ผมนำมาให้ดู คิดว่าคงช่วยให้ความกระจ่างขึ้นอีกหน่อย
แต่ก็คงยังไม่ถึงกับเข้าใจร้อยเปอร์เซนต์ อย่างที่ผมเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้รูปแบบและชื่อที่กำหนดไว้ตามตำราว่า
สุนัขทั้งสามแบบเป็นคนละพันธ์กัน ไม่ใช่พันธ์เดียวกันอีกต่อไป แต่ในทางปฏิบัติมันเป็นการยากที่จะกำหนดได้อย่างนั้นจริง
โดยเฉพาะกับในยุคปัจจุบันนี้ สุนัขทั้งสามแบบ โดบเฉพาะกับสองแบบแรก
ที่ยังไม่มีวันที่จะแยกจากกันได้ขาด เพราะยังมีการนำสุนัขไปขึ้นทะเบียน
ข้ามสมาคมกันอยู่เสมอ และพบเห็นได้โดยทั่วไปและเกือบจะถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว
มีอีกรูปแบบหนึ่งที่ผมยังไม่ได้เขียนถึง เพราะเกรงว่าจะยิ่งทำให้งงกันไปอีก
คือรูปภาพที่ผมนำมาลงให้ดูในลำดับต่อไป เป็นสุนัขอเมริกันพิทบูลสีแดงจมูกแดง
มีชนิดที่เรียกว่า โอลด์ แฟมิลี่ เรด เรด โน๊สด้วย ที่ผมโดยส่วนตัวแล้วชื่นชอบเป็นพิเศษ
และทดลองเลี้ยงไว้ตัวหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะลักษณะนิสัยและพลังแรงขับที่มีมากอย่างเหลือเฟือ
บวกกับมันเป็นพิทบูลตัวแรกในชีวิต ก็เลยอาจจะผูกพันมากเป็นพิเศษ
โอกาสนี้จึงขอยกตัวอย่างพร้อมคำอธิบายให้ดู แค่สามแบบแรกก็พอ

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะชี้แจงและอยากทำความเข้าใจให้ทราบมากที่สุดก็คือ
เวลาที่มีคนโทรมาหาผมแล้วเขาถามว่าสุนัขของผม เจ้าไทเกอร์เป็นสายกัดหรือสายโชว์
ผมไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เพราะว่ามันไม่ใช่ทั้งคู่ ทำไมเขาไม่ถามว่าสุนัขผมเป็น
พิทบูล หรือ สแตฟฟอร์ด อันนี้น่าจะตอบง่ายกว่าเยอะเลย ผมไม่รู้ว่าในเมืองไทยใครเป็นคนกำหนดการเรียกไว้แบบนี้
เพราะว่าหมาผมถ้าผมจะบอกว่าเป็นสายกัดก็ตอบไม่ได้ เพราะว่าผม ไม่ได้เลี้ยงเอาไว้กัด
และไม่เคยคิดจะเอามันไปกัดกับใครด้วย ถ้าเกิดผมตอบแบบนั้นและคนดันทะลึงเชื่อเอาลูกหลานมันไปกัดกันจริงๆ
มันก็คงจะเป็นเวรเป็นกรรมแก่ตัวผมอีก ถ้าจะตอบว่าเป็นสายโชว์ก็ตอบไม่ได้อีก
เพราะว่าผมไม่เคยพามันไปประกวดเลยแม้แต่ครั้งเดียว และในเมืองไทยผมก็ไม่รู้ว่ามีสมาคมใหนให้การรับรองสุนัขพิทบูล
และเป็นผู้ดำเนินการจัดประกวดอย่างถูกต้องตามกติกาจริง หรือถ้าจะแกล้งมั่วนิ่มใช้ชื่อ
ว่าเป็นพันธ์ สแต๊ฟฟอร์ดฯ ส่งเข้าร่วมการประกวด ในงาน ที่จัดโดยสมาคมที่
FCI ให้การรับรอง หน้าตาแบบนี้ขืนส่งลงไปกรรมการที่รู้จริง ไม่ใช่กรรมการจำเป็นประเภทมั่วนิ่มคงได้ตะเพิดออกจากสนามทั้งคนทั้งหมาแน่ๆ
เพราะจมูกแดงแจ๋แบบนั้นมันประกวดไม่ได้ครับ และนี่ก็คือเหตุผลว่าถ้าจะให้ตอบว่ามันเป็นสายโชว์มันก็คงจะรู้สึกกะอักกะอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับท่านผู้อ่าน
ผมอยากเรียนให้ทราบครับว่าเท่าที่ผมรู้มา ยังไม่มีสมาคมใหนในเมืองไทยให้การรับรองสุนัขพันธ์
อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย ครับ สมาคมที่ให้การรับรองอยู่ในขณะนี้
เขารับรองในชื่อของสแต๊ฟฟอร์ด และใช้มาตรฐานนี้ครับ และลักษณะของสุนัขที่ผมเลี้ยงไว้
ดูอย่างไรมันก็ไม่มีทางเป็นสแต๊ฟฟอร์ดฯ ได้ครับ ที่เขียนมานี่ไม่ได้ต้องการชวนใครทะเลาะ
หรือต้องการสร้างความแตกแยกนะครับ ผมเพียงแค่ต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเท่านั้นเอง
ไม่เช่นนั้นคนก็ยิ่งจะสบสนกันไปใหญ่ ถ้าเราซีเรียสเรื่องการประกวดจริงๆก็ควรทำให้ถูกต้อง
มิฉะนั้นวงการก็จะไปไม่ถึงใหนเสียที และสมาคมที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้มากๆครับ
ใหนๆก็เก็บค่าสมาชิกเขาไปแล้ว สมาชิกก็ควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
มันถึงจะเกิดประโยชน์จากการเป็นสมาชิกจริงๆ
ผมขอแนะนำผู้ที่รักการประกวด ควรมุ่งเน้นในแนวทางของ สุนัขสแต๊ฟฟอร์ดจะดีกว่า
เพราะมีสมาคมผู้พัฒนาพันธ์ให้การรับรองอย่างถูกต้อง สุนัขสามารถจบแชมเปี้ยนได้
แต่สำหรับสมาคมที่ให้การรับรองพิทบูลในเมืองไทยยังไม่มี ผมจึงไม่อยากให้หลอกตัวเอง
เอาพิทบูลไปประกวดในสนามประกวด ของสแต๊ฟฟอร์ดฯ เพราะมันจะยิ่งสร้างความสับสนกันไปใหญ่
ผมพูดแบบนี้ไม่รู้ว่าท่านผู้อ่านจะเห็นด้วยกับผมหรือเปล่า
เคยมีเหมือนกันที่มีคนเสนอให้ผมจัดการประกวดสุนัขในแบบของพิทบูล
และช่วยเป็นกรรมการตัดสินให้ด้วย ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยครับว่ามิบังอาจ
การจะเป็นกรรมการตัดสินสุนัข มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆครับ ที่จะไปเอาตาสีตาสา
หรือคนรู้แค่ผิวเผินมาทำหน้าที่อันสำคัญนี้ได้ และที่สำคัญเรื่องอะไรที่อยู่ดีๆ
จะให้ผมไปทำงานในตำแหน่งที่มีโอกาสโดนด่ามากที่สุดละครับ กิจกรรมสำหรับพิทบูลมีอีกต้องเยอะที่สามารถทำได้
ไม่จำเป็นต้องจัดประกวดเพียงอย่างเดียวนี่ครับ คนที่จะสามารถตัดสินการประกวดสุนัขได้
มันต้องรู้จริงรู้ลึก และต้องเคยคลุกคลี ที่สำคัญต้องเคยเพาะเลี้ยงและส่งสุนัขเข้าประกวด
อย่างโชกโชนจนเข้าใจถึงลักษณะประจำพันธ์อย่างลึกซึ่ง ไม่ใช่แค่อ่านเอาจากมาตรฐานในกระดาษแล้วมาชี้เป็นชี้ตายในสนาม
มันตลกไม่ออกเลยครับ อย่างที่ผมเห็นในขณะนี้ขอโทษที่ต้องกล่าวถึง
ผมอ่านเจอในหนังสือสวนจตุจักรนี่ละครับ ผมอาจจะรู้ไม่จริงทำให้เข้าใจผิดก็ได้
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงผมก็ต้องขอประทานอภัยด้วยครับ กรณีสุนัขไทยหลังอานของเรา
ผมเคยอ่านเจอเมื่อไม่นานมานี้ ประกวดสุนัขไทยแต่ให้ฝรั่งตัดสิน ผมว่าฝรั่งยังเล่นมาไม่นาน
อย่างเก่งก็น่าจะรู้แค่เรื่องรูปร่างลักษณะภายนอก แต่ความลึกซึ้งที่อยู่ในสายเลือดที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นนี่
เขาจะสามารถให้ความชัดเจนในการตัดสินได้มากน้อยแค่ใหนผมสงสัยจริงๆ
ทำไมเราไม่เชื่อใจคนไทยด้วยกันละครับ เราควรจะตัดสินให้ฝรั่งดูน่าจะดีกว่า
รอให้เขาเข้าใจเกี่ยวกับสุนัขของเราอย่างลึกซึ้งเสียก่อนค่อยมาทำหน้าที่นี้จะดีกว่าใหมครับ
ผมขอออกตัวก่อนนะครับ ผมออกความเห็นในฐานะที่เป็นคนนอก ผมเสนอด้วยความบริสุทธิใจและไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับวงการการสุนัขไทยหลังอาน
สุนัขที่มีถิ่นกำเหนิดแถวบ้านผมเอง เป็นมุมมองในฐานะคนไทยคนหนึ่งหวังว่าคงไม่โกรธกันนะครับ
ท้ายสุดขอประชาสัมพันธ์โครงการดีๆสองเรื่องก่อนจาก... โครงการแรก
การแข่งขันสุนัขลากน้ำหนัก ที่เราจัดอยู่ ท่านใดที่สนใจก็สอบถามรายละเอียดได้ที่
คุณแชมป์ 01 840 5335 โครงการที่สอง โครงการหาบ้านใหม่ให้พิทบูล
เพราะขณะนี้ผมคิดว่ามีสุนัขสวยๆ ลักษณะดี และนิสัยดีอีกเป็นจำนวนไม่น้อย
ที่ต้องการบ้านพักแห่งใหม่ เนื่องจากเจ้าของเดิม อาจจะมีความจำเป็นบางอย่างที่ไม่สามารถดูแลพวกเขาต่อไปได้
ผมจึงอยากจะจัดทำ "โครงการจัดหาบ้านใหม่ให้พิทบูล" โครงการนี้
ต้องการที่จะช่วยลดปัญหาเรื่องพิทบูลที่เจ้าของเดิมไม่ต้องการ หรือมีมากจนเกินความต้องการ
จนไม่สามารถเลี้ยงดูได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้เขาสามารถมีบ้านใหม่ที่มีความเป็นอยู่สุขสบายขึ้น
และเพื่อป้องกันการถูกทอดทิ้ง ผมเชื่อว่ามีคนอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่ต้องการเลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อน
หรือเฝ้าบ้านเฉยๆ ไม่ได้ต้องการจะนำสุนัขไปประกวด หรือขยายพันธ์ต่อไป
ที่สำคัญโครงการนี้จะช่วยให้ท่านที่ต้องการจะเลี้ยงจริงๆ ด้วยความรักความเมตตาจะได้ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อ
ท่านที่มีความประสงค์ และสนใจจะเข้าร่วมกับโครงการนี้ ช่วยแจ้งความจำนงค์ในการรับอุปการะ
หรือรายละเอียดของสุนัขที่ต้องการหาผู้อุปการะ ของท่านผ่านทาง e
mail ได้ที่ mark@pitbullzone.com และ markpitbull@hotmail.com หรือทางจดหมาย
ที่ 42/302 หมู่บ้านคาซาลีน่า ถ. นิมิตใหม่ แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา
กรุงเทพฯ 10510 ผมยินดีเป็นสือกลางให้ครับ
|