สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันอีกครั้งกับบทความประจำเดือน พฤศจิกายน เดือนนี้ก็ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวอีกครั้งอากาศเริ่มเย็นมากขึ้น และที่มักจะมาพร้อมกับฤดูหนาวก็คือการเป็นสัดของสุนัข ใครที่คิดจะบรีดลูกสุนัขในช่วงนี้อาจต้องทำใจหน่อย เพราะปลายปีคาดว่าลูกสุนัขน่าจะออกมาเยอะ ราคาคงตกและหากราคาสูงอาจจะขายยากหน่อย ถ้าสวยๆก็คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ก็ไม่อยากให้ต้องกังวลกับบทความของผมมากนัก ผมสังเกตเอาจากจำนวนเจ้าของแม่พันธ์ที่ติดต่อเข้ามา ประกอบกับระยะนี้สุนัขในหมู่บ้านผมก็ติดสัดกันเดินเพ่นพล่านตามถนนเป็นฝูงๆส่งเสียงหอนโหยหวนกันทั้งคืน และสุนัขที่บ้านผมก็เป็นสัดกับเขาด้วยทั้งสองตัว จึงต้องให้การระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะยังไม่อยากเพิ่มสมาชิกใหม่โดยไม่จำเป็น ทั้งซินเดอร์และอังกอร์ แต่ที่แปลกใจก็คือเจ้าอังกอร์ผมได้ทำหมันไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเป็นฮีดได้อย่างไร ฉบับนี้ไม่รู้จะเริ่มต้นที่อะไรก็เลยต้องเอาเหตุการณ์ใกล้ตัวเบิกทางไปก่อน เขาว่ากันว่าการเป็นนักเขียนจะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย เพราะบางครั้งก็ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร และบทความที่เขียนก็ต้องคำนึงด้วยว่า ผู้อ่านอ่านแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไรด้วย
เมื่อเดือนก่อนผมมีโอกาสได้รับเชิญจากคุณหมอพิมล เป็นแขกพิเศษไปร่วมงานด๊อกแค้มป์ที่จัดโดยอาหารสุนัขด๊อกกิ้นที่อำเภอปากช่อง ผมชอบมากกับกิจกรรมดีๆแบบนี้ อยากให้มีการจัดอีกบ่อยๆ ไม่ว่าจะจัดโดยใครก็ตาม เพราะการที่เราหาสัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อนก็คงเพราะว่าเราเหงา กิจกรรมดีๆแบบนี้ก็น่าจะทำให้เรามีเพื่อนมากขึ้น ผมเห็นเจ้าของสุนัขหลากสายพันธ์ นำสมาชิกในครอบครัวและสุนัขที่เลี้ยงไว้เข้าร่วมงานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ในงานมีการจัดกิจกรรมร่วมกันทั้งภาคสนามและเกมส์การแข่งขัน มีการสัมมนาเล็กๆให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูแก่เจ้าของสุนัขด้วย กลางคืนก็มีกิจกรรมรอบกองไฟ ผมเห็นสมาชิกทุกท่านที่ไปในงาน ต่างก็ให้ความคุ้นเคยเป็นกันเอง และทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม งานนี้มีสุนัขพิทบูลของคุณต๊อกจากจังหวัดกาญจน์ฯไปร่วมงานกับเขาด้วยหนึ่งตัว ผมเองไม่ได้นำสุนัขไป เลยได้โอกาสไปออกรอบตีกอล์ฟกับพี่หมอ ถือว่าเป็นการผ่อนคลายจากภารกิจได้เป็นอย่างดี แต่ยอมรับว่าฝีมือผมยังสู้พี่หมอไม่ได้จริงๆ หวังว่าครั้งหน้าคงให้โอกาสได้แก้ตัวอีกสักครั้งนะครับ
หันมาดูทางด้านวงการพิทบูลบ้าง สุนัขพันธ์นี้หากนำไปร่วมงานกับสุนัขพันธ์อื่นก็คงจะไม่ค่อยเหมาะ เพราะทุกท่านที่นำสุนัขไปในงาน ต่างก็ปล่อยสุนัขออกมาวิ่งเล่นด้วยกันอย่างอิสระ ถ้ามีพิทบูลเข้าร่วมจอยด้วย ไม่ต้องมากหรอกครับ แค่ตัวเดียวก็เกินพอ คิดว่าคงจะวงแตก ต่อให้ สเตเบิ้ลขนาดไหนก็ตาม โอกาสพลาดมันก็มี ฉะนั้นใครที่เป็นเจ้าของพิทบูล ควรให้การระมัดระวังในเรื่องนี้เป็นพิเศษนะครับ เรารู้อยู่แล้วเรื่องต่อสู้พิทบูลไม่เป็นรองใครแน่ๆ ต่อให้ใหญ่มาจากไหนก็ตาม แต่หมาใครๆก็รัก เราไปร่วมงานเพราะต้องการเพื่อน ถ้าใครคิดจะนำพิทบูลไปร่วมงานเพื่ออวดศักยภาพก็ไม่ควรไป เพราะนอกจากจะไม่ได้เพื่อนกลับมาแล้ว ยังทำให้คนอื่นที่เลี้ยงพิทบูลได้รับความเสื่อมเสียไปด้วย อยากฝากไว้ให้เป็นข้อคิดนะครับ
มีคนเคยถามผมว่า พิทบูลนี่กัดเก่งไม่แพ้ใครเลยจริงหรือ ผมบอกว่ามันก็ไม่แน่เสมอไป แต่ถ้าจำเป็นต้องเลือก และเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัวในสนามกับสุนัขพันธ์อื่นถึงจะใหญ่กว่าแค่ไหนก็ตาม ผมขอถือหางข้างพิทบูลเอาไว้ก่อน แต่อย่าลืมว่าพิทบูลมันก็พลาดเป็น ถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่ามากๆ และโดนกัดที่จุดสำคัญก็มีสิทธิเดี้ยงได้ ผมเคยเห็น พิทบูล หลุดออกไปกัดกับร็อตฯ ในช่วงสองสามนาทีแรกเห็นร็อตฯ ฟัดพิทบูลล้มคว่ำล้มหงายไม่เป็นท่าเลย คิดว่าคงเสร็จแน่ๆ แต่ที่ไหนได้หลังจากพันตูกันสักพักและพิทบูลเริ่มตั้งตัวได้ มันจะกัดย้ำอยู่ที่เดิมจนร็อตทนความเจ็บปวดไม่ไหวถึงกับอ้าปากร้องและปล่อยปากออกมาพยายามแก้ตรงจุดที่ตัวเองเจ็บ นี่ก็คือนาทีอวสานของร็อตฯ เพราะว่าหลังจากที่มันปล่อยปากแล้วก็แทบจะไม่มีโอกาสได้ป้องกันตัวเองอีกต่อไป พิทบูลมันฉลาดในเรื่องการต่อสู้ มันจะกัดและสะบัดเพื่อป้องกันไม่ให้ร็อตกัดมันได้อีกเลย และเมื่อร็อตเจ็บก็จะพะวงอยู่แต่ตรงที่ตัวเองเจ็บเลยไม่มีโอกาสตอบโต้ จุดนี้นี่เองที่พิทบูลเหนือกว่าร็อตฯ และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้พิทบูลเป็นฝ่ายชนะ
มีเซียนกัดท่านหนึ่งเคยเล่าให้ฟัง เขาบอกว่าสุนัขของเขาพาออกนอกบ้านกลัวแม้กระทั่งหมาข้างทาง ไม่กล้าสู้ใคร แต่เวลาอยู่ในสังเวียนกัดคู่ต่อสู้ตายไปหลายตัวแล้ว มันก็เป็นเรื่องแปลก และสุนัขพิทบูลที่เลี้ยงโดยทั่วไปมีหลายตัวก็กัดไม่เป็น ใครที่คิดจะเอาสุนัขของตัวเองไปเที่ยวไล่กัดสุนัขจรจัดข้างทาง อาจจะเจอดีก็ได้ ผมเชื่อว่าพิทบูลมันสู้ได้ทุกตัวแต่การทำเช่นนั้น ท่านขาดทุนแน่ๆถ้าเจอแบบสิบรุมหนึ่ง เพราะพิทบูลมันมุ่งที่จะเก็บทีละตัวและมุ่งไปที่ตัวจ่าฝูงก่อน ก็เลยเปิดโอกาสให้พวกลูกฝูงตัวที่เหลือเลือกกัดตามสบาย แต่หลังจากเก็บจ่าฝูงได้แล้ว สุนัขพวกนั้นเห็นลูกพี่แพ้ก็วิ่งหนีไปหมดเลยไม่ทันได้เอาคืน นี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมถึงขาดทุน ที่ผมเล่าให้ฟังนี้เพื่อให้ท่านที่ไม่รู้ได้รู้ ไม่ได้มีเจตนาจะส่งเสริมให้ใครนำสุนัขไปต่อสู้กันนะครับ โปรดเข้าใจตามนี้ด้วย
วกกลับมาที่เรื่องมาตรฐานของสุนัขพิทบูลเสียหน่อย เห็นมีบางท่านเน้นย้ำอย่างเหลือเกิน ขอส่งใจสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ เพื่อให้สุนัขพิทบูลในบ้านเรามีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยะประเทศ แต่ขอเพียงอย่างเดียวอย่าพูดอย่างทำอย่าง เพราะคนที่ติดตามเขาจะงง ส่วนตัวผมขออยู่ในกลุ่มผู้เลี้ยงเป็นเพื่อนทั่วๆไป เพราะไม่อยากส่งเสริมให้คนตีคุณค่าของสุนัขที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว จนลืมไปว่าเขาก็มีชีวิตจิตใจเหมือนกับเรา ถ้าคนคิดจะเลี้ยงแต่หมาสวยหมาที่ไม่สวยคงจะถูกทอดทิ้งให้ออกมาเป็นภาระแก่สังคมต่อไป และขอยึดมั่นในอุดมการณ์เดิมโดยมีความเชื่อว่า ปัญหาทุกอย่างในโลกนี้ คนเป็นผู้ก่อขึ้นมาแทบทั้งสิ้น การกำหนดกฎเกณฑ์อะไรขึ้นมา มนุษย์ทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเองเป็นหลัก ถ้าข้อกำหนดนั้นทุกคนในกลุ่มเห็นด้วยก็จะกลายมาเป็นบรรทัดฐานในที่สุด เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะคิดพัฒนาสิ่งใด เราควรเริ่มพัฒนาที่ตัวเราเองให้ได้ก่อน แนวทางนี้ถือว่าเป็นการเตรียมการเพื่อความยั่งยืนมากที่สุด มาตรฐานใดๆก็ตาม หากมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องมักจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะว่าวันหนึ่งเกิดมีความเห็นแตกต่างกันขึ้นมา เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองก็ต้องพยายามสร้างมาตรฐานใหม่ออกมาอีกเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มตัวเองบ้าง และจากจุดนี้ก็กลายมาเป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มในที่สุด ผมจึงอยากเห็นกลุ่มสังคมคนเลี้ยงสุนัข ที่มีความหลากหลายแต่เต็มไปด้วยมิตรภาพ
ผมชื่นชอบสุนัขพิทบูลเป็นพิเศษ จึงได้ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับพิทบูลขึ้นมา แต่เป็นเว็บไซต์ทั่วๆไป ไม่ได้เน้นถึงเรื่องใดเป็นพิเศษ ต้องการเพียงอย่างเดียวคือมิตรภาพระหว่างกันในกลุ่มคนเลี้ยงสุนัขพันธ์นี้ และโชคดีที่มีโอกาสได้เขียนบทความลงในหนังสือด้วย ทำให้ต้องมีฐานะเป็นบุคคลสาธารณะเข้าไปด้วย ด้วยเหตุนี้ข้อคิดเห็นของผมบางครั้งอาจจะสร้างผลกระทบแก่บุคคลอื่นได้ จึงขอสงวนสิทธ์ที่จะไม่แสดงความคิดเห็นหรือให้คำวิจารณ์ถึงสุนัขตัวใดตัวหนึ่งหรือของคอกใดๆทั้งสิ้น เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆที่จะตามมาทั้งหมด ผมอยากให้สังคมพิทบูลมีความสงบเหมือนสังคมอื่นบ้าง ท่านที่ถามมาอยากขอคำวิจารณ์ต่างๆแล้วผมไม่ตอบก็อย่าเพิ่งน้อยใจ เพราะว่าสิ่งผมทำน่าจะเป็นดีมากกว่าผลเสีย ผมแนะนำให้ได้ในบางเรื่องแต่จะไม่วิจารณ์ถึงคอกใดคอกหนึ่งอย่างเด็ดขาด และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจที่ถามกันมาจะให้หลักการง่ายๆเอาไว้เป็นข้อสังเกตดังนี้ ถ้าอยากรู้ว่าหมาตัวไหนสวยจริง ตัวไหนดีจริงหรือไม่ ให้ฟังกระแสจากคนภายนอกทั่วๆไปอย่าไปฟังจากปากของเจ้าของเพียงอย่างเดียว และก็อยากให้ระวังอย่าไปขอความคิดเห็นจากบุคคลประเภทที่ชอบยกตนข่มท่าน ประเภทที่ว่าหมาใครก็ไม่ดีหมาตัวเองดีที่สุดทั้งๆที่ความจริงแล้วมีแต่ราคาคุยทั้งนั้น คนที่ผมว่านี้ลองสังเกตดูดีๆสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำมักตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง หรือพวกชอบอ้างทฤษฎีหรืออ้างมาตรฐานบังหน้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จริงเท็จอย่างไรต้องดูที่การปฏิบัติจริง อาจจะได้คำตอบที่แน่นอนกว่า ไม่แน่อาจจะเจอคนเอาหมาอายุไม่ถึงมาทำพ่อพันธ์บ้าง เอาหมาฟันขาดมาบรีดบ้าง หรือเอาบางตัวทีสูงเกินมาตรฐานมาเป็นพ่อพันธ์บ้าง มีมาแล้วทั้งนั้นจากคนที่ชอบอ้างเรื่องมาตรฐานเสียด้วย แล้วอย่างนี้จะมาอ้างมาตรฐานเกทับคนอื่นไปเพื่ออะไร สู้อยู่เฉยๆไม่พูดจะดีกว่า
มันจะเป็นไปได้อย่างไร ลูกหมาครอกหนึ่งสิบตัวจะสวยทั้งสิบตัว ก็ต้องมีปนๆกันออกมาบ้าง และถ้ามันสวยทุกตัวจริงป่านนี้หมาพิทบูลสวยๆก็น่าจะมีเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้ว ผมเห็นใจคนที่เลี้ยงใหม่ๆ เจอการบรรยายสรรพคุณจากบุคคลที่เขาคิดว่าเป็นมือโปรมีใครบ้างละจะไม่เชื่อ แต่หลังจากซื้อไปแล้วก็ตัวใครตัวมันละครับ ผมได้ยินเรื่องแบบนี้มาจนเบื่อ สงสารหมาครับ มันไม่รู้เรื่องอะไร แต่ต้องกลายมาเป็นเครื่องมือสนองอารมณ์ของคน มีบางท่านที่ซื้อมาด้วยราคาที่แพงมาก นำมาให้ดูและจะยกให้ผมฟรีๆอีกด้วย จึงอยากเตือนคนที่กำลังจะมาเล่นใหม่ๆ อย่าเชื่อแค่คำโฆษณา รวมถึงอย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่ผมพูดด้วย แต่ถ้ามีหลวมตัวไปบ้างแล้วก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรครับ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือ สนับสนุนให้ทุกท่านเลี้ยงสุนัขอย่างมีความรับผิดชอบ หมาจะสวยหรือไม่ก็ช่างมัน แต่มีอย่างหนึ่งที่รับรองได้ว่า ถ้าคุณๆให้ ความรักความเมตตาแก่หมาที่คุณเลี้ยงมากเท่าไร เขาก็จะตอบแทนคุณด้วยความจงรักภักดีไปตลอดชีวิต และหมาที่ถูกใจไม่ต้องไปถามใครเราสามารถให้คำตอบได้ด้วยตัวของเราเองแน่นอนที่สุดใช่ใหมครับ
การเลี้ยงหมามันเป็นความชอบส่วนบุคคล ใครจะชอบแบบไหนก็ตามสบาย แต่มีข้อแม้ว่าต้องเลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบ อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน ผมว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่ผมเขียนออกไปนี้ ใครจะทำได้หรือไม่ได้มันขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะของแต่ละบุคคล ผมรู้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริง การรักษาสิทธิของตัวเองและเคารพในสิทธิของคนอื่นในสังคมไทยยังถือว่าเป็นเรื่องไกลเกินฝัน แต่ในเมื่อผมได้มาทำหน้าที่ตรงนี้แล้ว การจะนิ่งเฉยดูดายมันก็จะดูกระไรอยู่ จึงจะต้องเขียนถึงบ้าง และการที่ผมมีอีกหนึ่งสถานะคือเป็นเจ้าของสุนัขพิทบูลด้วย และค่อนข้างมั่นใจว่า เราก็เป็นฟันเฟืองสำคัญอันหนึ่งที่สามารถผลักดันได้ หากชื่อเสียงของกลุ่มส่อไปในทางเสียผลกระทบก็คงต้องมาถึงทุกคนอยู่ดี และในเมื่อเรารักสังคมนี้จึงอยากเห็นสังคมนี้เป็นสังคมที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพราะว่าพวกเรากำลังเล่นกับความพิเศษ ผมจึงอยากให้กลุ่มสังคมพิทบูลของผมเป็นกลุ่มพิเศษไปด้วย จึงมุ่งเน้นที่การพัฒนาคนเป็นอันดับแรก ส่วนการพัฒนาด้านอื่นๆมันจะตามมาเองในภายหลัง ขึ้นอยู่กับว่าใครชอบทางใดก็มุ่งไปทางนั้น แต่ไม่ควรไปทับถมคนที่ชอบไม่เหมือนตัวเอง ผมเสนอแบบนี้ไม่ทราบว่ามีคนเห็นด้วยหรือเปล่าครับ แสดงความคิดเห็นกันได้ในเว็บบอร์ดของ www.pitbullzone.com เว็บไซต์ที่ให้อิสระในการแสดงความคิดเห็นกันได้อย่างเต็มที่ แต่ขอให้ใช้คำพูดที่สุภาพเท่านั้นก็พอครับ
ขอขยายความเรื่องวุฒิภาวะอีกหน่อยนะครับ อันนี้เป็นมุมมองส่วนตัว ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร ขอเอาประสบการณ์ที่เคยเจอมาเล่าให้ฟัง ผมเคยเจอเหตุการณ์นี้บ่อยมาก สมัยก่อนตอนที่ผมยังศึกษาอยู่ต่างประเทศ ที่อเมริกา ผมมีความประทับใจเรื่องการเคารพสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่น และประทับใจการให้บริการพื้นฐานของหน่วยงานของรัฐแก่ประชาชนของเขามาก รวมไปถึงการให้บริการแก่คนทุกชนชั้นอย่างเท่าเทียมกันทั้งหมด แม้ว่าผมจะเป็นชาวต่างชาติเวลาไปติดต่ออะไร ก็มักจะได้รับการบริการที่ดีเยี่ยมโดยเสมอมา ผมคิดว่าสาเหตุที่เขาทำได้อย่างนี้ก็เพราะเขาได้มีการ พัฒนาทางด้านวุฒิภาวะของประชนชนของเขาแล้วนั่นเอง ประชาชนของเขารู้จักการรักษาสิทธิของตนเองในเกือบทุกเรื่อง ไม่เหมือนคนไทยที่ชอบคิดว่าธุระไม่ใช่ เรื่องซีเรียสหลายๆเรื่องขาดการติดตาม บางคนถูกลิดรอนสิทธิแต่เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยจึงไม่ชอบโวยวาย ทำให้เราเห็นหน่วยงานของรัฐบาลเอาเปรียบประชาชนอยู่เสมอ
ผมประทับใจมากกับการที่เห็นตำรวจอเมริกันร่างกายใหญ่โตกำยำในเครื่องแบบ ยืนเข้าคิวซื้อของกับคนทั่วๆไป เขามีความสุภาพกับประชาชนของเขามากๆ เห็นแล้วอุ่นใจ แต่วันหนึ่งผมกลับมาอยู่เมืองไทย เจอกับตัวเองเต็มๆ ท่านอื่นอาจจะไม่คิดอะไร แต่ผมคิดครับและคิดมากด้วย ผมยังจำภาพนั้นได้เป็นอย่างดี วันนั้นผมกำลังเข้าคิวขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ ผมไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว ในแถวของผมมีฝรั่งต่างชาติ หิ้วของพะรุ่งพะรังรอขึ้นเครื่องเหมือนกับผมอยู่ด้วย ผมยืนคุยกับเขาถึงสถานที่ท่องเทียวและความมีน้ำใจของคนไทย ขณะเดียวกันนั้นก็มีคนในเครื่องแบบเดินมาขึ้นเครื่องลำเดียวกัน (ขออภัยไม่ขอเสี่ยงบอกนะครับว่าเป็นหน่วยงานใด) ท่าทางสมาร์ตน่าเกรงขามมาก ผมภูมิใจว่าเครื่องแบบของข้าราชการหน่วยนี้มันเท่ห์จริงๆ อดจิตนาการไปไม่ได้ว่าถ้าผมได้สวมใส่บ้าง คงจะหล่อไม่แพ้กัน ท่านไม่ได้มาคนเดียวมีลูกน้องถือกระเป๋าเจมบอนด์หนึ่งใบเดินตามมาด้วย สัมภาระของท่านมีแค่นั้นจริงๆ ผมคิดว่าท่านคงจะเดินมาต่อที่ท้ายแถว แต่ที่ไหนได้ กลับเดินตรงไปที่ประตู ทางขึ้นเครื่องพอรับกระเป๋าจากลูกน้องท่านก็ก้าวอาดๆ แซงคิวเข้าไปหน้าตาเฉยโดยไม่มีการแคร์สายตาคนเป็นร้อยที่กำลังเข้าคิวรอกันอยู่เลยแม้แต่น้อย สำหรับท่านแล้วการทำแบบนั้นมันอาจจะดูยิ่งใหญ่มาก แต่สำหรับผมที่เป็นคนไทยที่กำลังยืนเข้าคิวอยู่ในกลุ่มของชาวต่างชาติแล้ว ผมอายแทบแทรกแผ่นดินหนี เขามองหน้าผมแล้วยิ้มนิดๆ ผมทำหน้าไม่ถูกจริงๆ เกียรติภูมิของคนไทยและเครื่องแบบที่ผมภูมิใจมลายวับไปในทันที
ขอเล่าอีกสองสามเรื่องเอาที่สนามบินอีกก็แล้วกัน เพราะว่าผมเดินทางโดยเครื่องบินบ่อยมาก ครั้งนี้ก็โชคร้ายอีกแล้ว ได้เดินทางกับผู้ทรงเกี๊ยะท่านหนึ่ง ใส่สูตรอย่างเท่ห์ ที่กระเป๋าเสื้อปักโลโก้หน่วยงานที่สังกัดเอาไว้ประจานตัวเองอีกด้วย ระหว่างขึ้นมานั่งบนเครื่องบินแม่งคุยโทรศัพท์มือถือไม่หยุด เครื่องกำลังจะออกพนักงานก็เดินมาเตือนต้องหลายรอบก็ยังไม่หยุดอีก อยากรู้ว่าธุระอะไรของมันถึงได้สำคัญกว่าชีวิตคนอีกหลายร้อยคนบนเครื่อง ไม่น่าเชื่อว่าด้วยคุณวุฒิขนาดนี้ จะเซ่อถึงขนาดไม่รู้ว่าเขาห้ามใช้โทรศัพท์ในขณะที่เครื่องบินกำลังจะขึ้นหรือกำลังจะลง เพราะว่ามันอันตรายและมีอยู่หนึ่งครั้งที่เครื่องบินตกที่ภาคใต้เขาก็ว่ามีสาเหตุมาจากมีคนใช้โทรศัพท์มือถือบนเครื่อง และอันนี้ก็แถมให้อีกหน่อยให้อ่านเล่นๆ เผื่อวันหน้าใครที่เห็นด้วยกับผมจะได้มีโอกาสเอาคืน ผมเจอตอนเหตุการณ์แบบนี้อีกเช็คอินขึ้นเครื่องที่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ที่ช่องธรรมดาคนเยอะมาก แต่ช่องถัดไปเป็นช่องของผู้โดยสาร V.I.P. คนใช้บริการน้อยมาก มีพรมปูด้วย แต่ผมชอบเรียกช่องนี้ว่าช่องสำหรับลูกค้า I.C.U วันนั้นมีท่านสมาชิกอะไรก็ไม่รู้จำชื่อไม่ได้ ไม่ค่อยอยากจำ เท่าที่รู้คนพวกนี้ได้รับสิทธิพิเศษขึ้นเครื่องฟรี นั่งชั้นพิเศษด้วย เข้าไปเช็คอินและพนักงานก็ให้ความพินอบพิเทาเป็นพิเศษจนน่าหมั่นไส้ ผมจ่ายเงินค่าตั๋วเต็มจำนวนยังไม่ได้รับบริการดีแบบนั้นเลย จนรู้สึกเจ็บใจตัวเองที่ทุกครั้งเห็นคนเหล่านี้ ไม่ทำงานสนองประเทศชาติและประชาชนให้คุ้มค่าเงินเดือนและสิทธิพิเศษที่เขาได้รับ ถ้ามีสายการบินอื่นให้เลือกได้จะเลิกขึ้นจริงๆไอ้การบินไทยเนี่ย ดูซิว่าถ้าไม่มีลูกค้าที่จ่ายตังค์ขึ้นมันจะอยู่ได้หรือเปล่า เพราะหลายคนมันช่างแตกต่างกันจริงๆ วันที่ทำตัวเป็นตุ๊กตาลิงยืนพนมมือแต้อยู่หลังรถกะบะขับรอบเมืองเพื่อขอคะแนนเสียง กับวันที่ได้นั่งในสภาแล้ว ไอ้เราทำงานเสียภาษีเดือนๆหนึ่งไม่ใช่น้อย ขึ้นเครื่องก็ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน แต่กลับไม่ได้รับการบริการสุดยอดแบบนั้นบ้าง คิดไปแล้วมันน้อยใจจริงๆครับท่านผู้อ่าน
กลับมาที่เรื่องหมาอีกหน่อยนะครับ ผมก็อยากจะขอฝากกิจกรรมการแข่งลากน้ำหนัก สนามสุดท้ายของปีนี้ ที่จัดร่วมกับนิตยสารสวนจตุจักรและโรงแรมรามาการ์เด้นส์ ในงานวันรักสัตว์เลี้ยงครั้งที่ 17 ในวันที่ 30 พ.ย. นี้ คิดว่ากว่าหนังสือนี้จะออก ก็คงปิดรับสมัครสุนัขที่จะเข้าร่วมการแข่งขันไปแล้ว แต่ถึงจะไม่ส่งสุนัขเข้าแข่งก็สามารถร่วมชมได้ครับ เหตุที่ต้องกำหนดวันปิดรับสมัครก็เพื่อให้สะดวกในการเตรียมงาน ไม่อยากได้พวกชอบรอให้ใกล้ๆวันแข่งแล้วค่อยมาสมัครเข้าร่วมครับ ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆแบบนี้ อยากจะสร้างมิติใหม่ของการจัดกิจกรรมที่สามารถกำหนดเวลาเริ่มและเลิกได้อย่างแน่นอน เพราะสงสารสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของส่งมาร่วมงาน อยากให้เขาได้รับความสะดวกสบายบ้างตามสมควร งานที่ไม่สามารถกำหนดเวลาเริ่มและเลิกได้ นอกจากจะสร้างความยุ่งยากให้แก่คนที่มาร่วมงานแล้ว ยังสร้างความยากลำบากให้แก่สัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมาก แถมเป็นการบ่อนทำลายวงการในทางอ้อมอีกด้วย คนที่มาสายก็มาสายเป็นประจำโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้คนที่ตั้งใจมาตรงเวลาหมดกำลังใจ ในที่สุดก็จะมาสายตาม กำหนดการที่วางไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ผมเลยอยากลองทำดูว่า เป็นไปได้ไหมที่จะทำให้คนไทยเห็นคุณค่าของการรักษาเวลา โดยการกำหนดเวลาอย่างชัดเจน ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ผมกำลังฝันเฟื่องเกินไปอีกหรือเปล่านี่
สองเรื่องสุดท้ายก่อนจาก และต้องขออนุญาตใช้เนื้อที่ตรงนี้ประชาสัมพันธ์ เรื่องแรกขอแนะนำอาหารสุนัขน้องใหม่ล่าสุด ยี่ห้อ เอ๊ฟวัน (F1) ที่ผมผลิตเอง (ความจริงจ้างเขาผลิตครับ) ขอเขียนรวมลงไปในบทความนี้เลยนะครับ อันนี้ขอบอกตามตรงว่าเป็นการโฆษณาครับ ใครจะเชื่อหรือไม่อยู่ที่วิจารณยานส่วนตัว ไม่มีการว่ากันครับ เป็นอาหารน้องใหม่ราคาไทยๆ ที่คุณภาพคุ้มค่ากว่าราคา อาหารสูตรพิเศษที่ ผมตั้งใจอยากจะทำมานานแล้ว ใครที่เชื่อฝีมืออยากให้เอาไปทดลองใช้ดู ผมทดลองกับสุนัขที่ผมเลี้ยงไว้ทุกตัวจนมั่นใจว่าคุณภาพใช้ได้ และผมกล้ารับประกันว่าคุณภาพไม่แพ้ยี่ห้อดังๆที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างแน่นอน แต่ราคากูกกว่ากันเกินครึ่ง ที่สำคัญเรื่องความสดของอาหารน่าจะดีกว่าด้วย ผมเห็นราคาอาหารที่นำเข้ามาจากประเทศแล้วรู้สึกเสียดายเงินที่เราต้องเสียดุลออกไป ปีๆหนึ่งไม่ใช่น้อย นอกจากนี้ยังช่วยสนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนการใช้ของไทยอีกด้วย เพราะวัตถุดิบหลายๆตัวบ้านเราก็มีอย่างเหลือเฟือ เลยไม่เข้าใจว่าทำไมราคาอาหารสุนัขบางตัวมันแพงขนาดนั้นน่าจะลดลงได้มากกว่านี้ สูตรอาหารก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร เมื่อก่อนให้ข้าวกับเนื้อต้มก็ยังอยู่ได้ และสุนัขก็อยู่คู่กับมนุษย์มานานแล้ว การค้นคว้าวิจัยสูตรอาหารก็พัฒนามานานมากถึงจุดเหมาะสมจนแทบจะไม่เห็นความแตกต่าง อาหารบางตัวก็มีสูตรซ้ำๆกัน จะแตกต่างกันแค่กลยุทธทางการตลาด และวัตถุประสงค์ของอาหารสำเร็จรูปก็เพื่อความสะดวกและประหยัด แต่อาหารตัวนี้มีข้อจำกัดในการใช้เล็กน้อย คือเอาสูตรของนอกมาปรับปรุงให้เหมาะกับบ้านเรา และควรเลือกใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์กับปฏิบัติตามคำแนะนำจะได้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าอย่างสูงสุด และเพื่อเป็นการเอาใจคนต่างจังหวัด จึงตั้งราคาเดียวทั่วประเทศ และมีบริการส่งฟรีทั่วประเทศอีกด้วย ท่านที่สนใจอยากให้การสนับสนุนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้าโฆษณาครับ และเรื่องที่สอง ท่านใดที่สนใจลูกสุนัขลักษณะดีสายเลือดเยี่ยม และที่สำคัญราคาไม่แพงด้วย มีน้องท่านหนึ่งเขาฝากขายมาอีกที เห็นว่าดีจริงจึงกล้าแนะนำครับ ถ้าท่านใดสนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดที่ 01 499 4388 แต่ขอความกรุณาเฉพาะท่านที่สนใจจริงๆนะครับ
แถมอีกนิดสิ่งที่ผมอยากเห็นมากที่สุดก็คือ คนไทย กล้าทำ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และการทำความดีถ้าตั้งใจจริงก็อย่ากลัวที่จะเริ่ม คิดแล้วไม่ทำก็ไม่มีประโยชน์ ผมชอบสโลแกนอันนี้มากครับ เป็นของเหล้ายี่ห้อหนึ่ง อาจจะแพงหน่อยแต่รสมันนุ่มกว่ากันเยอะ Johnnie Walker Black Label ประโยคที่ว่า “Keep Walking” ถ้าไม่กล้าก็จะไม่มีวันเดินหน้า แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าสวัสดีครับ



ด้วยความเคารพ….
Mr. Mark 01 648 3698
เฉพาะนอกเวลางานนะครับ