ความจริงใจ หลักการ และความถูกต้อง

Home Stories Clubs Mall Kennels


มีคนชอบพูดว่า คนที่เลี้ยง พิทบูล เป็นคนที่จิตใจโหดร้าย ชอบความรุนแรง แต่ผมว่าการที่จะเหมาเอาหมดว่าทุกคนที่เลี้ยงพิทบูลจะต้องเป็นเช่นนั้น ผมว่ามันไม่ค่อยจะเป็นธรรมเท่าไหร่ ผมว่าในทุกวงการ ก็ย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไปเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่แน่ๆ ผมว่าหมา พิทบูล มันกำลังจะกลายเป็นจำเลย เป็นแพะ (ความจริงมันเป็นหมาครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า) หรือ กลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจของสังคมเมืองไทยไปแล้ว ผมถึงอยากจะออกมาปกป้อง และให้ความเป็นธรรมกับหมา พิทบูล โดยการทำเว็บแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งที่สวยงาม ของสุนัข อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย ที่ผมรัก

มีคนกล่าวถึงคำว่าความจริงใจ โดยพุ่งเป้าตรงมาที่ผมครั้งหนึ่ง โดยบอกว่าผมเป็นคนไม่จริงใจ และผมนั่นแหละเป็นคนทำลายวงการ "พิทบูล " คำพูดคำนี้เล่นเอาผมนอนไม่หลับไปหลายคืน ถ้าเป็นเมื่อสัก 10 ปีก่อนผมคงไม่ยอม คงจะตอบโต้กลับไปด้วยความรุนแรงอย่างแน่นอน แต่ระยะเวลา 10 กว่าปี ที่ผ่านมา อายุผมเริ่มมากขึ้น ไม่แน่อายุผมอาจจะมากกว่าท่านที่กล่าวคำนี้ต่อผมถึง 10 ปี ก็เป็นได้ ประสบการณ์ในการทำงาน การใช้ชีวิต ผมคิดว่าค่อนข้างจะโชกโชนพอสมควร โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ในชีวิตผมคิดว่าผมเจอมาเยอะ ทั้งในช่วงที่ชีวิตที่ตกต่ำสุดๆ เคยเป็นคนทำความสะอาดห้องน้ำ ได้ค่าแรงชั่วโมงละ 5 เหรียญผมก็เคยทำ และในช่วงที่รุ่งๆ รายได้ผมต่อเดือน ดาวน์รถเก๋งได้สบายๆ ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกา เกือบ 5 ปี ผมได้รับรู้ถึง วิธีการดำรง ชีวิตในแบบ อเมริกัน ผมว่าผมชอบนิสัยบางอย่างของฝรั่งอยู่หลายอย่าง สิ่งหนึ่งคือการเคารพในสิทธิของผู้อื่น และการรับผิดชอบต่อสังคม แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะยกยอชาวต่างว่าดีกว่าคนไทยไปทุกเรื่องนะครับ สิ่งเลวๆ ของเขาก็มีเยอะ ผมเป็นคนที่ใจร้อนพอสมควร เคยเกือบชกปากฝรั่งที่ มันดูถูกศักดิ์ศรี ของผู้หญิงไทย ในขณะที่ผมเรียนอยู่ที่นั่น จนเขาต้องยอมขอโทษผม (แต่บางครั้งผมก็ยอมรับว่าเราเป็นคนทำตัวเราเองให้เขาดูถูกเหมือนกัน) ผมเรียนรู้การเคารพสิทธิของผู้อื่น จากการใช้ชีวิตที่นั่น ผมคิดว่าถ้าคนไทบรับผิดชอบต่อสังคมสักครึ่งหนึ่ง ของคนอเมริกัน ผมว่าประเทศเราเจริญกว่านี้เยอะครับ
ประเทศเราอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร ธรรมชาติ ที่มีมากมาย กว่าหลายๆ ประเทศ ในย่านนี้ เราเคยไปช่วยเพื่อนบ้านรบ บ้านเมืองเราสงบสุขมาช้านาน แต่ในระยะ หลายๆ ปี ที่ผ่านมา หากเราสังเกตุดูดีๆ ว่าเพื่อนบ้านของเราที่มีปัญหามาตลอด ตอนนี้มีหลายประเทศที่เจริญก้าวหน้ามากกว่าเรา ทั้งๆ ที่ประเทศเขา ไม่มีทรัพยากรอะไรเลย ผมถึงอยากจะนำมุมมอง หรือแง่คิด จากการที่ได้พบได้เห็น มาสอดแทรกลงในเว็บนี้ในบางครั้ง บางท่านอาจจะมองว่าผมเป็นคนก้าวร้าว ซึ่งก็อาจจะมีส่วนจริงอยู่บ้าง ผมอยากให้คนไทยรู้จักการรักษาสิทธิของเราเอง และเคารพในสิทธิของคนอื่นๆ ให้มากๆ พวกเราทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ เราต้องช่วยกันครับ จากจุดเล็กๆ จุดนี้ หากเราทำพร้อมกันหลายๆ จุด มันก็จะกลายมาเป็นพลังขับดันที่ยิ่งใหญ่ได้ครับ

 

ผมนั่งดูข่าวไปด้วยเขียนเว็บนี้ไปด้วย เห็นข่าวบางข่าว แล้วเกือบอ๊วกครับ เห็นความคิดของคนบางคน ที่เคยมีระดับเป็นถึงรัฐมนตรี ออกมาดำเนินการในบางสิ่ง ผมว่าประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคนครับ ไม่ใช่ของกลุ่ม หรือแก๊งค์ การเมืองใดการเมืองหนึ่งครับ ผมไม่อยากเชื่อว่าคนระดับนี้จะมีมุมมองที่แคบขนาดนี้ การออกกฏหมายใดๆ ออกมา เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ แก๊งค์การเมืองใดการเมืองหนึ่ง หรือใครคนใดคนหนึ่งผมว่ามันชักจะมากไปแล้ว อย่าดูถูกประชาชนเลยครับ คนที่มีความสามารถ ผมว่ายังมีอีกเยอะครับในประเทศนี้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องยึดติดกับใครคนใดคนหนึ่ง เราควรจะยึดติดกับหลักการและความถูกต้อง และใช้เป็นบรรทัดฐานในการบริหารประเทศ อย่ามาใช้วิธีการ พวกมากลากไป อย่างนี้เลยครับ มันทุเรศ ผมไม่อยากให้ช่องว่างระหว่างชนชั้นมากเกินไปกว่านี้ เคยมีกฎหมายฉบับใหนออกมาอุ้มคนจนบางครับ มีแต่ปกป้องคนรวย อย่าลืมว่าคนรวยเป็นคนส่วนน้อยของประเทศนะครับ ผมอยากให้กฎหมายออกมาเป็นประโยชน์ กับคนส่วนใหญ่ของประเทศครับ

ประเทศเราที่อยู่มาได้ทุกวันนี้ ด้วยภาคเกษตรกรรมเป็นหลักนะครับ เราอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้เพราะว่าบ้านเรายังมีอาหารการกินที่เราผลิตได้เอง ถ้าวันใดเราต้องสั่งซื้อข้าว รับบริจาคอาหารจากต่างประเทศแล้วอะไรจะเกิดขึ้นครับ ดูอย่าง รัสเซีย ซิครับ ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่แค่ใหน มาตอนหลังเกิดขาดแคลนอาหาร จนต้องเปิดรับบริจาค จากชาติอื่นๆ พี่ไทยเรายังเคยส่งข้าวไปช่วยเลย ผมเห็นการบริหารประเทศที่ผ่านมาแล้วเศร้าใจ รัฐบาลออกมาตรการหลายๆ อย่าง ออกมาเพื่อเอาใจคนกลุ่มเล็กๆ เพี่ยงกลุ่มเดียว หลายๆ มาตรการ ออกมารังแกคนยากคนจน คนรวยไปสร้างหนี้มาในภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลก็เข้าไปอุ้มโดยเอาเงินของคนจนไปอุ้มคนรวย เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา เช่นน้ำท่วมใต้ รัฐบาลก็ออกมารับบริจาคเรี่ยไรเอาจากคนจนๆ ไปช่วยอีก เคยมีใหมครับที่ไอ้คนรวยๆ พวกนี้รีบเอาเงินมาช่วยเอง ถ้าไม่ได้เสนอหน้าออก ทีวี
อยากจะอ๊วก ว่ะ !!!!

ยิ่งเขียนยิ่งมัน แต่ขอไปอ๊วกก่อนเดี๋ยวกลับมาเขียนเรื่องหมาต่อครับ

ผมทำงานในบริษัทของฝรั่งแห่งหนึ่ง ผมอาจจะติดนิสัยบางอย่างของฝรั่งมาบ้างพอสมควร บางครั้งผมอาจจะพูดตรงเกินไปบ้าง ทำเอาเพื่อนร่วมงานอาจจะรับไม่ได้ บางคนว่าผมเป็นคนก้าวร้าว และไม่ยอมคน แต่เดี๋ยวนี้ผมคิดว่าเขาคงเข้าใจผมดีขึ้นว่าผมเป็นคนยังไง มีหลายท่านถามผมว่าคำว่าเกรงใจ ภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร ผมบอกเขาไปว่าผมใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นก็นานพอสมควรแต่ไม่เคยได้ยินคำๆนี้ครับ เพราะนิสัยฝรั่ง เขาจะพูดขออนุญาติกันก่อน เมื่อได้รับอนุญาติเขาจึงทำ เช่นโดยถามจะสดวกใหมถ้าเขาทำอะไรสักอย่าง แต่อาจจะเป็นการละเมิดสิทธิของคนอื่น และถ้าได้รับคำตอบว่าไม่สดวกเขาก็จะไม่ทำ ถ้าเป็นคนไทยมักจะพูดก่อนเลยว่า แหมเกรงใจจังเลย เมื่อคืนที่บ้านผมฉลองกันทั้งคืนเสียงดังไปหน่อย หรือ เกรงใจจังเลยที่อยากจะขอยืมเงินสักล้านหนึ่ง เห็นความแตกต่างใหมครับท่านผู้อ่าน อีกอย่างหนึ่งนะครับ ถ้าคุณไปบ้านของชาวต่างชาติ ถ้าหากเขาถามว่าจะรับเครื่องดื่มอะไรใหม ถ้าคุณอยากดื่มก็บอกเขาไปตรงๆ ไม่ต้องไปเกรงใจ หรือบางครั้งเขาอาจจะบอกว่าดูแลตัวเองนะ อยากดื่มอะไรเปิดเอาเองเลยในตู้เย็น เพราะว่าเขาอาจจะ กำลังยุ่งอยู่ ถ้าคุณมัวเกรงใจ อดแ_ก แน่นอนครับ หากบางครั้งเขามาที่บ้านเรา เขาอาจจะถามว่าจะสดวกใหม ถ้าเขาจะขอดื่มเบียร์ของคุณที่มีอยู่ในตู้เย็น ถ้าคุณบอกว่า ไม่สดวก เพราะเมียสั่งไว้ว่าห้ามให้ใครดื่มอย่างนี้ เขาก็จะไม่ดื่ม แต่ถ้าคุณอนุญาติเขาก็จะทำ เพราะเขาถือว่าเขาขอแล้ว

 

พูดมาตั้งนานหลายท่านอาจจะสงสัยว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ความจริงใจว่ะ
คือผมอยากจะบอกว่า สิ่งที่ผมทำ ผมตั้งใจทำด้วยความจริงใจ และรับผิดชอบต่อสังคมตามสมควร แต่มันอาจจะเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าถูกต้องในมุมมองของผม ท่านอื่นอาจจะมองว่าไม่ถูกต้องก็เป็นได้

ผมเคยบอกไว้แล้วหลายครั้งว่า ผมเลี้ยง พิทบูล ไว้เป็นเพื่อน
ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับความสวยงามมากเกินไปกว่า ความที่มันมีเสน่ห์ อยู่ในตัวของมันเอง ผมอาจจะโชคดีกว่าคนอื่นๆ หน่อย ที่ได้หมา " พิทบูล "ตัวแรกก็เจอตัวที่ถูกใจเลย มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าคุณมาร์ค คุณชอบสายใหนมากกว่ากัน ผมตอบไปว่า ผมชอบสายเดี่ยว หรือ เกาะอก ก็ได้ทั้งนั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ชีวิตการทำงานของผม มันก็มีความสุขไปอีกแบบ แต่เนื่องจากภาระความรับผิดในหน้าที่การงาน บางครั้งมันก็มีความเครียดเป็นของธรรมดา แต่สิ่งสองสิ่ง ที่ผมใช้ทำเป็นงานอดิเรก ในวันหยุด คือ การขับรถท่องเที่ยวไปกับหมาของผม หรือถ้าไม่ได้ไปใหนผมก็นั่งเขียนเว็บ เกี่ยวกับหมาผม อยู่ที่บ้าน มันมีความสุขและทำให้ลืมความเครียดเรื่องงานไปได้เยอะเลยครับ

ความที่ผมเป็นนักบริหาร ผมชอบคิดและทำอะไรในแบบนักบริหาร แต่มันก็เป็นมุมมองส่วนตัวของผมในบางครั้ง หลายท่านอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ ผมทำอะไรผมมักจะมองไกลๆ และกำหนดจุดหมายที่ผมต้องการไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ผมรู้ว่าผมจะเดินไปในทิศทางใด ผมเอาหลักการนี้มาใช้ในการทำงานของผมเสมอ ผมรู้ว่ามันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จทุกอย่างในสิ่งที่ผมทำ แต่ผมว่ามันก็ยังดีกว่าการทำโดยไร้ทิศทางจริงใหมครับ

ผมทำเว็บนี้โดยต้องการให้เป็นพื้นที่ของทุกคนที่รักพิทบูล ผมยังเคยคิดที่จะรวมกลุ่มให้ได้ เป็นจำนวนที่มากพอสมควร แล้วนำพลังของกลุ่มไปใช้ในการต่อรอง เพื่อซื้อสินค้าเกี่ยวกับสุนัขจากโรงงาน ในราคาที่ประหยัดมากขึ้น เพื่อเป็นบริการให้กับกลุ่ม แต่ตอนนี้เรายังรวมกันไม่ติดเลยครับ และผมก็ไม่ค่อยมีเวลาด้วย ผมบอกแล้วว่าผมเป็นนักบริหาร ผมจึงอยากบริหารเว็บนี้ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป อะไรที่คิดว่ามีประโยชน์ต่อกลุ่ม ผมอยากทำครับ ผมอยากจะยืนยันว่าเว็บนี้เป็นของทุกคน ผมไม่กล้าที่จะพูดว่ามันเป็นของผมคนเดียว ผมเป็นเพียงคนบริหารเว็บ โดยมีทุกท่านช่วยกันสนับสนุนให้มันเดินหน้าต่อไป

อีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากชี้แจงเรื่องหมาของผม มีคนมาขอผสมพันธ์ กันหลายคน ผมอยากพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน ผมไม่สามารถที่จะรับได้ทุกท่านหรอกครับ ไม่ใช่ว่าหยิ่งอย่างที่หลายท่านเข้าใจ " เงิน " มีใครบ้างไม่อยากได้ แต่ที่ผมตั้งกฏเกณฑ์ ไว้เยอะ เพื่อช่วยสกีน เท่าที่ทำให้ได้ หมามันบริหารเวลาเองไม่เป็น ถ้าผมรับให้กับทุกคนที่เข้ามา มันคงเป็นไปไม่ได้ครับ และผมไม่ต้องการให้ ลูกมันออกมาโหล ถ้ามันออกมาเยอะ คนที่มาผสมไปก็จะขายไม่ออก หรือขายไม่ได้ราคา มันจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับสังคม ผมรักหมาผมมาก ผมอยากให้ลูกหลานมันออกมา ได้มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ไม่อยากให้ไปโผล่กันหน้าสลอนที่สวนจตุจักร เพราะออกมาเยอะจนขายไม่หมด เลยต้องขายเหมาทิ้ง สงสารมันครับ เพราะที่นั่นอากาศร้อนมาก ผมไม่ได้ต้องการปั่นราคานะครับ แต่ผมอยากให้ เจ้าของแม่พันธ์ สามารถขายได้ราคาตามสมควร จะได้มีรายได้เสริม มันจะช่วยทำให้เขารักหมาเขามากยิ่งขึ้น ใครขายไม่ออกมาบอก ผมจะช่วยขายให้ ผมจะมีการบันทึกประวัติเอาไว้ตลอด โทรมาเช็คดูได้ ผมว่าสิ่งนี้มันจำเป็นและ มันเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่เขาสมควรจะได้รับ จากการที่เขาดูแลหมาเขาเป็นอย่างดี เมื่อมีผลผลิตออกมาตอบแทน เขาจะได้มีแรงกายแรงใจ ที่จะเลี้ยงดูหมาของเขาให้มีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป (ไม่รู้ว่าผมคิดเอาเองคนเดียวหรือเปล่า)


ส่วนหมาผม ผมก็เลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดีด้วยความรัก เขาเป็นสิ่งมีชีวิตจิตใจ เขาไม่ใช่เครื่องจักร ต้องการความรัก ความอบอุ่น ต้องการอาหาร ที่อยู่ ที่หลบแดด หลบฝน เหมือนคนทุกอย่าง ผมถึงสมควรที่จะต้องปกป้องดูแลให้เขาอยู่อย่างสุขสบาย ส่วนผลผลิตที่เขาทำมาได้ มันก็คือผลตอบแทนที่เขามอบให้ผมตามสมควร ไม่รู้ว่าพูดตรงเกินไปหรือเปล่า

" ผมไม่มีทางเอาเปรียบหมาหรอกครับ "

ตกลงผมเป็นคนไม่จริงใจหรือเปล่า ???

โปรดจำไว้ว่า หมาที่คุณมีอยู่ มันคือสุดยอด

"American Pit Bull Terrier"

ด้วยความเคารพ
มาร์ค

Mail