ต้องมีแนวทางและรู้ความต้องการของตนเองก่อน
ว่าจะเลี้ยง พิทบูล เพื่ออะไร

Home Stories Clubs Mall Kennels


ก่อนอื่นขออธิบายถึงถาพนี้ก่อนนะครับ
มีบางท่านเห็นภาพนี้แล้วสงสัยถามมาว่าผมกินนอนกับหมาตลอดเวลาเลยหรือเปล่า
ตอบเลยว่าเปล่าครับ
ปกติแล้วผมให้เขานอนในห้องนอนผมก็จริง แต่ผมจะมีที่ให้เขานอนต่างหากอยู่ข้างๆ เตียง แต่รูปที่เห็น มันเกิดจากผมไปงานเลี้ยงส่งเพื่อนที่โรงเบียร์ กลับดึก และเมามากไปหน่อย เลยตื่นไม่ไหว
Tiger มันจะปลุกผมทุกเช้า เพื่อให้พาไปวิ่ง ซึ่งปกติแล้วในวันหยุดที่ผมอยู่บ้าน หมาผมมันจะไม่ยอมห่างไปใหนอยู่แล้ว มันจะเฝ้าตลอด และผมชอบนอนดู ทีวี อยู่ด้วยกันกับ ไทเกอร์ ถ้าไม่ได้ออกไปใหน วันนั้นเที่ยงแล้วผมยังไม่ยอมตื่น มันคงเบื่อก็เลยถือโอกาส ขึ้นมานอนด้วยเสียเลย แฟนผมมาเห็นเข้าก็เลยถ่ายรูปไว้ ผมชอบรูปนี้มากก็เลยนำมาลงในเว็บครับ ปกติแล้วผมจะยอมให้หมาผมขึ้นเตียงเฉพาะตอนหลังจากที่ผมใช้ผ้าคลุมเตียงเรียบร้อยแล้วเท่านั้นครับ


ไอ้แสบนี่ ชอบแอบขึ้นมานอนข้างๆ ผมอยู่เรื่อย
ถ้าวันใหนผมตื่นสาย

ผมยอมรับครับว่า ผมอาจจะเลี้ยงหมาเวอร์ไปหน่อย คนในบ้านผมเองก็พูดเช่นนั้น
ในตอนแรกๆ ที่ผมกลับมาใหม่ๆ ทุกคนในบ้านไม่พอใจที่ผมเอาหมาเข้ามาอยู่ในบ้าน และเอาเข้าไปนอนในห้องนอน ผมก็อ้างว่าหมามันร้อน ยังปรับตัวไม่ได้ และเคยเลี้ยงมาแบบนี้ตั้งแต่อยู่ที่โน่นแล้ว ซึ่งความจริงแล้วผมตั้งใจเลยครับ ที่จะเลี้ยงเขาแบบนี้ ไทเกอร์ เป็นหมาที่ฉลาดมาก ผมฝึกเขาหลายอย่าง เพื่อเตรียมพร้อมก่อนที่จะนำกลับมา ผมรู้ว่าเขาจะต้องเจออะไรที่บ้านผมบ้าง จนเป็นหมาที่มีระเบียบมากตัวหนึ่งที่เดียว เขาไม่ชอบเห่า ทุกคนในบ้านผมวางอาหารไว้เขาก็ไม่ไปแตะต้อง เวลาผมทานอะไรก็ไม่เคยขอ หรือมานั่งมองปากให้รำคาญ เขาไม่สนใจจนกว่าผมจะเรียกให้กิน แต่เด็กที่บ้านชอบแอบเอา ขนมให้กิน โดยกินไปด้วยให้หมากินไปด้วย มันเป็นวิธีที่ผิดมากครับ ทำให้นิสัยเสียบ้างในบางครั้ง โดยปกติแล้ว ไทเกอร์ เป็นหมาที่รักความสะอาดมาก วันที่ฝนตกเขาแทบจะไม่ยอมลงไปย่ำในที่แฉะๆ ที่สนามหญ้าเลย ผมเคยฝึกเขาถ่ายบนหนังสือพิมพ์ เมื่อตอนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนท์ ทุกครั้งหลังกินอาหาร เขาก็จะตัองเดินมาให้เช็ดปากก่อน แล้วถึงไปกินน้ำ หลังจากกินน้ำ เขาก็จะออกไปข้างนอก ทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อเตรียมตัวขึ้นนอน เมื่อเสร็จแล้วก่อนเข้าบ้าน ถ้าวันใหนฝนตก เท้าเปียกเขาก็จะยืนรอให้เช็ดเท้าให้ก่อน ทุกสิ่งที่ผมพูดใครไม่เชื่อมาดูได้ ผมทำเป็นประจำอย่างนี้ทุกวัน คนในบ้านเห็นแล้วเลยยอมรับ และทุกวันนี้ เขาเลยกลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้านที่เข้าออกได้เหมือนคนๆ หนึ่ง

หน้าที่ประจำของไทเกอร์ ในตอนที่ผมอยู่บ้าน มีอยู่ 2 อย่างหลักๆ ครับ คือหนึ่ง นอนเฝ้าผมไม่ยอมห่าง สอง ทุกครั้งที่ผมได้ยินเสียงใครมาที่หน้าบ้าน หรือมีใครมาเก็บค่าน้ำ ค่าไฟ ผมเองอาจนั่งทำงานอะไรอยู่ในห้อง ผมก็จะบอกว่า ไทเกอร์ ไปดูซิว่าใครมา มันก็จะรีบวิ่งไปดู ถ้ามันวิ่งกลับมานอนต่อก็แสดงว่าไม่มีใครมา แต่ถ้าได้ยินเสียงมันคำรามเบาๆในลำคอก็แสดงว่ามีคนอยู่ที่หน้าประตู มันจะขู่อยู่อย่างนั้น จนกว่าผมจะเดินมา แต่ถ้าผมออกมาแล้วกล่าวคำทักทายกับผู้มาเยือนแล้ว ผมสามารถบอกให้เขาเปิดประตูเข้ามาเองได้เลย ผมรับรองว่า ไทเกอร์จะไม่ทำอะไรเด็ดขาด คิดว่าหลายท่านที่มาบ้านผมคงเคยเห็นแล้ว มันเป็นอย่างนี้จริงๆครับ

ทุกสิ่งที่ผมชอบ ไทเกอร์มันจำแม่นมากครับ ผมไม่รู้ว่ามันรู้ได้อย่างไร วันหยุดบางครั้งผมก็ใส่กางเกงขาสั้น นอนดู ทีวี อยู่ด้วยกัน ผมเดินไปมาในบ้าน มันก็มองดูเฉยๆ ไม่สนใจ แต่ถ้าผมหยิบ มือถือ จะออกไปข้างนอก มันรู้ทันที แล้ววิ่งไปรอที่รถ ถ้าผมบอกว่าวันนี้ไปไม่ได้ ต้องอยู่บ้าน กริยาที่ลิงโลดอยู่เมื่อกี้ กลายเป็นหน้าละห้อย เดินคอตกเข้าบ้าน บางครั้งอดสงสารไม่ได้ก็ต้องพาไปด้วย มันชอบนั่งรถเล่นมาก จะนั่งมองทางไปเรื่อยๆ บางครั้งผมขับทางไกลมากๆ ถ้ามันปวดท้องหนักหรือเบา มันจะครางหงิงๆ ให้ผมรู้ตัว

นี่แหละคือสิ่งที่ผมบอกว่าเป็นเสน่ห์ ของพิทบูล มันเป็นหมาที่มีกึ๋นครับ เคยมีหลายคนถามว่าเมื่อไรจะนำ ไทเกอร์เข้าประกวด ผมก็บอกว่าผมไม่เคยสนใจหรือมีความคิดที่จะนำ ไทเกอร์ไปประกวดเลยจริงๆ ทุกสิ่งที่มีอยู่ในตัวมันดีอยู่แล้ว ผมไม่ต้องการให้ใครมาวัด หรือตีราคาหมาของผม ผมรู้คุณค่าหมาของผมเองดีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องให้ใครมาตัดสินให้ ผมอาจจะคิดไม่เหมือนหลายๆ ท่าน ที่อาจจะมองว่าคุณค่าของ พิทบูล หรือหมาของตัวเอง อยู่ที่ผลการประกวด และถ้วยรางวัล ผมเห็นด้วยแค่ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ทั้งหมด และถ้าทุกคนคิดเช่นนั้น ผมว่าเราก็ต้องเสาะหาตัวใหม่มาประกวด กันไปไม่มีที่สิ้นสุด แล้วตัวที่ไม่สวยและไม่มีตำแหน่งล่ะจะทำอย่างไร คงถูกทิ้งขว้าง ถูกล่ามทั้งวัน หรือขังลืม ผมเห็นแบบนี้มาเยอะแล้วครับ ผมเลยเน้นการเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนเฉยๆ ส่วนใครที่นิยมการประกวด ก็ประกวดไป ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ คิดแบบนี้แล้วสบายใจครับ แต่อยากฝากไว้อย่างหนึ่ง ถ้าประกวดแล้วไม่ได้รางวัล ก็อย่าไปเสียใจเลยครับ พิทบูล มันยังทำอะไรได้อีกหลายอย่างที่หมาอื่นทำไม่ได้ อย่าไปทิ้งไปขว้างเขานะครับ เพราะเวลาที่คุณจูงเขาไปใหน คงไม่มีใครรู้หรอกครับว่าหมาคุณมีตำแหน่ง หรือไม่ ถึงมันมีตำแหน่ง คุณก็คงไม่ได้พกถ้วยรางวัลไปด้วยตลอดเวลาหรอกจริงใหมครับ

" นี่คือแนวทางที่ผมกำหนดให้ตัวเอง ว่าทำไมผมถึงเลี้ยง พิทบูล และผมเลี้ยง พิทบูลเพื่ออะไร "

ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ไม่ได้มีเจตนา ที่จะครอบงำใครจริงๆ นะครับ
มันคือสิ่งที่ผมเห็นอยู่บ่อยๆ ก็เลยอาศัยพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้เป็นที่สื่อสารกับท่านผู้อ่าน และเป็นมุมมองส่วนตัวของผมคนเดียว หากหลายท่านอ่านแล้วรู้สึกไม่เห็นด้วย ก็ไม่เป็นไร คือว่าผมได้รับ อีเมล์ หลายๆ ฉบับ ถามคำถามมา ส่วนใหญ่แล้วน่าจะเป็น เด็กๆ หรือ ไม่ก็วัยรุ่น หรืออาจจะเป็น ท่านที่เริ่มจะสนใจเลี้ยงใหม่ๆ ค่อนข้างจะกังวลมากกับ รูปลักษณ์ ภายนอก โดยเน้นสิ่งเหล่านี้ เป็นหลัก แต่ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับเรื่องของลักษณะนิสัย ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของสุนัข พิทบูล ส่วนความสวยงามน่าจะสำคัญรองลงมา แต่ผมก็ถือว่าสุดยอดเลยถ้าสวยด้วยนิสัยดีด้วย ส่วนเรื่องการเพาะพันธ์ ผมว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่ทุกคนมีสุนัข ก็อยากเพาะเพื่อเอาลูก อาจจะเอาไว้เลี้ยง หรือแบ่งขายบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ผมอยากให้มองกันไกลๆ อย่าไปทำตามกระแส ผมเห็นมาหลายรายแล้ว ที่คิดจะทำจริงจังเป็นอาชีพ แต่ผมว่ามันไม่เหมาะเท่าไหร่ สุนัขมันไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจ ที่จะทำจริงจังเป็นอาชีพได้ แต่ถ้าทำเป็นอาชีพเสริมอันนี้ผมเห็นด้วย ค่อยๆ ศึกษาไปเรื่อยๆ กำหนดตนเองว่าต้องการอะไร จากการเลี้ยงสุนัข ถ้าอยากเป็นบรีดเดอร์ ก็ควรต้องเข้าใจถึงเรื่องลักษณะทางพันธุกรรม ให้ดีก่อน การจะบรีดก็ต้องตั้งจุดหมายว่าเราต้องการผลิตลูกสุนัข ให้ออกมาเป็นแบบใหน มันไม่ง่ายเหมือนการผสมสีนะครับ เพราะสีที่เราผสมถ้าเสียแล้วเราก็เททิ้งได้ แต่สำหรับลูกหมาที่เกิดมาเราจะทำอย่างไร ผมเห็นพ่อค้าบางคนที่สวนจตุจักร หลอกขายลูกหมาให้เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งแล้ว โดยพูดอวดอ้างสรรพคุณ จนผมเกือบทนไม่ไหว เกือบจะเข้าไปเ-ือก เรื่องของหมาตามประคนรักหมา และปากหมาอยู่แล้ว เพราะสงสารเด็ก แต่กลัวถูก ตื้บ ก็เลยเดินเลี่ยงหนีไป ผมรู้สึกชอบความคิดและความเป็นตัวของตัวเองน้องท่านหนึ่งที่อยู่แถวๆ ศรีนครินทร์ ที่เขียนถึงนี้ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวเลยนะครับ แต่ดูจากรูปที่ส่งมาให้ และบางครั้งก็เห็นตอบกระทู้ ดูมีความมั่นใจและมีแนวทางของตนเองดี ผมอ่านเอาจากนั้นครับ ผมคิดว่าเขาคงจะมีความผูกพันธ์กับสุนัขเขามาก ผมว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งดีครับ ผมเองอยากให้คนที่อยากเลี้ยงพิทบูลรู้ความต้องการของตนเองก่อนเลี้ยงเท่านั้นแหละครับ และขอย้ำเลยนะครับ หากว่าคิดจะเลี้ยงตามแฟชั่น อย่าเลี้ยงเลยครับ และถ้าไม่มีเวลาก็อย่าเลี้ยง

ขออนุญาติเขียนถึงบุคคลท่านหนึ่ง ที่ เมล์มาถามว่า จะทำอย่างไร ให้สุนัขที่เลี้ยงไว้ดุ ตอนนี้อายุ 6 เดือนแล้ว แต่ไม่ดุเลย ผมได้ตอบเมล์นั้นไปแล้ว แต่อยากเขียนลงในบันทีกนี้อีกครั้ง เผื่อท่านที่กำลังมีปัญหาเดียวกันได้รู้ไว้ ปกติ พิทบูล ส่วนใหญ่แล้วจัดว่าเป็นสุนัขที่ดุอยู่แล้วโดยสัญชาตยาน และจะเป็นหมานายเดียว เพราะฉนั้นอย่าไปกลัวว่ามันจะไม่ดุ ให้ระวังมันจะดุเกินไปจนเอาไม่อยู่ อันนี้ต้องทำความเข้าใจกันก่อน มันจะรักและเชื่อฟังคนที่เลี้ยงดู อบรมบ่มนิสัยมันมากที่สุด มันไม่สามารถแยกแยะได้หรอกว่าใคร เป็นคนจ่ายเงินซื้อมันมา และเป็นเจ้าของที่แท้จริง ผมเป็นคนเลี้ยงหมาผมมา มันเชื่อฟังผมมากที่สุดในบ้าน เวลาที่ผมอยู่บ้านมันแทบจะไม่สนใจใคร เวลาที่ผมไม่อยู่ มันเล่นกับคนได้ทุกคนในบ้าน แต่จะฟังคนที่ เลี้ยงดูมันมากเป็นอันดับต่อมา แต่เมื่อผมกลับมาบ้าน เมื่อไหร่ มันจะไม่สนใจใคร จะฟังผมคนเดียว ส่วนเรื่องความดุ อายุและการเลี้ยงดู ก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ หมาผมเริ่มไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า ตอนอายุประมาณ 1 ปี มันดุของมันเองครับ ปกติแล้วตอนเด็กๆ มันเล่นได้กับคนทุกคน แต่พอเริ่มได้อายุ มันก็จะเริ่มหวงบ้าน และไม่ยอมให้คนแปลกหน้าเข้ามา ถ้าอยู่กับเจ้าของ มันก็เล่นได้กับทุกคน แต่ถ้าผมอยู่ในบ้าน แล้วมีใครที่มันไม่รู้จัก ทำท่าว่าจะเปิดประตูเข้ามา มันจะขู่ แต่ถ้าผมออกมาแล้ว พูดจาทักทายกันแล้ว มันจะหยุดขู่ทันที และผมกล้าที่จะบอกให้เปิดประตูเข้ามาเองได้เลย และหมาผมไม่มีทางทำอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น และจะเป็นมิตรอย่างมาก ผิดกับในตอนแรกที่มาอย่างเห็นได้ชัด คิดว่าคนที่มาหาผมหลายๆ ท่านคงจะเห็นด้วยตัวท่านเองแล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่ดุแล้วทำให้ดุผมว่าไม่ยากเลย แต่ว่าหมาที่ดุแล้วทำให้ไม่ดุนี่ยากกว่าหลายร้อยเท่า โดยเฉพาะกับ พิทบูล มีหลายท่านอีกเหมือนกัน ที่กำลังกลุ้ม บ่นกับผมเหมือนกันว่าหมาเขาดุเกินไป เอาไปใหนด้วยไม่ได้เลย เจอคน เจอหมาก็จะกัดแหลก เวลาจะไปใหนทีจะฝากใครเลี้ยงก็ไม่ได้ จะยกให้ใครก็ไม่มีใครเอา อันนี้ผมว่าน่ากลุ้มกว่า


ดูเอาเองครับเอาเข้าประกวดได้หรือเปล่าแบบนี้
แต่มีลูกออกมาเท่าไหร่รับรองไม่พอขาย

ผมเห็นคนเลี้ยง พิทบูล ที่อเมริกาแล้ว แต่ละท่านก็มีแนวทางเป็นของตนเอง และผมเองก็ชอบแบบนี้ ครับ ผมเห็นมีบางคอกที่เขากำหนดแนวทางของตนเอง อย่างเด่นชัดว่าเขาจะพัฒนาในแนวใหน เขาไปงานประกวด แต่ไม่เคยเอาหมาเข้าประกวด เขาบอกว่าหมาเขาไม่สามารถประกวดได้ มันไม่ตรงตามที่สมาคมเขากำหนด แต่เขาก็บอกว่าเขามีความสุขดีและภูมิใจกับหมาของเขา แต่เขาก็ไม่ได้คัดค้าน สิ่งสมาคมกำหนด มันเป็นความชอบส่วนบุคคล เขาชอบพาหมาเขาไปเที่ยวไปนั่งรถ ไปตามที่ต่างๆ มีบางท่านที่ทำฟาร์ม ก็ใช้หมาของเขาออกไปล่าหมูป่า ที่เข้ามาทำลายพืชไร่ของเขา ผมเคยเจอบางท่านจูงหมาพิทบูล เดินเล่นที่ริมหาด ดูเขาผูกพันธ์กับหมาเขาดีครับ ผมเขาไปนั่งคุยด้วย คุยกันที่หลายๆ ชั่วโมง เรื่องหมาอย่างเดียวดูเขามีความสุขมาก เขาบอกว่าเขาซื้อมันมาเพราะชอบที่หน้าตาของมัน และเลี้ยงไปก็ยิ่งผูกพันธ์ และเขาก็เลี้ยงแค่ตัวเดียว ผมเองก็เคยบ้าการประกวดมาก่อน เคยรู้สึกเป็นทุกข์ ที่มีหมาไม่สวย พยายามเสาะหาซื้อมาจนเต็มบ้าน เคยมีทีเดียวเกือบสิบตัว พันธ์ใหนที่กำลัง ฮิตๆ ถ้าชอบผมจะซื้อทันที พอหายฮิต ก็ทิ้งๆ ขว้าง ๆ สร้างปัญหาให้กับทุกคนในบ้าน บางทีออกลูกมาทีเป็นสิบตัว ต้องเอาไปขายเหมาให้พ่อค้าที่สวนจตุจักร ผมรู้สึกผิดมากที่เคยเพาะหมาออกมาหนึ่งคอก ด้วยความที่อยากได้ลูกหมา แต่ลืมคิดไปข้อหนึ่งว่า ลูกหมาที่ออกมา มันไม่ได้ออกมาแค่ตัวเดียว มันออกมาทีเดียวเป็นสิบตัว ประกาศขายเท่าไรก็ขายไม่หมด เลยต้องขายเหมาทิ้ง ทุกคนที่มาก็จะเลือกเอาแต่ตัวสวยๆ แล้วก็อ้างโน่นอ้างนี่ ขายก็ไม่ได้ราคา ก็เลยต้องยอมขายเหมาออกไป รู้สึกสงสารแม่หมามาก ที่มันเคยเล่นกับลูกมันทุกวัน อยู่ดีๆ ลูกมันหายไปหมด มันวิ่งวนหาจนรอบบ้าน จากที่เคยร่าเริ่งก็กลายเป็นหมาที่ซึมเศร้า ผมเห็นอาการมันแล้วนอนไม่หลับไปหลายอาทิตย์ รู้สึกผิดมากที่ทำอย่างนั้นกับมัน ทุกวันนี้ผมยังเลี้ยงดูมันอย่างดี ส่วนตัวอื่นๆ ผมให้เขาไปหมดแล้ว

ผมเห็นน้องๆ หลายท่านที่อยากจะเพาะหมาขาย เลยอยากจะเตือน ว่าเพาะหมาเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แต่เพาะออกมาแล้วจะเอาไปขายให้ใครนี่ซิเรื่องยาก คงไม่สามารถเลี้ยงได้เองทั้งหมด และหมาพิทบูล ก็ไม่ได้เหมือนหมาพันธ์อื่นๆ ทั่วๆ ไป มันมีอีกหลายอย่างที่แตกต่าง อยากให้คิดถึงเรื่องนี้ให้มากๆ ผมเคยเจอมากับตัวเอง ตอนที่เลี้ยง พันธ์อื่นอยู่ เดือนที่ลูกหมาผมออกมา ก็มีลูกหมาที่เกิดจากพ่อพันธ์ตัวเดียวกัน ประกาศขายอยูในหนังสือเป็นร้อยๆตัวแล้ว ลองคิดดูเอาเองก็แล้วกันครับว่าทำยังไงคุณถึงจะขายหมด มันไม่มีทางครับ แต่ถ้าเราลองโทรไปขอซื้อที่คอกที่ดังๆ บางคอก ลูกหมาจะขายแพงมาก แถมยังต้องลงชื่อจองอีก นี่แหละคือความแตกต่าง

เมื่อเริ่มเลี้ยงพิทบูล ผมก็รู้สึกทันทีเลยว่า ผมเจอหมาที่ถูกใจที่สุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสาะหามาเลี้ยงทีละหลายๆ ตัว มีแค่ตัวเดียวก็เกินพอครับ แต่ถ้าคิดจะเพาะเพื่อพัฒนาสายพันธ์ ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าลืมนะครับว่า เมื่อเพาะมาแล้ว และเมื่อเลือกได้ตัวที่ถูกใจแล้ว ตัวที่เหลือจะทำอย่างไรครับ อยากให้เพื่อนๆ ลองคิดดู คนไทยเราไม่โหดพอเหมือนฝรั่งครับ บรีดเดอร์ฝรั่งบางท่าน ฆ่าลูกหมาทิ้ง ถ้าออกมาไม่ตรงกับที่เขาต้องการ ผมถึงอยากให้คนที่เลี้ยง พิทบูลในเมืองไทย ต้องมีแนวทางของตนเอง เน้นที่คุณภาพ อย่าไปเน้นที่ปริมาณ มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ ที่มีลูกหมาออกมามากมายเต็มบ้านแต่ไม่มีคนต้องการ

โปรดจำไว้ว่า สุนัขที่คุณมีอยู่ มันคือสุดยอดสุนัข

" American Pit Bull Terrier "

ด้วยความเคารพ
มาร์ค

Mail