แด่ " พลอย " เพื่อนรักที่จากไป

ช่วงนี้ใครที่ติดตามบันทึกผมมาตลอด ก็คงจะสังเกตุเห็นว่า ผมไม่ได้เขียนตอนใหม่มานานพอสมควร สาเหตุก็มาจากช่วงนี้งานผมค่อนข้างยุ่ง และต้องเดินทางบ่อยมาก และที่สำคัญคือไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรดี วันนี้ผมเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากจังหวัดอุบลฯ มันเป็นวันที่ผมรู้สึกเศร้าๆ หดหู่ ยังไงชอบกล สาเหตุก็มาจากสุนัขที่ผมเลี้ยงไว้ตัวหนึ่งได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ เป็นพันธ์ ร๊อตไวเลอร์ ที่เลี้ยงไว้นานแล้วประมาณ 12 - 13 ปี เป็นตัวสุดท้ายก่อนที่จะมาเลี้ยง พิทบูล ก็เลยอยากใช้เนื้อที่ส่วนนี้ เขียนบันทึกเพื่อเตือนความจำ และรำลึกถึงความรู้สึกที่ดีๆ กับเพื่อนรักสี่เท้าที่ซื่อสัตย์ตัวนี้


" PLOY "

ชื่อนี้ได้มาจากละครเรื่อง "สี่แผ่นดิน" ครับ

ผมเคยเล่าแล้วว่าผมเคยเลี้ยงสุนัขไว้พร้อมกันทีเดียว 8 ตัว 5 สายพันธ์ที่บึ๊กๆ ไม่รวม มินิเจอร์ เจ้าตัวเล็กจอมโวยวาย ที่เลี้ยงไว้ในบ้านอีกหนึ่งตัวรวมทั้งหมด 9 ตัว ก่อนที่ผมจะไปเรียนต่อ ผมได้ยกสุนัขให้คนที่ผมไว้ใจ ไปบ้าง เพราะไม่ต้องการให้เป็นภาระแก่คนทางบ้านในช่วงที่ผมไม่อยู่ แต่คงเก็บไว้แค่ตัวเดียว คือ แม่พลอย สุนัขร๊อตไวเลอร์ เพศเมียที่แสนสุภาพและอ่อนโยน ทั้งต่อคนทั่วไป เด็กๆ และสัตว์อื่นๆ ที่มีอยู่ในบ้าน ไม่รวมถึงแมวของเพื่อนบ้านที่ชอบเข้ามาขโมยกินอาหารในกรงของมัน พลอยไม่เคยแสดงอาการก้าวร้าวต่อใครเลยจริงๆ ผมคิดว่าถ้าขโมยเข้ามาในบ้านมันก็คงนอนมองเฉยๆ


พลอย กับ เพชร

ผมเลี้ยงพลอยไว้โดยให้เล่นกับเด็กทุกคน มันจึงเป็นหมาที่ใจดีมากๆ สุขุมไม่โวยวาย ผมแทบไม่ค่อยได้ยินเสียงเห่าของมันเลยตลอดเวลา 10 กว่าปี มันจะเห่าเบาๆ เฉพาะเวลาที่มันปวดท้อง แล้วต้องการให้ผมปล่อยออกจากกรง มันไม่เคยทำเลอะเทอะในกรงเลยจริงๆ ผมชอบในจุดนี้ของพลอยมาก ไม่เซ้าซี้ให้รำคาญใจ จะมาหาเฉพาะเวลาที่เรียก นอกนั้นจะนอนมองดูอยู่เฉยๆ ตอนที่ผมไม่อยู่ผมกำชับให้ทุกคนในบ้านดูแลมันให้ดีที่สุด ทุกครั้งที่ผมโทรทางไกลจาก อเมริกา กลับบ้านผมจะไม่ลืมถามถึงมันทุกครั้ง อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการย้ำเตือนให้ทุกคนในบ้านรู้ว่าหมาตัวนี้ผมห่วงมันมาก

ผมเคยกลับมาเยี่ยมบ้าน 1 ครั้งตอนที่ผมอยู่ อเมริกาครบ 2 ปี มันยังจำผมได้แม่น และรู้สึกว่ามันจะดีใจมากที่เห็นผมกลับมา ผมยังจำวันแรกที่ผมจะเดินทางไป อเมริกาในตอนเช้ามืดวันนั้นได้เป็นอย่างดี พลอยมันวิ่งวนหน้าวนหลัง ตอนก่อนที่ผมจะออกเดินทาง มันวิ่งตามมาที่รถ และดื้อไม่ยอมเข้าบ้าน ทั้งที่ปกติ มันจะเป็นหมาที่ว่าง่ายมาก บอกหรือเรียกแค่คำเดียวก็พอแล้ว ผมเองก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน ที่ต้องจากทุกคนในบ้าน และจากมันไปไกลมากและนานหลายปี ผมยังเคยคิดว่ากลับมาผมอาจไม่มีโอกาสได้เห็นมันอีก ผมจึงสั่งว่าให้ทุกคนดูแลมันให้ดีที่สุด
แต่มาวันนี้มันได้จากไปแล้วจริงๆ
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2544 เวลา 03:00 น.

ผมขอใช้เนื้อที่ส่วนนี้เขียนถึงมันเป็นครั้งสุดท้าย และอยากให้เพื่อนๆที่เลี้ยงสุนัขได้รับรู้ ถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อมัน

ลูกๆ ของพลอย น่ารักมาก
ผมยังโมโหตัวเองที่ไม่มีเก็บไว้แทนตัวมันตามที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนแรกเลย

ผมอาบน้ำให้พลอยเมื่อประมาณ หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมสังเกตุเห็นว่า มันแก่ลงไปมาก การเคลื่อนไหวช้าลง แต่ดูยังแข็งแรง ไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ ให้เห็น ผมรู้เพียงอย่างเดียวว่ามันแก่มากแล้วจริงๆ ผมอดคิดไม่ได้ว่า มันคงจะอยู่กับผมได้อีกไม่นาน แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ผมไม่ได้อยู่เห็นวันสุดท้ายของมันตามที่ตั้งใจไว้ มันคงรอวันผมกลับมาไม่ไหวจริงๆ วันที่ผมออกเดินทางไปอุบลฯ ผมต้องออกเดินทางแต่เช้ามืดเพราะว่าเป็นวันเปิดเทอมวันแรก กลัวรถติดและไม่ทันเครื่องบิน ผมเลยไม่ได้สังเกตุว่ามันมีอาการอะไรหรือเปล่า

ผมได้รับโทรศัพท์ในตอนเช้าวันเสาร์ ก่อนเดินทางกลับ ที่บ้านโทรมาบอกว่า พลอยตายแล้ว เมื่อคืนตอนตีสาม เขาพยายามโทรหาผมตั้งแต่เมื่อคืนแต่ติดต่อไม่ได้ ผมรู้สึกชาวูบไปชั่วขณะ หลายคนอาจจะคิดว่า ผมเวอร์แค่หมาตัวเดียว มันจะผูกพันธ์อะไรขนาดนั้น มันเป็นความจริงครับ โดยที่บ้านเล่าให้ฟังว่า มันไม่ยอมออกจากกรงตั้งแต่เช้าวันศุกร์ ไม่กินอาหาร กินแต่น้ำ ไม่มีไข้ แต่รู้สึกว่ามันอิดโรยมาก เดินไม่ค่อยไหว วันเสาร์อีกวันมันก็นอนอยู่ในกรงเฉยๆ ทั้งวันไม่ยอมออกจากกรง ก็เลยงับกรงไว้เฉยๆ กันยุงเข้าแต่ไม่ได้ใส่กลอน ประมาณ ตี สาม อังกอร์ ที่อยู่กรงติดกันก็เห่าโวยวายเสียงดังลั่น ทุกคนก็เลยลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่า พลอยดันประตูกรงออกมานอนตายที่หน้าประตู พอดีเลย ผมว่าหมามันคงมีสัญชาติยาน บางอย่างที่ถึงกัน ไทเกอร์ วิ่งตามลงมา และปกติจะชอบออกมานอกบ้านเวลาเปิดประตูในตอนเช้า ก็ไม่ยอมออกจากบ้าน มันยืนมองอยู่แค่ที่ปากประตู ไม่ยอมออกมาข้างนอก ได้แต่เห่าอย่างเดียว ซึ่งปกติ ไทเกอร์จะไม่ชอบเห่าอยู่แล้ว มันจึงเป็นเรื่องที่แปลกมาก ผมเลยบอกว่า อย่าเพิ่งฝังให้รอก่อน ผมจะกลับมาตอนเย็น กลับมาถึง เห็นแล้วก็ต้องทำใจ มันคงไม่ไหวแล้วจริงๆ มันเหมือนกับนอนหลับเฉยๆ แต่ก็ยังดีใจที่มันตายอย่างสงบตามอายุขัย แต่ผมก็ยังอดคิดถึงมันไม่ได้

หวังว่ามันคงไปดี

ก็ขอใช้เนื้อที่ส่วนนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์ ผมคงเข้ามาอ่านหน้านี้บ่อยๆ ในเวลาที่คิดถึงมันและดูรูปที่สดใสของมันในยามที่ยังมีชีวิตอยู่

ลาก่อน

ผมไม่รู้ว่าจะจบตอนนี้อย่างไรดี ผมนั่งมองรูปนี้มาครึ่งชั่วโมงแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้ตีสามแล้ว คงเป็นเวลาเดียวกับเมื่อวาน ที่มันกำลังเริ่มจะจากผมไป ผมจินตนาการความรู้สึกตอนนั้นของมัน มันคงรู้สึกอ้างว้างและมองหาผม ถ้าผมอยู่มันคงไม่ตายอย่างเดียวดายแน่นอน ผมคงนั่งเฝ้าจนมันหลับไปอย่างสงบและอบอุ่นกว่านี้ มันเศร้าจริงๆครับกับเวลาดึกๆ อย่างตอนนี้ที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่