ชอบเหมือนกันก็น่าจะร่วมกัน


ผมไม่ได้เขียนบันทึกนี้มาหลายอาทิตย์แล้ว สาเหตุก็คงมาจากงานประจำที่ทำอยู่ค่อนข้างจะยุ่งมาก และที่สำคัญคือไม่รู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร วันนี้ผมหยุดอยู่บ้าน มีโทรศัพท์เข้ามาหาผมน้อยกว่าปกติ แต่มีสายหนึ่งโทรฯ มาตอนประมาณ 4 โมงเย็น คุยกันประมาณเกือบสอง ชั่วโมง เรื่องหมาล้วนๆ ก็อย่างที่ผมเคยบอกไว้ คนที่ชอบหมาพิทบูล ส่วนใหญ่คุยกันทีเป็นชั่วโมง โดยไม่เบื่อ น้องท่านนี้คุยกับผมเรื่องทั่วๆไปเกี่ยวกับหมาพิทบูล และถามผมหลายๆอย่าง ผมก็ตอบไปเท่าที่รู้ มีหลายคำถามเหมือนกันที่ผมก็ตอบไม่ได้ ผมเองก็คงเหมือนคนทั่วๆไป ที่ไม่สามารถรู้ทุกอย่าง แต่ก็เก็บเอามาคิดเป็นการบ้าน ผมคิดว่าถ้าผมพยายามค้นหาคำตอบ ในเรื่องที่ไม่รู้ เปิดใจให้กว้าง ยอมรับฟังจากคนที่รู้มากกว่า วันหนึ่งคำถามเหล่านั้นก็คงจะมีคำตอบ และผมคงจะรู้มากขึ้น

ผมลงสองรูปนี้ให้ดูเล่นๆ ถึงความแตกต่าง ระหว่าง 2 สาย


ADBA Style (สายใช้งาน)
สุนัขตัวนี้อยู่ในเมืองไทยครับ
ของคุณเน ขอนแก่น

UKC & AKC Style
(สายโชว์)
โปรดสังเกตุโครงสร้างและความสูง

 

ในสังคมของคนรักพิทบูล ไม่ว่าที่ใหนในโลก ความแตกต่างทางความคิดเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ แม้แต่ตัวผมเองผมก็ยังมีแนวความคิดเกี่ยวกับ พิทบูล แตกต่างไปจากคนอื่น

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าในสังคมคนเลี้ยงพิทบูล แนวทาง กฎเกณท์ หรือสิ่งใหนจะเหมาะสมและดีที่สุด ผมก็เลยทำในสิ่งที่ผมคิดว่าเหมาะสม แต่ขอย้ำว่ามันเป็นแนวคิดส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับใครทั้งสิ้น ผมไม่เคยสนว่าใครจะต้องคิดเหมือนผม หรือใครที่คิดไม่เหมือนจะต้องเป็นสิ่งที่ผิด ไม่เคยมีความคิดอย่างนี้อยู่ในหัวเลย

ตอนที่เริ่มทำเว็บนี้ใหม่ๆ ผมค่อนข้างจะจริงจังกับมันมาก ทุกครั้งที่ได้รับการตำหนิจากใครก็ตาม
ไม่ว่าทาง e-mail หรือทาง โทรศัพท์ ผมจะต้องรีบดำเนินการแก้ไขอย่างเร็วที่สุด ผมแคร์ความรู้สึกของคนที่ได้รับผลกระทบจากเว็บของผมมาก
แต่วันนี้ผมเริ่มรู้สึกแล้วว่า ผมไม่สามารถทำได้อย่างนั้นได้ตลอด มันมีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ผมคิดว่าผมคงต้องยอมรับสถาพ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด และผมสามารถทำได้ ก็คือ จากนี้ต่อไปผมพยายามหลีกเลี่ยง การวิจารณ์หรือการให้คำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับ พิทบูล ซึ่งอาจจะมีแนวทางที่ไม่เหมือนกัน และอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และผมก็ยังมีความเชื่อที่ว่าผมไม่เคยใช้เว็บผมในการโจมตีใคร แต่สิ่งที่ผมเขียนในบันทึกส่วนตัวนี้ อาจจะผ่าซากไปหน่อย แต่ผมก็บอกแล้วว่ามันเป็นพื้นที่ส่วนตัว เอาไว้แสดงความรู้สึกส่วนตัว ถ้าหากมีใครก็ตามที่ได้รับความเสียหายจากข้อเขียนในเว็บแห่งนี้ ผมต้องขออภัยด้วย แต่อยากขอร้อง
ไอ้คนบางคน

ที่ชอบใช้เว็บบอร์ดด่าผมโดยที่ไม่กล้าแสดงตัว ใช้แต่ชื่อปลอม กรุณาหยุดได้แล้ว ผมไม่รู้ว่าผมไปทำอะไรให้เดือดร้อน หรือไปขัดผลประโยชน์อะไรเขาหรือเปล่า ถ้าข้อเขียนอะไรของผมไปทำให้คุณเดือดร้อน ช่วยบอกผมหน่อย ดีกว่าเอาแต่ด่า ผมจะได้รู้ว่าผมทำอะไร ถ้าเลี่ยงได้ผมก็จะเลี่ยง แต่ถ้าคุณกล้าลงชื่อ นามสกุล และที่อยู่จริง เชิญด่าผมได้ตามสบาย และผม ก็ไม่มีทางไปทำอะไรคุณด้วย ผมชอบคนกล้า เพราะถ้าคุณกล้าแสดงตัวก็แสดงว่าคุณมีความจริงใจ ที่จะบอกอะไรกับผม ถ้าผมผิดผมก็กล้าที่จะยอมรับผิด ถ้าไม่ผิดผมก็ยังมีโอกาสได้ชี้แจง
ผมคิดว่าผมหาตัวได้ไม่ยาก ถ้าอยากจะหา ผมจึงอยากเตือนไว้ก่อน และอย่าลืมว่าสังคมนี้มันแคบนิดเดียว และเทคโนโลยี่มันก็ทันสมัย ที่สำคัญผมเป็นเจ้าของเว็บ ผมสามารถเช็คทุกอย่างที่ผมต้องการในเว็บนี้ได้ แม้ว่าบางอย่างอาจเสียเวลานิดหน่อย ต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านที่ข้อความในตอนนี้ อาจจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมาก่อน เหตุการณ์ก้ไม่มีอะไรมาก นอกจากมีคนโรคจิต ได้เข้ามาก่อกวนในเว็บบอร์ด โดยการลงข้อความด่าเว็บแห่งนี้

ผมคิดว่าเว็บนี้ไม่ใช่ของผมคนเดียว แต่มันเป็นเว็บสำหรับคนรักพิทบูลทุกคน

เริ่มต้นก็เลยอาจจะระคายหูไปบ้าง ต้องขออถัยจริงๆ ผมก็คนธรรมดาครับ บางครั้งความอดทนของคนมันก็มีขีดจำกัด

ผมลงเรื่องประวัติของ ก๊อดฟาเธอร์ ซึ่งเป็นสุนัขสายกัด ได้ไม่กี่วัน ก็มีผลตอบรับมาบ้างพอสมควร มีบางท่านถามว่า แล้วที่ผมเคยบอกว่าไม่สนับสนุนการกัดสุนัขแล้วทำไม ลงบทความนี้
ผมขออนุญาติชี้แจงลงในนี้ก็แล้วกันนะครับ เพราะผมคิดว่าหลายท่านก็คงอยากถามผมเหมือนกัน ผมลงเรื่องของก๊อดก็เพราะเห็นว่ามีหลายกระทู้ ที่พูดถึงสุนัขตัวนี้ และผมเองอ่านดูแล้วก็ไม่รู้ว่าความจริงมันเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆ มีคนเข้ามาแสดงความคิด แบ่งออกเป็นสองฝ่าย ซึ่งมีการใช้คำบางครั้งอาจจะแรงไปหน่อย ซึ่งอาจจะทำให้เป็นข้อพิพาทได้ ผมเลยตัดสินใจให้เจ้าของเขามาเล่าเองดีกว่า
แต่ขอบอกนะครับ ผมไม่เคยรู้จักกับคุณ ปรีชาเป็นการส่วนตัวเลยนะครับ ผมไม่รู้ด้วยว่าคุณปรีชาเป็นใคร แต่ยอมรับว่าเคยคุยกันทางโทรศัพท์ และเบอร์โทรที่ได้มา ก็เอามาจากในกระทู้ครับ

ผมเองแม้จะไม่ชอบการกัดสุนัข แต่ก็ยอมรับครับว่า สุนัขพันธ์นี้ เป็นสุนัขที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในเกมส์การกัดสุนัข มาก่อน โดยได้รับการพัฒนาและคัดพันธ์มาอย่างดี จนกลายมาเป็นสุดยอดสุนัขได้อย่างในทุกวันนี้ ก็ได้มาจากคนที่ชอบกีฬานี้เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้มีสุนัข อเมริกัน พิทบูล ที่มีลักษณะพิเศษอย่างในทุกวันนี้ขึ้นมา
แต่ก็ต้องยอมรับอีกอย่างว่า การกัดสุนัขเป็นสิ่งผิดกฎหมายในสังคมยุคปัจจุบันนี้ครับ แต่ความชอบของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งที่ห้ามยากครับ ผมเองคงไม่กล้าไปก้าวก่าย แม้แต่ผมเองก็ยังมีความชอบที่ไม่เหมือนใครเลย แต่สิ่งที่ผมต้องการให้เกิดขึ้นในเว็บแห่งนี้ ก็คือความสามัคคี ความเป็นกลุ่มก้อน ในสังคมคนเลี้ยง พิทบูล ใครชอบแบบใหนก็ทำไป แต่ไม่ควรจะมาทะเลาะกันเอง ผมไม่อยากให้มีการห้ามเลี้ยงสุนัขพันธ์นี้ในเมืองไทย เหมือนกับที่มันเกิดขึ้นในหลายๆประเทศครับ ผมเชื่อว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่ไม่รู้จริงเกี่ยวกับ พิทบูล
ได้มีความคิดฝังเข้าไปในหัวแล้วว่า หมา พิทบูลเป็นหมาที่อันตราย และโหดร้าย

จากการได้รับข้อมูลที่ผิดๆ จากหนังสือพิมพ์และข่าวในสื่อต่างๆ ที่ออกมา รวมไปถึงการให้สัมภาษณ์ ของคนบางคนที่ไม่รู้จริงเกี่ยวกับ หมาพันธ์นี้ และเลยเหมาเอาไปว่า ทุกคนที่เลี้ยง พิทบูลก็คือคนที่ชอบการ กระทำทารุณสัตว์ และมีจิตใจที่โหดร้าย ชอบการวิวาท ผมเลยมีความคิดที่ว่า ในเมื่อทุกคนชื่นชอบในความสามารถของสุนัข พิทบูล ถึงแม้ว่าจะแตกต่างในแนวทาง ทำไมไม่รวบกันเพื่อปกป้องสิ่งที่ตัวเองชอบ แทนที่จะมานั่งทะเลาะกันเอง นี่คือวัตถุประสงค์ของการทำเว็บแห่งนี้ ครับ
แต่ผมก็เคารพในสิทธิความชอบส่วนบุคลครับ ผมเชื่อว่ามันห้ามยาก เหมือนกับการชนไก่ ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ในทุกท้องที่ของประเทศไทย อีกอย่างก็คือบ่อนการพนัน ถึงแม้ว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ถามว่า มันห้ามได้ใหม ผมบอกได้เลยว่าไม่มีทางครับ มันยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ผมเลยอยากให้ทุกคนพัฒนาในสิ่งตนชอบ มันจะได้เกิดเป็นความหลากหลาย การยึดติดกับสิ่งใดสิ่งเดียว บางครั้งก็นำไปสู่ความล้มเหลวตัวอย่างของความล้มเหลวเริ่มมีให้เห็นในสุนัขสายประกวดบางพันธ์ในขณะนี้แล้วครับ สุนัขสายประกวดบางพันธ์ ที่มนุษย์ วาดภาพความต้องการของตัวเองขึ้นมาในกระดาษ แล้วพยายามทำให้หมามีลักษณะ เป็นไปตามที่ตนเองต้องการ และที่ตนเองคิดว่าสวยงาม โดยลืมความจริงบางอย่าง ของลักษณะที่แท้จริงตามธรรมชาติ หลักของการผสมพันธ์ตามธรรมชาติ คือสุนัขที่อ่อนแอจะตายไปเอง ตัวที่ดำรงค์อยู่ คือตัวที่แข็งแรง เอาชนะตัวผู้ตัวอื่นๆ มาได้ จึงมีสิทธิที่จะสืบพันธ์ต่อไป แต่การเพาะพันธ์สุนัขของมนุษย์ ไม่ได้เป็นไปตามนั้น ตัวใหนที่มีสิทธิจะสืบพันธ์ มันขึ้นอยู่กับความพอใจของคนเป็นหลัก ซึ่งหากปล่อยให้มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หมาตัวที่คนคิดว่าดีที่สุดอาจจะไม่มีสิทธิ ได้สืบพันธ์เลยก็เป็นได้ ลักษณะบางอย่างที่มนุษย์ต้องการ จากหมาในด้านความสวยงาม อาจจะเป็นข้อบกพร่องทางการใช้งาน ทำให้มันไม่ใช่ตัวที่แข็งแรงที่สุด ที่เหมาะจะเป็นพ่อพันธ์ก็ได้ เหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในสุนัขสายประกวดบางพันธ์ ในขณะนี้ครับ ท่านลองสังเกตุดูเองก็ได้ จากรูปเก่าๆ ของหมาบาง พันธ์ในอดีต ที่มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก กับหมาในปัจจุบันนี้ ซึ่งถ้าหากปล่อยให้เกิดการผสมพันธ์กันตามธรรมชาติ มันอาจจะไม่ได้ลักษณะออกมาตามที่เห็นในปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน ผมมีความเชื่อแบบนั้นจริงๆ ครับ

การอินบรีด สิ่งนี้เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติของสัตว์ป่าในฝูง ตัวจ่าฝูง จะเป็นตัวที่ได้สิทธิในการสืบพันธ์ ตัวเมียในฝูงก็คือสายเลือด หรือลูกหลานของมันเอง โดย ลูกมันที่ออกมา ตัวที่อ่อนแอก็จะตายไป เป็นการกลั่นกรองขั้นที่หนึ่ง ส่วนลูกมันตัวผู้ก็จะถูกขับออกจากฝูง เพื่อให้ไปหาฝูงใหม่ และเป็นการป้องกันการผสมในครอกเดียวกันของ พี่น้อง จนถึงเวลาหนึ่ง ตัวจ่าฝูงก็เริ่มอ่อนแอ หรือแก่ เป็นโอกาสให้ ตัวที่หนุ่มกว่าแข็งแรงกว่าจากฝูงอื่น เข้ามาแย่ง และเป็นจ่าฝูงตัวใหม่ และผสมพันธ์กับลูกหลานของจ่าฝูงตัวเดิม กลายเป็นการผสมแบบ Cross Breed ต่างสายเลือด ลูกที่ออกมาใหม่สายเลือดก็เริ่มห่างจากจ่าฝูงตัวเดิม เพื่อเพิ่มลักษณะบางอย่างด้านดี ของสายพันธ์ เช่น โครงสร้าง ความทนทานต่อโรค ที่เป็นกฎเกณท์ตามธรรมชาติ และลูกที่ออกมาใหม่ก็เริ่มเป็นอินบรีดกับจ่าฝูงตัวใหม่ เพื่อคงลักษณะของพ่อพันธ์ตัวใหม่ ทำให้สายเลือดของมันไม่ชิดจนเกินไป จนทำให้ลูกหลานที่ออกมาเริ่มมีปัญหา เห็นใหมครับว่า ธรรมชาติมันก็มีการควบคุมกฏเกณฑ์อยู่ในตัวของมันเอง เป็นวัฎจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่การอินบรีดโดยคน ทำให้ขาดการควบคุมโดยหลักธรรมชาติที่ตัว ที่อ่อนแอจะต้องตาย เหลือไว้แต่ตัวที่แข็งแรง ส่วนตัวพ่อพันธ์ก็ไม่สามารถแน่ใจได้ว่าเป็นตัวที่แข็งแรงและดีที่สุด แถมตัวที่อ่อนแอในครอกก็ยังได้รับการดูแลทำให้มีชีวิตรอด ต่อมา นี่แหละคือความแตกต่าง ของการอินบรีดตามธรรมชาติของสัตว์ป่า กับการอินบรีดโดยฝีมือมนุษย์ ที่พูดมาทั้งหมดนี่ไม่ใช่ว่าผมต่อต้านการอินบรีด เพียงแต่อยากให้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ถึงข้อดี ข้อเสียของการ อินบรีด และความแตกต่าง ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ข้อดีของการอินบรีด คือ ได้ลูกที่มีลักษณะเหมือนพ่อแม่มากที่สุด แต่มี่ ข้อเสียบางอย่างเราไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้า เช่น อาการทางจิตประสาท ความทนทานต่อโรค ร่างกายแคะแกรน ส่วนการผสมแบบเอ๊าบรีด ไม่สามารถคาดหวังลักษณะทางกายภาพว่าลูกที่ออกมาจะ ดีกว่า หรือเหมือนพ่อแม่ แต่ ที่แน่ๆ จะได้ข้อดีทางด้านจิตประสาท ความฉลาด ความทนทานต่อโรค และโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้น พบกันใหม่ตอนหน้าครับผม

 

โปรดจำไว้ว่า หมาที่คุณมีอยู่ มันคือสุดยอด

"American Pit Bull Terrier"

ด้วยความเคารพ
มาร์ค