
ผมเขียนบันทึกครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก็เกือบสามอาทิตย์มาแล้ว
ก็นับว่าหายไปนานพอสมควร ผมเคยสัญญากับผู้อ่านท่านหนึ่งว่า จะพยายามเขียนอย่างน้อย
อาทิตย์ละตอน แต่ผมก็ผิดสัญญาจนได้ สาเหตุก็เพราะว่าตันครับ และไม่รู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี
วันนี้โชคดีครับได้หยุดอยู่บ้าน ไม่ต้องเดินทางไปใหน ก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนบันทึกตอนใหม่
เกี่ยวกับเหตุการณ์ หลายๆอย่างที่ผ่านมาในชีวิตผม มีทั้งที่เกิดขึ้นนานแล้ว
และที่กำลังประสบอยู่ ซึงเป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่ผมอยากจะถ่ายทอดทิ้งไว้ในหน้าบันทึกแห่งนี้
เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาขณะที่ผมขับรถอยู่ ได้ยินข่าวๆ หนึ่งจากวิทยุที่อยู่ในรถ
ถึงเรื่องการปิดโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เพราะว่าขาดมาตรฐาน ผมว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าจะทำกันมาต้องนานแล้ว
เนื่องจากที่ผ่านๆ มา คุณภาพสินค้าและบริการหลายๆ อย่าง ในเมืองไทย
ไม่ค่อยมีการควบคุมด้านคุณภาพกันเท่าที่ควร สินค้าหลายๆอย่างที่มีวางขาย
อยู่ในขณะนี้ถึงแม้ว่าผลิตมาจาก บริษัทชั้นนำ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
ก็ยังไม่มีความปลอดภัยพอเพียง คุณอาจเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับ การนำสินค้าที่ผลิตจาก
พืชที่มีการตัดต่อพันธุกรรม ที่บรรดาประเทศที่พัฒนาแล้วห้าม จำหน่าย
แต่ในเมืองไทยกลับปล่อยให้มีวางขายกันอย่างเสรี สินค้าแบบเดียวกัน
ยี่ห้อเดียวกัน แต่ใช้วัตถุดิบคนละชนิดกัน มันเห็นชีวิตคนไทยเป็นยังไงวะไอ้
บริษัทเฮงซวยพวกนี้ ในประเทศมันเองกลับไม่เอาไปขาย แต่ใช้ประเทศไทยเป็นที่ทดลอง
ผมรู้สึกชื่นชมและยินดีมาก อยากให้มีการตรวจสอบเช่นนี้ต่อไป และขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน
เหตุการณ์นี้ทำให้ผมอดคิดถึงเหตุการณ์หนึ่งที่ผมเจอมากับตัวเองไม่ได้ว่า
ครั้งหนึ่ง หลายปีมาแล้ว ผมเคยปวดท้องอย่างหนัก ที่บริเวณ ลิ้นปี่
สาเหตุก็คงมาจากความเครียด จากการอ่านหนังสือ เตรียมสอบ ที่บ้านผมก็ได้นำส่ง
โรงพยาบาล ที่ใหญ่และทันสมัยแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง ใกล้ๆ สี่แยกลำสาลี
หมอที่นั่นก็ได้ให้การต้อนรับ เงินในกระเป๋าผมเป็นอย่างดี รีบวินิจฉัยอย่างฟันธงเลยว่า
ผมเป็นใส้ติ่งอักเสบ ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร็วที่สุด มิฉนั้นจะเป็นอันตรายอย่างมาก
อาจจะถึงกับชีวิต ญาติผมด้วยความเป็นห่วงรีบตอบตกลงให้ดำเนินการได้ในทันที
ส่วนตัวผมเองเมื่อรู้ว่าหมอจะผ่าท้องผม ผมเลยรีบบอกว่าให้ย้ายผมออกไปจากนี้
ไปหาโรงพยาบาลใหม เพราะผมไม่เชื่อว่าผมจะเป็นใส้ติ่ง เพราะว่าผมปวดที่
ลิ้นปี่ ไม่ใช่ที่ท้องน้อยด้านซ้ายดังที่เคยรู้มาเมื่อสมัยเป็นนักเรียน
ซึ่งก็จริงดังว่าครับ ผมไปที่โรงพยายบาล นพรัตน์ราชธานี หมอให้ยาลดกรดมากินผมก็หาย
และอยู่มาได้จนทุกวันนี้ โดยที่ไม่ต้องผ่าท้องครับ แต่คุณรู้ใหนครับว่า
ค่าใช้จ่ายที่ผมต้องไปนอนที่โรงพยาบาล แห่งนั้นแค่คืนเดียวมากมายขนาดใหน
และถ้าผมยอมผ่าตัดที่นั่นตามคำขู่ของหมอ ผมคงหมดเป็นแสนแน่ๆ เลย และเมื่อไม่นานมานี้
เหตุการณ์ แบบนี้ ก็เกิดกับแม่ผมเอง ท่านเกิดปวดท้องขึ้นมากระทันหันในตอนกลางดึกของคืนวันหนึ่ง
ผมรีบพาไปโรงพยาบาลแห่งเดิมเพราะว่าใกล้บ้าน โดยให้หลานผม นอนเฝ้า
ตอนเช้า ผมรีบไปโรงพยาบาล หมอก็บอกเหมือนเดิมอีกว่า เป็นใส้ติ่งอักเสบต้องรีบผ่าตัดโดยด่วน
และมีค่าใช้จ่าย เฉพาะค่า ผ่าประมาณ 8 หมื่นบาท โดยที่ยังไม่รวมค่าห้องและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
เป็นยังงัยครับท่านผู้ชม ธุรกิจนี้ทำกำไรดีใหมครับ ด้วยความเป็นห่วงแม่
ผมก็เกือบหลงกลมันเสียแล้ว แต่เนื่องจากผมมองดูแล้ว แม่ผมไม่ได้มีอาการอะไร
ที่บ่งบอกว่าเป็นอย่างที่หมอพูด ก็เลยลองถามแม่ว่า จะไหวใหมถ้าผมจะย้ายแม่ไปโรงพยาบาลอื่น
ไม่ใช่ว่าเสียดายเงิน แต่ผมไม่เชื่อหมอที่นี่ แม่ผมตกลง และก็เป็นจริงดังคาดครับ
หลังจากการตรวจอาการอย่างละเอียด หมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก เกิดจากภาวะความเครียดทำให้มีกรดในกระเพาะอาหาร
และให้ยามากิน หมดไป 150 บาท เองครับ
สรุปว่าใครที่ปวดท้องแล้วไปโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นใส้ติ่งหมด
ผมว่าเหตุการณ์นี้ ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับผมคนเดียวแน่ๆ
กับโรงพยาบาลแห่งนี้ การวินิจฉัยโรคชุยๆ แบบนี้ มันหารายได้เข้าโรงพยาบาลได้มหาศาลอย่างง่ายๆ
และไม่เสี่ยงมาก แต่ใช้ชีวิตและความทุกข์ยาก ของคนไข้เป็นเครื่องมือ
ผมมีความเชืออย่างเหลือเกินว่า มีคนถูกหลอกให้ตัดใส้ติ่งทิ้งที่นี่หลายคนแล้ว
หากใครเคยเจอแบบนี้ช่วยเมล์มาบอกหน่อยนะครับ

ถ้าหากคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานที่สำคัญเช่นนี้ของคนไทย ยังไม่ได้รับการคุ้มครองดูแลอย่างเข้มงวดอย่างนี้ต่อไป
ก็ไม่รู้ว่าประเทศนี้จะเจริญไปได้อย่างไร ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศนี้
เพราะว่าผู้ประกอบการธุรกิจหลายๆแห่งในประเทศนี้ ไม่ค่อยจะมีความรับผิดชอบเท่าที่ควร
และผู้ใช้บริการเองก็ไม่รู้จักการรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ผมเคยคุยปัญหานี้กับหลายๆ
คน ส่วนใหญ่ผมจะได้ยินแต่คำว่า เมืองไทยมันก็ยังงี้แหละ ตามสบายคือไทยแท้
เดี๋ยวคนก็ลืมไปเอง อย่าไปสนใจเลยปวดหัวเปล่าๆ ปลอยให้เป็นหน้าที่ของคนที่เกี่ยวข้องเขาเถอะ
ผมว่าถึงเวลาแล้วที่คนไทยควรจะ
" หยุด "
คำพูดเหล่านี้กันเสียที เราควรออกมาปกป้องรักษาสิทธิ อันนี้ของเราให้มากๆ
เห็นสิ่งใหนที่ไม่ชอบมาพากลในบ้านนี้เมืองนี้ ต้องช่วยกันตรวจสอบ คอยติดตาม
ทวงถาม ถ้าเรื่องหลายๆ เรื่องที่เงียบหายไปกับกาลเวลา และยังไม่มีคำตอบ
อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยที่ยังไม่มีการแก้ไข คอยย้ำเตือนเหตุการณ์ที่สำคัญต่างๆอย่าให้คนลืม
ผมเห็นมีหลายๆคนที่ เคยทำปู้ยี่ปู้ยำ โกงกินบ้านเมือง ทำร้ายประเทศชาติ
ตอนนี้ยังลอยชาย เชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคม มีตำแหน่งหน้าที่ที่ใหญ่โตแถมยังมีคนคอยยกย่อง
ทั้งที่ในอดีต สุดสกปรกโสโครก แต่คนไทยก็ยังให้อภัย แล้วลืมอตีดที่เลวทรามของเขา
ยกย่องเทิดทูนทำเหมือนกับว่าไม่เคยเคยมีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นมาก่อน
หากว่าเราไม่ยอมก้มหัวให้คนเหล่านี้ผมว่าบ้านเมืองเราคงดีกว่านี้
แน่นอนครับ



ก็ออกนอกเรื่องหมาไปมากพอสมควร ขอวกกลับเข้ามาซะหน่อยนะครับ ที่ผมเขียนนอกเรื่องไปยืดยาวก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ
พอดีช่วงนี้ มีคนเข้ามา ตั้งกระทู้ด่าผม ลงในเว็บของพวกเรา ก็เลยอยากจะพูดถึงเสียหน่อย
เดี๋ยวจะหาว่าไม่ให้ความสำคัญ
ข้อกล่าวหาก็ไม่มีอะไรมาก จริงๆ แล้วผมเฉยๆมากกับข้อกล่าวหาเหล่านี้
แต่มันบังอาจใช้ถ้อยคำที่จาบจ้วงถึงคนที่ผมให้การเคารพสูงสุดในชีวิตผม
ผมอยากจะบอกผ่านลงไปในนี้เลย คิดว่ามันคงแอบเข้ามาอ่านแน่นอนไอ้คนระยำแบบนี้
มันไม่กล้าเปิดเผยตัวแน่นอน ผมไม่รู้จะด่ามันยังไงดี เพื่อให้สาสมกับความเลวของมัน
ผมจะว่ามันหน้าตัวเมียก็ไม่ได้ เพราะจะไปกระทบกับท่านสุภาพสตรี
ที่สูงค่ากว่ามันเยอะ เพราะผู้หญิงยังมีความกล้ามากกว่ามัน จะด่าว่านิสัยหมาๆ
เลวเหมือนหมาก็ไม่ได้ เพราะหมาก็สูงค่ากว่ามันอีก หมามันไม่เลวแบบนี้แน่นอน
และมันก็ไม่ชอบลอบกัด หรือเป็นอีแอบแบบนี้ ก่อนกัดมันเปิดเผยตัวเองตลอด
ผมนิยมคนที่กล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดครับ
และเว็บแห่งนี้ก็เช่นกัน แต่การแสดงออกควรเป็นไปในทางสร้างสรรค์ครับ
ผมอยากให้มีคนกล้าแบบนี้มากๆ ไม่ชอบไม่เห็นด้วยกับสิ่งใดก็กล้าออกมาค้าน
แบบไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ประเทศเจริญแน่ครับ
ที่ผมพยายามยกตัวอย่างสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลหลายๆอย่าง ที่เกิดขึ้นในประเทศนี้
ผมถึงอยากได้คนที่มีความกล้าที่จะพูด ในสิ่งที่คุณคิดว่าไม่ถูกต้อง
ผมอยากให้คนที่ด่าผม ใช้ความกล้าที่คุณมีอยู่มาใช้ในทางสร้างสรรค์
มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ที่ยังไม่ถูกต้อง และต้องการคนที่กล้าออกมาพูด
กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าออกมาคัดค้าน ที่สำคัญต้องกล้าที่จะแสดงตัวออกมา
เมื่อคุณกล้าที่จะออกมา คำพูดของคุณก็จะมีน้ำหนัก ไม่ใช้มาแอบหลบๆ
ซ่อน โจมตี เขาไปทั่วแบบนี้ มันไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย

ผมคิดว่าผมพูดไปหลายครั้งแล้วว่า ผมเพียงต้องการให้เว็บนี้เป็นแหล่งรวม
ของคนที่รักพิทบูลก็พอแล้ว ผมไม่เคยสนใจเลยว่า ใครจะชอบแบบใหน เพราะนั่นมันเรื่องส่วนตัว
ส่วนการพัฒนาก็เหมือนกัน แนวทางการพัฒนาของผมก็คือ พัฒนาค่านิยมในการเลี้ยงสุนัข
พัฒนาจิตใจของคนเลี้ยง และพัฒนาตัวผมเอง เพราะว่าก่อนที่ผมจะพัฒนาอะไรได้
ผมต้องพัฒนาตัวผมเองให้ได้ก่อน
ผมเลี้ยงพิทบูลเพราะว่าผมชอบในความเป็นพิทบูลของมัน มันเป็นสิ่งที่อธิบายเป็นตัวหนังสือยาก
คนที่เลี้ยงพิทบูลจริงๆ ถึงจะรู้ว่าความเป็นพิทบูลจริงๆ มันเป็นยังไง
และที่สำคัญ แต่ละคนก็ได้รับแตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ
มีหลายอย่างที่ พิทบูลมี แต่พันธ์อื่นไม่มี ผมถึงเน้นเพียงข้อนี้ข้อเดียว
ทำไมผมถึงไม่ชอบการประกวด เหตุที่ผมไม่ชอบการประกวดเพราะว่าผมกลัวแพ้มั้งครับ
แต่ผมไม่ได้รังเกียจการประกวดสุนัขนะครับ ผมชอบไปดูการประกวดสุนัขมาก
ผมอยากเห็นว่า สุนัขที่คนอื่นเลี้ยงมันเป็นอย่างไรบ้าง เขาเน้นเขาพัฒนากันที่จุดใหนส่วนใหน
เป็นหลัก ผมรู้ดีว่าแนวทางที่ผมเลี้ยงมันไม่ค่อยเหมือนกับชาวบ้านเขา
โอกาสที่จะได้หมาดีๆ ที่เหมาะสำหรับการประกวดน้อย ผมถึงไม่เน้นไงครับ
แต่ถ้าฟลุ๊คมีสวยๆ ออกมา ผมอาจจะเอาไปประกวดเล่นๆ แก้เซ็งก็ไม่น่าจะผิดกติกาอะไร
ถ้าผมมุ่งแต่จะเพาะหมาเพื่อไปประกวด หรือเพาะออกมาขายอย่างเดียว ลูกหมาก็จะออกมาเต็มบ้าน
เลี้ยงทุกตัวก็คงไม่ไหว ก็คงต้องเลือกเฉพาะตัวที่สวยๆ ไว้ แล้วตัวที่ไม่สวยก็คงขายไม่ออก
เมื่อขายไม่ออกก็ต้องแจก มันก็จะเป็นการสร้างปัญหา เพราะว่าหมาที่ว่านี้
มันเป็นหมาพิทบูล กลัวว่าเขาจะเอาไปเลี้ยงไม่ดีบ้าง กลัวว่าจะเอาไปปล่อยมั่วแล้วเกิดไปผสมกับหมาพันธ์อื่น
ลูกออกมาก็อาจจะสร้างปัญหา เกิดหลุดไปกัดคนก็ยุ่งอีก ก็พาลจะถูกห้ามเลี้ยงไปหมด
จะจับทำหมันก่อนให้ คนก็คงไม่อยากได้ ผมถึงสงสารลูกหมาที่เกิดมาแล้วไม่สวย
ถ้าเกิดผมมุ่งสนับสนุนแต่หมาที่สวย แล้วตัวที่ไม่สวยละจะทำอย่างไร
มันคงถูกคนทอดทิ้ง ถูกกักขังตลอดเวลา หมดอิสระภาพ และหมาพันธ์นี้ มันเลี้ยงหลายตัวลำบาก
บางทีปล่อยเลี้ยงรวมกันหลายๆ ตัว มันก็อาจจะกัดกัน ทำให้เจ้าของต้องล่าม
หรือขังตลอดเวลา
แต่ผมเชื่อว่า พิทบูลมันเป็นหมาที่ดีมาก ถึงแม้ว่ามันไม่สวย ไม่สามารถประกวดได้
ผมก็อยากให้เลี้ยงมันไว้เป็นเพื่อนเถอะครับ มันมีดีในตัวมันต้องหลายอย่าง
เช่นความฉลาด ความจงรักภักดีและผมเชื่อว่ามันสามารถตายแทนคุณได้แน่นอน
ผมคิดว่าคำอธิบายแนวทางการเลี้ยงและจุดประสงค์ของผมคงจะแก้ข้อกล่าวหา
ที่ว่าผมเป็นตัวทำลายวงการ พิทบูล ได้บ้าง และหวังว่าไอ้ตัวที่ชอบเห่าหอนว่าผมตลอด
คงจะหุบปากได้แล้ว
และผมขอย้ำว่าหมาที่ผมเลี้ยง มันก็พิทบูลธรรมดาทั่วๆไป
ไม่ได้ดีไปกว่า ของที่คนอื่นเขาเลี้ยงกันหรอกครับ แต่ผมเลี้ยงน้อยก็เลยมีเวลา
อบรมบ่มนิสัย ให้เป็นหมาที่น่ารัก ฉลาด ไม่เห่าและกัดคนไปทั่ว ก็แค่นั้นเองครับ
อีกอย่างที่อยากจะฝากไว้ถึงเพื่อนๆ ที่รักพิทบูลทุกคน ว่าอย่าไปให้ความสนใจกับคนที่มีจิตใจคับแคบ
ที่คอยมุ่งแต่โจมตีคนอื่น โดยที่ตัวเองก็ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรให้กับวงการนี้เลย
วันๆคอยแต่ป่วนคนเขาไปทั่ว คนๆ นี้ผมเชื่อว่าเป็นคนที่ล้มเหลวในชีวิต
ทำอะไรก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ ก็เลยมองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา ผมคิดว่าสังคมคนเลี้ยงพิทบูล
มันแคบนิดเดียว ส่วนใหญ่แล้วรู้จักกันเกือบหมด ถ้าผมจะสืบจริงๆ มันไม่ยากหรอกครับ
และขอทิ้งท้ายก่อนจากว่าสุนัขที่อยู่กับท่านมันไม่ใช่สุนัขธรรมดามันคือสุดยอดสุนัข
"อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย"
ติดตามต่อตอนหน้านะครับ
มาร์ค