บันทึก ตอนที่ 2

Home Stories Clubs Mall Kennels

ทำไมผมถึงผูกพันกับสุนัข อเมริกัน พิทบลู มากกว่าสุนัขพันธ์อื่นๆ

หลังจากตอนที่แล้ว ได้ติดค้างท่านผู้อ่านไว้ถึงตอนที่ จะพูดถึงประสบการณ์ คืนแรกกับสมาชิกใหม่ ลูกสุนัขอเมริกันพิทบลู ก็ได้รับ Mail จากหลายท่านที่กำลังสนใจจะเลี้ยงสุนัขพันธ์นี้ หรืออยากรู้เพื่อเปรียบเทียบ ความแตกต่างกับสุนัขพันธ์อื่น ส่งเข้ามาพอสมควร ผมเองก็รู้สึกดีใจมากที่ ข้อเขียนนี้ได้ สร้างความรู้สึกในด้านบวก แก่สุนัข อเมริกัน พิทบลู มากพอสมควร

คืนแรกเมื่อมาถึงบ้าน
ผมได้นำตะกร้า ปูด้วยผ้าเช็ดตัว วางไว้ข้างเตียง และให้ไทเกอร์ นอนที่นั่น อาจจะเป็นที่ความเพลีย จากการเดินทาง ไทเกอร์ นอนหลับอย่างสงบอยู่ในนั้น ผมเองก็นั่งทำงานไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาที่ผมต้องเข้านอน ก่อนที่จะดับไฟ ก็ได้ตรวจเช็ค อีกครั้ง ไทเกอร์ยังคงหลับอยู่ตามปกติ ผมหลับไปได้สักชั่วโมง ไทเกอร์ เกิดตื่นขึ้นมา แล้วก็เริ่มร้อง แล้วปืนออกจากตะกร้า ผมจับใส่ลงไปใหม่ แต่มันก็ยังไม่ยอมนอน ทุกครั้งที่ผมปิดไฟ ก็จะร้องอีก จนผมต้องเอื้อมมือลงไปในตะกร้า และปล่อยมือไว้อย่างนั้น แต่เมื่อไรก็ตาม ผมขยับตัว และมือหลุดออกจากตะกร้า เจ้าตัวแสบนี้ก็ร้องอีก จนผมทนรำคาญไม่ไหว เลยเอาขึ้นมานอนด้วยกันบนเตียงซะเลย ตื่นขึ้นมาตอนเช้า เจ้าแสบนี่ ปรากฏว่านอนหลับอย่างสบายอยู่บนอกผม

เนื่องจากผมได้ไทเกอร์มา ด้วยอายุที่ยังน้อยมาก หลังจากกินแล้ว ก็จะนอนอยู่ในตะกร้า แต่ถ้าตื่นมาแล้วไม่เห็นผมก็จะเริ่ม แหกปากครวญคราง ร้องให้อุ้ม จนน่ารำคาญ จนผมชักจะโมโห และเมื่อทนไม่ไหว ผมเลยตะครอกไปสัก 1 ที ผลปรากฎว่าได้ผลครับ มันหุบปากสนิท และนอนมองผมอยู่ในตะกร้า และมีบางครั้งที่ มันคงรู้สึก ปวด ทั้งเบาทั้งหนักก็ปีนออกมา ทำเลอะเทอะ บนพื้นห้อง แต่ไม่ร้องแล้ว มันเหลือเชื่อมากว่า การตะครอกเพียงแค่ครั้งเดียว จะทำให้เจ้าตัวเล็กนี่หุบปากได้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามันนอนมองผมอย่างสบายใจอยู่ในตะกร้าเสียเป็นส่วนใหญ่

คืนที่สอง

ผมจัดแจงเอาถุงเท้าที่ใส่แล้ว ใส่ลงไปในตะกร้าด้วย กะว่าด้วยกลิ่นอันสุดแสนจะโรแมนติก จะทำให้มันรู้สึกเวียนหัวแล้วสลบไปจนถึงตอนเช้า จะได้ไม่สงเสียงรบกวนเวลาในการนอนของผม ผมคิดว่าน่าจะเป็นความฉลาดอย่างสุดยอดของผม (ฮ่า ฮ่า เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับเรา แกล้งมันซะเลย) แต่ปรากฏว่าผิดคาดครับท่าน หลังจากที่ผมดับไฟ กลิ่นที่ถุงเท้าคงยังแรงไม่พอจึงไม่สามารถสะกดเจ้าตัวน้อยนี้ได้ มันแหกปากขึ้นมาทันทีทันใดที่ไฟดับ ผมพยายามใหม่ใช้นาฬิกาปลุกห่อไว้ในถุงเท้า เพื่อให้เสียงนาฬิกาที่เดิน ติกๆ อยู่เป็นเพื่อนมันในตะกร้า แต่ก็ยังไม่ไดผลครับ ผมเลยต้องใช้แผนเดิมคือตะครอก แรงๆ อีกที มันก็หยุดร้องและยอมนอนโดยดุษฏี


เจ้าหัวโตตัวกลางนี่แหละ " TIGER "

วันแรกที่ไทเกอร์ ต้องอยู่บ้านคน(ตัว)เดียว

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมต้องปล่อยให้ ไทเกอร์ อยู่ตามลำพังที่บ้าน (อพาร์ตเมนท์) ตัวเดียว ผมตื่นขึ้นมาแต่เช้า นั่งดื่มกาแฟ และพลางคิดหาแผมการที่จะ ทำอย่างไรไม่ให้ไอ้ตัวแสบนี่แหกปากร้อง รบกวนเพื่อนบ้าน เพราะ อพาร์ตเมนท์ที่ผมอยู่มีกฏว่าห้ามเลี้ยงสุนัข หรือสัตว์เลี้ยงใดๆ โดยเด็ดขาด และผมจะให้ใครรู้ไม่ได่ว่าผมมีสุนัขอยู่ในห้อง และถ้าหากมันเกิดร้องขึ้นมา ตอนที่ผมไม่อยู่ และเพื่อนบ้านเกิดฟ้อง เจ้าของอพาร์ตเมนท์ ขึ้นมาละก็คราวนี้เดือดร้อนทั้งคนทั้งหมาละครับ โดนไล่ออกไปหาที่อยู่ใหม่แน่นอน และอพาร์ตเมนท์ ที่ยอมให้เลี้ยงสัตว์ได้ ส่วนใหญ่แล้วจะราคาแพงกว่าปกติ เพราะเขาจะคิดค่าที่ เวลาเราย้ายออก ของในห้องจะมีหลายอย่างที่เสียหาย และเขาจะต้องเปลี่ยนพรม ที่พื้นใหม่ และ ตอนนี้ผมก็เริ่มกระเป๋าฉีกแล้วด้วย เงินค่าเทอม ดันเอาไปซื้อหมา และการย้ายที่อยู่แต่ละครั้งต้องใช้เงินไม่น้อยเลย และถ้าบากหน้าเหี่ยวๆ ไป ยืมเพื่อนๆ มันคงด่าซ้ำ แน่นอนเลย ยิ่งคิดแล้วยิ่งเสียว แต่ทำไงได้คนเราลองชอบอะไรแล้วห้ามยาก ผมว่าท่านผู้อ่านหลายๆท่านคงเห็นด้วยกับผม

ติดตามต่อตอนหน้านะครับ

 

Mail