ตอน. ผมขอเป็นกบฎทางความคิด?


Mark's Boom of Tiger
ลูกไทเกอร์เพศเมีย อายุ 40 วัน

การเขียนบันทึกของผม วัตถุดิบที่ใช้ในข้อเขียนส่วนใหญ่ ก็มาจากเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวผมเอง ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งในบางช่วงเวลาทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตดำเนินไปอย่างราบเรียบ ก็ทำให้ไม่รู้ว่าจะบันทึกอะไรดี แต่ในบางช่วงก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างมากมาย จนบันทึกกันแทบไม่ทัน ถ้าท่านติดตามอ่านบันทึกผมมาตลอด ก็จะสังเกตุเห็นได้ว่าบางช่วงผมไม่ได้เขียนอะไรเลย แต่บางช่วงก็เขียนติดต่อกัน แต่เรื่องราวส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องใกล้ๆตัวผมแทบทั้งสิ้น

มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากทิ้งไว้ว่า ผมเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษไปกว่าใคร เพราะฉนั้นโปรดอย่าคาดหวังว่าผมจะต้องเป็นบุคคลในแบบอย่างที่ใครๆคิด ผมก็โกรธเป็น มีอารมณ์ มีความลำเอียง บางครั้งก็เอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ๋ ผมชอบแหกกฎเกณฑ์ โดยถือเอาความสบายใจเป็นหลัก สิ่งใหนที่ผมสามารถทำได้ ผมก็ยินดีทำตาม กฎเกณฑ์บางอย่างที่ฝืนความรู้สึกของผม ทำแล้วเกิดความอึดอัดผมก็จะไม่ทำ หรือบางครั้งผมอาจจะพยายามแหกกฎ และทำในแบบที่ผมชอบ อย่างที่ผมบอกไว้ตั้งแต่ตอนเปิดบันทึกของผมแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเขียน ผมทำ มันเป็นมุมมองส่วนตัว ที่เกิดจากการเรียนรู้โดยประสบการณ์ ของผมเอง เพราะฉนั้นมันย่อมไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป โปรดอย่านำเอามุมมองส่วนตัวของผมไปเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินว่าสิ่งใดถูกหรือผิดเลยครับ เดี๋ยวจะทะเลาะกันเปล่าๆ


ลูกไทเกอร์ ครอกแรก ที่ผมเก็บไว้
เพศเมียเป็นตัวที่เล็กที่สุดในครอก

ผมอาจเกิดมาโชคดีหน่อย ที่เป็นลูกคนสุดท้อง เป็นคนที่ถูกตามใจมาแต่เด็ก ผมอยากได้อะไร บางครั้งก็ได้มาอย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก เพราะฉนั้นการเอาแต่ใจตัวเอง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ดีอย่างมากในตัวผม ชีวิตในวัยเด็ก เมื่อผมต้องการอะไร ผมเพียงแค่อ้อนเอาจากพี่สาวคนโต ผมก็จะได้ในสิ่งที่ผมต้องการอย่างง่ายๆ เมื่ออะไรที่ได้มาอย่างง่ายๆ ทำให้ผมไม่เห็นคุณค่า

ลูกหมาฝรั่งตัวแรกที่ผมได้มาเลี้ยงในสมัยนั้นเป็นพันธ์ยอดฮิด หลายท่านคงเดาไม่ผิด คือพันธ์เยอรมัน เชฟเพอร์ด ในตอนแรกที่เลี้ยงหมาพันธ์ต่างประเทศ ก็เพราะชอบในความใหญ่โตของร่างกาย เมื่อเทียบกับหมาไทบในขณะนั้น ผมซื้อมันมาเพราะว่าผมอยากได้หมาตัวใหญ่ๆมาเลี้ยง ในการเลี้ยงครั้งแรกก็มีความสุขความภูมิใจดี แต่เมื่อผมเริ่มไปดูการประกวด เริ่มเห็นข้อแตกต่างหลายๆ อย่าง ที่เริ่มสร้างความทุกข์ใจให้กับผม เช่นทำไมหมาเราไม่สวยแบบเขา ทำใมหมาเราถึงไม่มีใบเพ็ดดีกรี ผมเริ่มต้องการให้หมาผมมีเพ็ดดีกรี หลังจากที่ผมเริ่มไปดูการประกวดสุนัข ผมคิดว่าการที่หมาผมมีใบรับรองสายพันธ์เป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับหมาผม ผมขนขวายไปสมัครสมาชิกของสมาคมแห่งหนึ่ง ในที่สุดหมาผมก็มีหมายเลขทะเบียนตัว แต่หลังจากที่ผมคลุกคลีกับพวกประกวดหมา ผมก็เริ่มเป็นทุกข์อีกว่าหมาผมเป็นหมาที่ไม่มีประวัติอะไรที่น่าภูมิใจเลย และไม่สามารถชนะการประกวดได้ จากการที่ผมเคยมีความสุขจากการที่ได้พามันออกไปวิ่งเล่น ก็เริ่มกลายมาเป็นว่าผมมีหมาห่วยอยู่ตัวหนึ่ง ผมเริ่มรู้สึกอาย และเริ่มไม่กล้าพามันออกนอกบ้าน เพราะขาดความมันใจ จากที่ผมเคยภูมิใจว่าผมมีหมาที่ตัวใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ก็กลายมาเป็นผมมีหมาที่ห่วยที่สุดเมื่อเทียบกับชาวบ้าน

ผมเริ่มมองหาหมาตัวใหม่ และไม่ยากเลยผมได้หมาตัวใหม่มาหลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมที่เปลี่ยนไป คือผมเริ่มเอาใจใส่หมาตัวใหม่มากกว่าหมาตัวเก่าอย่างมาก แต่ในช่วงนั้นผมยังเป็นเด็ก จึงยังไม่คิดถึงเรื่องพวกนี้มากนัก แต่ว่าความเอาใจใส่หมาตัวแรกเริ่มน้อยลงไป จนเกือบไม่มีเลย และในที่สุดผมก็ยกมันให้กับคนอื่นไป ทั้งๆ ที่มันไม่ได้ทำความผิดอะไร เพียงแค่มันเป็นหมาที่เกิดมาไม่มีประวัติของสายพันธ์ แต่สิ่งหนึ่งที่กลับกัน ผมเชื่ออย่างสุดๆความรักของมันที่มีต่อผมยังไม่มีวันเสื่อมคลาย


ไทเกอร์ มันชอบเล่นน้ำเป็นชีวิตจิตใจ
ผมชอบพามันไปเล่นน้ำทุกครั้งที่มีโอกาส

ความเห็นแก่ตัวผมยังไม่หมดแค่นั้นผมขอข้าม การพูดถึงว่าเกิดอะไรกับหมาอีกหลายๆตัว ที่ผมเคยเลี้ยง มาพูดถึงตอนที่ผมเริ่มเสาะหาหมาพันธ์ใหม่ๆ เพื่อมาสนองความต้องการ และทันกับแฟชั่นของผมอีกหลายตัว และสาเหตุว่าทำไม ผมถึงรังเกียจการประกวด

ผมเห็นความเห็นแก่ตัวของคนประกวดหมา ที่พยายามมุ่งเอาแพ้ชนะกันจนลืมความเป็นคน และลืมนึกถึงจิตใจของหมาว่ามันเห็นด้วยหรือเปล่า กับสิ่งที่มนุษย์ยัดเยียดให้ ผมเบื่อความไม่แน่นอน การเล่นพรรค เล่นพวก ความไม่มีมาตรฐานของกรรมการในหลายๆ สนาม จนผมค้นพบสัจธรรมว่า ทำไมเราต้องมาให้คนอื่นตัดสินคุณค่าหมาของเราด้วย หมาจะดีหรือไม่ มันอยู่ที่ใหน อยู่ที่ความฉลาด ความจงรักภัคดี ความซื่อสัตย์ หรือผลการประกวด

ตอนแรกๆ ผมเลี้ยงบ๊อกเซอร์สายเยอรมัน ที่ซื้อมาด้วยราคาที่แพงมากด้วย แต่ในสนามประกวด หมาสายเยอรมัน ซึ่งเป็นต้นตำหรับ กลับแพ้การประกวดให้กลับหมาที่มีรูปร่างในแบบของอเมริกา ทั้งๆ ที่รูปแบบของหมาของสองประเทศนี้ ไม่ได้เหมือนกันเลย แต่คนจัดก็นำมันมาประกวดในสนามเดียวกัน และใช้กรรมการ ที่ใช้มาตรฐานทางอเมริกามาประกวด ในที่สุดความนิยมหมาบ๊อกเซอร์ก็ลดน้อยลงไปในเมืองไทย

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ผมเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเองว่าความสุขจากการเลี้ยงหมามันไม่ได้อยู่ที่ใครเลย มันอยู่ในตัวผมนี่เอง หากผมต้องคอยทำตามกฎเกณฑ์ที่คนอื่นกำหนด อยู่ตลอดเวลา ผมคงต้องเปลี่ยนหมาตัวใหม่ไปเรื่อยๆ ผมก็ไม่มีวันที่จะได้พบกับ ความสุขความสบายใจจากการมีเพื่อนสี่เท้าที่ซื่อสัตย์ ตัวนี้เลย ผมเริ่มค้นหาความต้องการของตัวเอง ว่าผมต้องการเลี้ยงหมาเพื่ออะไร

ในที่สุดผมก็ได้พบกับหมาที่ผมคิดว่าสามารถสนองความต้องการ ของผมได้อย่างดีที่สุดในทุกรูปแบบ มันมีความสวยงามอยู่ในตัวในแบบฉบับของมันเอง มันมีพลังอย่างเหลือเฟือ มีความกล้าหาญ มีความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี มีความฉลาดในแบบที่ผมคาดไม่ถึง มันสามารถเล่นเกมส์กับผมได้อย่างไม่เบื่อหน่าย มันมีความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะในเกมส์ หลายสิ่งที่ผมเคยหลอกมันได้ ส่วนใหญ่จะใช้ไม่ได่ผลในครั้งต่อไป ผมจึงได้ข้อสรุป ว่านี่แหละคือที่สุดของผม ส่วนเรื่องการประกวด แน่นอนถ้าหมาผมสามารถประกวดได้ มันก็เป็นผลพลอยได้ที่เพิ่มคุณค่าขึ้นไปอีก แต่มันไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ผมก็ยังมีความเชื่อว่า หมาของผมในอนาคต จะต้องมีหลายตัวที่มีคุณสมบัติที่สามารถชนะการประกวดได้อย่างแน่นอน

ผมมีความสุขดีกับการเลี้ยงหมา พิทบูล มีความสุขกับการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการเลี้ยงหมา พิทบูล กับหลายๆคน ผมเคยคุยเรื่องหมาพิทบูลกับหลายๆท่านได้ทีละเป็นวัน ผมมีความตั้งใจที่จะให้เว็บนี้ เป็นแหล่งรวมของคนเลี้ยง พิทบูล โดยไม่มีการแบ่งแยก หรือขัดแย้งกันทางความคิด ผมเริ่มโดยการที่ผม มุ่งเน้นในแบบฉบับของผม และไม่เหมือนใคร แต่ก็ยังไม่วายมีความขัดแย้งกันทางความคิด ผมเคยมีความคิดที่จะรวมกลุ่มกันทำกิจกรรม ในรูปแบบของความบันเทิง มากกว่าการมุ่งเน้นในเรื่องของการแพ้ชนะ แต่ผมขอบอกได้เลยว่า ตอนนี้ผมไม่มีความคิดอันนั้นหลงเหลืออยู่แล้วครับ ผมว่าการอยู่อย่างสงบ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด อยากทำอะไรก็ทำ

จากเมื่อก่อนที่ผมต้องคอยเข้ามาเช็คเว็บบอร์ดทุกเช้าและก่อนนอน และคอยตอบกระทู้ ที่มีใครตั้งคำถามถึงผม เพราะกลัวว่าถ้าผมไม่ตอบก็จะทำให้คนที่ถามมาต้องรอนาน แต่ตอนนี้ผมจะเข้ามาดูเฉพาะเวลาที่ผมว่างจริงๆ โดยที่ผมไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ผมไม่ตั้ง หรือตอบกระทู้ ผมสื่อสารกับผู้อ่านเฉพาะในบทความ และทางอีเมลของผม ผมว่าแบบนี้มันก็ดีไปอีกแบบ ตอนนี้ผมรู้สึกสบายใจจริงๆ ครับ


ไทเกอร์ จะมีความสุขมากและ
เล่นน้ำแต่ละครั้งนานเป็นชั่วโมง

ผมเข้ามาอ่านกระทู้เล่นๆ เมื่อเช้านี้ ก็เริ่มเห็นว่าความสงบ มันยังไม่มีทางเป็นไปได้ในเว็บบอร์ด ยังมีการขัดแย้งกันอยู่บ้าง แต่ผมคงทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากคอยดู และคอยลบข้อความตามที่มีคนขอมา ผมเห็นแง่มุมที่น่าสนใจจากในกระทู้ เรื่องของมาตรฐานการประกวด และมี อีเมลมาถามเกี่ยวกับเรื่องมาตรฐาน ของแต่ละสมาคม ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ผมคงให้รายละเอียดในเรื่องนี้ไม่ได้มาก ก็คงเป็นแง่มุมเท่าที่ผมมองเห็นได้คร่าวๆ ส่วนรายละเอียดจริงๆ ก็คงต้องเสาะหากันเอง จากผู้รู้ และจากตำรา ที่มีเขียนกันอยู่ในหลายแห่ง รวมถึงในอินเตอร์เน็ต ที่ผมทำ ลิงค์ไว้ให้ ก็น่าจะพอได้ความรู้เพิ่มเติมพอสมควรนะครับ

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจถึงมาตรฐานของแต่ละสมาคมกันก่อนนะครับ ว่าแต่ละสมาคมมีมาตรฐานที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉนั้นถ้าท่านจะส่งสุนัขเข้าประกวด ต้องดูก่อนนะครับว่า งานนั้นใช้มาตรฐานของสมาคมใด จะได้ไม่หงุดหงิดใจในภายหลัง ผมขอพูดถึงข้อแตกต่างจุดใหญ่ๆ ของสุนัข พิทบูลดังนี้ ผมขอเรียกว่าสายใช้งาน กับสายโชว์ นะครับ ความจริงมี สามสมาคมหลักๆ ด้วยกันครับ สายใช้งาน จะมุ่งเน้นมาตรฐานที่ควบคู่ไปกับการใช้งานด้วย รูปร่างสุนัขส่วนใหญ่จะดู เพรียว สะโอดสะอง และดูแล้วบางกว่า แต่ก็มีกล้ามเนื้อ ที่สวยงามในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่สายโชว์ จะมุ่งเน้นแต่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว รูปร่างสุนัขส่วนใหญ่ที่เห็นได้ชัด คือ จะมีโครงสร้างที่หนากว่าอย่างเห็นได้ชัด ลำตัวหนาเตี้ยล่ำ นี่คือข้อสังเกตุที่เห็นที่เห็นได้ง่ายที่สุด ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย อื่นๆ ผมจะไม่ขอกล่าวถึงเช่น มุมของขาหลัง กระโหลก ความยาวของลำตัว การสบของฟัน ขนาดของหาง สีของขน สีจมูก

จากการที่ผมได้ไปดูการประกวดสุนัขในหลายๆที่ ผมเห็นว่าการประกวดสุนัข พิทบูล จะมีสุนัขเข้าประกวดน้อยมากเมื่อเทียบกับสุนัขพันธ์อื่นๆ บางงานไม่มีเลย หรือบางงานก็มีมาแค่ตัวหรือสองตัว (ผมพูดไปตามที่ผมเห็นนะครับ)

สุนัขที่นำไปประกวด บางตัวต้องยอมรับนะครับว่ามาผิดงาน บางตัวมีมาตรฐานของอีกสมาคมหนึ่งแต่ดัน เอามาประกวดในงานของอีกสมาคมหนึ่ง ชื่อสุนัขที่ใช้ก็ไม่เหมือนกัน ซึ่งผมคิดดูแล้ว ถ้าต้องการจะพัฒนาการประกวดกันจริงๆ ไม่ควรจะมีผลการตัดสิน ในบางงานถึงแม้ว่าจะมีสุนัขเข้าประกวดแค่เพียงตัวเดียว หากไม่มีสุนัขตัวใดที่มีความเหมาะสมที่จะได้รับการตัดสินก็ไม่ควรตัดสิน แต่กรรมการ ก็ดันบ้าจี้ ตัดสินออกไปได้ ว่ามีสุนัขที่ชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง ข้อนี้ถ้ามือเซียนท่านใดเห็นว่าไม่เป็นความจริง เถียงมาได้นะครับ อีเมลผมยินดีต้อนรับ

นี่แหละคือสาเหตุว่าทำไม ผมถึงไม่ให้ความสำคัญกับการประกวดมากนักในตอนนี้ ผมหวังว่าท่านที่มีข้อสงสัยให้เกียรติ์ ถามผมมาคงจะได้รับความกระจ่าง ในเหตุผลของผม และท่านทีกำลังตอแยผมอยู่ก็คงจะเลิกยุ่งกับผมนะครับ แล้วเราจะได้เลี้ยงหมากันอย่างมีความสุข ในรูปแบบของใครของมัน และเราจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันด้วยครับ


กิจกรรมของหมาผม

ทุกวันนี้ แนวทางการเลี้ยงของผมเปลี่ยนไปแล้วครับ หลายสิ่งที่เคยตั้งใจไว้ มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ผมคงไม่ไปฝืนทำอีกแล้วครับ มันยุ่งยากและรบกวนความเป็นส่วนตัวของผมพอสมควร และไม่ง่ายเลยที่จะรวมกลุ่มกันในกลุ่มคนเลี้ยงพิทบูล เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ตอนนี้ผมเลี้ยงหมาไว้เป็นเพื่อนจริงๆ ครับ ผมพามันนั่งรถเล่นไปกับผมในวันหยุด ไปเล่นน้ำ ทะเล และตอนนี้ผมมีบึงขนาดใหญ่ อยู่ใกล้ๆ บ้านผม ผมมักจะพา ไทเกอร์ หมาผมไปว่ายน้ำเล่นเป็นประจำ ในวันเสาร์ อาทิตย์ หรือบางครั้งผมก็หารูปแบบกิจกรรมใหม่ๆ มาเล่นกับหมาของผม เช่น การลากน้ำหนัก การห้อยโหน การวิ่งเก็บสิ่งของมาคืน การวิ่งออกกำลังกายด้วยกันในตอนเย็นวันหยุด ผมว่ามันเป็นการพักผ่อนที่ดีมาก หลังจากการเคร่งเครียดจากการทำงานในแต่ละวัน ถ้าหากใครที่มาคุยกับผมตอนนี้เกี่ยวกับเรื่องการประกวด อาจจะไม่ได้ความคิดเห็นอะไรเลยจริงๆ ครับ แต่ถ้าพูดคุยเรื่องการเลี้ยงดู การอบรมบ่มนิสัย ให้เป็นหมาที่ดี และการระมัดระวังไม่ให้ หมาที่เลี้ยงไว้กลายเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับเจ้าของ กิจกรรมต่างๆ ที่สามารถใช้เล่นกับหมาพิทบูล ผมว่าคุยกันแบบนี้ น่าจะเป็นการคุยในสิ่งที่สร้างสรรค์กว่า และผมว่าน่าจะมีประโยชน์กว่ากันเยอะ ครับ

และขอทิ้งท้ายก่อนจากว่าสุนัขที่อยู่กับท่านมันไม่ใช่สุนัขธรรมดามันคือสุดยอดสุนัข

"อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย"

ติดตามต่อตอนหน้านะครับ

มาร์ค

หมายเหตุ ผมเขียนบทความนี้ เนื่องจาก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้รับ อีเมล และโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับสุนัขที่ผมเลี้ยงมากพอสมควร และหลายท่านถามเกี่ยวกับแนวทางการเลี้ยงสุนัข ของผม ซึ่งมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผมจึงอยากบอกจุดยืนในการเลี้ยง ของผมอีกครั้งผ่านทางบันทึกแห่งนี้ แต่ขอย้ำว่าในบทความนี้ไม่ได้ต้องการต่อต้านหรือโจมตีแนวทางของใคร ใครเห็นด้วยผมก็ดีใจ ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร หวังว่าคงเข้าใจกันตามนี้นะครับ