ร่ายยาวถึงชาวพิทบูล



ที่บ้านใหม่ของผม มองออกไปจะเห็นว่ามีบึงขนาดใหญ่
ผม ก็เลยได้อาศัยใช้บึงนี้เป็นที่ออกกำลังกายของหมาผมได้เป็นอย่างดี ตอนแรกตั้งใจว่าจะเชิญเพื่อนๆ พาหมามาว่ายน้ำเล่นกัน ในวันหยุด แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ ขอเก็บไว้เป็นที่สงบ ๆ สำหรับครอบครัวผม และหมาผมคงจะเหมาะกว่า

ผมไม่ได้เขียนบันทึก มาเป็นเวลานานพอสมควร จนมีหลายท่านเริ่มส่ง อีเมลมาเตีอน ทำเอาผมแปลกใจมาก แต่ก็รู้สึกดีใจเหมือนกัน ที่มีคนติดตามอ่าน บันทึกอันนี้ ผมเองไม่อยากเชื่อเลยว่า มีคนติดตามอ่าน เพราะว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ในบันทึกนี้ มันเป็นเพียงแค่มุมมองส่วนตัว ที่ออกจะลำเอียงนิดๆ และค่อนข้างจะเอาแต่ความคิดของตนเองเป็นใหญ่ บางตอนก็มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ผมก็ได้ออกตัวไปบ้างแล้ว ว่า บันทึกของผมทุกตอน วัตถุดิบส่วนใหญ่ในการเขียน ก็เป็นเรื่อง ใกล้ๆ ตัว หรือเรื่องรอบตัวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของผมเอง ผมได้อาศัยสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจ ในการเขียนเกือบทั้งหมด บางทีเนื้อหาก็ไม่ต่อเนือง หรือบางตอนก็ออกจะรุนแรงไปบ้าง ซึ่งบางครั้งผมกลับมาอ่านเอง ในยามที่ผมอารมณ์เย็นลง ผมเองยังมีความรู้สึก เลยว่า ผมเองยังไม่หนักแน่นพอยังเป็นคนเจ้าอารมณ์และยังวู่วามอยู่เหมือนเดิม บันทึกนี้บางครั้งก็เป็นสิ่งที่ ช่วยเตือนความจำได้เป็นอย่างดี ผมอ่านบันทึกบางตอนแล้วเคยมีความรู้สึกเหมือนกันว่า หลายๆบทความไม่รู้ว่าผมเขียนไปยังงั้นได้ยังไง ถ้าย้อนเวลาได้ ผมจะไม่ ลงข้อความบางอย่างหรือไม่เขียนข้อความบางอัน ที่ผมเขียนออกไปด้วยอารมณ์ แต่เมื่อมามองถึงข้อดีของมัน มันก็ดีเหมือนกัน ที่มันเป็นจะเครื่องเตือนใจ ให้ผมใคร่ครวญให้ดีก่อนที่จะกระทำสิ่งใดลงไป เพราะเหตุการณ์ทุกอย่างในอตีด หรือความผิดพลาดที่เรากระทำมันขึ้นมาแล้ว เราไม่สามารถจะไปแก้ไขอะไรได้เลย มันจะติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วไปที่ได้รับรู้ หรือได้รับผลกระทบ ถ้าเป็นสิ่งดี คนก็จะประทับใจ และกล่าวถึงในทางที่ดี แต่ในทางกลับกัน ถ้าเรากระทำในสิ่งที่เลวร้าย มันก็จะฝังอยู่ในใจของผู้อื่นเช่นกัน แต่ผมก็ยอมรับว่าผมเองก็เป็นปถุชนธรรมดา ที่ไม่ได้ดีเลิศไปกว่าใคร เมื่อเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้อง หรือ เห็นพฤติกรรม ที่น่ารังเกียจ ของบางท่าน ที่ทำให้ไม่สบอารมณ์ก็เลยเอามาระบาย ลงในบันทึกนี้ แต่ผมจะพยายามเห็นแก่ตัวให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ถูกชาวบ้านเขาด่าเอาคืนบ้าง แต่มีหนึ่งอย่างที่ดูแล้วคล้ายกันกับความเห็นแก่ตัว แต่ไม่เหมือนกันนะครับ คือการรู้จักรักษาสิทธิของตัวเอง (คนไทยส่วนใหญ่มักละเลย) เพราะความเห็นแก่ตัวเป็นการละเมิดสิทธิของคนอื่น ส่วนการรักษาสิทธิเป็นการปกป้องตนเองจากการถูกเอาเปรียบโดยผู้อื่น และบันทึกอันนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยคอยเตือนใจ ให้หัดยับยั้งชั่งใจก่อนที่กระทำการใดๆ ออกไปครับ
ช่วงนี้ต้องขออภัยต่อ ผู้อ่านทุกท่านเป็นอย่างมากเลยครับ ที่ไม่ได้อับเดทเว็บ เป็นเวลานานมาก สาเหตุหลัก ก็คือ งานประจำที่ทำอยู่ มีบ้างที่ผมต้องเดินทางไปหลายๆ แห่ง และผมย้ายบ้านด้วยครับ ช่วงนี้ แถมตอนย้ายบ้าน Computer ก็ได้รับความเสียหาย กว่าจะติดตั้ง เสร็จก็เสียเวลาไปหลายอาทิตย์ ตอนนี้หลายอย่างเริ่มลงตัว ก็จะพยายามเข้ามาดูแลเว็บให้มากขึ้นครับ


วันนี้เกิดพายุและฝนตกหนักมาก ทำให้เสาไฟฟ้าหัก ที่ทำงานผมเลยไฟฟ้าดับไปด้วย เมื่อไม่มีไฟฟ้าใช้ผมก็ไม่สามารถทำงานได้ ก็เลยตัดสินใจว่าจะกลับบ้านเร็ว สักวัน เพราะว่าช่วงนี้ผมกลับบ้านดึกตลอด แถมเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้หยุดอยู่บ้านเหมือนคนอื่นๆ เขา แต่ผิดคาดครับ แทนที่ผมจะได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติ ผมกลับมาติดแหงกอยู่ในรถเกือบ 4 ชั่วโมง ทั้งที่ปกติผมใช้เวลา ขับรถกลับบ้านประมาณแค่ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างช้าเท่านั้น
ระหว่างที่นั่งแกร่วอยู่ในรถก็เลยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทบทวนคิดถึงเหตุการณ์ ต่างๆที่ผ่านมา ว่าเราได้ทำอะไรบ้าง เจอกับเหตุการณ์ หรือความเปลี่ยนอะไรบ้างในชีวิต ก็ถือว่าใช้เวลาในช่วงรถติดอย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ยังมี คนโทรศัพท์ เข้ามาคุย พอเป็นเพื่อนแก้เหงา ถึง 5 สาย แต่ไม่น่าเชื่อว่า 3 ใน 5 สายนั้น เป็นท่านที่โทรมาคุยกับผมในเรื่องหมาโดยเฉพาะ เมื่อมาถึงบ้าน ผมเช็ค อีเมล ก็ยังมีเมลอีกถึง 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหมา ก็เลยเป็นจุดกระตุ้นให้ผมอยากเขียนบันทึกตอนนี้ขึ้นมาครับ
ในอีเมลที่เขียนถึงผม มีหลายท่าน ที่ถามถึงสารทุกข์สุกดิบ ก็ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงมา ณ. ที่นี้เลยครับ เป็นการขอบคุณจากใจจริง กับมิตรภาพและน้ำใจ ที่หยิบยื่นให้ครับ มีหลายท่านครับ ที่ผมไม่เคยเจอตัวตนจริงๆ นอกจากการ ติดต่อกันทาง อีเมล และมีบางท่านที่มีโอกาสได้เคยคุยกันบ้างทางโทรศัพท์
จากการติดต่อกันแบบนี้ ทำให้ผมรู้เลยว่า จริงๆ แล้ว สังคม พิทบูล ของเมืองไทย ก็ไม่ได้กว้างเท่าไหร่ ส่วนใหญ่รู้จักกันเกือบหมด และก็ขอขอบคุณอีกครั้งที่ มีบางท่านไปได้รับทราบข้อมูลบางอย่าง เกี่ยวกับผม และมีข้อขัดข้องใจ และได้ให้เกียรติ สอบถามเข้ามา ทำให้ผมทราบว่า มี ใครที่พูดถึงผมอย่างไรบ้าง ก็ธรรมดาครับ มีพูดถึงทั้งทางที่ดี และทางไม่ดี แต่ก็ยังดีใจที่บางท่าน ติดต่อสอบถามมาที่ผมโดยตรงเลย ทำให้ผมได้มีโอกาส ได้ชี้แจง ถึงข้อมูลบางอย่างที่บางครั้งไม่ตรงเอาซะทีเดียวเลย
นอกจากนี้ที่ผ่านๆ ก็มี อีเมล ที่สอบถาม ถึงกิจกรรมต่าง และเรื่องราวเกี่ยว หมาที่ผมเลี้ยงอยู่ มีบางท่านขอมาเยี่ยมที่บ้าน ผมไม่สดวกจริงๆ ครับ ต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วย ส่วนบางท่านเสนอแนะให้ผมจัดกิจกรรม และจัดงานสังสรร ในกลุ่ม ผู้เลี้ยง พิทบูล ผมก็ขอถือโอกาสพูด ถึงรวมๆ ทั้งหมดลงมาในนี้ทีเดียวเลยนะครับ

ก่อนอื่น ขอพูดถึง กิจกรรมทางด้านการประกวด ที่หลายท่านอยากให้ผมเป็นหัวเรือในการจัด ผมขอบอกตรงนี้อีกครั้งเลยนะครับ ว่าผมเองเพิ่งเลี้ยง พิทบูล ได้ ยังไม่ถึงสามปีเลยครับ ความรู้ผมก็ไม่ได้มีมากไปกว่าหลายๆ ท่านเลยจริงๆ ครับ เพียงแต่ว่าผมมีความชอบ และประทับใจในหมาพันธ์นี้มาก และผมชอบอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับมัน ทำให้รู้มากขึ้น แต่ไม่ถึงขนาดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญครับ ความประทับใจก็เลยทำให้ผม เลี้ยงแค่พันธ์นี้พันธ์เดียว และหมาที่ผมมีอยู่ ก็เป็นหมาธรรมดาตัวหนึ่ง ที่คุณภาพไม่ใช่หมาสำหรับการประกวดเลยจริงๆ ครับ แต่ที่ผมเลี้ยง เพราะว่ามันเป็นความชอบส่วนตัวครับ ถ้าเอาหมาผมไปประกวด ผมว่าผมแพ้แน่นอนครับ เคยมีน้องท่านหนึ่ง ดูท่าทาง คงชอบหมาในแบบที่ถูกต้อง ตามมาตรฐาน ได้ขอความเห็นจากผม และอยากให้ผมช่วยเลือกลูกหมาให้ ผมก็บอกไปตามตรงว่าผม คงเลือกให้ไม่ได้จริงๆ ว่าลูกหมาแบบใหนที่ ควรเลือกมาเลี้ยงเพื่อประกวด และอย่ามายึดถือเอาความเห็นของผมเป็นเกณฑ์เลย ผมไม่ได้มีความสามารถขนาดนั้น ผมแนะนำแกไปว่า ถ้าเราจะเลี้ยงหมา อย่าไปยึดติดกับใครคนใดคนหนึ่งเลยครับ เอาตัวเราเองเป็นที่พึ่ง น่าจะดีที่สุด ส่วนความเห็นของคนอื่นแค่ใช้เป็นส่วนประกอบให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นน่าจะดีกว่าครับ

ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้นครับ ผมพูดเช่นนั้นเพราะว่าผมก็เจอ มากับตัวผมเองนี่แหละครับ คนบางคน ที่มีชื่อเสียงและเป็นคนที่มีคนรู้จักกันทั้งประเทศ ว่าเป็นผู้มีความรู้เรื่องหมาพันธ์นี้ดี ระดับแนวหน้าของเมืองไทย คำพูดบางอย่างยังเชื่อถือไม่ได้เลยครับ ผมถึงอยากจะเตือน น้องๆ พี่ๆ บางท่านที่เคยโทรมาคุยกับผม ว่าอย่าไปดูแค่ ว่าเขาเป็นคนที่มีชื่อเสียง เพียงอย่างเดียว คนเราบางครั้ง ความมีชื่อเสียง มันควรจะพ่วงความมีศักดิ์ศรี ลงไปด้วยครับ ขายแพงผมไม่กลัวหรอกครับ ถ้าของมันดีมันก็ต้องแพงเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ดีแล้วแพง และขายได้เพราะชื่อเสียงนี่มันน่าเกลียดครับ มันเป็นเรื่องยากที่หมาครอกเดียวกันจะสวยทุกตัว แต่ผมคงจะไปว่าอะไรเขามากไม่ได้หรอก เพราะว่า มันเป็นอาชีพ ของเขา แต่การเห็นแก่ได้แบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง ยั้งยืนหรอกครับ ผมห่วงแต่ว่า ตอนนี้มีน้องๆ วัยรุ่นหลายๆ คน ที่ได้รับรู้เรื่องราว เกี่ยวกับหมาพันธ์นี้ ว่ามีดีอย่างไร ทำให้อยากมีไว้เลี้ยงกับเขาบ้าง แต่ว่ายังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง ก็อุตสาห์เก็บออมเงินค่าขนม ไว้เพื่อซื้อหมามาเลี้ยงสักตัว ยอมซื้อหมาที่ราคาค่อนข้างแพง เพราะว่าเชื่อมั่นในความมีชื่อเสียงของเจ้าของหมา (สำหรับบางท่านแล้ว เงิน 2-3 หมื่น อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่) แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง มันเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยนะครับ กะว่าจะได้ของดี มีคุณภาพ แต่ถ้ามาเจอกับคนแบบนี้เข้า ก็น่าเห็นใจ

ส่วนเรื่องกิจกรรม การแข่งขัน บางอย่าง ที่ผมเคยพูดว่าอยากจะทำ ตอนนี้ก็บอกได้เลยครับว่า ด้วยภาระหน้าที่ จากงานประจำที่ทำอยู่ คงไม่เอื้ออำนวยให้จัดได้ครับ และอีกอย่าง ไม่รู้ว่าถ้าจัดขึ้นมาจริงๆ จะมีคนมาร่วม มากน้อยแค่ใหน ก็เลยขอถอยมาอยู่เบื้องหลังน่าจะดีกว่า แต่ถ้ามีใครคิดจะจัดผมยินดีให้การสนับสนุนครับ

ส่วนท่านทีอยากจะจัดให้มีการสังสรร ในหมู่ของคนเลี้ยง ผมว่าเป็นความคิดที่ดีครับ แต่ในทางปฏิบัติ ผมเองก็ไม่ค่อยมั่นใจว่า จะไม่มีเหตุการณ์ที่นอกเหนือไปจากการสังสรรกันอย่างปกติ กลัวจะมีรายการแถม พ่วงเข้ามาด้วย เพราะเห็น มีหลายความคิดที่ไม่ค่อยตรงกัน ก็เลยกลัวว่าจะเป็น แบบในบอร์ดที่สามก็เลยเลิกล้มความคิดไปครับ

ส่วนท่านที่ถามว่าเมื่อไหร่ จะมีสายเลือด ไทเกอร์ ที่ผม บรีดเองออกมาบ้าง ผมตอบไม่ได้จริงๆ ครับ ผมเองก็อยากเก็บทายาทมันไว้สักตัวเหมือนกัน เพื่อว่าถ้าเกิด ตัวมันเกิดเป็นอะไรไป ผมก็ยังจะมีสายเลือดมันเก็บไว้ และพวกเพื่อนๆ ผมก็อยากได้ด้วย แต่ว่าแม่หมาที่ผมมีอยู่ มันไม่มีวี่แวว ว่ามันจะเป็นสัดเลยครับ มันเลยกำหนดมาก็นานแล้ว แม่หมาตัวนี้ แฟนผมเขาไป ซื้อมาจากคอกวิลลี่ บอกเขาว่าอยากได้แม่หมาที่โตแล้วเอาไปเพาะเลย ไม่อยากเลี้ยงลูกหมา เพราะว่ามันเสียเวลา ซึ่งเขาก็ใจดีแบ่งแม่หมามาให้ 1 ตัว แถมยังเอามาส่งให้ถึงบ้านเลย ตอนที่ซื้อมาคุณวิลลี่เขาบอกว่า อีกประมาณ 1 อาทิตย์ ฮีดมาแน่นอน แต่นี่มันก็ 7 เดือนกว่า เกือบแปดเดือนเข้าไปแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววเลยครับ ยังไงก็รอๆ กันหน่อยนะครับ มีเมื่อไรผมคงไม่หวง แต่ถ้ารอไม่ไหวก็คงลองขอแบ่งเอาจาก คนที่มาผสมไปนะครับ เพราะว่าตอนนี้ มีผสมไปทั้งหมด 6 แม่แล้วครับ น่าจะพอและเบอร์โทรผมก็ลงไว้ให้แล้ว สำหรับบางท่านที่อนุญาติให้ผมลงเบอร์ได้ ส่วนท่านอื่นๆ ก็มีของน้องรุ่ง โรจน์ กับคุณ ฉัตรชัย มีเบอร์อยู่ในหน้าคอกสุนัขเรียบร้อยแล้ว อีกท่านหนึ่งไม่แน่ใจว่าจะให้ลงเบอร์หรือเปล่า ก็ลองสอบถามที่คุณ ฉัตรชัยดูก็ได้ ครับ ว่าใครเป็นเจ้าของ เพราะเขาสั่งผมไว้ว่าอย่าเพิ่งเอาเบอร์เขามาลงครับ


Tiger's Rocky

แต่ตอนนี้ผมมีสายเลือด ไทเกอร์เก็บไว้แล้ว 1 คู่ เป็นสีลายเสือ เกิดจากแม่พันธ์ที่เขาเอามาผสม คอกแรกเลย ตัวผู้เพื่อนผมเลี้ยงอยู่ที่ชลบุรี ชื่อ Rocky ตอนนี้อายุได้ 3 เดือน แล้วครับ ตัวนี้ลำตัวใหญ่หนามาก เกือบจะเท่าอังกอร์ ท่าทางจะใหญ่เอาเรื่อง ถ้าอัตราการโตเป็นแบบนี้ตลอด ตัวนี้น่าจะหนัก ถึง 80 ปอนด์ หรือมากกว่า ส่วนตัวเมียไม่สวย ค่อนข้างผอมบางอยู่กับผมครับ ตั้งใจว่าจะเลี้ยงเอาไว้เฝ้าบ้าน มีคนเคยขอซื้อบ้างเหมือนกัน มันไม่ค่อยสวยเลยไม่กล้าที่จะขายครับ ตอนนี้ผมก็เลยไม่กังวลเกี่ยวกับลูกมันมากนัก เพราะว่ามีเก็บไว้บ้างแล้ว
ส่วนที่มีบางท่านอยากให้ผมเอา ไทเกอร์ไปเดินโชว์ บ้างตามงานประกวด ก็ขอบอกเลยนะครับว่าคงไม่สะดวก เพราะว่า ไทเกอร์ มันไม่ทนกับอากาศร้อนครับ และอีกอย่างมันไม่เหมาะที่จะนำไปโชว์ เพราะถ้าผมเอาไปโชว์ มันคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องถูกนำเอาไปเป็นหัวข้อในการวิจารณ์ครับ คงเป็นรุ่นลูกของมัน ที่ผมบรีดได้เองถ้ามีสวยๆ เมื่อไรก็คงเอาไปโชว์กับเขาบ้าง
ส่วน ไทเกอร์ ต้องขออภัยจริงๆ ที่ตอนนี้ผมไม่รับผสมพันธ์ให้ใครอีกแล้วนะครับ

ผมหวังว่ามันคงได้อยู่อย่างสงบ ผมจะเลี้ยงเขาไว้เล่นๆ เป็นเพื่อนที่บ้าน ผมคงไม่เอาเขาไปเดินโชว์ที่ใหนแน่นอน ไม่อยากให้มันตกเป็นหัวข้อในการวิจารณ์ครับ ผมขอยกเว้นมันไว้ตัวหนึ่งก็แล้วกัน ผมสงสารมัน ผมอยากให้มันอยู่ ที่บ้านอย่างสงบ เงียบๆ ตามอัตถภาพ เหมือนหมาธรรมดาทั่วๆไปตัวหนึ่ง ก็คงไม่ว่ากันนะครับ

 

หมายเหตุ: ช่วงนี้เขียนต่อหลังจากที่ได้อ่านข้อความในกระทู้บางอันที่เขียนพาดพิงถึงผม ผมขอระบายลงในบันทึกนี้ก็แล้วกันครับ เริ่มตอนแรกก็กะว่าจะเขียนเรื่องเบาๆ และควบคุมอารมณ์ แต่คงต้องขอผิดคำพูดหน่อยนะ เพราะว่ารู้สึกมันรำคาญจริงๆ สำหรับ คนบางคน ที่กัดไม่เลิก ต้องขอโทษท่านผู้อ่านส่วนใหญ่จริงๆครับ


เรื่องราคาของลูกไทเกอร์ ถ้าไม่ใช่แม่หมาของผม จะถูกหรือแพง ผมคงไปกำหนดไม่ได้หรอกครับ ขอร้องว่าอย่าเอามาเป็นหัวข้อในการวิจารณ์ มันขึ้นอยู่กับเจ้าของแม่พันธ์เขาเป็นผู้กำหนด และผมก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเอามันมารับจ้างผสมให้กับคนทั่วไป เพราะว่ามันไม่ได้สวยขนาดนั้น เดี๋ยวพวกที่ชอบหมาตรงตามมาตรฐานการประกวดแต่ไม่เคยนำมาไปประกวดจะเอามาเป็นข้อโจมตีผมอีก ผมตั้งใจที่จะผสมเอาไว้เลี้ยงในกลุ่มเพื่อนๆ ของผมเอง ที่เหลื่อก็แบ่งให้กับคนที่อยากได้ที่สนิทๆกัน หรืออาจมีเหลือไว้แบ่งขายพอเป็นค่าอาหารบ้าง แต่ที่ผมไม่บอกตอนนี้เพราะกลัวว่าจะไปตัดราคาชาวบ้านเขา เดี๋ยวจะโดนด่าเหมือนตอนที่ลงราคาเครื่องวิ่งอีก ก็เลยยังไม่บอก ไม่รู้ไปเอามาจากใหนที่ว่าลูกหมาผมราคาแพง และที่สำคัญลูกหมาของผมเองก็ยังไม่เคยมีด้วย

ผมไม่เข้าใจจริงๆ หลายๆ อย่าง เกี่ยวกับสังคมคนเลี้ยงพิทบูล ในเมืองไทย ตั้งแต่ผมเริ่มทำเว็บนี้มา ผมพยายามปรับตัว ปรับรูปแบบ หรืออะไรหลายๆ อย่างเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นหัวข้อในการโจมตี (ผมจงใจใช้คำว่าโจมตีเลยนะครับไม่ใช้คำว่าวิจารณ์) ตั้งแต่ตอนแรกที่ผมเริ่มทำเว็บ ก็มีคนโจมตีแถมด่าบุพการีผมอีก ว่าทำเว็บนี้เพื่อโปรโมทหมาตัวเอง ทั้งๆที่มันเป็นสิทธิอันชอบธรรมทำผมทำได้ ถ้าลงทุนทำเว็บแล้วไม่ให้โปรโมทหมาตัวเองแล้วผมจะทำไปหาสวรรค์ทำไม แต่เพื่อตัดความรำคาญ ผมก็ยอมลดเนื้อหาเกี่ยวกับหมาผม และย้ายคอกหมาผมออกไปอยู่ในส่วนของคอกสุนัข และยกเนื้อที่ส่วนใหญ่ของเว็บไว้เป็นพื้นที่ส่วนรวม แต่การทำเว็บเพื่อส่วนรวมมันไม่ง่ายเลยจริงๆ เพราะต้องคอยเพิ่มเติมเนื้อหาในเว็บอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่เวลา ผมก็ไม่ค่อยมี ผมก็เลยเพิ่ม Chat Room กับ Web Board เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเองได้เลย จะได้ไม่ต้องคอยรอผม อัพเดท ข้อมูล ทำให้เว็บมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เข้ามาเยี่ยมชมแล้วไม่น่าเบื่อ แต่ปัญหามันก็ยังตามมาอีก กับการที่ผมเข้ามาตอบกระทู้ในเว็บ ก็กลายมาเป็นผมเข้ามาทะเลาะกับ กับผู้เยี่ยมชมบางท่าน ผมก็ตัดปัญหาอีกโดยการหลีกเลี่ยงการเข้ามาตั้งหรือตอบกระทู้ แต่ก็ยังไม่วายมีคนตามมาราวีผมตลอด

ผมเข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่งที่ว่า ในสังคมคนหมู่มาก การขัดแย้งทางความคิดมันเป็นเรื่องปกติธรรมดา ทำให้ชีวิตมีรสชาด แต่มีไอ้พวกเวรอยู่กลุ่มหนึ่งหน้าตัวเมีย คอยลอบกัดผมในมุมมืดอยู่ตลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ้าให้เดาผมว่าก็คงเป็นเพราะว่า พวกนี้เป็นพวกจิตผิดปกติที่เห็นใครดีกว่าไม่ได้ จะต้องคอยอิจฉาริษยา ไล่กัดเขาดะไปทั่ว ไม่เลือกว่าเป็นคนหรือหมา ทำตัวเหมือน ประเทศมหาอำนาจบางประเทศ ที่ใครไม่เป็น มิตร ก็ต้องเป็นศตรู จะวางตัวอยู่ตรงกลางไม่ได้ ใครมีความคิดแตกต่างจากตัวเองจะต้องผิดเสมอ ผมว่าท่านที่ติดตามเว็บนี้มาตลอดคงจะทราบเหตุการณ์นี้ได้ดี ผมเองก็ไม่รู้ว่าไปขัดผลประโยชน์ หรือสร้างความเดือดร้อนให้คนกลุ่มนี้ตั้งแต่เมื่อไหร ถ้าผมทำอะไรให้เดือดร้อน ที่นอกเหนือไปจากการทำเว็บนี้ขึ้นมาเป็นแหล่งข้อมูล เกี่ยวกับ พิทบูล ทำให้ท่านไม่สามารถหลอกแ-ก ชาวบ้านเขาได้อย่างคล่องคอ ก็เปิดเผยตัวตนเพื่อแสดงความจริงใจแล้วด่ามาได้เลย

ผมพยายามยืนอยู่ในจุดยืนของผมตลอด ว่าผมเลี้ยงพิทบูล เพราะผมชอบในความเป็นพิทบูล แต่ก็ยังมีพวกสมองนิ่มที่ไม่เข้าใจเจตนา หรือเข้าใจแต่ไม่พยายามเข้าใจอันนี้ก็ไม่ทราบได้

ขอขยายข้อความข้างบนให้เข้าใจอีกครั้ง เผื่อว่ามันอาจจะซึมเข้าไปในกระโหลกที่หนา แต่ปัญญานิ่มของคนบางคนอีกที ความเป็น พิทบูล มันคืออะไร ผมขอขยายความดังนี้ ผมเชื่อมั่น ถึงพันเปอร์เซนต์เลย ว่าที่คนเริ่มชอบ และให้ความสนใจหมา พิทบูล เป็นอันดับแรกเลยมีสาเหตุมาจาก ความที่มันเป็นหมาที่ดุ และกัดเก่งที่สุดในโลก ไม่ใช่ที่หน้าตา หรือความสวยงามรวมถึงมาตรฐานต่างๆ ที่มีอยู่ในตำรา ของเหล่านี้มันตามมาทีหลังทั้งนั้น ใครว่าไม่จริงเถียงมาได้เลยครับ

หมาพิทบูลเป็นหมาที่ดุ กล้าหาญ แข็งแรง และกัดเก่งที่สุดในโลก ถ้าเทียบในขนาดน้ำหนักตัวที่เท่ากัน ผมกล้ายืนยัน ข้อความที่กล่าวมาเล้วว่าเป็นความจริง โดยไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าโต้แย้ง คนจึงนิยมนำมันมาใช้ในเกมส์การต่อสู้ต่างๆ ที่ผมขออนุญาติไม่กล่าวถึง ส่วนคุณสมบัติด้านอื่นๆ เช่นความฉลาด รูปร่างหน้าตาเป็นเพียงส่วนช่วยเสริมให้มันมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น แต่ไม่ใจจุดเด่นหลักดังที่ผมกล่าวไปแล้ว ผมกล้าท้าเลย ถ้ามันสวยอย่างเดียว โดยขาดคุณสมบัติ ที่แท้จริงของ พิทบูล ก็คงไม่มีใครเลี้ยงแน่นอน และในทางกลับกัน ถ้าหมา พิทบูล เป็นหมาที่สวยที่สุดในโลก ฉลาดที่สุด กล้า หาญที่สุด โดยรวมคุณสมบัติด้านดีอื่นๆ ของสนุขพันธ์อื่นเข้าไว้ในตัวมันทั้งหมด ในโลกนี้ก็จะเหลือเพียงหมา พิทบูล เพียงพันธ์เดียวในโลก

ผมเห็นหลายๆ คนเริ่มหลงประเด็น และขาดจุดยืนในการเลี้ยง พิทบูล มีการพูดถึงสิ่งที่ขัดกับคุณสมบัติที่แท้จริงของพิทบูล มีคนต้องการให้หมาพิทบูลมีคุณสมบัติครบทุกอย่าง เช่นเป็นหมาที่ยืนนิ่งเป็นตุ๊กตา มีความ สามารถในการเข้าสังคมกับสุนัขอื่นๆ ได้ดี มีความสวยงาม สุภาพอ่อนโยน แต่ยังคงความเป็นหมาที่แข็งแรง กล้าหาญ ดุ และกัดเก่ง ผมว่ามันจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ครับ ที่หมาดุ จะสุภาพกับคนหรือหมาอื่น หมาที่ยืนนิ่งเป็นตุ๊กตา มันจะไปมีแรงขับได้ยังไงครับท่านผู้ชม นี่ยังไม่รวม จุดเด่นพิเศษทางกายภาพอื่นที่เป็นข้อปลีกย่อย ที่พยายามยัดเยียดลงไปในตัวหมาเพียงตัวเดียว พิทบูลก็คือ พิทบูลครับ อย่าไปสร้างหมาพันธ์ใหม่ขึ้นมาอีกเลย

ผมถึงย้ำอยู่เสมอ พิทบูลไม่เหมาะสำหรับคนที่เลี้ยงตามแฟชั่น หรือพวกที่เฮใหน เฮนั่น มันต้องการคนที่รัก และเข้าใจมันจริงๆ ต้องสามารถเลี้ยงดูและควบคุมมัน ไม่ให้เป็นอันตรายกับผู้อื่น ไม่ใช่เพาะเลี้ยงกันตามอำเภอใจ มันจะสร้างปัญหาให้กับสังคมในภายหลัง มันเป็นหมาที่อันตรายมาก เท่ากับคุณสมบัติ พิเศษ ที่มันมีอยู่ และถ้ายิ่งมันได้ไปอยู่กับคนที่ไม่เข้าใจมัน และขาดความรับผิดชอบ ผมว่าอีกไม่นาน หมาพันธ์นี้ จะต้องถูกห้ามเลี้ยงในเมืองไทยอย่างแน่นอน

คำถามทิ้งท้ายไว้ให้คิดกันเล่นๆ แต่ไม่ต้องการคำตอบ ว่าทำไมผมถึงไม่เน้นการประกวด
1. มีหมาพิทบูลเข้าประกวดกี่ตัวในแต่ละงานที่จัดขึ้นในเมืองไทย

2. หมาที่เข้าประกวดใช้ชื่อในการประกวดว่าหมาพันธ์อะไร

ผมขอบอกว่า ตอนนี้หมาที่ผมเลี้ยงอยู่ เป็นหมา อเมริกัน พิทบูล จริงๆ ครับ
ต้นตระกูลของมันใช้ชื่อนี้มานานแล้ว เป็นหมาสายเลือดเก่าที่เป็นพิทบูลจริงๆ (Old Family Red Red Nose) และต้นตระกูลของมันก็เป็นสายกัดล้วนๆ เพิ่งจะมาเลิกกัดไม่นานมานี่เอง ส่วนจะตรงตามมาตรฐานหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมมีใบรับรองประวัติที่สามารถตรวจสอบไปถึงบรรพบุรุษได้ทุกตัว ในเพ็ดดีกรีหมาผม มีรายชื่อหมาที่เป็นโคตร เง้าของมันอยู่ในนั้นมากกว่า 150 ชื่อ ก็น่าจะพอเพียงที่จะพิสูจน์ว่ามันเป็นหมา พิทบูล พันธ์แท้ ที่น่าจะมีคุณสมบัติความเป็น พิทบูล ที่ผมต้องการอยู่ในตัวของมัน เพราะฉนั้นพวกที่พูดพล่อยๆ เกี่ยวกับหมาผมโดยที่ไม่รู้จริง ไปศึกษาให้ดีก่อนนะครับว่าคุณจะเลี้ยงหมาพันธ์อะไรแล้วค่อยเอามาพูด เดี๋ยวคนที่หัดเลี้ยงใหม่ๆ เขาจะหลงทางกันหมด ที่สำคัญคนจริงกรุณาเปิดเผยตัวเองหน่อยครับอย่าเอาแต่เห่าอยู่แต่ในที่มืด ถ้ายังมีข้อข้องใจ อยากลองฝีมือของตัวเองโดยการกัดกับหมาผมแบบเดี่ยวต่อเดียวก็ติดต่อมาได้ครับ
เบอร์ผม (01) 648 3698 เรื่องหมาติดต่อได้เฉพาะเสาร์ อาทิตย์ ตลอดวัน

เหมือนเดิมครับขอทิ้งท้ายก่อนจากว่า สุนัขที่อยู่กับท่านมันไม่ใช่สุนัขธรรมดามันคือสุดยอดสุนัข

"อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย"

ติดตามต่อตอนหน้านะครับ
มาร์ค