ตอนที่ 26 Peterson's Pitbull



"แทงค์"

ผ่านไปแล้วนะครับ สำหรับงานประกวด ที่จัดว่ายิ่งใหญที่สุดงานหนึ่งของเมืองไทย ผมเองไม่มีโอกาสได้ไปดู แต่ก็ได้อาศัยรับทราบข่าวคราวต่างๆ จากท่านที่โทรมาคุย รวมถึงอ่านเอาจากเว็บบอร์ด ผมมีความรู้สึกว่าวงการ พิทบูล มันคึกคักดี มีหลายท่านให้ความสนใจ ที่จะนำ สุนัขไปโชว์ รวมถึงเข้าร่วมการประกวด เท่าที่ทราบมา มีคนบอกว่าปีนี้ มีจำนวนสุนัข พิทบูล ไปในงาน ทั้งที่ไปเข้าร่วมการประกวดและ ไปเดินโชว์ในงาน มากกว่าปีก่อนๆ ผมเองในฐานะคนชอบ พิทบูล ก็หวังว่า กระแสความคึดคักอันนี้คงจะไม่ เลือนหายไปนะครับ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะว่าเห็นมีคนรุ่นใหม่ๆ ไฟแรงเข้ามาอีกหลายคน ก็ขอเอาใจช่วยครับ

สำหรับผมเอง ช่วงนี้มีหลายเหตุการณ์ ประดังเข้ามาจนแทบจะหาเวลาว่างไม่ได้ ทั้งเรื่องงานประจำ ที่ยิ่งใกล้สิ้นปี ยิ่งต้องเร่งทำงานแข่งกับเวลา ประกอบกับกระแสเศรษฐกิจโลก อยู่ในช่วงขาลง หลายบริษัท ต้องเร่งกระตุ้นยอดขายเพื่อดำรงค์สถานะให้บริษัทอยู่รอด มีหลายบริษัท ที่ไม่สามารถเพิ่มยอดขายได้ ก็ต้องลดค่าใช้จ่ายลง ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดในการลดค่าใช้จ่ายก็คือ การลดจำนวนพนักงาน ผมก็ได้แต่หวังว่ารัฐบาล คงมีมาตรการใหม่ๆ ออกมา เพื่อนำประเทศ ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ ในปีนี้ไปให้ได้ และเพื่อความปลอดภัยในหน้าที่การงานผมก็ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้แน่ใจได้ว่า ปีหน้ายังจะมีรายชื่อเป็นพนักงานของบริษัทฯ แห่งนี้ต่อไป

เมื่อโหมการทำงานหนักขึ้นก็เลย ทำให้ผมมีเวลาในการเขียนเว็บ และการปรับปรุงข้อมูลน้อยลง สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดก็คือเขียนบันทึกอันนี้ เพราะว่าไม่ต้องไปค้นคว้าข้อมูล หรือแปลจากที่ใหน เพียงแค่อาศัยเหตุการณ์รอบๆ ตัว ทั้งเรื่องทั่วๆ ไป และเรื่องหมาๆ มาเป็นประเด็นแก้ขัดไปพลางๆ ก่อน ซึ่งมันอาจะดูน่าเบื่อไปบ้าง แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย มันก็ดูเหมือนว่า เว็บนี้ไม่มีการปรับปรุงอะไรเลย แต่ก็ยังดี ที่มีเว็บของคุณ โจ กับคุณ ซัน เพิ่มเติมเข้ามา เป็นแหล่งข้อมูลอีกแหล่ง และทำได้ดีอีกด้วย คิดว่าจะเป็นนิมิตหมายอันดี ของวงการพิทบูลในเมืองไทย ช่วงนี้หากข้อมูลในเว็บน้อยไปหน่อยก็หวังว่าท่านผู้อ่านคงจะไม่ว่าอะไรนะครับ

อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ผมได้รับโทรศัพท์ ที่โทรมาคุยกับผมเรื่องหมา มากเป็นพิเศษ มีทั้งเรื่องงานประกวด เรื่องลูกหมา และก็เรื่องหมาตัวใหม่ของผม รวมถึงท่านที่เมลมาด้วย ก็เลยขอเอามาเล่าต่อลงในบันทีกอันนี้ก็แล้วกันนะครับ

สุนัขตัวนี้ก็มาจาก Peterson's Pitbull
เป็นพี่น้องกับ ไทเกอร์ (ลูกแทงค์) แต่คนละแม่

โทรที่เข้ามาคุย ถ้าเป็นเรื่องงานประกวดผมก็ได้แต่รับฟังเพียงอย่างเดียวแหละครับ เพราะว่าไม่ได้ไป ก็เลยคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง แต่ก็ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับท่านที่ ช่วยเล่าให้ฟัง ก็มีทั้งเสียงชื่นชม และเสียงบ่น ส่วนรายละเอียดจริงๆ เป็นอย่างไร คนที่ไปในงานน่าจะให้ความรู้สึกได้ดีที่สุดนะครับ ผมคงไม่สามารถให้ข้อคิดเห็นอะไรได้มากนัก

ในงานมีบางท่านบอกว่ามี พิทบูลสวยๆ มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้นำเข้าประกวด บางท่านก็บอกว่าเห็นมีมาตั้งในกระทู้ว่าจะมีคนไปเยอะ แต่พอไปจริงๆ แล้วมีไม่เท่าไหร่ ในประเด็นนี้ ขอไม่แสดงความคิดเห็นนะครับ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าตกลงแล้วมี พิทบูลมาในงานมากหรือน้อย


"PUMA"

งานนี้ มีลูกหมาสายเลือดของไทเกอร์ ไปประกวดด้วย แถมได้ที่หนึ่ง เพราะมีประกวดอยู่ตัวเดียว ผมเองก็หลงดีใจว่าแหมลูกไอ้ ฟันเหยินนี้ เยี่ยมจริงๆ สามารถ ชนะการประกวดในงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่มันเกิดจากพ่อพันธ์ ที่ไม่ได้มาจากสายประกวดซะหน่อย แต่มันก็น่าเสียดายจริงๆ นะครับที่ไม่มีสุนัขตัวอื่นๆ ที่คุยๆ กันเอาไว้ ว่าจะนำไปประกบ ก็เลยไม่รู้ว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอม แต่ผมก็ขอให้เครติด พี่แซมเจ้าของพูมาร์จริงๆ ที่แกตั้งใจมาก ที่จะนำพูม่าไปเจอกับหมาของคนอื่นๆ ตามคำท้า และขอตำหนิ ไอ้พวกที่ท้าเขาไว้ พอเขาเอาไปจริงๆ แล้วดันหลบ มันน่าเบิร์ดกระโหลกนักไอ้พวกนี้ งานหน้าถ้าไม่แน่จริงก็เงียบไว้นะครับ และผมก็ขอสรุปเลยแล้วกันว่ามันน่าจะเป็นของจริง (เชียร์ และเกทับซะเลย) เพราะงานใหญ่แบบนี้ถ้าเจ้าของเขาไม่มั่นใจเขาก็คงไม่กล้าเอาไปแน่ ผมเองก็ไม่ชำนาญนักกับเรื่องการประกวด แต่เท่าที่ดูจากรูปภาพที่เขาส่งมาให้ มันก็ไม่น่าจะเป็นรองใคร ถึงยังไง ก็ขอให้ดูๆ กันต่อไปนะครับ สำหรับลูกสุนัขที่ชื่อ พูม่าร์ ตัวนี้ .....สู้ต่อไปไอ้เสือน้อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

ผมได้เอารูปลูกสุนัขของคุณรุ่งไรจน์ ขึ้นที่หน้าเว็บ เป็นลูกสุนัขที่เกิดจาก ไทเกอร์กับแม่หมาตัวสีขาวที่ชื่อแบม ผมเห็นว่าลูกสุนัขชุดนี้ มันสวยดี และน้องเขาแบ่งขายในราคาที่ถูกมาก สำหรับสุนัขหลายตัวในนั้น ราคา 30,000 บาท ผมก็ว่าไม่แพง แต่นี่น้องเขาขายแค่ ตัวละไม่เกินหมื่น ผมก็เลยเชียร์สุดๆ เพราะว่าของดีราคาถูกแบบนี้ ไม่มีบ่อยๆ ใครไม่เชื่อลองไปดูได้ ว่าตัวที่น้องเขาเก็บไว้ มันสวยขนาดใหน ส่วนตัวที่ผมเก็บไว้ ไม่ใช่ตัวที่สวยที่สุดของคอกครับ และลูกหมาชุดนี้ มั่นใจได้เลย ว่าสายเลือดไม่ชิดแน่นอน และแม่หมาตัวนี้ให้ลูกดีมากๆ และดกอีกต่างหาก ผมดูจากครอกที่แล้ว มันให้ลูกไปทางพ่อทุกตัวเลย พอมาครอกนี้ก็เหมือนกัน ไม่มีตัวใหนเหมือนแม่เลย แถมยังมีบางตัวฟันอันเดอร์เหมือนพ่อมันอีกด้วย เยี่ยมจริงๆ มีลูกหมาตัวผู้ตัวหนึ่ง ฟันอันเดอร์ ผมตั้งใจจะจองเอาไว้ เพราะว่าเพือนผมอยากได้มาก เขากะจะเอาไปเลี้ยงเป็นเพือน คาดว่าโตขึ้นมาหน้าตามันต้องโหดเหมือนพ่อมันแน่ๆ และอีกอย่างผมคาดว่ากระแสการประกวดกำลังมาแรง คงจะไม่มีใครต้องการมัน ก็เลยจะเก็บเอาไว้เอง ส่วนตัวอื่นๆ ก็ปล่อยให้คนที่ชอบการประกวดมาเลือกไป แต่ผิดคาดครับ มีน้องท่านหนึ่งมาขอตัดหน้าไปก่อน ก็ไม่เป็นไรครับ ของอย่างนี้ มันแล้วแต่ใจครับ สรุปว่าลูกสุนัขครอกนี้ ใครพลาดก็คงต้องรออีกนานเลยครับ เพราะแม่หมาตัวนี้ให้ลูกดีมาก ครอกต่อไปผมกะจะจองเอาไว้บรีด กับ แค็ช พ่อพันธ์ตัวใหม่ของผม ลูกชุดใหม่ของแม่หมาตัวนี้ กับไทเกอร์ คงต้องรออีกประมาณ 2 ปี คือประมาณ ปี 46 เลยครับ และลูกของ ไทเกอร์ ก็จะมีออกมาอีกแค่ชุดเดียวเท่านั้น และคงไม่มีไปอีกนานเลยครับ เพราะว่าตอนนี้ผมไม่ได้รับผสมให้ใครอีกเลยครับ
ขอพูดถึงไทเกอร์อีกนิดนะครับ อย่าหาว่าเชียร์แต่หมาตัวเองเลย ไทเกอร์ ผมนำเข้ามาจาก คอก Peterson's Pitbull ซึ่งเป็นคอกสุนัขที่เลี้ยงหมาโดยเน้น ที่โครงสร้างที่เตี้ย หนา ล่ำ แถมบางตัวหน้าตาน่าเกลียดอีกต่างหาก และเขาก็ไม่เคยนำหมาเข้าประกวดมานานมากแล้ว โดยผมทำ Link ไว้ให้แล้ว อยากให้ลองค้นหาดูนะครับ ว่าหมาคอกนี้ มีแชมป์ กี่ตัว ผมติดตามมานานก็ยังไม่เคยเห็นหมาที่เป็นแชมป์ของคอกนี้เลย เพราะแกเล่น บรีดเอาใหญ่อย่างเดียว ไม่เคยเอาเข้าประกวด แต่ลูกหมามีเท่าไรก็ไม่พอขาย ผมเคยบอกไว้แล้ว ว่ามีคนเลี้ยงหมาอีกหลายๆ คน ที่เลี้ยง พิทบูล ที่ความชอบส่วนบุคคลโดยที่ไม่เคยสนใจ เลยว่าหมาเขาจะมีตำแหน่งหรือไม่

ไทเกอร์

ผมเห็นหมาของเขาแล้ว โดยเฉพาะพ่อพันธ์ตัวดัง เจ้าแทงค์ เกิดความชอบเลยขอซื้อมา 1 ตัวก็คือ ไทเกอร์ คุยกันตังแต่ เที่ยงวันยัน 6 โมงเย็นกว่าเขาจะยอมขายให้ ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดจะนำไปประกวดกับใครทั้งนั้น เพราะว่า มันมีความสวย ในแบบของมันอยู่แล้ว ถ้าผมจะเน้นการประกวดผมคงไม่เลือกซื้อจากหมาคอกนี้แน่นอนครับ ผมชอบความใหญ่โตมโหฬาร ของเจ้าแทงค์ ซึ่งเป็นพ่อของ ไทเกอร์ ซึ่งเจ้าของเขาก็ให้การรับรองกับผมว่า ไทเกอร์ มันจะเป็นหมาที่มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งผมเองก็ยอมรับครับว่าจริง เพราะตอนที่มันอยู่กับผมในอเมริกา อัตราการเจริญเติบโตดีมาก คือน้ำหนักเพิ่มขึ้นถึงอาทิตย์ละ 4 ปอนด์ เป็นอย่างน้อย ผมเคยชั่งเมื่อมันตอนประมาณ 5-6 เดือน น้ำหนัก ก็ 50 กว่าปอนด์เข้าไปแล้ว ก็เลยคาดว่า น่าจะได้อย่างน้อย 95 ปอนด์ เพราะอีก 45 ปอนด์ ก็คงทำได้ไม่ยาก เพราะว่าอายุมันยังน้อย แต่โชคผมไม่ค่อยดี ที่ผมจำเป็นต้องกลับมาประเทศไทย ในช่วงหน้าร้อน และไทเกอร์ อายุแค่ 6เดือนกว่าๆ มันเคยอยู่ในที่ที่อากาศเย็นสบายตลอดปี ต้องมาเจอกับ อากาศที่ร้อนสุดๆ ของกรุงเทพ ก็เลยหยุดการเจริญเติบโต ทำให้ตัวมันเล็กกว่าที่ผมคาดไว้เยอะ แต่ถึงยังไร มันก็เป็นหมาที่น่ารักมาก และผมก็รักมันมากกว่าหมาทุกตัวที่ผมมีและเคยมี และเนื่องจากทุกวันนี้ มันไม่ค่อยทนต่ออากาศร้อน ผมก็เลยไม่ชอบพามันไปในที่ ที่มีคนพลุกพล่าน เพราะว่าสงสารมัน และที่ผมนำมันมาเป็น พ่อพันธ์ ผมก็หวังเพียงแค่จะมีสายเลือดมันเก็บไว้ และแบ่งกันในกลุ่มเพื่อนๆ ที่มีความชอบในแบบเดียวกับผม และเนื่องจากลูกหมาของคอกนี้ ราคาค่อนข้างสูง ถ้าเกิดมันเป็นอะไรไป ผมก็ไม่มันใจว่าเขาจะยอมขายหมา ที่คุณภาพเทียบเท่านี้อีกหรือเปล่า ก็เลยหาแม่หมามาเพื่อเพาะเอง เพื่อเก็บสายเอาไว้ ผมมีความเชื่อว่า มีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่ชอบเลี้ยงหมาตัวใหญ่ๆ โอเวอร์ไซค์ และไม่ได้ให้ความสำคัญกับการประกวดมากนัก ผมสังเกตุเอา จากในกระทู้ ส่วนใหญ่ จะให้ความสำคัญกับขนาดของหัว และความใหญ่โตของร่างกายกันมากที่สุด ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า การจะเพาะหมาในแบบฉบับที่ผมชอบจะกลายมาเป็นหัวข้อในการถกเถียง หรือสร้างความเสียหายให้ใคร เลยไปถึงการถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทำลายวงการ และไม่ยอมพัฒนาอีกต่างหาก ช่วงแรกแรก ผมก็ไม่ให้ความสนใจมากนัก แต่นานๆ ไปชักจะหนักข้อขึ้น ลามปามมาด่าถึงพ่อแม่ผม ผมก็เลยจำเป็นต้องนำตัวใหม่เข้ามา เพื่อให้เขารู้ว่า มันไม่ใช่เรื่องยากเลย ที่ผมจะมีหมาระดับแชมเปี้ยนสักตัว และไม่ใช่แชมเปี้ยนในเมืองไทยด้วย แต่เป็นแชมเปี้ยนมาจากนอกเลย ความจริงผมว่าจะลองลุ้นให้ได้ตำแหน่ง แกรนด์แชมเปี้ยนก่อนนำเข้ามาเพื่อความสะใจ แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจมันไม่ดี และผมต้องย้ายบ้าน ซึ่งทุกอย่างมันต้องใช้เงิน และการทำแกรนด์ มันก็ไม่ง่ายและมีค่าใช้จ่ายอีกไม่น้อย เช่นค่าสมัครประกวด ค่าจ้างคนจูง ค่าเดินทาง และเสียเวลาเอาไปตระเวณประกวดอีกก็เลยไม่รอ

ตัวนี้ก็จากคอก Peterson's Pitbull
เป็นพี่น้องกับ ไทเกอร์ แต่คนละแม่ (ลูกแทงค์)

ผมอยากให้ท่านที่ว่าหมาผมเป็นหมาที่มีปัญหา แต่ทำไมผมถึงนำมาเป็นพ่อพันธ์ ทราบว่า ให้ลองไปดูหมาของคอกนี้ตามเว็บที่ผมได้ทำลิงค์ไว้ให้ ว่าหมาที่หน้าตาน่าเกลียดแบบนี้ และไม่ได้มีตำแหน่งอะไรเลย ลูกหมาทำไมราคามันถึงได้แพงนัก และผมอยากฝากบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้าท่านชอบ หมาในแบบนี้ และสนใจจะนำเข้าก็ขอให้เตรียมเงินไว้เลยนะครับ (คอกนี้หมาเขาขายแพงพอสมควร) ค่าลูกหมาประมาณ 850 - 1200 เหรียญ ผมเห็นครอกล่าสุดเขาขายตัวละ 1200 เหรียญทุกตัว และให้ดูว่าหน้าตามันน่าเกลียดขนาดใหน และบวกค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก อย่างน้อย 500 เหรียญ ก็คงเป็นเงินไม่น้อย ผมว่าการที่ผมนำเข้ามา และบางครั้งก็ยังมีสายเลือดเหลือแบ่งปันกัน ซึ่งราคาก็ย่อมเยากว่ากันเยอะ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ และของน้องที่เขาแบ่งขายอยู่ในขณะนี้ ก็ขายในราคาที่คุณหาซื้อที่ใหนไม่ได้อีกแล้ว ถ้าทำเป็นธุรกิจ ดูยังไงก็ไม่คุ้มครับ แค่ค่าอาหารอย่างเดียวก็ปาไปเท่าไรแล้ว แต่ผมคิดว่าน้องเขาทำเป็นงานอดิเรกและเพราะใจรัก บางตัวมันถูกจนผมอยากเก็บเอาไว้เองทั้งหมด แต่ติดขัดที่สถานที่และผมก็ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงทุกตัว คุณภาพลูกหมาเท่าที่ผมเห็นก็คงไม่แพ้ ตัวที่นำเข้ามา ผิดกันแค่เพียงว่า แม่หมาเป็นแม่ที่เกิดในเมืองไทยเท่านั้น ก็ขอยินดีกับท่านที่ได้ สายเลือดไทเกอร์เอาไว้เลี้ยงแล้ว โดยเฉพาะสองคอกสุดท้าย (แต่ผมว่าคอกที่ 3 ดูจากภาพถ่ายเปรียบเทียบกันคุณภาพน่าจะใกล้เคียงกับต้นฉบับของคอก Peterson ที่เขากำลังแบ่งขายอยู่ในเว็บขณะนี้มากที่สุด) และก็ขอแสดงความเสียใจกับท่านที่ต้องการ แต่ยังไม่ได้ เพราะว่าของแบบนี้คงจะไม่มีอีกนาน

ส่วนหมาตัวใหม่ผมขอไม่พูดถึงมากนะครับ เดี๋ยวจะว่าทำเว็บมาโปรโมทแต่หมาของตัวเอง แต่ขอการันตีว่าของจริงครับ

เจ้าเสือน้อย " PUMA "

เหมือนเดิมครับขอทิ้งท้ายก่อนจากว่า สุนัขที่อยู่กับท่านมันไม่ใช่สุนัขธรรมดามันคือสุดยอดสุนัข

"อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย"
ประกวดไม่ได้... แต่เท่ห์ !! ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ติดตามต่อตอนหน้านะครับ
มาร์ค