วันนี้ผมตื่นแต่เช้าเพราะว่ามีงานค้างอยู่ต้องรีบทำให้เสร็จเพื่อเตรียมตัวเดินทางไป
จ. พิษณุโลก ขึ้นเครื่องในตอนเย็น แต่ก็อดไม่ที่จะเข้ามาเช็คเมล แล้วก็เข้าไปอ่านกระทู้ในเว็บบอร์ด
เจอกระทู้บางอันก็อดจะเอามาเขียนถึงไม่ได้ ก็เลยรีบเขียนบันทึกตอนนี้เดี๋ยวจะลืมซะก่อน
เดือนนี้ทั้งเดือนผมงานยุ่งมากแทบไม่เคยเข้ามาอ่านอะไรในเว็บบอร์ด และต้องเดินทางตลอด
เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุดเหมือนคนอื่นเขา แถมต้องประชุมกับแขกของบริษัทที่เดินทางมาจากต่างประเทศด้วย
มีอยู่วันหนึ่งขณะกำลังประชุมกันอยู่ ผมลืมปิดมือถือก็มีน้องท่านหนึ่งโทรเข้ามา
ผมสดุ้งโหยงเลยครับ เพราะว่าเจ้านายผมซีเรียสมากเวลาเข้าประชุมต้องปิดมือถือทุกคน
แต่โชคดีที่วันนั้นแกไม่ได้เข้าประชุมด้วย น้องเขาโทรเข้ามาถามเรื่องการเลือกลูกหมา
ผมก็เลยบอกว่าให้โทรมาใหม่ในตอนเย็นหรือว่าเสาร์หรืออาทิตย์ น้องเขาก็ใจร้อนอยากรู้เร็วๆ
เพราะว่าอ่านบทความของผมแล้วทำให้อยากเลี้ยงบ้าง
น้องท่านนี้ไม่ใช่รายแรกที่โทรเข้ามาถามถึงวิธีการเลือกลูกหมา ผมก็ไม่ใช่เซียนแต่อาศัยหลักการง่ายๆ
ตามหลักธรรมชาติ ขอเอามาลงไว้ในนี้อีกครั้ง สิ่งที่ผมบอกกับทุกคนที่คุยกับผมมีดังนี้
การเลือกลูกหมาสิ่งแรกที่เราต้องรู้ก็คือสายเลือดพ่อของแม่มันเป็นใคร
อันนี้เป็นหลักการที่ง่ายที่สุด ที่จะสามารถเดาได้ว่าลูกมันออกมาจะเป็นอย่างไร
ถ้าเรารู้ว่าพ่อแม่มันเป็นใครแล้วเราไม่ชอบก็ไม่ต้องไปซื้อ อันนี้น่าจะเป็นหลักพื้นฐานที่เอาไปใช้ได้เลย
เพราะว่าลูกหมาถ้าไม่เหมือนพ่อก็น่าจะเหมือนแม่ ถ้าเราอยากได้ลูกหมาแบบใหนก็ดูเอาที่พ่อแม่ของมัน
แบบนี้จะเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด แต่ถ้าเราไม่รู้ว่าสายเลือดมันมาจากใหนหรือพ่อแม่มันเป็นใคร
อันนี้ก็เป็นเรื่องที่คาดหวังได้ยากว่ามันจะมีลักษณะตามที่เราต้องการหรือเปล่า
เพราะว่าลูกหมาตอนเล็กๆ มันก็น่ารักเหมือนกันหมด เราจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้นก็ตอน
7-8 เดือน สิ่งนี้ผมเคยกังวลมากกับลูกของ ไทเกอร์คอกแรกๆ เพราะว่าผมไม่เคยเห็นลูกมันมาก่อนว่าโตขึ้นมาจะเป็นอย่างไร
และแม่พันธ์ที่ผสมออกไป สายเลือดก็ห่างกันมาก ผมเห็นหลายตัวที่ตอน 3
-4 เดือน น่าเกลียดมาก ผอมแห้ง ลำตัวยาว แต่ตอนนี้มีบางตัวพออายุได้ประมาณ
7 - 8 เดือนก็หยุดสูง แต่มาออกด้านข้างแทน มีหลายตัวที่น้ำหนักเกิน 30
โลแล้ว แต่ผมก็ไม่สามารถที่จะการันตีให้ได้ทุกตัวว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้นมันมีปัจจัยอื่นๆประกอบด้วย
เพราะว่าถ้าใครที่คาดหวังมากขณะนั้นผมก็จะแนะนำไม่ให้ซื้อไปเลี้ยง

ผมอยากยกตัวอย่างถึงลูกหมาของผมเองอีกก็แล้วกัน
ตอนนี้กำลังเป็นประเด็นร้อนที่มีคนเขียนถึงกันอยู่ในบอร์ดพอดี ผมไม่เข้าใจคนพวกนี้จริงๆ
ว่าต้องการอะไรกันแน่ ลูกหมาผมพ่อแม่มันเป็นอย่างไรอันนี้ผมว่าคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว
เพราะว่าใครที่เข้ามาดูผมก็โชว์ให้เห็นทุกคน ทั้งสายเลือดที่มาที่ไปจุดดีจุดด้อยผมก็บอกรวมถึงให้ดูเพ็ดดีกรีด้วย
และไม่เคยรบเร้าให้ใครซื้อ อยากให้ๆความเป็นธรรมกับผมหน่อย ผมไม่เคยหลอกขายหมาให้ใคร
ทุกอย่างพูดกันตรงๆ ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร เพราะว่าหมามันเป็นสิ่งมีชีวิต
ผมรักมันทุกตัวและไม่ต้องการยัดเยียดให้ไปอยู่กับคนที่ไม่ต้องการมันจริง
ผมรู้ว่าผมอยู่ในที่แจ้ง เป็นเจ้าของเว็บด้วย ก็ต้องวางตัวให้ถูกต้องมากที่สุด
ไม่ต้องการให้ใครมาพูดได้ในภายหลัง ที่ดีทำชั่วไว้มันปิดกันไม่ได้ และผมก็มีเว็บบอร์ดในเว็บนี้ด้วย
ผมรู้ว่าถ้าผมทำอะไรที่ไม่ดีเดี๋ยวถูกคนเอามาประจานในเว็บบอร์ด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเขียนในเว็บนี้ผมต้องรับผิดชอบเต็มๆ
อยู่แล้ว ผมมีรูปถ่ายตัวผมเองพร้อมที่ติดต่อไว้ให้ ถ้าผมต้องการจะค้าขายลูกหมาหรือโฆษณาแต่หมาตัวเองคงไม่ทำเว็บบอร์ดไว้หรอกครับ
ถ้าใครเห็นว่าผมทำอะไรที่ไม่ถูกต้องก็สามารถแนะนำกันได้ ผมยินดีรับฟังครับ
ถ้าบริสุทธิ์ใจก็โทรมาได้เลยครับ ผมเองก็ต้องการเรียนรู้เพิ่ม หรือถ้าไม่กล้าโทรต้องการแนะนำทางเว็บบอร์ดก็ยินดีครับแต่ควรจะลง
ชื่อและที่ติดต่อไว้อย่างน้อยก็เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจครับ ไม่ใช่ว่ามาตั้งกระทู้ลอยๆ
ทิ้งไว้แล้วก็ไป เหมือนหมาเยี่ยวรดเสาไฟฟ้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า คนจริงผมไม่กลัวครับ
ถ้าคิดว่าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมก็บอกแล้วว่าทำเว็บเพื่อต้องการเพื่อน
ไม่ต้องการทำเว็บให้คนเกลียด
ผมเคยนั่งทานข้าวกับคุณ พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านรถยนต์
เป็นคอลัมน์นิสต์ ให้หนังสือหลายๆฉบับ จัดรายการวิทยุและรายการ ทีวีด้วย
น้าเดชเป็นพูดจาตรงๆ และโผงผางด้วย ผมถามน้าว่า น้าเดชพูดตรงแบบนี้ไม่กลัวคนด่าหรือ
แกก็บอกว่าไม่กลัว ถ้าเปรียบแกเป็นล้อรถ แกก็เป็นแม๊กซ์ไม่ใช่ล้อเหล็ก
เพราะฉนั้นแกจึงไม่กลัวอะไร ถ้าทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เหตุผลที่แกอธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างของล้อแม๊กซ์กับล้อเหล็ก
ได้ฟังแล้วผมชอบมากอยากเอามาพูดต่อ แกบอกว่าล้อแม๊กซ์ถูกหมาเยี่ยวรดก็ไม่เป็นอะไรและสนิมไม่ขึ้นเหมือนล้อเหล็ก
ผมก็เลยยึดเอาหลักนี้มาใช้ในบทความของผมครับ

มีอีกวันหนึ่งเป็นวันเสาร์หรืออาทิตย์ผมจำไม่ได้ มีท่านหนึ่งไปเดินที่สวนจตุจักรแล้วเจอลูกหมาพิทบูล
แล้วอยากได้โทรมาถามผม ว่าจะซื้อดีหรือเปล่า ราคาแค่ 2 -3 พันบาทเอง
ผมก็เลยแนะนำไปว่า ถ้าเป็นหมาพันธ์อื่นผมไม่ว่าอะไร แต่ถ้าเป็นหมาพิทบูลผมไม่แนะนำ
ผมมีเหตุผลดังนี้ครับ
มีอีกกระทู้หนึ่งที่พูดถึงการประกวดได้หรือไม่ได้ของลูกหมาผม
หมาที่เข้าประกวดไม่ว่าหมาของใครก็เข้าประกวดได้ทั้งนั้นละครับ แต่จะแพ้หรือชนะมันอยู่ที่กรรมการ
และลักษณะของหมาตัวที่เข้าประกวดมากกว่าที่จะบอกว่าเป็นหมาของใคร หรือว่าสายอะไร
กรุณาอย่าหลงประเด็นนะครับ และที่ผมบอกว่าลูกหมาผมเข้าประกวดได้ก็เพราะว่ามันมีตัวอย่างมาแล้ว
แต่มันก็ไม่ใช่ว่าหมาผมดีที่สุด เพราะว่ามีคนเลี้ยงพิทบูลแล้วนำสุนัลงประกวดน้อย
วัดผลอะไรไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ลูกหมาผมจะเข้าประกวดไม่ได้
ถ้าลักษณะมันถูกต้อง ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของเขาครับ
โปรดอ่านข้อเขียนของผมให้ดีก่อน อย่ามุ่งโจมตีหรือมุ่งจับผิดผมจนออกนอกหน้า
ใช้สมองวิเคราะห์ให้มากๆหน่อยนะครับ อ่านมุมมองและบทความผมให้แตกเสียก่อน
เดี๋ยวจะขายความซื่อบื๊อออกมาอีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า