
ลูกใคร ใครก็รัก หมาใคร ใครก็รัก ผมว่าประโยคนี้น่าจะเป็นประโยคอมตะที่ใช้ได้ตลอดไป
แต่ไม่รู้ว่าจะมีคนเห็นด้วยกับผมทุกคนหรือเปล่า
แต่สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นประโยคอมตะ วันนี้ผมอาจจะขอเขียนบทความที่ค่อนข้างจะเป็นเรื่องส่วนตัวของผมกับ
คนบางคนบ้างเป็นครั้งสุดท้าย แต่คงแค่อธิบายแบบสุภาพๆ โดยที่ไม่มีอคติส่วนตัวใดๆทั้งสิ้น
ใจจริงแล้วไม่อยากผิดคำพูดที่ว่าจะไม่เขียนถึงมันอีกแล้ว แต่บังเอิญไปอ่านเจอข้อความบางอย่างในเว็บบอร์ด
และเห็นยังมีการขัดแย้งอยู่บ้างประปรายในเรื่องเดิมๆ แต่เพื่อให้เรื่องมันจบซะที
หวังว่าบรรยากาศแห่งมิตรภาพคงจะเริ่มต้นแก่ผู้นิยมสุนัข อเมริกัน พิทบูลเทอร์เรียทุกท่านตั้งแต่วันนี้
และวันนี้อากาศดีมาก เป็นวันหยุด แต่ผมไม่ได้หยุดเหมือนเคย เพราะว่ามีงานสัมมนาที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตอนเย็น
ก็เลยเข้ามาแวะเยี่ยมเว็บ และเขียนบันทึกตอนนี้เพื่อฆ่าเวลา ขณะนี้ที่แถวบ้านผมมีฝนตกพร่ำๆทำให้อากาศเย็นสบายๆ
ไม่ร้อน ผมนั่งเขียนบทความกับบรรยากาศสบายๆ ในยามบ่าย ก่อนที่จะต้องออกไปร่วมงานในตอนเย็นและค่ำคืนนี้
ผมว่าความขัดแย้งทางความคิดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอ ในสังคมของคนหมู่มาก
ที่หากต้องเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน และถ้ามีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ยิ่งเป็นเรื่องง่าย
ผมถึงพยายามออกตัวมาตั้งแต่ต้นว่าการทำเว็บและเลี้ยงหมาของผม เป็นการทำและเลี้ยงเล่นๆ
เป็นงานอดิเรก ไม่จริงจังอะไรทั้งสิ้น อยากทำอะไรก็ทำ ขอเพียงอย่างเดียวอย่าสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
เพราะผมถือว่างานอดิเรกควรจะเป็นเรื่องเบาๆ สบายๆ เป็นกิจกรรมสันทนาการเพื่อการพักผ่อนเป็นหลัก
ในสังคมเราทุกวันนี้มีปัญหาร้อยแปดพันประการให้ปวดหัวอยู่แล้ว ใหนจะเรื่องงาน
สังคม การเมืองเศรษฐกิจ ยิ่งพวกลูกจ้างประจำอย่างผมแล้วเวลาว่างแทบไม่ค่อยจะมี
หรือมีก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ เมื่อโอกาสที่จะใช้เวลาว่างเพื่อหาความสุขใส่ตัวมีน้อยก็เลยต้องหาอะไรที่ง่ายๆ
ไม่ยุ่งยากทำ เพราะฉนั้นกิจกรรมใดที่สามารถทำได้ที่บ้าน เช่นการปลูกต้นไม้
เลี้ยงหมา เลี้ยงปลา อ่านหนังสือ นอนดูทีวี แบบนี้น่าจะเหมาะที่สุด
เริ่มถึงที่มาของการทำเว็บนี้ก่อน จุดแรกเริ่มเลยผมทำเพื่อหมาผมเองเป็นหลัก
เนื้อหาในเว็บส่วนใหญ่จึงมีแต่หมาผมเอง ต่อมาภายหลังมีคนเข้าชมมากขึ้น
มีคนเข้ามาคุยด้วย บางท่านก็ให้คำแนะนำ ว่าควรจะใส่เนื้อหาที่เป็นประโยชน์อื่นๆเข้าไปด้วย
ก็เลยพัฒนามาเป็นเว็บกึ่งกลางระหว่างหมาผมบ้างและหมาคนอื่นบ้าง แถมด้วยเรื่องทั่วๆไป
ผมยอมรับเลยว่าผมค่อนข้างเอนเอียงยึดเอาหมาผมเป็นหลัก เพราะว่ามันเป็นจุดแรกเริ่มเกี่ยวกับเนื้อหาในเว็บและเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำเว็บนี้ขึ้นมา
ผมก็เลยเขียนเรื่องหมาผมมากไปหน่อย ถ้ามองในเรื่องความเป็นกลางก็คงไม่ได้
แต่ก็อย่างที่บอกว่าผม ทำเว็บให้หมาผมถ้าไม่เขียนถึงมันก็ไม่รู้ว่าจะเขียนถึงอะไร
บทความที่ผมแปลมาส่วนใหญ่ก็ซ้ำกันไปซ้ำกันมา และมีแต่เรื่องเดิมๆ ก็เลยมีความคิดว่าถ้ามีบอร์ดไว้ให้แลกเปลี่ยนความรู้กันเองก็คงจะดี
ซึ่งผมว่าบอร์ดก็เป็นกระดานข่าวอยู่แล้ว ถ้าเราใช้ให้เกิดประโยชน์มันก็เกิดประโยชน์
แต่ก็มีการใช้ผิดวัตถุประสงค์ไปบ้างก็เลยเป็นปัญหา
มาถึงเรื่องการเลี้ยงหมา หมาใครๆก็รักอย่างที่เกริ่นไว้ตังแต่ต้น
ผมเลี้ยงหมาผมๆก็ต้องว่ามันดี มีอะไรที่ประทับใจก็เอามาเล่าสู่กันฟัง
ก็คงเหมือนลูกของใครก็ตาม จะน่ารัก หล่อ สวย หรือไม่ ผู้ที่เป็นพ่อแม่ก็ย่อมภูมิใจในลูกของตัวเองมากกว่าจะไปภูมิใจในลูกของคนอื่นอยู่แล้ว
คงไม่มีนะครับที่รักลูกคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง แม้จะเป็นหมาก็คงเหมือนกัน
ยิ่งเป็นหมาที่เราเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ ความผูกพันธ์ก็ยิ่งมาก ประกอบกับมันเป็นหมาที่น่ารักแสนรู้ด้วย
และถ้าไม่ดีไม่รักก็คงไม่เลี้ยงจริงใหมครับ อันนี้เป็นสิทธิส่วนตัวล้านเปอร์เซนต์
สิทธินี้เป็นสิทธิโดยชอบธรรมถ้าไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถมาละเมิดได้
แต่ว่าคนเรามันก็นานาจิตตัง มีความชอบที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ไอ้สิ่งที่แปลกก็คือ การที่จะมาว่าคนที่ชอบไม่เหมือนตัวเองนี่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องครับ
ทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกทางเดินของตัวเอง ผมเลี้ยงหมาในแบบของผม และไม่เคยไปยุ่งกับหมาใคร
หลีกเลี่ยงที่จะวิจารณ์หมาใครว่าดีหรือไม่ดี ส่วนใหญ่คนที่เคยคุยกับผมจะรู้ดีว่า
ถ้าเขาเลี้ยงหมาอยู่แล้ว ผมไม่เคยยุให้ใครซื้อหมาตัวใหม่เข้าไปอีกตัว
มีแต่จะบอกว่าหมาพิทบูล ถ้าเทียบกับหมาพันธ์อื่นในสายตาผมถ้ามันไม่กัดเจ้าของมันดีทุกตัว
ตัวที่เขามีอยู่ก็น่าจะดีอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องซื้อตัวใหม่เข้าไปอีก
เลี้ยงพิทบูลหลายๆตัวมันไม่ค่อยฉลาด เพราะเราไม่มีเวลาดูแลทุกตัว และมันเป็นหมาที่พิเศษกว่าหมาพันธ์อื่น
เพราะฉนั้นดูแลมันให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายหรือเป็นการรบกวนผู้อื่น
และบทความผมส่วนใหญ่ไม่เคยมุ่งไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง อาจจะมีเขียนถึงพวกที่มีพฤติกรรมการเลี้ยงแบบสร้างความรำคาญให้ชาวบ้านบ้าง
แต่ก็ไม่เคยเจาะจงไปที่ตัวบุคคลใดเป็นพิเศษ แต่มีที่เลยเถิดออกไปถึงปัญหาของบ้านเมืองไปโน้นเลย
ซึ่งผมคิดว่าสำคัญกว่า ผมก็ไม่รู้ว่าการเลี้ยงหมาแบบผมมันผิดตรงใหน
ถึงต้องคอยมีคนมายุ่งกับผมนัก
และคนเจ้าปัญหาคนเดิมก็เหมือนกันเคยคุยกันอยู่ดีๆ ไม่รู้ไปกินอะไรมา
วันหนึ่งก็มาตั้งกระทู้ถึงผมในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว ทั้งๆที่เบอร์โทรผมเขาก็มี
มีอะไรข้องใจก็คุยกันได้ ผมไม่เคยปฎิเสธที่จะไม่รับสาย ยกเว้นเวลาที่ผมไม่ว่างจริงๆ
เขาเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ และจากวันนั้นก็กัดติดผมตลอด ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
ผมก็บอกแล้วว่าหมาพันธ์นี้มันเป็นหมา พิทบูล มีคนนิยมเลี้ยงกันในหลายรูปแบบ
ไม่ใช่ว่าถ้าไม่เอาไว้กัดก็ต้องเอาไว้โชว์ ยิ่งที่อเมริกาเองยิ่งไปกันใหญ่
มีหมาอีกหลายรูปแบบที่เขานิยมเลี้ยงกันอยู่ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเลี้ยงหมาตามมาตรฐานไปหมด
ผมว่ากลุ่มที่เลี้ยงตามอำเภอใจนี่เยอะที่สุด ตามอำเภอใจในความหมายผมนี่คือ
ไม่ได้ยึดติดที่ลักษณะทางกายภาพภายนอก เขาเลี้ยงมันด้วยความรักจริงๆ
บางตัวพันธ์อะไรเจ้าของเขาก็ยังไม่รู้เลย แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนยึดมั่นและเป็นกฎหมายด้วยก็คือ
การเลี้ยงหมาของเขาต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น คนที่ติด UBC
คงจะเห็นหมาที่เขาประกวดแข่งขันความสามารถ จะมาจากหลากหลายสายพันธ์
และตัวที่ชนะมีหลายตัวที่เป็นหมาพันธ์ทางอีกด้วย ผมถึงบอกว่าอะไรที่รู้ไม่จริงแล้วอย่าพูด
จงเก่งในการเป็นผู้นำไม่ใช่เก่งในการเป็นผู้ตาม เราเดินตามก้นเขามานานแล้ว
ควรมีความเป็นตัวของตัวเองบาง การศึกษามีไว้พัฒนาคนและให้คนคิดเองเป็น
ไม่ใช่ต้องให้เดินตามตำราทุกอย่าง ผมเรียนจบมาจนขนาดนี้ไม่ใช่เพื่อให้มาเดินตามใคร
หรือมานั่งจ้องจับผิดหมาชาวบ้าน เรื่องแค่นี้ผมไม่ทำหรอกครับ ไม่ได้ช่วยให้ชาติบ้านเมืองเจริญขึ้นสักเท่าไหร่
ผมสนใจปัญหาของบ้านเมืองมากกว่า ไม่เอาเวลามานั่งด่ากันเรื่องหมาให้เสียเวลาทำมาหากินหรอกครับ
คนที่ด่าผมอยู่ในเว็บบอร์ดก็เข้าใจไว้ด้วย ผมมีความคิดเป็นตัวของตัวเอง
เคารพสิทธิของผู้อื่น รับผิดชอบต่อสังคมตามสมควร สิ่งนี้น่าจะสำคัญที่สุดในการเลี้ยงหมาครับ
ความคิดคนเราไม่มีใครแน่เสมอไปหรอกครับ ถ้าจะพูดอะไรควรออกตัวไว้บ้าง
ไม่ใช่เอาความคิดขวาจัดสุดโต่งฟันธงลงไปเลยว่าอะไรดี อะไรเลว เดี๋ยวจะหน้าแตกเอาเปล่าๆ
อีกตัวอย่างที่ดูกันง่ายๆเลย เอาที่คนไทยเองเลย ดูซิว่ามีกี่คนที่เข้าใจถึงเรื่องหมาไทยหลังอานที่พูดกันว่าเป็นหมาประจำชาติกันอย่างลึกซึ้งบ้าง
จำเป็นใหมที่เลี้ยงหมาไว้ที่บ้านต้องตรงตามตำราทุกอย่าง ผมว่าคนไทยมีไม่ถึง
5 เปอร์เซนต์ที่สามารถให้ความเข้าใจกับคนอื่นได้อย่างถูกต้อง คนอเมริกันก็เหมือนกัน
มีไม่น้อยที่ไม่รู้จักพิทบูล หรือประเภทรู้จักแต่ไม่เข้าใจเรื่องมาตรฐาน
และบางคนยังเข้าใจผิดๆ หรือไม่เคยเห็นตัวจริงของหมาพิทบูลว่าเป็นอย่างไรอีกด้วย

หมาพิทบูลที่อเมริกาเองก็เลี้ยงกันไม่รู้ต้องกี่กลุ่มกี่แบบ คนที่เลี้ยงประกวดหรือยึดตามตำรานี่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยที่สุด
เพราะว่าทุกคนมีเวลาว่างหน้าที่การงานแตกต่างกัน ภูมิลำเนาที่อยู่อาศัยแตกต่างกันก็เลี้ยงไม่เหมือนกัน
คนที่บ้านอยู่ในเมืองก็เลี้ยงอีกแบบ คนที่อยู่ตามชนบทก็เลี้ยงอีกแบบ
ขึ้นอยู่กับกฏหมาย และสภาพแวดล้อมด้วย ลองสังเกตุดูง่ายๆ คนที่เลี้ยงพิทบูลสายโชว์ในอเมริกาจะอยู่ในเมืองกันเยอะ
แต่คนที่บ้าสายแบบผมส่วนใหญ่จะอยู่ตามชนบท เพราะรูปแบบการดำรงค์ชีวิตแตกต่างกัน
เขาจึงเลี้ยงหมาไม่เหมือนกัน แต่คนที่เลี้ยงหมาไว้เป็นเพื่อนนี่จะกลุ่มใหญ่สุด
เพราะเขาถือว่าหมามันเป็นเพื่อนจริงๆ ไม่ใช่แบบบางคน แค่เพื่อนความสามารถไม่ถึง
ไม่ผ่านการทดสอบบางอย่าง ทำบางอย่างที่นายต้องการไม่ได้ หรือมีรูปร่างไม่ตรงมาตรฐานนิดหน่อยก็จะตอนกันท่าเดียว
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าเป็นแบบนี้หมาในรูปที่ผมเอาลงให้ดูในตอนนี้คงถูกตอนกันหมดทุกตัวแน่
ในอเมริกาวัตถุประสงค์การทำหมันหมาของเขา เพื่อควบคุมปริมาณประชากร
หมาที่ไม่เป็นที่ต้องการเป็นหลัก ผมย้ำว่าควบคุมประชากรหมาที่ไม่เป็นที่ต้องการนะครับ
เพื่อป้องกันปัญหาหมาถูกทอดทิ้ง เราจึงจะเห็นว่าหมาที่อเมริกันชนเลี้ยงกันอยู่
เป็นหมาที่เจ้าของเขารักและต้องการมันจริงๆ หมาสวยๆหลายๆตัวที่พลัดหลง
หาคนอุปการะไม่ได้เขายังต้องจำใจฉีดยามันให้ตาย เพื่อไม่เป็นภาระแก่สังคม
ไม่มีการปล่อยเดินเพ่นพล่านตามท้องถนน ส่วนคนที่เลี้ยงอยู่ก็จะเลี้ยงกันจนตายจากกันไปข้างหนึ่ง
มันจึงมีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย ทั้งทั้งที่บางตัว
เป็นลูกผสม และมีลักษณะที่ไม่ตรงตามมาตรฐาน จึงจะเห็นได้ว่าที่บ้านเมืองเขาจะไม่มีหมาจรจัด
แต่บ้านเราไม่มีกฏหมายเข้มงวดเหมือนเขา กรุณาอย่าหลงประเด็น ผมว่าหมาผิดมาตรฐานแต่มีคนต้องการ
มีบุญกว่าหมาตรงตามมาตรฐานแต่ไม่มีไม่ต้องการ ไม่รู้ว่าแฟนพิทบูลพันธ์แท้จะเห็นด้วยกับผมหรือเปล่า
ผมจะยกตัวอย่างง่ายๆให้ดู ถ้ามีคนจะให้สุนัขผมหนึ่งตัว โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องเลี้ยงกันไปจนตายและให้เลือกเอา
ระหว่าง หมาดัชชุนท์ที่เป็นแชมเปี้ยนโลกมาจากนอกเลย กับหมาที่พิทบูลที่มีลักษณะแบบหมาผมตอนนี้
คุณว่าผมจะเลือกตัวใหน ผมว่าคำตอบคุณก็รู้อยู่แล้ว ผมต้องเลือกเอาหมาที่ผมต้องการใช่ใหมครับ
ลองนึกย้อนไปดูกันดีๆ หมาหลายๆสายพันธ์ในโลกนี้ มีนิยมและเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา
ทุกอย่างถูกกำหนดขึ้นมาจากความต้องการของมนุษย์เป็นหลักทั้งนั้น เราจึงเห็นได้ว่าอะไรก็ตามที่มนุษย์ต้องการเป็นความนิยมจึงเอามาเป็นมาตรฐาน
เช่นลักษณะมาตรฐานบางอย่างของหมาบางพันธ์ กลับกลายเป็นข้อบกพร่องร้ายแรงของหมาอีกพันธ์
เอาอะไรแน่กับมนุษย์ขี้เหม็นพวกนี้ไม่ได้หรอกครับ บอกแล้วความต้องการของมนุษย์ไม่มีขีดจำกัด
ผมถึงไม่อยากให้นำมันมาใช้กับหมาพิทบูล
การเลี้ยงหมาใครชอบแบบใหนก็ตามสบาย ขออย่างเดียวเลี้ยงแล้วให้รับผิดชอบกันหน่อย
อย่าไปสร้างความเดือดร้อนหรือเป็นอันตรายกับคนอื่น เพราะเดี๋ยวเขาห้ามเลี้ยงขึ้นมาก็จะเดือดร้อนกันไปหมด
อย่าลืมว่าหมาพันธ์นี้เป็นหมาพิทบูล ที่แตกต่างจากหมาพันธ์อื่นอย่างเห็นได้ชัด
เราไม่จำเป็นว่าจะต้องเลี้ยงไว้กัด หรือเอาไว้โชว์เพียงอย่างเดียว
มาตรฐานทางทฤษฎีเอามาใช้กับมันไม่ได้ ประโยชน์มันมีต้องหลายอย่าง เลี้ยงเป็นเพื่อน
เลี้ยงใช้งาน เลี้ยงเพื่อเกมส์กีฬา จุดเด่นมันไม่อยู่ที่มาตรฐานทางกายภาพเลย
หมาบางตัวมีความสามารถในการต่อสู้ หมาบางตัวชอบลากน้ำหนัก บางตัวชอบเล่นแฮงคกิ้ง
บางตัว มีกล้ามเนื้อที่สวยงาม บางตัวมีรูปร่างบึกบึนกำยำ มันเป็นเสน่ห์ในหลายๆรูปแบบที่ทำให้คนหลงใหลและต้องการ
นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมกล้าพูดว่า ผมเคยเห็นแต่คนที่เลี้ยงหมาพันธ์อื่นอยู่เปลียนมาเลี้ยงพิทบูล
แต่ไม่เคยเห็นคนที่เลี้ยงพิทบูลเปลี่ยนไปเลียงหมาพันธ์อื่น ไม่แน่อีกหน่อยผมอาจจะทำให้พิทบูลที่ไม่ตรงตามมาตรฐาน
เป็นที่ต้องการมากกว่าแบบที่ตามมาตรฐานก็ได้ เพราะว่าพิทบูลมันยังดีจุดดีอีกต้องหลายอย่าง
ถ้าไม่นำมาเผยแพร่ก็น่าเสียดาย เช่น ความสามารถและรูปร่างที่ไม่เหมือนใคร
ผมอาจจะจัดประกวดหมาหมากล้ามใหญ่ หมากล้ามสวย หรืออาจจะจัดประกวดหมาที่มีน้ำหนักมากที่สุดก็ได้
หรืออาจจะเน้นเรื่องความสามารถอื่นๆที่ไม่ใช่การกัด ทำให้หมาที่เคยแพ้แล้วกลับมามีคุณค่าได้อีก
เช่นการลากน้ำหนัก แฮงค์กิ้ง การวิ่งสปีดบนเครื่องวิ่ง โดยเน้นเป็นกิจกรรมเพื่อความบันเทิง
ของชาวพิทบูลโดยเฉพาะ คนจะได้รู้จักกับพิทบูล ในรูปแบบอื่นๆกันมากยิ่งขึ้น
แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนจะเห็นด้วยหรือเปล่า กิจกรรมแบบนี้น่าจะช่วยเพิ่มคุณค่า
ให้สุนัขพิทบูลที่ท่านเลี้ยงอยู่ ตัวมันอาจจะไม่สวยแต่แรงขับดีก็เอามาฝึกลากน้ำหนัก
เล่นแฮงค์กิ้ง เล่นหนักๆ กล้ามชักขึ้นสวยก็เอามาเพาะกาย ประกวดเลย
มันจะได้มีกิจกรรมหลายๆรูปแบบทำ และผมว่ากิจกรรมแบบนี้น่าจะมีคนเข้าร่วมเยอะกว่าการประกวดความสวยงามตามปกติเสียอีก

ผมหวังว่าสิ่งที่ผมเขียนมาอย่างยืดยาวในตอนนี้ คงจะช่วยทำให้ท่านที่ยังยึดตึดกับความคิดเก่าๆ
หูตาสว่าง เปิดโลกทัศน์ของโลกพิทบูลออกมาให้กว้างอีกหน่อย เปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ
เข้าสู่ชีวิต อย่าจมปลักกับรูปแบบชีวิตเดิมๆ การเลี้ยงหมาพิทบูลเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของชีวิต
ไม่ใช่เลี้ยงเอาไว้นั่งมองอย่างเดียว หากิจกรรมทำร่วมกับมัน จะได้ไม่เบื่อ
มีหมาพิทบูลสายเลือดดีๆ นิสัยดีๆแค่ตัวเดียว คุณสามารถหากิจกรรมทำร่วมกันมันได้ต้องหลายอย่าง
ไม่จำเป็นต้องเอาไว้กัด หรือประกวดเท่านั้น ลองต่อรถลากให้มันเล่น
หรือ ทำ Hanging Pole ให้มันลองเล่นดู คุณอาจจะเพลินกว่าการฝึกหมาประกวดเสียอีก
ลองดูซิครับและหมามันก็มีความสุขด้วย มันพิทบูลเป็นหมาชอบเอาใจนายอยู่แล้ว
อย่าให้คนอื่นมาตัดสินคุณค่าของหมาคุณ หรือวัดคุณค่ามันด้วยหลักเกณฑ์
บ้าๆ บอๆ แค่นั้น อยากให้เชื่อมั่นว่าถ้าคิดว่าหมาตัวเองดีเลี้ยงแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะครับ
แต่ถ้าเลี้ยงแล้วทุกข์ ต้องคอยเอาหมาของคนโน้นเทียบกับคนนี้ เห็นใครดีกว่าหรือชอบไม่เหมือนตัวเองไม่ได้ก็อย่าเลี้ยงดีกว่าครับ
หมาสายที่ผมเลี้ยงอยู่ ในอเมริกาเองก็มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ต้องการ
เพียงแต่ว่ามันไม่ได้มีการประกวด โปรโมทเหมือนหมาสายกัด หรือสายโชว์จึงทำให้ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก
มีคนเลี้ยงเฉพาะกลุ่ม แต่เขาไม่ได้มีการจัดเอามาประกวดหรือโชว์ ผมถึงอยากให้เปิดใจมองโลกกว้างๆดูอีกหน่อย
ลองคิดพิจารณาดูซิว่าถ้าหมาแบบผมไม่มีใครต้องการ คอก Peterson's Pitbull
และคอกหมาใหญ่อีกหลายๆคอกคงจะเจ๊งไปแล้ว แต่ผมก็ยังเห็นมีลงโฆษณาขายลูกหมาอยู่ตลอด
และราคาก็ไม่ใช่ว่าถูกๆ ตัวเป็นพันเหรียญก็ยังขายได้ แถมแพงกว่าของหมาสายโชว์หลายๆคอกอีกด้วย
หรือลองเมลไปพูดคุยกับพวกเขาดูนะครับ คนที่เลี้ยงหมาสไตล์ผมอยู่ ว่าเขามีความภาคภูมิใจในสายเลือดหมาของเขามากแค่ใหน
ลองเช็คดูนะว่า ไอ้ Tank กับไอ้ Duke มันดังแค่ใหน ทำไมผมถึงภูมิใจในตัวมันมาก
และอยากฝากบอกไปถึงทุกคนที่เลี้ยงลูกไทเกอร์อยู่ อย่าเพิ่งน้อยใจ ที่เวลาพาไปใหนแล้วบอกว่าเป็นลูกไทเกอร์แล้วคนไม่รู้จัก
ผมขอยืนยันกับทุกคนว่า คุณก็มีหมาสายเลือดไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน
ถึงแม้ว่ามันจะมีสายเลือดแค่ครึ่งเดียวแต่ก็เป็นครึ่งที่เข้มข้น เพราะว่าไอ้ไทเกอร์มันเป็นลูกไอ้แท้งค์และเป็นหลานไอ้ดุ๊ค
ไอ้ดุ๊คกับไอ้แทงค์มันเป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน สายเลือดหมาที่คุณมีอยู่มันดังจริงๆครับ
ไม่ใช่หมาให้ฟรี หรือหมาร้อยเหรียญอย่างที่บางคนว่า
หมายเหตุ : ผมอยากจะลองจัดงานสังสรรค์เฉพาะชาวพิทบูลดังที่หลายท่านเคยเรียกร้องมา
แต่จะเน้นเฉพาะผู้ที่เลี้ยงสุนัขการอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่มีการแบ่งพรรค
แบ่งพวก ผมเชื่อว่าหมาที่ทุกคนเลี้ยงอยู่ดีทุกตัว และใครจะเลี้ยงแบบใหนก็ได้ทั้งนั้น
ขอเพียงเป็นคนที่ชอบพิทบูลก็พอ วัตถุประสงค์ก็เพื่อมาพบปะพูดคุยกัน
เรื่องหมาล้วนๆ หรือเรื่องอื่นก็ตามแต่ รูปแบบงานก็ง่ายๆ อาจจะนัดเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตอนกลางวันวันเสาร์หรืออาทิตย์
(ตอนนี้ผมมีที่อยู่ในใจแล้ว) แต่ไม่รู้ว่าจะมีใครมาร่วมจริงหรือเปล่า
ถ้าใครคิดว่าโปรแกรมนี้น่าสนใจก็ช่วยเมลมาบอกหน่อยครับ ที่ mark@pitbullzone.com
อย่าลืมแนะนำตัวเอง และช่วยบอกชื่อ และเบอร์ที่ติดต่อได้ด้วยนะครับ
หรือโทรมาก่อนก็ได้ที่ 01 648 3698 แต่ขอเป็นนอกเวลางานนะครับ