ตอนที่ 45 ไปเที่ยวภูเก็ตมาครับ


คู่เหมือนไทเกอร์ เจ้าบัส
ลูกไทเกอร์ครอกที่สาม
เจ้าของคุณเบิร์ด
เหลืออีกไม่กี่วันแล้วนะครับ สำหรับการรวมตัวครั้งแรกของคนรักพิทบูล
ผมก็หวังว่าการรวมตัวครั้งนี้จะเป็นการก้าวเดินก้าวแรกที่สำคัญของพวกเรา โอกาสแบบนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ผมในฐานะคนกลางที่รวบรวมความต้องการของ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทั้งหลาย ที่อยากให้มีการสังสรรค์ของชาวพิทบูลมาดำเนินงานต่อ โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายๆท่าน ทั้ง คุณเก่ง น้องซัน น้องแชมป์ และอีกหลายๆท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม ที่เป็นกำลังสำคัญให้งานนี้เกิดขึ้นมาได้ ก็หวังว่างานในวันนั้น จะดำเนินไปได้อย่างดี และอยากให้ทุกท่านเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง มีอะไรที่จะเสนอแนะ ก็ทำได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากการรวมตัวครั้งนี้ เป็นการรวมตัวด้วยความสมัครใจ จากสมาชิกทุกท่าน และมีเหตุผลเพียงอย่างเดียว คือการสร้างความสามัคคี ส่วนจุดหมายและทิศทางก็คงต้องแล้วแต่ เสียงส่วนใหญ่จากทุกท่านที่มาในงานวันนั้น หากการก้าวเดินครั้งแรกของเรานี้เริ่มได้อย่างสวยงามและมั่นคง การก้าวเดินครั้งต่อๆไปก็คงไม่ใช่เรื่องยากใช่ใหมครับ
อย่าลืมนะครับ วันเสาร์ที่ 17 สิงหา 2545 เวลา บ่ายสามโมงเป็นต้นไป


ด้านหลังผมเป็นสนามก็อล์ฟ Blue Canyon จ. ภูเก็ต
เป็นสนามที่สวยงามติดอันดับโลก ใช้แข่งขันรายการใหญ่ระดับโลกมาแล้วด้วย
มีโอกาสได้ไปก็เลยถือโอกาสถ่ายรูปมาฝากครับ

อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเดินทางไป จ.ภูเก็ต ใช้เวลาอยู่ที่นั้น 2 วัน ก็เลยใช้เวลาว่างขับรถเล่นตะเวณดูบ้านเมือง ถือว่าเป็นการผักผ่อนไปด้วยในตัว ก็ไปมาหลายที่ครับ แต่โชคไม่ค่อยดีที่ฝนตกตลอด เลยไม่ได้ถ่ายรูปสวยๆมาฝาก อุตสาห์ไปนั่งรอดูพระอาทิตย์ตกดินที่แหลมพรหมเทพ แต่โชคไม่ดีเลยตอนพระอาทิตย์ตกก็ดันมีเมฆมาบังอีก เลยอดได้รูปสวยๆไว้เป็นที่ระลึกเลยครับ ยืนชมวิวอยู่บนเขาทำให้อดนึกถึง ชายฝั่งแคลิฟอร์เนียไม่ได้ ภูมิประเทศใกล้เคียงกันเลยครับ ก็อดภูมิใจไม่ได้ว่าความจริงแล้วประเทศเราก็มีดีต้องหลายอย่าง สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของเราก็สวยงามไม่น้อยกว่าใครในโลก
ตอนผมเดินลงไปที่ปลายแหลม ดูระยะทางเหมือนใกล้ๆ แต่พอเดินไปจริงๆก็ไกลเอาเรื่อง ตอนที่เดินลงไปอากาศกำลังดี ลมแรงพอสมควร ทำให้ไม่เหนื่อยมาก ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปด้วย แต่ตอนที่กำลังยืนสูดอากาศที่ปลายแหลมได้แค่พักเดียว ฝนก็เริ่มลงมาอีก ด้วยความกลัวว่ากล้องจะเสียหาย ก็เลยวิ่งกลับ เล่นเอาลมแทบจับ เหนื่อยจริงๆครับ แต่ก็สนุกดี

 

นักก็อล์ฟทั้งหลาย เห็นสนามแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ คันไม้คันมือกันบ้างใหมครับ
แต่ค่า Green fee ที่นี่โหดจริงๆครับ เกือบห้าพัน
แต่วันที่ผมไป เขามีโปรโมชั่น เหลือแค่พันหน่อยๆเองครับ

ตอนนี้ตั้งใจเลยนะครับ จะเขียนแต่เรื่องเบาๆ พยายามสอดแทรกเรื่องอื่นๆเข้ามาบ้าง หลังจากสองสามตอนที่ผ่านมา แต่ละเรื่องมีแต่หนักๆทั้งนั้น เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะหาว่าผมกร้าวร้าว แต่ก็อดไม่ได้สักที นั่งดูข่าวหรืออ่านหนังสือพิมพ์ เจอที่ไรก็อดเก็บเอามาคิดไม่ได้

ผมยอมรับครับว่าผม ค่อนข้างจะหัวรุนแรงนิดๆ โกรธง่ายแต่หายเร็ว สมัยเรียนผมสนใจเรื่องการเมืองมาก เคยไปร่วมประท้วงกับเขาก็บ่อยๆ ไปยืนฟังเขาหาเสียงก็เป็นประจำ ดูเขาพล่ามถึงนโยบายใหม่ๆ เปลี่ยนมาไม่รู้กี่รัฐบาลแล้ว แต่ผมก็ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ผู้ใหญ่บ้านเราก็ลูบหน้าปะจมูกตลอด ถึงเวลาก็มักไม่กล้าตัดสินใจ ยิ่งเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกันของพรรคพวกตัวเอง ยิ่งไม่กล้าแตะ ประชาชนอย่างพวกเราก็คงหวังอะไรจากคนพวกนี้มากไม่ได้ ก็ขอภาวนาให้ฟ้าดินรีบมารับพวกคนพวกนี้ไปเร็วๆ อยากจะดูซิว่าเวลาสิ้นลมไปแล้ว เขาจะสามารถขนทรัพย์สมบัติไปได้สักเท่าไหร่ ทุกวันนี้นักการเมืองบ้านเราก็ยังมีแต่หน้าเดิมๆ เกือบทั้งนั้น ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาครองอำนาจ แต่ไม่เห็นมีใครทำได้จริงเหมือนที่ตอนหาเสียงได้สักคน ทำไม่ได้อย่างที่พูดไม่ว่า แต่บางคนทำบ้านเมื่องป่นปี้มาจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ยังหน้าหนาอาสาเข้ามาอีก ทำไม่ได้ก็น่าจะเลิกเล่นการเมืองได้แล้วเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆเขาเข้ามาบ้าง ช่างไม่มียางเอาเสียเลย ผมก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเลือกกี่ครั้งกี่ครั้งก็หน้าเดิมๆ กลับเข้ามาอีก ผมคิดว่าประชาชนคงไม่สามารถคาดหวังอะไรจากพวกนี้อีกแล้ว สิ่งผมทำได้ในตอนนี้ก็คือแค่พยายามรักษาสิทธิของตัวเอง และพยายามทำตัวเป็นพลเมืองดี รับผิดชอบต่อสังคมบ้างตามกำลังสมควร ผมก็เลยหวังว่าสังคมเล็กๆ ของคนเลี้ยงพิทบูล ที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน ก็น่าจะร่วมกัน สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ สร้างความสามัคคีในกลุ่ม ถึงแม้ว่าจะไม่สร้างประโยชน์อันใดต่อส่วนรวมมากนัก เพราะกิจกรรมที่จะทำมุ่งเน้นแค่ความบันเทิงเป็นหลัก แต่ก็ไม่น่าจะสร้างปัญหาอะไรให้กับสังคม ผมขอแค่นี้แหละครับ


สถานที่: แหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต

ตอนนี้ก็เลยเอารูปสวยๆมาลงให้ดูเล่นๆ อยากให้คนไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในเมืองไทย เพราะว่าบ้านเมืองเรามีสิ่งดีๆอีกหลายอย่างที่ประเทศอื่นเขาไม่มี เรามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานน่าศึกษา แต่ละท้องถิ่นมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันไป ค่าใช่จ่ายในการท่องเที่ยวก็ถูกมากเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน ความสดวกสบายก็ครบครัน ที่สำคัญเงินทองก็ไม่รรั่วใหลออกนอกประเทศ เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และถือว่าเป็นการช่วยชาติทางอ้อมครับ



มุมหนึ่งยืนถ่ายที่ปลายแหลม สวยดีครับ อยากให้ไปเห็นสถานที่จริง

ผมโชคดีที่ทำงานด้านการตลาด ได้มีโอกาสเดินทางไปทั่วทุกภาคของเมืองไทย แต่ก็ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาเป็นของตัวเอง วันหยุดบางทีก็หลายเดือนเลยที่ไม่ได้หยุดกับเขา ยิ่งช่วงที่จับโปรเจคใหญ่ๆ กว่าจะปิดโปรเจคได้บางที่เล่นเอาสามถึงสี่เดือนเลยครับ แต่ก็ถือเอาว่าการเดินทางเป็นกำไรของชีวิตนะครับ เพราะว่าบริษัทฯออกค่าใช้จ่ายให้ หากจ่ายเองเดินทางบ่อยๆแบบนี้คงจนตายครับ ทำงานด้วยเที่ยวด้วยก็เพลินดีครับ



ร้านอาหารที่บนเนินเขาบรรยากาศดีมาก น่าจะพาคนรู้ใจไปนั่งทานกินบรรยากาศ
ไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอกเลยครับ

ใจจริงแล้วผมชอบการเดินทางโดยรถยนต์มากเลยครับ ผมชอบการขับรถเดินทางไกล ยิ่งเป็นการเดินทางท่องเที่ยวแล้วยิ่งชอบครับ เพราะไม่ต้องมีข้อจำกัดเรื่องเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ได้เห็นสถานที่ใหม่ๆ เหมือนตอนที่ผมเรียนอยู่ที่อเมริกา ทุกครั้งที่แฟนผมขึ้นไปเยี่ยม ผมจะวางแผนเช่ารถพาเขาขับไปเที่ยวในที่ต่างๆ อาศัยการเดินทางโดยรถยนต์เพราะว่าประหยัดดี กินอาหารง่ายๆ พวกแฮมเบอร์เกอร์ นอนตามโรงแรมของนักท่องเที่ยวที่ราคาไม่แพงเท่าไหร่ ปีแรกตะเวณแค่ในฟลอริดา ก็ยอมรับครับว่าที่นั่นการเดินทางแบบนี้ปลอดภัยมาก มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตลอด สามารถหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวและคำแนะนำเรื่องความปลอดภัยได้ด้วย ปีที่ผมเรียนจบก่อนกลับมาเมืองไทย ผมกับแฟนสองคน ก็เช่ารถขับเดินทางเที่ยวเกือบทั่วฝั่งแคลิฟอร์เนีย ไล่ตั้งแต่แอลเอ ขึ้นไปซานฟราน วนกลับมาไป ลาสเวกัส ไปซานดิเอโก กลับมาจบที่แอลเออีกครั้ง โดยขับเป็นวงกลมไม่ย้อนทางเดิม มันส์มากครับ ยิ่งตอนวิ่งเลาะชายฝั่งทะเลแฟซิฟิค ทางสวยงามมาก ด้านซ้ายเป็นทะเล สลับหน้าผาสูง ส่วนทางขวาเป็นถูเขาบาง วิ่งผ่านชายหาดที่มีทั้งแมวน้ำและสิงโตทะเล นอนอยู่ตามชายหาดเป็นพันๆตัว ระยะทางถ้าผมจำไม่ผิดก็ประมาณ 400 ไมล์ นั่งรถกันจนก้นบวมเลยครับ แต่ก็ยังดีที่เขามีจุดชมวิวให้จอดรถลงไปถ่ายรูปเป็นระยะ ประทับใจจริงๆครับ กะว่าจบทริปจะเริ่มทริปใหม่ไปทางฝั่งนิวยอร์คบ้าง เริ่มตั้งแต่ฟลอริดา ผ่านเซาท์ และนอร์ทแคโลไลน่า ไปจบที่บอสตัน ซึ่งผมเคยไปแล้วแต่แฟนผมยังไม่เคยไป แต่ไปได้ไม่นานเท่าไหร่ จบแค่ เดโทน่า บีช แฟนผมก็บ่นอยากกับบ้านที่ฟลอริดาแล้วเพราะคิดถึงหมา เจ้าไทเกอร์ที่ฝากไว้ที่โรงแรมสุนัข หลายอาทิตย์แล้ว เขาสงสารมัน ผมยังนึกเสียดายอยู่จนทุกวันนี้ครับ ที่ผมได้ไปแล้วแต่แฟนผมยังไม่ได้ไป ผมตั้งใจไว้ว่าจะเดินทางเที่ยวแบบนี้ที่เมืองไทยอีก แต่การเดินทางไปทำงานบางครั้งเราเที่ยวได้ไม่เต็มที่ จะเอาหมาเดินทางไปด้วยก็ไม่ได้ ผมเคยคิดว่าจะลาพักร้อนสักสองอาทิตย์ แล้วขับรถตระเวณเที่ยวให้ทั่วเป้นภาคๆไปเลย กะจะพาเจ้าไทเกอร์ไปด้วย แต่ก็ห่วงเรื่องที่พัก ไม่รู้ว่าที่ใหนเขายอมให้เราเอาหมาเข้าไปพักด้วยได้ ใครมีที่ดีๆช่วยแนะนำมาหน่อยนะครับ

ตอนนี้ก็จบกันเบาๆแบบนี้ก็แล้วกันนะครับ

เหมือนเดิมครับขอทิ้งท้ายก่อนจากว่า สุนัขที่อยู่กับท่านมันไม่ใช่สุนัขธรรมดามันคือสุดยอดสุนัข

" อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย "

ด้วยความเคารพ และ....
ติดตามต่อตอนหน้านะครับ
มาร์ค ..