ตอนที่ 47 ชายนิรนาม



ช่วงนี้ใกล้สิ้นปี งานผมก็ยุ่งมากขึ้นจนแทบไม่มีเวลา เข้ามาเช็คอีเมล และเช็คข้อความในบอร์ด ยิ่งการอับเดทเว็บที่ต้องใช้เวลาพอสมควรยิ่งเป็นเรื่องยากสำหรับผมเลย ก็ต้องขออภัยทุกท่านมาที่นี้ด้วยครับ มีหลายท่านที่ส่งรูปภาพมา ทั้งต้องการลงโฆษณา พ่อพันธ์ หรือรูปสุนัข ผมต้องขออภัยจริงๆที่ไม่มีเวลา เอาลงให้ ผมเลยทำเว็บบอร์ดที่สามารถโหลดรูปได้ด้วยตัวเอง เพื่อความสดวกและรวดเร็ว สามารถเปลี่ยนรูปได้บ่อยๆ เท่าที่ต้องการ เพราะว่ามีบางท่านส่งรูปลูกสุนัขมา กว่าผมจะเอาลงลูกสุนัขก็โตหมดแล้ว ทำให้ท่านเสียโอกาส ก็หวังว่าเว็บบอร์ดนี้ คงพอช่วยอำนวยความสะดวกให้ทุกท่านได้บ้างตามสมควรนะครับ แต่ผมอยากขอความร่วมมือนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากเนื้อที่บอร์ดที่ลงรูปได้ มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ถ้าพื้นที่เต็มก็ไม่สามารถโหลดรูปเพิ่มไปได้ ผมขอรบกวนทุกท่านช่วยแจ้งด้วยนะครับเมื่อท่านเจอปัญหาเรื่องเนื้อที่เต็ม ช่วยโพสต์ข้อความแจ้งไว้ในบอร์ดด้วยนะครับ และเพื่อประหยัดเนื้อที่ รูปภาพที่นำมาใช้ควรมีขนาดเล็ก หรือท่านช่วยแจ้งลบรูปภาพที่ท่านไม่ได้ใช้แล้วด้วยนะครับ

เนื่องจากตอนที่ผมกำลังจะเขียนนี้มีชื่อตอนว่าชายนิรนาม
ก็ขออนุญาติเอา อีเมลนี้มาลงให้อ่านกันนะครับ คิดว่าเจ้าของเขาคงไม่ว่าอะไร เพราะว่าส่งมาโดยการใช้ชื่อ ตามเมลว่า Noname Nosurname ที่ผมนำมาลงไม่ได้ต้องการประจานใคร เพราะว่าถึงข้อความจะจริงเท็จอย่างไร ก็ไม่มีรู้ว่าเขาคือใคร

สวัสดีครับ คุณมาร์ค
เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ที่ผมจะ mail มาหาคุณ คิดอยู่นานว่าจะ mail มาหาคุณดีหรือไม่ ผมเองไม่เคยรู้จักคุณเป็นการส่วนตัว แม้กระทั้งที่จะโทรไปคุยกับคุณ และไม่เคยคิดโกรธแค้นอะไรคุณเลยแม้แต่น้อย
เพราะอย่างที่ผมเคยบอกว่าผมเป็นคนนอก ที่ไม่ได้เลี้ยง Pitbull แม้แต่ตัวเดียว

(ไม่แน่ใจว่าคุณจะเชื่อหรือไม่) ผมเริ่มเข้ามาเล่นเพราะมีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้ลองเข้ามาดู แรกๆที่เขียนและตอบกระทู้ใน Board ก็แค่ตั้งใจตอบและให้ความรู้แบบทั่วๆไป แต่บังเอิญมันมีบางเรื่องที่ไปกระทบกับหมาของคุณเข้าโดยบังเอิญ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะไป discredit ใคร เพราะคิดว่าแสดงในสิ่งที่ถูกต้องออกไปเท่านั้นเอง แต่ไม่วายที่คนรอบๆตัวคุณ ทำให้เรื่องนั้นมันกลายเป็นหมาคุณไปซะหมด ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม จนผมเข้าไปแตะหมาคุณจนได้ มันก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

ผมคงต้องขออภัยหากทำให้คุณขุ่นใจกับความจริงที่ผมเสนอออกไป แต่หวังว่า เรื่องบางเรื่องคงจะสะกิดใจและความคิดคุณบ้าง หากยังเป็นอยู่กันแบบนี้ สุดท้ายหมา pitbull ที่คุณรัก คงต้องกลายเป็นหมาจรจัดเข้าสักวัน ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจเป็นลูกหลานเจ้า Tiger หรือเจ้า Cash ก็เป็นได้

ผมหวังว่าด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิ การศึกษาและหน้าที่การงานของคุณ จะช่วยนำทางให้กับน้องๆอีกหลายต่อหลายคนที่กำลังเดินตามคุณ ให้เดินไปในทิศทางที่ถูกที่ควร ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม คุณควรจะเน้นทุกๆด้าน เพราะมีความสัมพันธ์กันหมดครับ อย่าคิดว่าบางเรื่องที่คุณไม่ถนัด ว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญหรือยุ่งยาก จนมองข้ามมันไป เรื่องไหนที่คุณไม่ชำนาญ ก็ลองหาคนอื่นที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยคุณก็ได้ เรื่องไหนที่คุณถนัด คุณก็รับผิดชอบไปก็เท่านั้นเอง ในเมื่อคุณเริ่มทำกันเป็นกลุ่มเป็นองค์กร ก็ควรจะแบ่งความรับผิดชอบกันไป สมาชิกคุณจะได้รับประโยชน์สูงสุด และมีทิศทางที่ถูกต้องขึ้น ไม่ว่าจะเรื่อง การเลี้ยงดู, การฝึกวินัยเบื้องต้น (Basic Obedience), การผสมพันธุ์อย่างมีหลักการ ไม่ใช่ว่าสักจะเอาแค่หมาพันธุ์เดียวกันผสมกัน เพราะผลลัพธ์ มันไม่หมูอย่างที่คิดหรอกครับ, การวางแนวทางและวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องแก่ผู้เลี้ยงมือใหม่, กิจกรรมต่างๆที่เป็นงานถนัดของ pitbull ในทางสร้างสรร ยังมีอีกหลายๆเรื่องครับที่น่าสนใจ ผมว่าคุณทำได้ แต่จะทำหรือเปล่าเท่านั้นเอง ถ้าคุณอยากทำให้วงการ Pitbull ดีขึ้นจริงๆ คงต้องเริ่มกลับไปนั่งคิดใหม่ได้แล้วครับ เพราะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันเน่ามากครับ และไม่ได้เป็นเฉพาะกับ Pitbull หรอกนะครับ พันธุ์อื่นๆก็๋เหมือนกัน

สุดท้ายผมอยากฝากผ่านคุณไปถึงน้องๆเพื่อนๆในกลุ่มของคุณ และใน webboard ให้เข้าใจด้วยว่าผมคือ “Secret” ไม่ใช่สมหมายแน่นอน แค่ IP จะมาเหมารวมว่าเป็นคนๆเดียวกันไม่ได้หรอกครับ องค์กรที่ผมทำงานอยู่ใหญ่มาก แต่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ร่วมกัน กรุณาเข้าใจให้ถูกต้องด้วยนะครับว่า ผมกับสมหมายนั้นคนละคนกันครับ อย่าด่ามั่วรวมกันไปหมด หวังว่า mail นี้จะทำให้คุณกระจ่างขึ้นนะครับ อย่าลืมนะครับว่าตอนนี้คุณกำลังเป็นผู้นำพวกเค้าอยู่ ขึ้นอยู่ว่าจะนำไปขึ้นสววรค์หรือลงนรกเท่านั้นเอง ผมว่าคุณรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร

โชคดีครับ

และนี่ก็คืออีกตัวอย่างที่ผมก๊อปปี้มาจากเว็บบอร์ด (หัวข้อกะทู้สุดท้ายถึงคุณมาร์ค)

ผมรู้ว่าปกติคุณต้องเข้ามาเช็ค Board อยู่เสมอๆ เพราะบทความที่คุณเขียนในบันทึกปนบ่นตอนล่าสุด มีการพูดถึงผม ผมเลยอยากออกมาเขียนถึงคุณซะหน่อย ผมได้อ่านแล้วรู้สึกตลกในคำพูดเรื่องการตามตูดฝรั่ง และความเอาจริงเอาจังกับเรื่องการบ้านการเมืองของคุณเหลือเกิน มันทำให้ผมรู้สึกว่าถึงแม้ผมจะนำเสนออะไรออกไป มันก็เปล่าประโยชน์ เพราะในเมื่อหัวหน้าใหญ่อย่างคุณยังไม่เห็นด้วย แล้วลิ่วล้อจะเห็นด้วยได้อย่างไร ที่ผมบอกว่าตลกคำพูดคุณที่ว่า คุณเกลียดคนไทยหัวใจฝรั่ง ว่าตามตูดฝรั่งนั้น ผมว่าลองมองย้อนกลับไปดูตัวคุณเอง ผมว่าจะเข้าทำนอง “ปากว่าตาขยิบ” ซะมากกว่า เพราะหมาที่คุณเลี้ยงมันชื่อ “อเมริกัน” พิทบูล ไม่ใช่ “ไทย” พิทบูล ซักหน่อย หากคุณนิยมไทยจริง ผมว่าคุณเลี้ยงหมาหลังอานหรือบางแก้วไปแล้ว อย่างที่คุณว่าคุณมีแนวทางการเลี้ยงหมาแบบของคุณ ก็ดีอยู่แล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าเอาไอ้ “Cash” เข้ามาทำไม มันลากน้ำหนักอย่าง “Tiger” ได้หรือเปล่าครับ เอาแค่งานเก่งของมันคือ การประกวด ไม่รู้ว่ามันจะทำดีได้แค่ไหนเลย คุณเคยบอกว่าชอบหมาสไตล์ Tiger รักและเทิดทูนมัน ข้อนี้ใครเคยอ่านบันทึกของคุณก็คงรู้ ตรงนี้ผมก็ชื่นชมนะที่คุณรักและเลี้ยงมันให้ดีที่สุด แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณอยากเลี้ยงในแบบของคุณ ไม่ตามตูดใคร ทำไมไม่ใช้เฉพาะ Tiger มาทำหมาที่มีอยู่ในไทย ให้เป็นอย่างที่คุณคิดมากกว่าหละครับ คุณคิดหรือครับว่าเอา สาย Tiger ผสมกัยสาย Cash จะได้หมาที่มีทั้งความสามารถและความสวย ผมกลัวจะเป็นในทางตรงกันข้ามกันซะมากกว่า ส่วนเรื่องที่คุณพูดถึงการเป็น Breeder และการผสมเทียมนั้นนะ อีกไม่เกิน 5 ปีเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาที่ใครๆก็ทำได้ เพียงแต่ว่าคุณจะกล้าทำหรือเปล่า เพราะหมาพันธุ์อื่นในบ้านเรา เค้าทำกันจนประสบความสำเร็จไปแล้วครับ ไอ้การคุ้มทุนคงไม่คุ้มหรอกครับ ถ้าเทียบกับการเอาพ่อหมามาเปิดรับผสม ไม่กี่ทีก็คืนทุนแล้ว แต่ถ้าคิดที่ความคุ้มค่า บอกได้เลยว่าเกินคุ้ม ของอย่างนี้มันอยู่ที่ใจ แต่ถ้าจะมองแต่เรื่องจุดคุ้มทุน เรื่องนี้ไม่ต้องคิดให้เปลืองสมองหรอกครับ ผมว่าอะไรที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่คุณยังไม่รู้ คุณก็คิดว่ามันยุ่งยาก ทำไม่ได้ แต่คนอื่นเค้าทำกันได้แล้วครับ มันก็อาจมองง่ายๆว่า สมัยก่อนจะมีใครคิดว่าคนจะบินได้ ปัจจุบันไม่ใช่แค่บินได้แล้วครับ เค้าออกไปสำรวจอวกาศกันแล้ว เรื่องการผสมเทียมแบบนี้อาจมองว่าเป็นของใหม่ในบ้านเรา แต่เมืองนอกเค้าทำมาเป็นสิบๆปีแล้ว อะไรดีๆ เราก็เรียนรู้และเอามาใช้ให้เข้ากับเรามากที่สุดถูกต้องแล้วครับ ไม่ได้ตามตูดเพื่อเลียใครซะอย่าง ผมว่าคุณเองก็ยังทำอะไรเลียนแบบฝรั่งอยู่เหมือนกัน อย่างไอ้เรื่องลากน้ำหนัก ผมถามหน่อยว่าเรื่องนี้ฝรั่งเล่นกันมาก่อน หรือคุณคิดของคุณเอง คุณมองรอบๆตัวคุณซิครับว่าทุกวันนี้ความเป็นจริงมันเป็นอย่างไร ของรอบๆตัวเรามากมายที่ยังเป็นของฝรั่งทำส่งมาขายให้คุณใช้ แต่ผมเองก็เห็นด้วยที่อะไรๆ ที่บ้านเราผลิตได้ ก็ควรช่วยใช้ช่วยกันอุดหนุน ส่วนเรื่องที่ฝากผมทำ พิทบูลหลังอาน หูตั้ง หางดาบ ไม่ยากเท่าไรหรอกครับ เพียงแต่คุณเอาเจ้า Tiger ผสมกับแม่หลังอานเข้าสักตัว รุ่นแรกคุณก็อาจจะได้ลักษณะที่คุณต้องการแล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้ก็ลองลูกมาเข้ากันอีกสักเที่ยว น่าจะสมใจคุณหละครับ เพราะลักษณะอาน เป็นลักษณะเด่นอยู่แล้ว ส่วนเจ้า Tiger ก็ถ่ายทอดลักษณะหัวได้ดีอยู่แล้วเช่นกน ไม่แน่นะครับ วันดีคืนดี อาจจะเห็นหมาลักษณะนี้วิ่งอยู่ตามข้างถนนก็ได้ เพราะอาจมีคนที่ชอบทำแบบนั้น แล้วเอามันไปปล่อย ถึงวันนั้น คุณลองเอาตาข่ายไปจับมาเลี้ยงสักตัวซิครับ ใจจริงแล้วผมว่าคุณเป็นผู้ใหญ่ที่น้องในกลุ่มคุณนับถืออยู่มาก ผมอยากให้คุณนำเค้าไปในทิศทางที่ถูกที่ควร เพราะวันนี้คุณกำลัง “HOT” เหมือนคุณวรพตสมัยบูมๆ แต่ในอนาคต ใครจะไปรู้ว่าคุณอาจสลับที่กันก็ได้ แฟชั่นมันมาเร็วไปเร็ว และย้อนกลับมาเป็นวัฏจักรแบบนั้นเสมอ หวังว่าคุณคงไม่โดนอย่างคุณวรพตตอนนี้นะครับ หลังจากกระทู้นี้แล้ว ผมจะไม่เข้ามายุ่งกับ Website ของคุณอีก เพราะมันคงไม่เกิดประโยชน์กลับใครๆทั้งสิ้น แต่อย่าลืมนะครับว่าพวกคุณเป็นเพียงกลุ่มหนึ่ง ในกลุ่มผู้เลี้ยง Pitbull อีกหลายๆกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีแนวทางของเค้าเหมือนกัน ลองมาดูกันนะครับว่าพวกคุณจะทำได้ดีแค่ไหน ขอให้ทำอย่างที่คิดไว้นะครับ แม้มันจะเลียนแบบฝรั่งมาบ้าง เค้าคงไม่เก็บค่าลิขสิทธิ์หรอก ดีกว่าลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้และขออภัยที่ผมแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกใจคุณ สวัสดีครับ



ลูกเจ้าแค็ช ครอกแรกเพศเมีย
ดูหน่วยก้านก็เอาเรื่องเหมือนกัน

ต้องขอโทษท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยนะครับ ที่ผมต้องนำเอาเรื่องส่วนตัวเป็นความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ของผมกับคนๆหนึ่งในเรื่องมุมมองการเลี้ยงสุนัขมาลงให้อ่านในตอนนี้ ใจจริงแล้วก็อยากให้มันจบๆไป แต่ว่าความขัดแย้งในบางครั้ง มันก็สะท้อนอะไรหลายๆอย่างที่เป็นประโยชน์ออกมาได้เหมือนกัน ถ้าเราลองคิดและพิจารณาตาม และที่ผมนำ e mail ที่เมลมาถึงผม กับข้อความบางส่วนในกระทู้มาลงให้อ่าน ไม่ใช่เพราะว่าต้องการให้ตัดสินว่าใครถูกใครผิด แต่เป็นเพราะมันมีบางจุดที่ผมอยากอธิบาย เพราะในบทความข้างบนที่ผมนำเอามาลงให้อ่าน มีการลงข้อความที่เกินเลยไปหน่อย เช่นการมาอ้างว่าผมเป็นผู้นำในกลุ่มน้องๆที่เลี้ยงพิทบูลนั้น ผมไม่บังอาจจริงๆครับ ยิ่งจะนำใครไปขึ้นสรรค์หรือลงนรก ผมว่าการใช้คำพูดมันค่อนข้างจะเกินเลยไปหน่อย ทุกคนที่เขามาอ่านผมว่าเขามีวิจารณญานส่วนตัวครับ ผมคงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ และผมรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร และในกะทู้ต่อมาก็มาหาว่าผมเป็นหัวหน้าใหญ่อีก มันจะไม่เป็นการดูถูก ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บผมมากไปหน่อยหรือครับ กรุณาอ่านบทความผมให้ดีๆและลองคิดตามดูนะครับ ผมว่ามันมีสาระมากกว่าบทความผีที่หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ ถ้าเกิดมีคนทำตามแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เขาจะไปตามตัวคุณผีได้ที่ใหนครับ เพราะฉนั้นอย่าจับเอามาแค่บางจุดเพื่อเป็นประเด็น

อย่างที่ผมเคยเรียนไว้แล้วว่า การเลี้ยงหมาของผม เป็นการเลี้ยงเล่นๆเป็นงานอดิเรกในยามว่าง ผมเลี้ยงเพราะว่าผมรักมัน ส่วนท่านอื่นๆ จะเลี้ยงอย่างไรผมไม่เคยก้าวก่าย ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล ขอเพียงอย่างเดียวให้เลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบ โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ผมคิดว่าจุดยืนที่ผมกำหนดไว้ค่อนข้างชัดเจน และไม่น่าจะสร้างปัญหาให้ใคร แต่ก็มีบางท่านแปลเจตนาผมผิดอยู่เสมอ อย่างเรื่องการนำเจ้าแค็ชเข้ามาก็เหมือนกัน สาเหตุที่ต้องนำมันเข้ามาก็เพื่อให้คนบางคนหุบปากเสียที ตามจี้อยู่เรื่องเดียวคือการเลี้ยงหมาให้ตรงตามมาตรฐาน หาว่าหมาผมมีปัญหาอย่างโน้นอย่างนี้ ผมก็บอกแล้วว่า ไทเกอร์ มันเป็นความชอบส่วนตัว มันจะถูกหรือผิดมาตรฐานผมไม่สนใจ แต่ก็ไม่ยอมหยุดเสียที ผมก็เลยต้องนำเจ้าแค็ชเข้ามา ทำไมต้องเป็นเจ้าแค็ช ก็เพราะเจ้าแค็ชมันเป็นแชมป์มาแล้ว ก็ต้องแสดงว่ามันถูกมาตรฐาน จะลากน้ำหนักได้หรือเปล่านั่นมันคนละประเด็นครับ อย่ามั่ว ผมทำเพื่อให้ต้องการรู้แค่ว่า การจะมีหมาตามมาตรฐานมันไม่ใช่เรื่องยาก แค่นี้คงจบได้แล้วนะครับ หวังว่าคงไม่ต้องมาจี้เรื่องมาตรฐานกับผมอีกแล้ว แต่การจะมีหมาที่ถูกใจนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายมันยากกว่าหลายเท่า หวังว่าข้อข้องใจต่างๆคงเคลียร์แล้วนะครับ

ผมอยากให้เราลองนึกดูกันดีๆ จุดประสงค์แรกที่คนหาสุนัขมาเลี้ยงและผมคิดว่าเป็นกลุ่มใหญ่มากที่สุด ก็คือการเลี้ยงเพราะความชอบ แต่ความชอบของคนเราบางครั้งก็ไม่เหมือนกัน และผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติ การเลี้ยงสุนัขไว้แค่เป็นเพื่อน ซึ่งคนเลี้ยงในกลุ่มนี้ ใครจะชอบแบบใหนถ้าทำแล้วสบายใจก็ไม่น่าจะผิดกติกา ผมเองคิดว่าตัวเองน่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ ผมคิดว่าเนื่องจากคนกลุ่มนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุด ถ้าเลี้ยงกันอย่างขาดความรับผิดชอบก็น่าจะสร้างปัญหาให้กับสังคมได้มากที่สุดเช่นกัน ผมจึงให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกับสุนัขพิทบูล ผมถึงพยายามเน้นให้เลี้ยงน้อยๆ แต่มีเวลาให้เขาเยอะๆ เพื่อจะได้มีเวลาอบรมบ่มนิสัยให้เขาเป็นสุนัขที่ดี สามารถเข้ากับสมาชิกในบ้านได้ เลี้ยงแล้วมีความปลอดภัยและสามารถสนองตอบความต้องการของผู้เลี้ยง ที่ต้องการแค่เลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อนเฉยๆ ได้อย่างดี และถ้าคนกลุ่มนี้ทุกคนเลี้ยงกันอย่างมีความรับผิดชอบ ก็จะเป็นกลุ่มที่สามารถลดปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้อย่างได้ผลมากที่สุด

ส่วนกลุ่มที่เน้นการพัฒนาสายพันธ์ ผมเชื่อว่าเป็นกลุ่มที่เล็กที่สุด แต่เป็นกลุ่มที่อาจจะสร้างปัญหาได้มากที่สุดเช่นกัน ถ้าเรามุ่งเน้นให้ทุกคนต้องเป็นผู้พัฒนาสายพันธ์สุนัขกันหมด หรือสนับสนุนให้คนเห็นคุณค่าของสุนัขที่ลักษณะรูปลักษณ์ภายนอกหรือตามมาตรฐานในกระดาษ มากกว่าคุณค่าในความที่มันคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ต่อมนุษย์ หากคนที่เลี้ยงสุนัขคิดแบบนี้กันหมดทุกคน คุณคิดว่าชะตาชีวิตของสัตว์โลก ที่ขึ้นชื่อว่าซื่อสัตย์ต่อมนุษย์ที่สุดในโลกเหล่านี้จะเป็นเช่นไร อย่าลืมว่าการเป็นผู้พัฒนาพันธ์สุนัขไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ใครก็สามารถทำได้ บางครั้งต้องมีการลองผิดลองถูกบ้าง คุณลองคิดดูว่าปัญหาอะไรจะเกิดขึ้นตามมา ถ้ากลุ่มนี้มีจำนวนมากขึ้นมากขึ้น การแข่งขันการบรีดสุนัขก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย แต่อย่าลืมว่าสุนัขที่เขากำลังผลิดออกมา มันคือลูกสุนัขพิทบูล สุนัขที่ต้องการเจ้าของที่มีความรับผิดชอบและ มีความเข้าใจถึงลักษณะสายพันธ์มากพอสมควร และผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่า ลูกสุนัขหนึ่งคอก ย่อมมีดีมีเลวปะปนกันออกมา ไม่มีทางที่จะออกมาดีตรงตามมาตรฐานทุกตัว อย่างที่ผมบอกไว้หลายครั้งแล้วว่าสุนัข มันคือสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจ ตัวหนึ่งที่ออกมามันมีอายุอยู่กับเจ้าของอย่างน้อย 10ปี ผิดจากสัตว์เศรษฐกิจชนิดอื่นๆ ที่มีอัตราการบริโภคสูง สัตว์พวกนี้ยิ่งผลิดออกมามากยิ่งดี เพราะว่ามีวงจรชีวิตที่สั้น แต่สำหรับลูกสุนัขพิทบูลมันคือสิ่งที่ตรงกันข้าม การที่มีออกมามากๆ แต่มีสุนัขอยู่จำนวนหนึ่งที่ต้องถูกตีว่าเป็นหมาไร้ค่า เมื่อหมาเหล่านี้มีคนต้องการน้อยคุณลองคิดกันดูเล่นๆว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมถึงเน้นให้คนที่เลี้ยงสุนัขอยู่ในปัจจุบันจงเลี้ยงมันด้วยความรัก เพราะท่านอาจจะเป็นคนช่วยแบ่งเบาภาระ เลี้ยงดูลูกสุนัขที่แสนน่ารัก ที่ถูกมนุษย์เห็นแก่ตัว กำหนดชะตาชีวิตของพวกมันโดยที่ไม่เคยถามว่ามันเห็นด้วยหรือเปล่า

การที่ผมคิดแบบนี้มันผิดด้วยหรือ จำเป็นใหมครับที่ผมจะต้องเดินตามกฎเกณฑ์บางอย่างที่ผมไม่เห็นด้วย ผมบอกไปเป็นร้อยครั้งแล้ว ว่าผมเลี้ยงเพราะอยากเลี้ยง มันคือเพื่อนผม ผมมีหมาอยู่ 3-4 ตัว แต่ละตัวก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป เวลาที่ผมใช้เวลาว่างร่วมกับพวกมัน ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ตามความถนัดของแต่ละตัว ผมก็มีความเพลิดเพลินไปอีกแบบ เมื่อผมมีความประทับใจอะไรก็เอามาเล่าสู่กันฟัง ส่วนแนวทางการบรีดสุนัข ผมทำแค่เป็นงานอดิเรก ไม่ได้คิดจะเอาดีทางนี้ สาเหตุเพราะไม่มีเวลา และสถานที่ไม่เอื้ออำนวยด้วย สมมุติว่าถ้าผมต้องการลูกสุนัขสวยๆ ที่เป็นสายเลือดหมาของผมเองสักตัว ผมก็ไม่จำเป็นต้องลงมือบรีดเอง แค่อาศัยติดตามดูสายเลือดหมาผมที่มีอยู่กับคนอื่นทั่วๆไป ว่าเขานำไปบรีดต่ออย่างไรบ้าง ติดตามดูว่าตัวใหนจับคู่กับตัวใหนแล้วออกมาเป็นอย่างไร เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง จนผมแน่ใจแล้วว่าตรงกับที่เราต้องการ ผมก็สามารถ ขอจองกับเจ้าของพ่อแม่หมาเหล่านั้น แค่นี้ผมก็สามารถได้หมาตัวที่ต้องการแล้ว เห็นใหมครับ มันก็เป็นวิธีการที่ง่ายๆ แต่อาจต้องใช้เวลานานหน่อย แต่ผมก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรเนื่องจากในปัจจุบันผมก็ยังมีหมาที่ผมเลี้ยงไว้อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่ต้องหามาเพิ่มในตอนนี้ การติดตามดูแบบนี้ไปเรื่อยๆมันก็ได้ลุ้นไปอีกแบบและกว่าจะถึงวันนั้น สุนัขที่ผมมีอยู่มันก็อาจจะล่วงเลยเข้าสู่วัยชราแล้ว มันอาจจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ผมพร้อมจะรับสมาชิกใหม่เข้าบ้านได้แล้ว เห็นใหมครับ การบรีดสุนัขในแบบใหม่ ผมว่าวิธีนี้ของผมมันก็สนุกไปอีกแบบใครจะทำตามผมก็ไม่สงวนสิทธิ์นะครับ ที่สำคัญ ไม่ต้องรับภาระ การเลี้ยงดูลูกสุนัขที่เกิดขึ้นมาด้วย

ผมอยากฝากบอกไว้ว่า คนเราทุกคนมีแนวทางของตัวเอง เราต้องเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเราเอง เช่นถ้าคุณถามคนสามคนว่า คุณต้องการเดินทางไปเชียงใหม่ คุณคิดว่าจะเดินทางไปอย่างไรถึงจะดีที่สุด คำตอบที่ได้มาจากสามคนนั้น อาจจะไม่เหมือนกัน เช่นคนแรกอาจบอกว่าเครื่องบินดีที่สุด คนที่สองอาจบอกว่าเครื่องบินแพงไปรถทัวร์ดีกว่าประหยัดเงิน คนที่สามอาจบอกว่ารถทัวร์ไม่ปลอดภัย เพิ่มเงินอีกหน่อยไปรถไฟดีกว่า แต่ผลลัพท์เท่ากันคือทุกวิธีสามารถเดินทางถึงจุดหมายเหมือนกันหมด จากกรณีนี้คุณว่าเหตุผลใครดีที่สุด

ถ้าคุณอ่านดูจากอีเมล กับที่กะทู้ คุณจะเห็นว่ามีสิ่งหนึงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผมเขียนข้อความใดๆออกมา ผมต้องรับผิดชอบเต็มๆกับบทความที่ผมเขียน แต่สำหรับชายนิรนามท่านนั้นแล้ว เขาจะเขียนอะไรก็ได้ เรื่องจริง เรื่องเท็จ เพ้อฝัน เขาเขียนไปได้เรื่อยๆเพราะว่าเขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย เห็นความแตกต่างหรือยังครับท่านผู้อ่าน

ขณะนี้ผมเริ่มนิยมคนๆหนึ่ง ที่เขามีความภาคภูมิใจในหมาของเขามาก เห็นเขาเอาหมาเขามาโชว์ให้คนอื่นดูอยู่เรื่อยๆ ในเว็บบอร์ด ดูจากภาพสุนัขของเขาสามารถสนองอารมณ์ ของเขาได้ด้วยความสามารถที่มีอยู่ในตัว หาใช่ลักษณะที่ถูกต้องหรือสวยงามตามตำรา แสดงว่าจุดยืนเดิมที่มีมานานเริ่มเปลี่ยน และเขาคงเริ่มค้นพบด้วยตัวเขาเองแล้วว่า จากเดิมที่ผ่านๆมา การที่เขามุ่งเน้นที่รูปลักษณะภายนอกของพิทบูลเพียงอย่างเดียว มันไร้สาระแค่ใหน ตอนนี้คงรู้แล้วว่าเสน่ห์ของสุนัขพิทบูลที่แท้จริงมันอยู่ที่ใหน ก็ขอให้เป็นเช่นนั้นตลอดไป ผมขอชื่นชมจากใจจริง เพราะการที่เจ้าของสุนัข รักและภาคภูมิใจในสุนัขที่เขามีอยู่เองแบบนี้ตลอดไป ก็สามารถการันตีได้ว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน

 


เหมือนเดิมครับขอทิ้งท้ายก่อนจากว่า สุนัขที่อยู่กับท่านมันไม่ใช่สุนัขธรรมดามันคือสุดยอดสุนัข

" อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย "

ด้วยความเคารพ และ....
ติดตามต่อตอนหน้านะครับ
มาร์ค ..