ตอนที่ 48 ร่วมกันสร้างกิจกรรมสำหรับพิทบูลกันดีกว่า



ภาพจากการแข่งขันลากน้ำหนักครั้งแรก

ก็ห่างหายไปนานพอสมควรนะครับ สำหรับบันทึกตอนนี้ ด้วยข้ออ้างเดิมๆครับว่างานยุ่ง แต่ถึงแม้ว่างานจะยุ่งแค่ใหน สำหรับเรื่องสุนัขพิทบูลแล้วยังไงๆก็ต้องหาเวลาว่างจนได้ละครับ ก็ของมันชอบนี่ครับ เรื่องความชอบนี่มันเป็นแรงกระตุ้นได้เป็นอย่างดี เหมือนเพื่อนร่วมงานผมคนหนึ่ง ชอบตื่นสายตลอด แต่เวลาไปตีกอล์ฟ กี่โมงก็ตื่นไหว ยอดจริงๆ สำหรับคนชอบพิทบูลก็คงเหมือนกัน ถ้าตั้งใจจริงก็ไม่น่าจะยาก เมื่อไม่นานมานี้ผมกับทีมงานก็ยังอุตส่าห์จัดงานแข่งขันสุนัขลากน้ำหนัก ซึ่งน่าจะถือได้ว่าเป็นการจัดครั้งแรกในเมืองไทยก็น่าจะได้ การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นได้ มีจุดเริ่ม จากคนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน ทั้งเพื่อนๆพี่ๆน้องร่วมมือร่วมใจกันจนงานออกมาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ใครเป็นใครคิดว่าคงพอทราบกับแล้ว ขออนุญาติไม่เอ่ยนามนะครับ ก็ขอฝากความขอบคุณไปยังทุกท่านมา ณ ที่นี่อีกครั้งหนึ่งครับ

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างดงามกับการแข่งขันในครั้งแรก ทั้งจำนวนสุนัขที่เข้าแข่งขัน และจำนวนคนดูที่ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก ก็มีเสียงเรียกร้องกันเข้ามาว่าให้จัดอีก ใจจริงแล้วพวกเราทีมงานตั้งใจว่า จะจัดอีกครั้งในปีหน้าเป็นการจัดเดี่ยวแบบเต็มรูปแบบ และทำการประชาสัมพันธ์แต่เนิ่นๆ เป้าหมายของเราไม่ได้ต้องการที่จำนวนสุนัขที่เข้าแข่งขัน แต่เพราะต้องการเวลาเตรียมตัวให้งานออกมาดี แต่เผอิญว่าทางนิตยสารสวนจตุจักรได้มีกำหนดจัดงาน วันรักสัตว์เลี้ยงร่วมกับทางโรงแรมรามาการ์เด้นส์ ในวันที่ 30 พ.ย. 2545 นี้ ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่และจัดเป็นประจำของทุกปี ทางผู้จัดอยากให้ชมรมคนรักพิทบูล (TKC) ของพวกเรานำการแข่งขันสุนัขลากน้ำหนักเข้าร่วมโดยจัดให้กิจกรรมนี้เป็น ไฮ ไลท์ ของงานอีกด้วย พวกเราทีมงานหลังจากร่วมประชุมตกลงถึงข้อดีข้อเสียกันแล้ว เห็นว่าดีและเป็นประโยชน์ แก่ทั้งผู้ชมและผู้สนใจทั่วไปจึงตอบตกลงที่ให้มีการจัดแข่งขันครั้งที่สองเร็วขึ้น แทนที่จะเป็นปีหน้าอย่างที่ได้ตั้งใจไว้


มีการมอบถ้วยรางวัลด้วย

เหตุผลที่พวกเราอยากจัดในปีหน้าและเป็นการจัดเดี่ยวเฉพาะเรื่องการแข่งขันลากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว ก็เพราะเราค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องความพร้อมของทั้งทีมงาน และผู้นำสุนัขเข้าแข่งขัน จากประสบการณ์จากการจัดครั้งแรก สุนัขหลายตัวยังทำได้ไม่ดี เพราะว่าขาดการฟิตซ้อม และขาดอุปกรณ์ และกิจกรรมนี้ถือว่ายังเป็นของใหม่ ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ทีมงานต้องการเวลาสร้างความเข้าใจ กับรูปแบบการแข่งขัน กฎกติกา การฟิตซ้อม การเตรียมตัวสุนัข และการนำสุนัขเข้าร่วมงาน เราต้องการให้งานออกมาดีและเป็นไปอย่างเรียบร้อย เพื่อเป็นต้นแบบให้คนที่สนใจหันเข้ามาเล่นกิจกรรมนี้กันมากยิ่งขึ้น สิ่งที่พวกเรากังวลมากที่สุดก็คือเรื่องการควบคุมสุนัข ของทั้งคนที่นำสุนัขเข้าแข่งขัน และคนที่นำสุนัขมาเที่ยวในงาน เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา สิ่งที่เราเห็นเป็นประจำสำหรับเจ้าของสุนัขพิทบูล คือการขาดความรู้และความเข้าใจในการนำสุนัขพิทบูลออกนอกสถานที่ เจ้าของสุนัขหลายคนยังไม่สามารถควบคุมสุนัขได้อย่างถูกวิธี ยังมีการจูงสุนัขของตัวเองเข้าไปในบริเวณที่มีสุนัขของคนอื่นอยู่ ในระยะประชิด หรือการจูงสุนัขพิทบูลเข้าไปทักทายกัน เป็นการสร้างแบบอย่างที่ผิดอย่างมาก ถึงแม้ว่าเจ้าของจะรู้จักกันมาก่อน หรือตัวสุนัขเองจะไม่ดุก็ตาม เพราะคนภายนอกที่เห็นและไม่เข้าใจเกี่ยวกับสุนัขพันธ์นี้อาจทำตามอย่าง ทำให้เกิดอันตรายได้ และเนื่องจากสุนัขพันธ์นี้กำลังถูกจับตามมองเป็นอย่างมาก เราจึงอยากสร้างวัฒนธรรมการนำสุนัขพิทบูลออกนอกสถานที่ ให้กับคนเลี้ยงพิทบูลในกลุ่มของเรา ให้เหมือนกับที่นานาประเทศที่เจริญแล้วเขาทำ ด้วยความที่มันเป็นสุนัขที่มีลักษณะพิเศษนี่เอง หลายๆงานที่ผ่านมามีบางคนประมาทอย่างน่าเกลียด คนประเภทนี้ผมอยากให้ไปไกลๆ จากวงการพิทบูลจริงๆครับ เพราะนอกจากไม่สร้างสรรค์แล้วยังบ่อนทำลายวงการโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย ผมเคยบอกไว้หลายครั้งแล้วว่า สุนัขพิทบูลเป็นสุนัขพันธ์พิเศษ ที่ไม่เหมาะสำหรับคนที่เลี้ยงตามแฟชั่น มันเป็นสุนัขที่ต้องการคนเลี้ยงที่มีความรู้ความเข้าใจถึง ลักษณะนิสัยประจำพันธ์และ เทคนิคการควบคุมบ้างพอสมควร


น้ำหนักที่เตรียมมาไม่พอเด็กๆก็เลยขึ้นไปนั่งกันสนุกสนาน

ทางทีมงานหวังว่ากิจกรรมการแข่งขันลากน้ำหนัก น่าจะเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับคนเลี้ยงพิทบูล และช่วยส่งเสริมความรู้ความเข้าใจถึงแนวทางการเลี้ยง การมีกิจกรรมร่วมกับสุนัขที่ท่านเลี้ยง สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ทั้งยังเป็นการคงลักษณะเด่นและความสามารถพิเศษประจำพันธ์ไว้ได้อีกด้วย เราเชื่อมั่นว่าขณะนี้ สุนัขพันธ์อเมริกันพิทบูล กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น และกิจกรรมของทางกลุ่มที่ผ่านไป ก็ได้รับความสนใจจากหลายองค์กร มีรายการทีวีบางรายการให้เกียรติ มาสัมภาษณ์ มาบันทึกเทปเพื่อนำไปเผยแพร่ คิดว่าหลายท่านคงได้รับชมไปบ้างแล้ว จากทางสถานี UBC และที่กำลังจะแพร่ภาพในเร็วๆนี้ทาง ITV ส่วนรายการอะไรออกอากาศเมื่อไหร่ ถ้าไม่ถูกแบนซะก่อนก็คงไม่เกินเดือนหน้า แล้วเราจะนำมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ


คนดูล้นหลาม

หวังว่าสิ่งที่เราริเริ่มขึ้นมา น่าจะช่วยลดความขัดแย้งในวงการพิทบูลได้บ้างนะครับ เราอยากให้ทุกท่านที่เลี้ยงสุนัขพิทบูลอยู่ในขณะนี้ ลองพิจารณาทบทวนดูดีๆ นะครับว่า วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการมีสัตว์เลี้ยงนั้นคืออะไร สำหรับผมแล้วการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงทุกอย่าง ก็เพื่อความสบายใจ และความเพลิดเพลินเป็นอันดับแรก หรือเป็นกิจกรรมพิเศษในยามว่าง อาจจะมีบ้างที่นอกเหนือไปจากนี้ แต่แก่นแท้ที่จริงก็มีจุดเริ่มต้นมาจากสิ่งที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นเกือบทั้งนั้น ผมก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไม ยังมีการขัดแย้งกันในเรื่องที่ไม่ใช่สาระสำคัญในเว็บบอร์ดอยู่เสมอละครับ


ตัวนี้เป็นหมาสาย Old Family Red Red Nose ครับ
กรุณาแยกแยะให้ถูกด้วย ผมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนและเฝ้าบ้านครับ
มันเหมาะที่จะเป็นพ่อพันธ์หรือไม่ อาศัยสิทธิในความเป็นเจ้าของ
ขอผมตัดสินใจด้วยตัวเองนะครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากนำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ ผมเข้าไปอ่านเจอในเว็บบอร์ด เห็นมีการกล่าวถึงสุนัขที่ผมเลี้ยงไว้ด้วย ผมไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะถูกใจทุกคน สุนัขที่ผมเลี้ยงอยู่ไม่รู้ว่าทำไม ต้องกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันตลอด ผมบอกไปหลายครั้งแล้วถึงแนวทางการเลี้ยง โดยเฉพาะเจ้าไทเกอร์ มันเป็นความชอบส่วนบุคคลจริงๆ ผมชอบในความแปลกที่ไม่เหมือนใคร แต่อาจจะไม่ตรงกับใครบางคน แต่ผมก็ไม่เคยเอามันไปเปรียบเทียบกับสุนัขใครเลย ผมเลี้ยงเพราะว่าผมชอบ เลี้ยงแล้วมีความภูมิใจ มีความสุขผมก็ทำ เนื่องจากหมาสายนี้มีคนเล่นกันน้อยลงทุกวันผมจึงอยากจะเก็บสายเลือดมันไว้ ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซนต์แต่ก็ยังดีกว่าไม่เก็บไว้เลย ผมผสมให้กับคนที่มีความชอบในแบบเดียวกัน มันก็น่าจะทำได้จริงใหมครับ ผมยอมรับว่ามันเป็นสุนัขที่ผิดลักษณะของสุนัขที่ใช้สำหรับประกวด อยากถามว่าถึงไม่ใช่หมาสายประกวดแต่ผมชอบของผมแบบนี้ แล้วมีคนชอบตามมันผิดตรงใหนครับ


ตัวนี้ผมยืนยันว่าเป็นลักษณะที่ถูกต้องของสุนัขพิทบูลสายโชว์จริงๆ (UKC)
หากจะพูดถึงสุนัขสำหรับประกวดขอให้ดูตัวนี้ คงเห็นความแตกต่างนะครับ

ส่วนคนที่ชอบการพัฒนาสุนัขเพื่อการโชว์ ผมขอแนะนำบ้างนะครับ เพราะผมถูกพาดพิงถึงบ่อยเหลือเกิน ถ้าจะเล่นกันที่มาตรฐานจริงๆ ผมอยากให้ศึกษาให้จริงอีกหน่อยและอย่าหลงประเด็น เดี๋ยวจะพากันสบสนกันไปใหญ่ ถึงผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่ผมก็พอมีความรู้บ้าง ก่อนที่ท่านจะพัฒนาอะไร สิ่งแรกควรพัฒนาคือตัวเองก่อน จากนั้นก็ลองศึกษาในสิ่งที่ท่านกำลังจะพัฒนา โดยลงลึกไปอีกหน่อยว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะทำมันใช่จริงๆหรือไม่ ผมไม่เคยรังเกียจการพัฒนานะครับ แต่การพัฒนาบางสิ่งที่เรายังทำไม่สำเร็จก็ไม่จำเป็นต้องเอาปล่าวประกาศให้เขารู้ โอกาสพลาดมันยังมี ทำไมไม่ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่จำเป็นต้องขวาสุดหรือซ้ายสุด อยากให้ทำเล่นๆเป็นงานอดิเรก น่าจะเหมาะกว่า เพราะประเทศเรายังมีข้อจำกัดหลายๆอย่างที่ยังไม่เอื้อ ผมเองก็เช่นกันบางครั้งสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ มันมีเงื่อนไขหลายอย่างที่ไม่สามารถกำหนดได้ตามที่เราต้องการ บางอย่างต้องใช้เวลา ผมเห็นคนที่คิดจะทำตัวเป็นผู้พัฒนาพิทบูลบางคน ยังไม่เข้าใจถึงสายพันธ์จริงๆเลย ว่าสุนัขในตะกูล Bulldog มีความวิวัฒนาการความเป็นมาและแตกต่างกันอย่างไร โดยเฉพาะลักษณะของสามสายพันธ์หลัก American Pitbull Terrier, Staffordshine Terrier, Staffordshine Bull terrier ผมคงไม่ต้องลงลึกไปถึงในรายละเอียด อยากบอกแค่ว่ามันมีต้นกำเหนิดเดียวกันก็จริง แต่ปัจจุบันนี้ถูกแยกเป็นสามสายพันธ์เรียบร้อยแล้ว ถ้าคิดจะพัฒนากันจริงๆ ต้องคำนึงถึงข้อนี้มากๆด้วย อย่าเอามาปนกัน สำหรับผมแล้วการที่เราจะเล่นพิทบูลสายโชว์จริงๆ American Pitbull Terrier (UKC) หากยังนึกภาพไม่ออกว่ามันเป็นอย่างไร ผมอยากให้ท่านลองดู เจ้าแค็ช เป็นตัวอย่าง มันคือตัวแทนของ พิทบูลสายประกวดจริงๆได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ว่าผมต้องการโปรโมทมัน ผมอยากให้เข้าใจว่า สุนัขที่ใช้ชื่อว่าอเมริกัน พิทบูล จริงๆ สำหรับการประกวด และขึ้นอยู่กับ UKC ที่ถูกต้องมันมีลักษณะอย่างไร ทุกวันนี้ผมเชื่อว่ามีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังสบสนแยกไม่ออก ส่วนสุนัขที่ขึ้นอยู่กับ AKC เขาใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า สแตฟฟอร์ดไชน์ เทอเรียร์ครับ และในเมืองไทยสุนัขที่ขึ้นอยู่กับสมาคมผู้พัฒนาฯ เขาก็ใช้ชื่อนี้ด้วย มีหลายคนถามว่าทำไมผมไม่ส่งมันลงประกวดบ้าง ผมก็บอกไปหลายคนครับว่า ถ้างานใหนประกวดพิทบูลแต่ใช้กติกาของสแตฟ เจ้าแค็ชมีสิทธิ์แพ้สูงมาก แต่ถ้าระบุมาเลยว่างานนี้ใช้มาตรฐานของ UKC เท่านั้นจริงๆ เรื่องลักษณะรูปร่างแล้วผมไม่เคยกลัวใคร การแพ้ชนะก็ขึ้นอยู่กับฝีมือการจูงด้วย ผมจึงอยากอธิบายให้เข้าใจไม่ใช่อะไรก็เรียกพิทบูลไปหมด ผมเจอคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดก็คือมีคนถามว่า พิทบูลกับ สแตฟเป็นพันธ์เดียวกันหรือเปล่า เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร ขอคำแนะนำหน่อย ผมก็ตอบไปหลายครั้งแล้วว่าสุนัขทั้งสองแบบมีต้นกำเหนิดเดียวกัน ถ้าพูดถึงชนิด(Type) ของสุนัขในตระกูล Bulldog จะว่าเป็นกลุ่มเดียวกันก็ไม่ผิด แต่แนวทางการพัฒนามีการกำหนดรายละเอียกปลีกย่อยแยกออกมาอีกเป็น สายพันธ์ (Breed) มีการใช้มาตรฐานบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน เมื่อมาตรฐานไม่เหมือนกันมันจึงแตกต่างกันตรงนี้ครับ เพราะฉนั้นเวลาประกวดจะเอามารวมกันเป็นพันธ์เดียวไม่ได้ คนที่เล่นตามจะได้ไม่งง คิดว่าคงพอจะเข้าใจนะครับ แต่ถ้าจะเลี้ยงเล่นๆแบบผมนี่จะเรียกอะไรก็ตามสบายครับ

ขอย้ำเฉพาะถึงผู้ที่ต้องการพัฒนาสายโชว์ที่ชอบพาดพิงมาถึงหมาผมนะครับ เอาเข้าจริงๆผมก็ไม่รู้ว่าจะมีคนที่รู้จริงกันกี่คน ผมขอท้าพวกมือเซียนที่ชอบวิจารณ์หมาชาวบ้านหน่อยครับ ถ้าแน่จริงก็ควรจะกำหนดไปก่อนเลยว่าจะพัฒนาแนวทางใหน Pitbull (UKC) หรือ Staff (AKC) แล้วมุ่งไปทางนั้นเลย พูดออกมาให้ชัดๆเลย ทำได้จริงหรือไม่ผมจะรอดูที่ตรงจุดนี้ละครับ จะได้รู้กันเสียที่ว่าใครมั่วกันแน่ เพราะลักษณะสุนัขที่ออกมากับชื่อที่เรียกมันจะฟ้องเอง และขอบอกการใช้ชื่อสแตฟฟอร์ด หรือชื่อ พิทบูล ชื่อใดชื่อหนึ่งไปเลยไม่ใช่เรื่องเสียหายครับ มันเป็นเพียงชื่อเรียกให้เห็นความแตกต่างระหว่างแนวทางเท่านั้นเองครับ เมืองนอกเขาก็ทำกัน กลับจะเป็นการดีเสียอีก เพราะเป็นการบอกถึงลักษณะทิศทางที่จะไป

เหมือนเดิมครับขอทิ้งท้ายก่อนจากว่า สุนัขที่อยู่กับท่านมันไม่ใช่สุนัขธรรมดามันคือสุดยอดสุนัข

" อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย "

ด้วยความเคารพ และ....
ติดตามต่อตอนหน้านะครับ
มาร์ค ..