" SKY "
ไม่น่าเชื่อเลยครับว่าผมจะเขียนบันทึกมาถึงตอนที่ 50 แล้ว จากที่ลองเขียนเล่นๆเป็นงานอดิเรกยามว่าง
เพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆที่ประสบมาในชีวิตประจำวัน อยากระบายอะไรก็เอามาลงที่ส่วนนี้
และที่อดจะกล่าวถึงไม่ได้ในตอนนี้ก็คือ ผมรู้สึกภูมิใจมากที่มีแฟนประจำ
ที่ติดตามอ่านบันทึกอันนี้อย่างเหนียวแน่น ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่กลุ่มคนเล็กๆ
แต่มันช่างเป็นกำลังใจได้เป็นอย่างดี
ผมขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าผมเป็นนักเขียนสมัครเล่น ที่เขียนบทความจากเหตุการณรอบๆตัวเป็นหลัก
ไม่ใช่นักวิชาการมาจากใหน ก็เลยไม่อยากให้ท่านคาดหวัง สาระอะไรมากจากผม
แค่อ่านเล่นๆเพื่อความบันเทิง ก็แล้วกันครับ
วันนี้เป็นวันหยุดผมอยู่บ้านทั้งวันเพราะไม่ได้มีโปรแกรมไปใหน กิจกรรมของผมวันนี้
ตอนเช้าอากาศเย็นสบายกำลังดี ก็ปล่อยพวกทะโมนวิ่งเล่นกันอย่างสบายใจ
ผมเองก็เอากล้วยไม้ที่น้องที่ทำงานเอามาให้ ไปปลูกโดยอาศัยผูกติดกับต้นมะม่วง
คาดว่าถ้ามันออกดอกก็คงจะสวยน่าดู เพราะว่าดอกกล้วยไม้มีบางพันธ์ ที่ผมปลูกไว้แต่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร
ที่ดอกอยู่ทนมากถ้าปล่อยติดไว้กับต้นจะอยู่นานเป็นเดือนๆเลย
เสร็จจากงานสวน คราวนี้ก็เป็นโปรแกรมตรวจสุขภาพ ประจำอาทิตย์ของเหล่าสมาชิก
วิธีการก็ไม่มีอะไรมาก ก็เรียกมาทีละตัวมาตรวจ ดูตามหู ง่ามนิ้วว่ามี
ตัวอะไรที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาอยู่หรือเปล่า ปรากฎว่ามีครับ เลยต้องโทรตามสัตวแพทย์มาช่วยฉีดยาให้
จากนั้นก็ตรวจสุขภาพของฟัน ปรากฏว่าดีครับคราบหินปูนไม่ค่อยมี อาจจะเป็นเพราะผมเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดแบบแห้งๆก็เลยทำให้ฟันไม่เหลือง
แต่อย่างไรก็ตาม ทุกๆอาทิตย์ ผมต้องเอากระดูกเทียมที่ทำจากหนังผูก
ให้แทะเล่นเพื่อเป็นการบริหารเหงือกและฟันไปในตัว สุนัขผมมันชอบมาก
ทำให้สุขภาพจิตมันดีด้วย และสุนัขผมแต่ละตัวก็มีวิธีการเล่นแตกต่างกันไป
เจ้าไทเกอร์ชอบเอากระดูกเทียมไปโยนเล่น แทะบ้างโยนบ้าง แล้วก็วิ่งไปเก็บ
บางทีก็เอามาวางไว้กลางบ้านล่อให้เราเข้าไปแย่ง ทำเป็นเอามาวางไว้แล้วทำเป็นเดินหนีไป
พอเราเดินเข้าไปใกล้หรือทำท่าจะเข้าไปหยิบมันก็รีบวิ่งมาคว้าไปอีก
ส่วนเจ้าซินไม่ค่อยชอบแทะหรือแทะก็แทะไม่นานแล้วชอบเอาไปซุก ส่วนเจ้าแค็ชเจ้านี่ให้กี่อันกี่อันก็ไม่เหลือ
พ่อฟาดเรียบ ไม่ถึงห้านาทีหมด ดูพวกมันเล่นกันเราก็เพลินดีไปอีกแบบ
จากนั้นก็เป็นโปรแกรมนำขึ้นเครื่องวิ่งออกกำลังทีละตัว ตัวหนึ่ง ก็ระหว่าง
15 -30 นาทีแล้วแต่ว่าเราต้องทำภารกิจอะไรต่อหรือเปล่า แค่นี้ก็หมดไปครึ่งวันแล้วครับ
ส่วนตอนบ่ายก็ทำธุรกิจส่วนตัว อาจจะดูหนัง ฟังเพลงอ่านหนังสือไปตามเรื่อง
แป๊บเดียวก็หมดวันอีกแล้ว เป็นอย่างไรบ้างครับ งานอดิเรกในวันหยุดของผม

"Cash"
ผมว่าเหตุผลที่คนหาสุนัขมาเลี้ยงก็คงเพราะเหงา หรืออยากหาอะไรทำยามว่างเป็นลำดับแรกๆ
ส่วนเหตุผลอื่นก็คงรองๆกันไป ตัวผมเองก็เลี้ยงเล่นๆเพราะความชอบเลี้ยงสัตว์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ส่วนกิจกรรมอื่นก็ทำเสริมให้ไม่รู้สึกเบื่อ แต่ผมไม่เข้าใจอยู่อย่าง
ว่าทำไมบางคนที่เล่นพิทบูลมันถึงได้ปัญหาเยอะนักก็ไม่รู้ เห็นมีหัวข้อให้เถียงกันได้ตลอด
ผมว่าถ้ามันเรื่องมากนักก็อย่าเลี้ยงเลยครับ เลี้ยงหมามันควรจะมีความสุข
ถ้าเลี้ยงแล้วทุกข์จะเลี้ยงไปทำไม
ผมเห็นไอ้ที่เถียงกันอยู่เสมอก็ไอ้เรื่องเดิมๆ สาเหตุเพราะอะไรรู้ใหมครับ
คำตอบที่ผมสัณนิฐานเอาเอง ก็คือ ความที่รู้บ้างไม่รู้บ้างกันเป็นส่วนมาก
มีบางคนรู้มานิดๆหน่อยๆก็ เอามาเป็นประเด็นข่มชาวบ้านแล้ว ถ้าไม่รู้เหมือนกันหรือรู้เท่าๆกันอาจจะไม่เถียงกันก็ได้
ผมเชื่ออย่างนั้นครับ ผมสังเกตุดูเอานะครับ ส่วนมากกะทู้ที่เป็นปัญหามากที่สุดจะเป็นกะทู้ประเภทชอบอวดภูมิของตัวเอง
และพวกชอบยกตนข่มท่าน หรือไม่ก็พวกมีเจตนาแฝง ลองไล่อ่านดูที่ละกระทู้ซิครับ
ถ้ากะทู้ถามแลกเปลี่ยนกันดีๆ ส่วนมากไม่ค่อยมีปัญหา แถมได้ประโยชน์ด้วย
อย่างล่าสุดเรื่องตำแหน่ง แชมป์ของทางฝั่ง UKC ว่าเป็นอย่างไร ยิ่งใหญ่ขนาดใหน
มีรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "เก่งจัง" ตั้งกระทู้ทิ้งไว้ในบอร์ด
ผมขอตำหนิเลยการตั้งกะทู้แบบนี้ ใครอ่านดูเขาก็รู้ว่าเจตนามันส่อว่าคุณเป็นคนอย่างไรครับ
(ขอโทษที่ต้องยกเอามาเป็นตัวอย่าง คงไม่ว่าอะไรนะครับ อยากอธิบายให้เห็นกันชัดๆ
) ผมอ่านดูแรกๆ ก็นึกว่าจะเก่งจริงดังชื่อ ที่ใหนได้ลงท้ายก็เหลว แสดงว่าเพิ่งเล่นมาไม่นาน
หรือเล่นมานานแต่ศึกษาไม่จริง คุณอาจจะรู้ดีเรื่องหมาพันธ์อื่นผมจะไม่ขอเถียง
แต่สำหรับเรื่องพิทบูล ถ้าเขียนแบบนั้นผมว่าคุณยังรู้น้อยมากเลยครับ
แต่ละสมาคมมีเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตัวเอง มีดีกันคนละอย่าง เพียงแต่การก่อกำเหนิดมาแตกต่างกัน
จะเปรียบเทียบมักง่ายแบบนั้นไม่ได้ครับ คุณจะเล่นใครก็พุ่งไปตรงๆเลย
อย่าเหมารวมเอาหมาจาก UKC ไปทั้งหมด สิ่งที่คุณพูดมาคุณกำลังเหยียบย่ำเกียรติภูมิ
ของคนที่เลี้ยงหมาที่ขึ้นอยู่กับ UKC ทุกคนครับ ถ้าคุณลงชื่อจริงป่านนี้ผมว่าคุณเละไปแล้วครับ
คุณควรยอมรับว่า พิทบูลที่ดังขึ้นมาได้ทุกวันนี้ ทาง UKC เป็นคนเริ่มมาและควรจะได้รับเครดิตครับ
คราวหน้าคราวหลังจะเขียนอะไรกรุณาระมัดระวังหน่อย อย่าเอาความอคติส่วนตัวมาใช้แบบนี้เลยครับ
ผมมีข้อแนะนำอยากให้คุณลองย้อนไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับ พิทบูลในยุคแรกๆ
หน่อยนะครับ อย่าอ่านแค่จากตามเว็บ หรืออ่านแค่หนังสือพิทบูลที่เขียนโดยคนยุคใหม่
พยายามหาความรู้จากหลายๆแหล่ง คุณจะเห็นว่ามีข้อมูลบางอย่างที่ถูกบิดเบือนไป
ถ้าจะให้ดีลองคุยกับคนที่เล่นหมากัดในช่วงแรกๆ ด้วย คุณจะได้ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง
ที่หาอ่านไม่ได้จากหนังสือที่วางขายในปัจจุบันนี้ ดูว่าประวัติความเป็นมาตั้งแต่เริ่มแรกมันเป็นอย่างไร
ผมเองก็ไม่ใช่เซียนแต่พอรู้มาบ้าง แค่พอเอาตัวรอด และไม่กล้าพูดด้วยว่าผมรู้เรื่องพิทบูลดี
หลังอ่านแล้วก็ไม่ต้องฟันธงนะครับว่าอะไรถูกต้องอะไรไม่ถูกต้อง แค่อยากให้เก็บไว้ประดับความรู้ครับ
ผมจะเล่าให้ฟังพอสังเขปนะครับ จากที่เคยฟังเขาเล่ามาอีกทีหนึ่ง ฝรั่งท่านนี้ที่ผมเคยคุยด้วย
ให้ข้อมูลมาน่าสนใจดี มีการให้เหตุผลประกอบด้วย แต่เป็นการบอกเล่าด้วยวาจา
มันอาจจะดูไม่น่าเชื่อถือ แต่ผมสังเกตุจากที่เขาเล่าดูเป็นเหตุเป็นผลดี
และบางส่วนผมก็อาศัยอ่านเอาจากหนังสือเก่าๆบางเล่มมาประกอบ อาจจะไม่ตรงเปะทุกประเด็นและไม่ปะติดปะต่อก็ต้องขออภัยด้วย
เท่าที่ผมเห็นคุณตั้งและตอบกระทู้ ผมคิดว่าข้อมูลนี้คุณคงยังไม่เคยอ่านเจอหรือได้ฟังมาจากที่ใหน
แต่แน่นอนครับข้อมูลที่ผมเอามาเขียนถ้าไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร เพราะค่อนข้างหาหลักฐานอ้างอิงยาก
และหนังสือในยุคใหม่ๆก็ไม่มีเล่มใหนพูดถึง
จากจุดแรกเริ่มที่พิทบูลถือกำเหนิดมา ประโยชน์มันมีอยู่อย่างเดียว
คือการใช้ในเกมส์การต่อสู้ บรรดาบรีดเดอร์ได้พยายามพัฒนาหมาพิทบูลมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
หลักเกณฑ์การผสมพันธ์ ไม่มีอะไรเป็นจุดหลักตายตัว รู้เพียงอย่างเดียวว่าทำอย่างไร
จึงจะได้หมาที่มีความกล้าหาญ กัดเก่ง แข็งแรง ทนทานต่อความเจ็บปวดได้สูง
หรือลักษณะพิเศษอะไรอีกก็ได้ที่ทำให้มีโอกาสชนะมากที่สุด หมาที่ถูกบรีดขึ้นมาจะต้องผ่านการทดสอบ
และถูกส่งเข้าแข่งขัน ตัวที่จะได้รับการขยายพันธ์ออกไป ก็คือหมาที่ชนะการแข่งขันและมีชีวิตรอดอยู่ได้เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เองที่บรรพบุรุษของมันทุกตัว ต่างก็เป็นยอดนักรบ และมีชีวิตรอดอยู่ได้จากการแข่งขันหฤโหดนี้
มันจึงเป็นการคัดพันธ์อีกรูปแบบหนึ่ง หมาที่ไม่ผ่านการทดสอบ หรือกัดแพ้
หรือตาย ก็ไม่มีโอกาสได้ผสมพันธ์ เราจึงจะสังเกตุได้ว่า การถือกำเหนิดมาของพิทบูลแตกต่างจากพันธ์อื่น
และการดำรงค์อยู่ของสายพันธ์ ในช่วงแรกมาจากความสามารถส่วนตัวล้วนๆ
รูปร่างไม่เกียวเลย ทำให้ลักษณะหมาพิทบูล แตกต่างจากหมาพันธ์อื่นๆ
แทบทั้งหมด
ต่อมาผมจะพูดถึงความเป็นมาของ United Kennel Club (UKC) เนื่องจากการกัดหมาถูกต่อต้านจาก
American Kennel Club (AKC) ไม่รับขึ้นทะเบียนตัวให้ในชื่อของพิทบูล
แต่จะขึ้นให้ในชื่อของสแตฟฟอร์ด UKC ก็เลยก่อตั้งคลับของตัวเอง เพื่อจัดทำประวัติสุนัขพันธ์พิทบูลของตัวเองเป็นการเฉพาะ
โดยแรกเริ่ม รับจดทะเบียนเฉพาะสุนัข พันธ์อเมริกัน พิทบูลเพียงอย่างเดียว
แต่สมาคมนี้ในยุคแรก จะเน้นให้การรับรองหมาที่กัดชนะการแข่งขัน เพื่อทำประวัติสายพันธ์
และเป็น คลับที่ทำให้พิทบูลได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ต่อมาการกัดสุนัขได้ถูกต่อต้านหนักขึ้น
จน UKC เริ่มลดกิจกรรมการกัดหมา และหันมาให้การรองรับ การประกวดความสวยงามมากขึ้น
และเพิ่มการแข่งขันลากน้ำหนัก เพื่อคงลักษณะที่ดีของพิทบูลไว้ คุณจะเห็นว่าสุนัขที่ชนะการประกวดในยุคแรกๆแตกต่างจากทุกวันนี้
จากการที่ UKC หันไปให้ความสนใจเรื่องการประกวด ผู้ที่ยังนิยมการกัดหมาก็มี
อีกคลับที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรับรองก็คือ ADBA ซึ่งสมาคมนี้เน้นที่ความสามารถของสุนัขอย่างเข้มข้น
มีการประกวดเหมือนกัน แต่คะแนนที่ให้จะดูจากลักษณะทางกายภาพ ที่ต้องสอดคล้องกับประสิทธิภาพของการใช้งานด้วย
มาถึง American Kennel Club (AKC) บ้าง คลับนี้มีแนวทางคิดที่สุดโต่งเลยคือต่อต้านการกัดสุนัข
ในทุกรูปแบบ เน้นการประกวดเพียงอย่างเดียว และมีมาตรฐานออกมาต่างหาก
เพื่อให้เกิดความแตกต่างกันให้มากที่สุด มันจึงเอามาเปรียบเทียบกันลำบาก
ว่าสมาคมใหนดีกว่ากัน และใช้ชื่อสุนัขพันธ์นี้ว่า อเมริกัน สแตฟฟอร์ดไชน์
บูลเทอร์เรีบ ตอนหลังใช่แค่ชื่อ สแตฟฟอร์ดไชน์ เทอร์เรียเท่านั้น แต่ยุดแรกๆ
ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เทียบกับทาง UKC ไม่ได้ อยากให้เห็นรูปสุนัข
ของทั้งสองคลับในยุคแรก หมาสองแบบนี้ มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน
สามารถบอกได้เลยว่าตัวใหนสแตฟ ตัวใหนพิทบูล ผมจึงอยากให้รู้ความเป็นมา
ไม่อยากให้พูดในทำนองว่าอันใหนดีกว่าอันใหน ทุกอย่างมีดีมีเลวอยู่ในตัว
กะแสความนิยมก็เปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัย ไปตามกาลเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่คงไว้
ก็คือทุกคนต้องการสุนัขตามแบบฉบับที่ตนชอบ จะไว้เพื่ออะไรก็ตามแต่
แต่การที่จะมาบอกว่า ระดับชั้นของ UKC Champion แค่ระดับหางแถว ของการประกวดในเมืองไทย
มันค่อนข้างจะโอเวอร์ไปหน่อยครับ
ถ้าคุณคิดจะทำแกรนด์แชมป์ในไทย ผมแนะนำว่าให้ส่งหมาพันธ์อื่นเข้าประกวดจะเหมาะกว่า
เพราะลักษณะมาตรฐานต่างๆ ค่อนข้างชัดเจนไปในแนวทางเดียวกันหมด โอกาสชนะมันง่ายกว่า
แต่สำหรับสุนัขพิทบูลในไทยมันค่อนข้างหลากหลาย และหาคนที่รู้จริงๆได้ยาก
ถึงมีก็มีน้อย บางคนก็ค่อนข้างเก็บตัว ที่นี้พอจะเข้าใจหรือยังครับ
ว่าทำไมผมถึงไม่ค่อยเน้นการประกวด ถ้าคุณชอบการประกวดก็คงมองออกนะครับว่า
การตัดสินการประกวด พิทบูลในเมืองไทย ยังเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ไม่ใช่ผมไม่อยากพัฒนา
ผมก็อยากพัฒนาครับ แต่ไม่รู้จะเอาแบบใหนดี ตอนนี้ก็เลยเลี้ยงเล่นๆ
เป็นแบบในแนวทางของผมเท่านั้นเองครับ
ในยุคแรกๆ จากหมาพันธ์เดียวกัน แนวทางต่างกัน แต่แยกจากกันโดยเด็ดขาด
ต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งกัน และในยุคนั้น คนให้ความนิยมสุนัข พิทบูล
ในรูปแบบของ UKC มากที่สุดเพราะยังคงคุณลักษณะที่ดีของ พิทบูลไว้ได้มากกว่า
อย่าลืมนะครับ สุนัขพิทบูลที่เป็นขวัญใจของพวกเขาโด่งดังและได้รับความนิยมมา
ก็เพราะคุณลักษณะความเป็นพิทบูล ไม่ใช่คุณลักษณะในการเดินโชว์ อย่างในปัจจุบันนี้
หมาที่ได้รับการยอมรับในยุคนั้นก็คือหมาที่ขึ้นอยู่กับสองสมาคมนี้
UKC และ ADBA และสิ่งหนึ่งที่ช่วยยืนยันได้ว่า พิทบูลได้รับความนิยมมากกว่า
สแตฟฟอร์ด ก็คือราคาจำหน่ายของลูกสุนัข เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วราคาของลูกสุนัขแตกต่างกันมาก
คนที่ขึ้นอยู่กับ AKC มีการนำสุนัขมาขึ้น กับ UKC เพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นพิทบูลด้วยเพราะ
UKC เปิดกว้างยอมรับว่ามันเป็นพันธ์เดียวกัน ถ้าคุณคิดว่าระดับชั้นของ
แชมป์ทาง AKC สูงกว่าทาง UKC แล้วทำไมคนจึงนิยมการทำ Dual Register
หรือการนำสุนัขไปขึ้นทะเบียนกับทั้งสองสมาคมละ ทำไมไม่เลือกอันที่สูงสุดอันเดียวไปเลย
และผมขอร้องเลยนะครับ ว่าอย่าพยายามแบ่งกลุ่ม หรือสร้างความแตกแยกทางความคิด
ในกลุ่มคนเลี้ยงพิทบูลเลย ไม่มีแนวทางใหนที่ยืนยงไปตลอดกาล คุณควรใช้ความรู้ที่มีอยู่ในทางสร้างสรรค์ดีกว่า
อย่าใช้ความรู้ที่คุณมีในการทำร้ายหรือทิ่มแทงคนอื่นเลยครับ ผมเตือนด้วยความหวังดี
ผมจึงอยากแนะนำให้ลองทำดู ไม่ยากเลยแค่เปลี่ยนชื่อใหม่อีกสักครั้ง
แล้ววันหนึ่งคุณจะรู้ว่าทำไมเพื่อนคุณถึงมากขึ้นเรื่อยๆ กะแสความนิยมมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
มิตรภาพเท่านั้นที่อยู่ได้อย่างยังยื่น รูปแบบของสุนัขในอดีตกับปัจจุบัน
คุณก็คงเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผมจึงอยากให้ยึดวัตถุประสงค์หลักที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
ว่าจริงๆแล้วการเลี้ยงสุนัข ถือเป็นกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลาย และอยากให้แต่ละคนเลี้ยงสุนัขในแบบที่ตัวเราชอบครับ
การพัฒนาบางอย่างผมก็ไม่รู้ว่าเป็นการทำให้ดีขึ้นหรือเลวลง มันก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน
แต่ที่แน่ๆเลยคือถ้าการกระทำนั้นได้รับการยอมรับก็จะกลายมาเป็นมาตรฐานในที่สุด
ผมจะยกตัวอย่างให้ดู ถ้าเรานึกถึงชื่อของบูลด๊อกในปัจจุบันนี้ กับชื่อบูลด๊อกของในอดีต
ผมก็ไม่รู้ว่าความเป็นมาเป็นอย่างไร ใช่สายพันธ์เดียวกันหรือเปล่า
คุณจะเห็นว่าในอตีดมันคือหมาที่น่าเกรงขามมาก ผิดกับบูลด๊อกในปัจจุบันนี้
ที่ถูกพัฒนาและกำหนดมาตรฐานจากฝีมือของมนุษย์ จนออกมาอย่างที่เห็น
ถ้ามองที่ความน่ารักก็แน่นอนครับ และเลี้ยงแค่เป็นสัตว์เลี้ยงก็เหมาะ
แต่ถ้ามองที่ความสามารถอย่างอื่น อย่าคิดจะเอามันไปสู้กับวัวกะทิงเลย
แค่ให้มันเอาตัวรอดจากการรุมกัดของหมาข้างถนน หรือคลอดลูกเองให้ได้ก่อนก็พอแล้ว
กลับมาเข้าเรื่องของแต่ละคลับกันต่อนะครับ เราต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งว่า
เวลาเปลี่ยนสถานการณ์เปลี่ยนด้วย ความนิยมในพิทบูลมากขึ้น แต่ก็มีกระแสการต่อต้าน
พิทบูล เพราะผลพวงของการลักลอบกัดสุนัข ในกลุ่มคนบางกลุ่มเริ่มก่อตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ
เช่นกัน บวกกับกะแสความกลัวพิทบูลของคนที่ไม่รู้จัก พิทบูลจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร
และอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่พิทบูลทำร้ายมนุษย์ บวกกับสื่อบางกลุ่มที่นำเสนอข่าวทางด้านลบของหมา
พิทบูล อยู่ตลอด ตามเมืองต่างๆหลายเมือง เริ่มมีกฏหมายออกมาบังคับใช้ไม่ยอมให้มีการเลี้ยงพิทบูล
อีกต่อไป แต่เลี้ยงสแตฟฟอร์ดฯได้ สิ่งนี้จึงเริ่มมีส่วนเสริมให้ AKC
เริ่มมีบทบาทมากขึ้น คนที่นิยมสุนัขหลายคนต้องยอมนำสุนัขพิทบูล ไปขึ้นกับ
AKC ในชื่อสแตฟฯ เพื่อให้ได้สิทธิในการเลี้ยงต่อกันมากขึ้น จะเห็นได้ว่า
มีหมาหลายๆตัวที่ ขึ้นอยู่กับทั้งสองสมาคม (Dual Register) และผลพวงที่สำคัญอีกอย่างก็คือ
ชื่อของพิทบูลยังได้รับความนิยมมากกว่าเสมอ คนบางคนเลี้ยงสแตฟฯ เวลาคุยกันเขาไม่บอกว่าหมาเขาเป็นสแตฟ
แต่เรียกว่า พิทบูล เพราะชื่อ พิทบูลเทอร์เรีย นั้นเครดิตดีกว่า
มาถึงเรื่องมาตรฐานการประกวดของสุนัขพิทบูล ถ้าพูดถึงเรื่องมาตรฐานที่เขียนไว้ตามตำรา
การเขียนอธิบายด้วยตัวอักษร บางครั้งมันก็คลุมเครือชวนให้ตีความหมายได้หลายอย่าง
เพราะการอธิบายด้วยตัวอักษร มันค่อนข้างที่ทำให้เห็นภาพได้ยาก ตาของคนเรามองไม่เหมือนกัน
สาเหตุนี้เลยทำให้สุนัขที่จะได้ UKC Champion ต้องได้รับการตัดสินจากกรรมการสามคน
แต่จุดประสงค์ของการกำหนดมาตรฐานก็เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา จะเห็นว่าสุนัขในยุดใหม่ๆ
แตกต่างจากยุคต้นๆที่ กระแสการต่อต้านยังเข้มข้นอยุ่ แต่ลักษณะสุนัขพิทบูลกับสแตฟฯในยุคปัจจุบันนี้
มีความใกล็เคียงกันมาก โดยเฉพาะคนที่เข้ามาเล่นใหม่ๆ ไม่มีทางมองออก
แม้กระทั้งคนที่เล่นมานานก็ตาม ถ้าไม่ดูใบประวัติ แทบมองไม่ออกเลยว่าตัวใหนขึ้นอยู่กับคลับใหน
อีกอย่างที่มีอิทธิพลสำคัญ การเลี้ยงสุนัขในปัจจุบันนี้ ค่อนข้างอิงกระแสด้วย
มีการบรีดสุนัขไปในแนวทางที่คนนิยมมากกว่าที่จะยึดติดอยู่กับมาตรฐานเพียงอย่างเดียว
และมาตรฐานที่กำหนดไว้ในตำราเป็นการบรรยายโดยตัวอักษร มันก็เลยขึ้นอยู่ว่าใครจะตีความหมายเอนเอียงไปทางใหน
โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้าง การบอกว่าน้ำหนักตัวต้องเป็นสัดส่วนกับโครงสร้าง
สิ่งนี้บางครั้งมันก็พูดยาก ยกตัวอย่างในสุนัขพิทบูลเพศผู้กำหนดไว้ที่
สูง 19 นิ้ว น้ำหนัก 35-60 ปอนด์ แต่ดูหมาตัวดังๆที่คนนิยมในยุคใหม่นี้หลายตัว
น้ำหนักเกินจากนี้แทบทั้งนั้น หุ่นแต่ละตัวยังกับรถถัง แต่เราก็อ้างว่าดูสมส่วนกลมกลืนได้
เพราะว่าความกลมกลืนไม่รุ้จะเอาอะไรมาวัด แบบนี้ก็อาศัยการตีความหมายเอาจากข้ออนุโลมที่กำหนดไว้ในมาตรฐานใช่ใหมครับ
และคนก็นิยมกว่าด้วยจึงได้รับการยอมรับ

ปัจจุบันนี้การนำสุนัข พิทบูลไปบรีดกับสแตฟฯ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก
มีให้เห็นอยู่ทั่วๆไป หมาในยุคใหม่ๆ จึงมีหุ่นที่ดูบึกบึนทรงพลังน่าเกรงขาม
จะบอกว่าเป็นพิทบูล หรือเป็นสแตฟก็ได้ และบรรดานักเขียนที่แต่งตำราออกมาในยุคใหม่ๆ
มักจะเลี่ยงการขีดเส้นแบ่งระหว่าง พิทบูล กับ สแตฟฟ์ ให้ชัดเจน แถมมีบางคนที่เขียนออกมาในลักษณะที่ว่าเป็นพันธ์เดียว
กันอีกด้วย เดียวนี้คนที่เข้ามาเล่นในยุคใหม่ อาศัยการอ่านเอาจากหนังสือเหล่านี้ประกอบ
ประกอบกับคนเลี้ยงพิทบูลในยุคแรกๆ เริ่มหดหายลงไป กลายเป็นผู้เลี้ยงยุคใหม่เข้าแทนที่
เมื่อคนรุ่นใหม่ใช้ตำราเหล่านี้ในการอ้างอิง ก็เลยทำให้หนังสือเหล่านี้ได้รับการยอมรับไปด้วย
อิทธิพลของหนังสือที่มีต่อคนยุคใหม่ ก็เริ่มกลืนข้อมูลในยุดแรกเริ่มไปในที่สุด
ผมขอยกอีกหนึ่งตัวอย่างให้เห็นชัดๆ กรณีหมาไทยของเราเอง กระแสความนิยม
และแนวทางก็มีส่วนช่วยผลักดัน ให้สุนัขรุ่นใหม่ๆ แตกต่างจากในอดีตมากพอสมควร
จากที่เห็นอยู่ในทุกวันนี้ ถ้าเกิดอีกสิบปีข้างหน้า ถ้าหากมีคนสามารถบรีดให้หมาไทยหลังอานมีลำตัวที่หนาแบบพิทบูลได้
อาจจะได้รับความนิยมกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ก็ได้ ถ้าถามคนที่เล่นหมาในปัจจุบัน
กับคนที่เคยเลี้ยงอยู่ในอดีต ว่าลักษณะหมาไทยที่ถูกต้องคือแบบใหน น้ำหนักของคำตอบที่น่าเชื่อถือ
น่าจะออกมาทางคนที่เล่นอยู่ในปัจจุบันมากกว่า ถามว่าใครถูกใครผิด ตอบอยากครับ
กระแสความนิยม มันก็เปลี่ยนไปตามสมัยครับ เพราะฉนั้นอย่าแปลกใจถ้าผู้เชียวชาญ
หรือผู้แต่งตำราเกี่ยวกับหมาไทย ไม่ใช่คนจังหวัดตราด ผมจึงอยากเสนอชอบแบบใหนเล่นแบบนั้นดีที่สุด
แล้วสังคมก็จะอยู่อย่างสงบ
การประกวดพิทบูลในเมืองไทย ปัจจุบันนี้ยังหาข้อสรุปที่ลงตัวไม่ได้
จะอิงกับสมาคมหลักในเมืองไทยยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย เพราะสมาคมเองก็ยังขาดคนที่มีความรู้เกี่ยวกับพิทบูล
ยังมีการรับจดทะเบียนมั่ว ไม่เชื่อลองเช็คดูได้ มีหมาจมูกแดง กับหมาสีขาวทั้งตัว
ขึ้นทะเบียนในชื่อ สแตฟฟอร์ดอยู่ด้วย มีจดทะเบียนไปแล้วหลายตัว เพิ่งจะมาระงับเมื่อไม่นานนี้เอง
คนที่บุกเบิกและพอจะแนะนำว่าจะเอาแบบใหนแน่ในเมืองไทยยังไม่มี คนรุ่นใหม่อีกเยอะที่ยัง
ไม่รู้จะเดินทางใหน คนที่เลี้ยงมานานบางคนตอนนี้ก็ยังไม่มีแนวทางของตัวเอง
ผมเองก็กำลังมองหาคนที่เชี่ยวชาญจริงๆ เพื่อขอความรู้เพิ่มเกี่ยวกับการประกวด
วันหนึ่งผมอาจจะจัดประกวดเองก็ได้ใครจะรู้ แต่ตอนนี้ยังหาไม่ได้ ไอ้ที่มีอยู่รวมถึงตัวผมด้วยก็รู้แค่ปูๆปลาๆ
แทบทั้งนั้น ไอ้ที่พอจะรู้ก็เน้นแต่สายหมาของตัวเอง หมาของคนอื่นแย่หมด
มีการปกปิดข้อบกพร่องของหมาตัวเองด้วย พูดแต่สิ่งดีๆ สิ่งไม่ดีไม่พูด
สิ่งนี้ก็คือที่มาว่าทำไมผมจึงรู้สึกเฉยๆกับการประกวดสุนัขในเมืองไทย
การจะนำพิทบูลเข้าไปชนะในรอบลึกๆ น่าจะยากกว่า การส่งหมาพันธ์อื่นเข้าไป
เพราะข้อแตกต่างของพิทบูลที่เข้าประกวด กรรมการที่ใช้ในการตัดสิน ผมยังหาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้เลย
ว่าตกลงแล้ว เขาใช้หลักเกณฑ์อะไรในการตัดสิน คนที่ขนะก็ไม่รู้ว่าขนะได้อย่างไร
คนที่แพ้ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงแพ้
ที่เขียนมานี่ผมรู้ว่ามันค่อนข้างหมิ่นเหม่ ข้อมูลมีโอกาสผิดพลาด
และไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ เพราะอาศัยการเขียนจากความทรงจำ และประสพการณ์เท่านั้น
แต่จุดประสงค์ที่ผมเขียนก็เพียงเพื่อเสนอมุมมองอีกด้านหนึ่ง ที่เคยรู้มา
ผมอยากให้เลี้ยงหมากันอย่างมีเหตุผล อย่ายึดติดกับบางสิ่งจนเกินไป
จนลืมแก่นแท้ของการมีสัตว์เลี้ยง วัตถุประสงค์ของการมีสัตว์เลี้ยง
ก็เพื่อผ่อนคลายความเครียดจากกิจวัตรประจำวัน แต่ไอ้ที่ถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
แทนที่จะผ่อนคลาย กลับเครียดหนักเข้าไปอีก มันค่อนข้าง ผิดวัตถุประสงค์จริงใหมครับ
และผมเชื่อว่าข้อมูลแบบนี้ไม่ได้หาอ่านได้ง่ายๆ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้
แต่ผมก็ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะ หากท่านใดที่อ่านแล้วเจอความผิดพลาด
เพื่อนำมาปรับปรุงครับ