
บันทึกตอนนี้ขอเล่าถึงความเป็นมาของอาหารสุนัขเอ๊ฟวัน และเขียนถึงเรื่องราวอื่นๆด้วย
เนื่องจากไม่ได้เขียนบันทึกตอนใหม่ก็นานพอดู และมีผู้ให้ความสนใจสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับอาหารตัวนี้เข้ามามากพอสมควร
ขอใช้เนื้อที่ส่วนนี้เล่าให้ฟังเพื่อจะได้มีความเข้าใจตรงกัน ไม่อยากให้มีการแปลเจตนาผิด
และนำไปสู่การขัดแย้งทางความคิดเหมือนเช่นในอดีต ตอนนี้ก็เริ่มมีคนลองภูมิออกมาบ้างแล้ว
จึงต้องรีบชี้แจงให้ทราบ ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ก็ขออย่าให้ต้องนำมาเป็นประเด็นในการแบ่งฝ่ายต่อกันเลย
ใครชอบจะสนับสนุนก็ขอขอบคุณ ใครไม่ชอบก็เลือกใช้สิ่งที่ตัวเองชอบ ขอให้เวลาเป็นสิ่งพิสูจน์ผลงาน
หรือคิดว่าสิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกก็แล้วกัน และอยากให้มองถึงความปรารถนาดี
ที่ผมนำเสนอให้ดีกว่าคอยจ้องทำลายเพียงเพราะว่าแนวความคิดไม่ตรงกัน เพราะกว่าที่ผมจะมีวันนี้มาได้
ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิที่ผมมีอยู่คงจะไม่คิดอะไรตื้นๆ
หาประโยชน์ใส่ตัวอย่างไม่มีจรรยาบรรณแน่นอนครับ
ผมดีใจและภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจจากท่านเจ้าของสุนัขมากมายหลายท่าน
ให้การสนับสนุนเข้ามามากกว่าที่คาดคิดไว้เยอะ คำชมและแรงใจที่ส่งมาให้เป็นเกียรติยศที่มีคุณค่าทางจิตใจต่อผมมาก
และสิ่งนี้กว่าจะได้มาต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย จึงอยากจะรักษาเกียรติยศอันนี้ไว้
ให้อยู่คู่กับตัวเองและวงศ์ตระกูลตลอดไปตราบนานเท่านาน

แบบนี้พอไหวหรือเปล่า?
ลงรูปให้ดูเล่นๆ อย่าคิดมากนะครับ...
อาหารอะไรที่เหมาะสำหรับการใช้เลี้ยงสุนัข
ผมยังจำได้ว่าสมัยเด็กๆ อยู่ที่บ้านต่างจังหวัด ติดชายแดนประเทศกัมพูชา
ที่บ้านเลี้ยงสุนัขทีละเป็นฝูง เพื่อเฝ้าเหมือง อาหารที่ใช้เลี้ยงสุนัขเหล่านั้นก็คือปลายข้าวราดด้วยเศษเนื้อต้ม
และเศษอาหารที่เหลือจากคนงานทำเหมืองพลอย อาหารชนิดนี้ใครใช้เลี้ยงสุนัขอยู่ก็คงรู้ว่า
ทรงคุณค่ามากมายขนาดไหน สุนัขกินแล้วอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี และรู้สึกว่าสุนัขจะชอบกินมากว่าอาหารเม็ดสำเร็จรูปเสียด้วย
จนกระทั่งผมมีโอกาสได้เข้ามาเรียนหนังสือในตัวเมือง ผมก็ยังเลี้ยงสุนัขด้วยข้าวคลุกกับไข่ดาว
เพราะว่าสะดวกและง่ายดี คนกินด้วยหมากินด้วย มาถึงตอนสมัยที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย
ความที่เป็นคนชอบเลี้ยงหมา ผมก็จะมีหมาตัวใหม่ๆมาเลี้ยงเสมอ แต่เนื่องจากรายได้ยังไม่มี
ผมใช้โครงไก่และคอไก่สับต้มราดข้าวให้หมากิน เพราะว่าหาง่ายและราคาถูก
และบ้านก็อยู่ใกล้กับแหล่งซื้อด้วย พอเรียนจบเริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง
จึงเริ่มใช้อาหารเม็ดมากขึ้น สุนัขตัวไหนแพงหน่อยและลูกหมาก็ให้กินอาหารนอก
ส่วนตัวทั่วๆไปก็กิน ซีพี เพราะตอนนี้เริ่มทำงานแล้วเวลาไม่ค่อยมีเหมือนเมื่อก่อน
การใช้อาหารเม็ดจึงเป็นทางออกที่ดีและสะดวกมากๆ ผมเลยกลายเป็นคนที่ชอบเลี้ยงสุนัขด้วยอาหารสำเร็จรูปมาจวบจนปัจจุบันนี้
จุดหักเหของชีวิต
เวลาผ่านไปหลายปี การดำเนินชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย มีทั้งขึ้นสูงและลงต่ำ
และโชคดีที่ได้ไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศนานพอควร ได้รู้ได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง
สิ่งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนการดำเนินชีวิตผมไปอย่างสิ้นเชิง เวลาอยากรู้อะไรผมจะสืบเสาะจนได้คำตอบอย่างถ่องแท้
และความที่ผมเป็นคนไม่ชอบยอมแพ้อะไรง่ายๆ ไม่เคยเชื่อถือเรื่องโชคชะตา
และออกจะเกเรบ้างในบางครั้ง คนอื่นไปเรียนแค่ปีครึ่งถึงสองปีก็จบ แต่ผมใช้ชีวิตโลดโผนไปหน่อย
หนักไปทางบันเทิงมากกว่าจะสนใจทางด้านการเรียน คนอื่นรีบเรียนรีบจบ แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น
เพราะว่าตอนที่ผมอยู่ต่างประเทศ เศรษฐกิจบ้านเรากำลังแย่ ขืนรีบจบกลับมาก็คงตกงานอยู่ดี
เลยใช้ชีวิตที่นั่นให้คุ้มค่าเสียก่อน
ผมตระเวนเที่ยวทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อกอบโกยประสบการณ์ให้มากที่สุด
ได้รู้ได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างของบ้านเมืองเขา และต้องยอมรับเลยว่าเขาพัฒนาไปมากกว่าเราเยอะ
เห็นได้ชัดเจนว่าความแตกต่างกันนี้มาจาก ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราเมื่อเทียบกับบ้านเขาขาดความเป็นผู้นำ
อวดเก่งอยู่แต่ในบ้านของตัวเองพอออกไปยืนในเวทีโลกจริงๆแล้วก็หงอ ต่อรองอะไรไม่เป็น
นอกจากต่อรองเรื่องเก้าอี้ เป็นงานโคตรถนัด กับการทิ่มแทงใส่ร้ายคู่ต่อสู้ทางการเมือง
เพื่อให้ตัวเองได้ดี นิสัยแบบนี้อาจจะเป็นเพราะระบบรากฐานการศึกษาบ้านเรา
ไม่เน้นการสอนคนให้รู้จักคิด ยึดตึดกับระบบมากเกินไป โดยเฉพาะระบบราชการที่ชักช้าอืดอาดยึดหลักอวุโสอย่างไม่มีเหตุผล
การเคารพคนรวยหรือคนมีอิทธิพลมากกว่าคนดี เรียนหนังสือตามตำราอย่างเดียว
ทำให้ขาดความเป็นผู้นำ ไม่กล้าที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ๆ
ความเป็นผู้นำกล้าตัดสินใจ ทำให้ประเทศเขาเจริญล้ำหน้าเราหลายช่วงตัว
ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด สายรัดอกสำหรับจูงสุนัข
และปลอกคอถ่วงน้ำหนัก (600 กรัม)
กล้าคิดกล้าพูดในสิ่งที่ถูกต้อง
แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเรา กลัวการเปลี่ยนแปลง บางครั้งไม่กล้าแม้แต่จะคิดนอกกรอบ
เห็นได้ชัดเจน นายกคนก่อนของเราใช้เวลานานมากกว่าจะถึงจุดสูงสุดของชีวิต
แต่ไม่ได้สร้างผลงานอะไรที่เป็นรูปธรรมมากนัก ยอมรับได้เพียงอย่างเดียวคือภาพพจน์ความซื่อสัตย์
แต่ว่าช้างุ่มง่ามไม่ทันกิน ปัญหาต่างๆจึงหมักหมมมาจนทุกวันนี้ แต่นายกคนปัจจุบันแรกๆผมก็ไม่ยอมรับเท่าไร
แต่เดี๋ยวนี้ต้องยอมรับว่าท่านกล้าคิดกล้าทำ จนมีผลงานออกมามากมาย ยังไม่รวมถึงฝีมือทางด้านการบริหารที่ใช้ระยะเวลาไม่นานก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต
จะเห็นกันแล้วว่าโลกมันเปลี่ยนเร็วมาก เราต้องก้าวตามให้ทัน เวลาเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก
และเป็นสิ่งที่เสียไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับมาได้
อย่างล่าสุดเห็นนายแพทย์แก่ๆไม่แน่ใจว่าสติเลอะเลือนหรือเปล่า ออกมาอัดคุณหมอพรทิพย์ทางสื่อต่างๆซะเสียหาย
เพียงเพราะว่ามีอีโก้เรื่องหลักการเพียงอย่างเดียว กอดติดกับตำราและหลักการโบราณ
จนไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้วิทยาการเขาก้าวล้ำไปถึงไหนแล้ว งานนี้ผมเข้าข้างแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์อย่างสุดตัว
ด้วยเหตุผลว่า หากหลักการมันห่วยยึดถือไปก็ไม่มีประโยชน์ ควรมีการพัฒนาวิธีการทำงานใหม่ๆบ้าง
อยากรู้จริงๆว่าสี่ปีก่อน นายแพทย์ท่านนี้ไปหลบอยู่ตรงซอกมุมไหน ไม่เห็นออกมาให้ความเห็นแบบนี้
กี่คนแล้วที่ตายฟรีโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็มีคุณหมอพรทิพย์นี่ละ
ที่เป็นความหวังของคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมทุกคน และสิ่งที่เห็นๆก็คือคุณหมอพรทิพย์ออกมาด้วยใจ
ด้วยความเสียสละ ทุ่มเทในสิ่งนี้มานานแล้ว ไม่รู้ว่าบรรดาคุณหมอท่านอื่นที่ออกมาต่อต้านทำไปด้วยความหวังดี
หรืออิจฉาในความดังแบบฉุดไม่อยู่ของคุณหมอพรทิพย์กันแน่
ความน่าเบื่อของสังคมไทย
ขอความกรุณาหยุดเสียทีเถอะครับการเห็นคนอื่นได้ดีแล้วต้องออกมาถล่ม
หยุดความคิดที่จะจ้องทำลายคนอื่นเอาเวลาไปทุ่มเททำงานเพื่อชาติบ้านเมืองจะเกิดประโยชน์กว่า
หากคิดว่าวิธีการเขาไม่ดีควรเสนอวิธีที่ดีกว่า ดีกว่าคอยจับผิดหรือพูดแต่ความผิดพลาดของเขา
ผมเชื่อว่าคุณหมอพรทิพย์ที่ดังมาจนทุกวันนี้เพราะผลงานและความดีที่สั่งสมมา
หาใช่ดังเพราะชอบโปรโมทตัวเองอย่างที่ถูกกล่าวหา ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พฤติกรรมแย่ๆแบบนี้จะหมดไปจากสังคมไทยเสียที
ความบันเทิงของชีวิต
ชีวิตที่ต่างแดนผมเริ่มเรียนจริงๆ ก็เริ่มขึ้นปีที่สี่ของการใช้ชีวิตที่นั่น
พอจบปุ๊บก็เดินทางกลับทันที และโชคดีสองต่อ ผมได้งานภายในสองเดือนหลังจากเดินทางกลับ
ในขณะที่เพื่อนผมหลายคนที่เดินทางกลับมาก่อนผมเป็นปียังไม่ได้งาน ในวันนี้ผมทำงานกับบริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง
และยังเป็นหุ้นส่วนในอีกหลายธุรกิจ ใครจะมองว่าผมเป็นนักธุรกิจก็ย่อมได้
และโปรดกรุณาอย่ามองว่านักธุรกิจจะต้องทำอะไรเป็นเงินเป็นทองไปหมด นักธุรกิจก็ต้องการกิจกรรมเพื่อความผ่อนคลายบ้าง
เพราะชีวิตแต่ละวันค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร ย่อมมีบ้างที่อยากจะทำอะไรที่มันสะใจหรือให้ความบันเทิงกับชีวิตสักอย่างสองอย่าง
การเล่นกีฬา เช่นกอล์ฟ หรือการเลี้ยงสุนัขรวมถึงกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง
จึงเป็นคำตอบได้อย่างดีเยี่ยม ผมได้พบประผู้คนจากหลายสาขาอาชีพ และเกือบทุกวงการ
และมีความหลากหลายในเรื่องของอายุอีกด้วย เพื่อนในกลุ่มนี้สามารถพูดคุยในเรื่องทั่วไป
ไม่เฉพาะแต่เรื่องงาน รู้สึกสนุกจึงอยากจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่สมาชิกในกลุ่ม
และด้วยพื้นฐานของการเป็นนักบริหาร จึงอยากอาศัยความรู้ความชำนาญทางด้านบริหารที่มีอยู่
จัดกิจกรรมต่างๆออกมา จนเป็นที่มาของชมรมคนรักพิทบูลและเว็บแห่งนี้ ปัญหาหนึ่งที่ผมได้ยินเสมอจากคนเลี้ยงสุนัข
ก็คือเรื่องโภชนาการสุนัขและราคาอาหารสุนัขที่พวกเขามั่นใจในคุณภาพมันแพงเกินไป
จึงมีคนเสนอให้ผมช่วยต่อรองหาอาหารสุนัขคุณภาพดีราคาถูกมาใช้ในชมรม ปัญหานี้ขี้ปะติ๋วมากสำหรับผม
ยิ่งถ้ามีการรวมกลุ่มได้อย่างนี้จะทำอะไรก็ง่าย ก็เลยลองทำ
ไม่ลองก็ไม่รู้
จากการสำรวจราคาที่ทุกคนพอใจคือน่าจะอยู่ที่ประมาณ 650 บาทต่อถุง ผมติดต่อไปสองสามแห่งไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับชมเราของพวกเรามากนัก
ส่วนลดที่ได้เพียงเล็กน้อย ผมจึงได้ขอความอนุเคราะห์ไปที่อาหารสุนัขด๊อกกิ้น
และเขาก็ให้ข้อเสนอทีดีแก่ชมรมเรา แต่มีเงื่อนไขคือปริมาณการใช้ต้องเดือนละ
50ถุง ซึ่งในช่วงแรกๆทุกคนก็ช่วยกันมาแบ่งเอาไป ไม่เป็นภาระแก่ผมมากนัก
เพราะว่าผมต้องซื้อมาเก็บไว้เองและจ่ายเงินล่วงหน้าไปก่อน แต่ช่วงหลังๆการแข่งขันในตลาดสูงมากขึ้น
ยี่ปั๊วรายใหญ่ลดราคาลงมา มีสมาชิกหลายท่านไม่มาเอาเหมือนแต่ก่อน เพราะเขาสามารถหาซื้อจากที่อื่นได้ราคาถูกกว่า
แต่การที่ผมจะไปขอให้ทางด็อกกิ้นลดราคาลงมาให้อีก ย่อมไม่ใช่ทางออกที่ดีอย่างแน่นอน
เพราะว่านั่นจะเป็นการแสดงให้เขาเห็นว่า ชมรมของเราไม่ได้มีพลังอะไรเลย
เป็นการรวมกลุ่มแบบหลวมๆไม่แตกต่างจากชมรมอื่น และความไม่เหนียวแน่นนี่เองคือจุดสำคัญ
ทำให้ขาดพลังในการต่อรอง และหลายชมรมก็ล้มเหลวเพราะขาดสิ่งนี้ หรือว่าหากคนในกลุ่มยังห่วงแต่ตัวเองมากกว่ากลุ่มก็ไปไม่รอดเหมือนกัน
ทุกปัญหามีทางออก
แต่เนื่องจากผมไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆอยู่แล้ว การจะไปร้องขอความช่วยเหลือจากเขาอีกครั้งในเรื่องเดิมที่เราไปเสนอเขาไว้เอง
เป็นสิ่งที่แย่มากในสายตาผม เพราะเงื่อนไขทุกอย่างเราเป็นฝ่ายเสนอไปแทบทั้งนั้น
พอทำไม่ได้ก็ขอเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่มันช่างน่าอายเสียเหลือเกิน เขาคงจะดูถูกเอาว่า
นี่หรือพลังของคนชาวพิทบูล ผมรู้สึกเสียใจบ้างกับหลายคนที่ทิ้งผมไป โดยหันไปซื้อจากแหล่งอื่นที่ราคาถูกกว่า
คิดจะหยุดหลังจากหมดล๊อตสุดท้าย แต่ในขณะเดียวกันผมกลับมีกำลังใจจากพลังเงียบบางกลุ่มที่คอยสนับสนุนผมมาตลอด
และมักจะออกมาทุกครั้งในยามที่ผมท้อแท้ เขาให้การสนับสนุนช่วยสั่งซื้อโดยตลอด
แต่ปริมาณก็ยังไม่สามารถทำได้ที่ 50ถุงต่อเดือน มีบางท่านเข้าใจปัญหาพยายามช่วยสั่งซื้อมาจากต่างจังหวัด
ผมคิดดูแล้วหากร่วมค่าขนส่งแล้วราคาก็พอๆกัน แต่เขาก็พยายามช่วย ผมยอมรับว่าทราบซึ่งในน้ำใจของคนกลุ่มนี้มาก
แต่น่าเสียดายที่ส่วนมากเขาจะอยู่ไกล การสั่งซื้อจึงยังไม่สม่ำเสมอ วันนี้ผมมีโอกาสได้ตอบแทนแล้วด้วยอาหารราคาเดียวกันทั่วประเทศส่งให้ถึงที่ไม่คิดค่าส่ง
กำลังใจคือสิ่งสำคัญ
ที่ผมพยายามต่อสู้เรื่องนี้มาตลอด เพราะกำลังใจจากทุกท่านเหล่านี้ แต่ก็เกือบๆจะหยุดก็หลายครั้ง
เพราะว่าไม่ค่อยมีเวลา วันหนึ่งโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ ผมเจอกับร้านเพ็ทช๊อปแห่งหนึ่งใกล้บ้านผมเอง
กิจการไม่ค่อยดี เปิดๆปิดๆอยู่เสมอ จึงได้เอ่ยปากขอซื้อกิจการ และเขาก็ตกลงขายให้
นี่ก็เป็นก้าวแรกของกิจการร้านเดอะเพ็ทมาร์ทที่หลายคนรู้จักกันแล้ว เนื่องจากการดำเนินการในรูปของธุรกิจ
สามารถตัดสินใจได้เลยไม่ต้องรอ สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเอง จึงมีความมั่นคงกว่า
ที่นี้นี่เองที่ช่วยรับภาระส่วนเกินของจำนวนที่เหลือจากการใช้ในชมรม
ผมขายให้กับคนทั่วไปในราคา 680 บาท ได้กำไร 30 บาท นอกจากนี่ผมก็ยังหาสินค้ามาเพิ่มเติมจนเต็มร้าน
กะว่าจะให้ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองเร็วที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายอย่างที่ใจคิด
ผมเรียนรู้จากที่นี่เองว่า ร้านเพ็ทชอป ไม่ได้มีกำไรมากแต่อย่างใด เพราะการแข่งขันสูงมาก
เราจึงเห็นว่าราคาไม่เคยนิ่ง ไม่ว่าเราจะขายถูกอย่างไรก็ยังมีคนซื้อได้ถูกกว่าเสมอ
เริ่มเขาใจหัวอกของร้านเล็กๆก็ตอนนี้ละครับ ขายแพงคนก็หนีเข้าห้างหมด
ขายถูกก็ขาดทุน ร้านที่อยู่ได้ต้องเป็นร้านใหญ่ๆและมีหลายสาขา เพื่อเอาไว้ต่อรองราคากับบริษัทฯ
ผมจึงต้องหาพันธมิตร ด้วยการไปรับของจากยี่ปั่วใหญ่รายหนึ่ง ถ้ารับของจากโรงงานโดยตรง
ราคาที่ได้รับรองไม่มีทางขายได้
เรียนรู้จากชีวิตจริง
หลังจากผมทำธุรกิจด้านนี้ได้สักพักก็เริ่มจับทิศทางได้ว่า ทำไมเจ้าของเดิมจึงขายกิจการให้ผมอย่างง่ายดาย
เพราะธุรกิจนี้ร้านเล็กๆไม่มีทางอยู่ได้ เนื่องจากปริมาณการสั่งซื้อน้อยราคาจึงไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้
ถูกร้านใหญ่ๆขายตัดราคา และร้านที่ผมทำอยู่ก็อยู่ใกล้สวนจตุจักรมีนบุรีด้วย
ที่สวนฯจะชอบขายของตัดราคามาก และลูกค้าจะเช็คราคาก่อนมาซื้อทุกครั้ง
ผมเคยนึกหมั่นไส้เจ้าของร้านที่สวนฯที่ชอบขายตัดราคา เคยคิดจะไปเช่าร้านข้างๆ
แล้วขายตัดราคาบ้างเอาให้เจ๊งไปข้างหนึ่งเลย กะจะเอาให้เข็ด อยากรู้ว่าเวลาโดนคนอื่นทำบ้างจะรู้สึกอย่างไร
คิดว่าใครทุนยาวกว่าก็จะได้ขายคนเดียว แต่หาแผงว่างไม่ได้ ไม่อย่างนั้นละก็สนุกแน่
ด้วยเหตุนี้ผมไม่มีทางเลือกที่ร้านจึงจำต้องขายขาดทุนบ้างตั้งราคาเท่าสวนฯ
หรือบางทีถูกกว่าไปเลย และที่สำคัญที่สุดราคาต้องถูกกว่าห้าง โดยตั้งงบประมาณสนับสนุนการขาดทุนไว้ส่วนหนึ่ง
จนกระทั้งลูกค้าในละแวกนั้นหันมาซื้อที่ร้านผมแทน
แหล่งความรู้มีอยู่ทั่วไป
หลายคนคงสงสัยว่าขายขาดทุนจะขายไปทำไมใช่ไหมครับ คำตอบก็คือ เนื่องจากหลวมตัวเปิดไปแล้ว
จะถอยก็ถอยไม่ได้ต้องเดินหน้าต่อ หากไม่ทำอะไรเลยก็คงรอวันตายเหมือนรายแรก
เสียดายความรู้ที่ร่ำเรียนมา แต่วิธีการที่ผมนำมาใช้นี้เป็นหลักการพื้นฐานที่นำมาจากการบริหารธุรกิจหลายๆตัวที่ผมทำอยู่
คือต้องกล้าได้กล้าเสีย ซื้อใจลูกค้า พอเรามีลูกค้ามากขึ้นอำนาจต่อรองก็มากขึ้นตาม
ส่วนลดก็มากขึ้นกำไรก็จึงได้มาจากส่วนนี้ ข้อสำคัญอย่าไปเอาเปรียบหรือผลักภาระลงที่ผู้บริโภค
และต้องซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเสมอ พยายามดึงมวลชนเข้าไว้ หลักการนี้เป็นหลักการง่ายๆของธุรกิจข้ามชาติหลายๆราย
ที่กำลังนำมาใช้และประสบความสำเร็จในประเทศเรา เขาเข้ามาแรกๆขายถูกจนร้านค้าเล็กๆเจ๊งเป็นแถว
พอขายดีมากๆไม่มีคู่แข่งก็ไปกดราคาโรงงานมาขายอีกที ทำกำไรอื้อซ่า ต่อมาภายหลังก็เหลือแต่ห้างดังๆยักษ์ใหญ่ไม่กี่รายอย่างที่เห็น
เลิกคิดว่าแค่นี้ก็ดีแล้ว มีโอกาสต้องก้าวต่อไป
กิจการร้านเพ็ทมาร์ทเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่ายังไม่มีความมั่นคงพอ
เพราะว่าราคาอาหารสุนัขในตลาดขึ้นลงตลอดเวลา ลูกค้ามักต่อรองเวลาที่เขาเจอที่ไหนราคาถูกกว่า
ผมลองคิดดูเล่นๆ ว่าจะเป็นไปได้ไหม ที่จะทำอาหารดีๆแต่ราคาเดียวทั่วประเทศ
ที่สำคัญที่สุดต้องเป็นอาหารคุณภาพดีราคาถูก หากว่าผมทำได้คนที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือผู้บริโภค
นี่ก็คือจุดกำเหนิดของ F1 ครับ
ผมลองสอบถามลูกค้าว่าอาหารอะไรที่เขาเชื่อมั่นมากที่สุด คำตอบจะเป็นยี่ห้อของต่างประเทศทั้งนั้น
เหตุผลที่เขาเลือกก็เพราะว่าเชื่อมั่นในคุณภาพ แปลกใจจังทำไมเขาไม่เชื่อมั่นฝีมือคนไทย
ทั้งที่ประเทศเราเป็นประเทศที่ส่งออกอาหารสัตว์แทบทุกชนิด รายใหญ่ของโลก
และวัตถุดิบแทบทุกอย่างประเทศเราก็มี ไม่เป็นไร ความเชื่อมั่นมันสร้างกันได้ถึงแม้จะต้องใช้เวลาหน่อย
แต่เมื่อผมสอบถามถึงความเหมาะสมเรื่องราคาของอาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันแพงเกินไป ผมลองคำนวณดูเล่นๆ อาหารสุนัขที่เขาบอกมาราคาเฉลี่ยตกกิโลกรัมละประมาณถึง
100 บาท ราคาขนาดนี้ผมสามารถซื้อสเต็กให้หมาผมกินได้เลย กินแล้วเท่ห์กว่าด้วย
หาคำตอบให้กับตัวเอง
ตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่าโจทย์ที่ยากที่สุดของผมคืออะไร ผมลองตั้งสมมุติฐานว่า
ถ้าสุนัขหนึ่งตัวกินอาหารวันละครึ่งกิโลกรัม ค่าอาหารที่สุนัขกินนี้ควรอยู่ที่ราคาเท่าไร
ข้อสรุปของผมคือถ้าอยู่ที่ 15บาทต่อมื้อก็น่าจะพอรับได้ แต่ว่าอาหารนี้จะต้องมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนตามที่สุนัขต้องการ
โดยไม่ต้องใส่อะไรเพิ่มลงไปอีก
นี่ก็คือที่มาของ F1 Econ อาหารตัวนี้ผมกล้ารับรองว่าคุณภาพไม่แพ้ของที่นำเข้าจากต่างประเทศทุกตัวที่อยู่ในเกรดเดียวกัน
ผมจับเอาสูตรและวัตถุดิบมาชนกันทุกตัว และมีความเชื่อว่านอกจากราคาจะถูกกว่าแล้ว
ยังได้เรื่องความสดใหม่ของอาหารและคุณค่าทางโภชนาการก็น่าจะดีกว่าด้วย
แต่สำหรับอาหารเกรดพีเมี่ยม F1 Advance คงมีคนสงสัยว่าอาหารเกรดพรีเมี่ยมเขาใช้อะไรเป็นตัววัด
แน่นอนมีอาหารหลายตัวในท้องตลาด วางตำแหน่งไว้ว่าเป็นเกรดพรีเมี่ยม โดยอาศัยว่าเป็นอาหารนอก
ตั้งราคาแพง เพื่อผลทางจิตวิทยา มีการใส่สารปรุงรสเพื่อกระตุ้นการกินด้วย
ใครที่เคยไปเมืองนอกก็คงเห็นว่าอาหารนอกหลายตัวราคามันเกินจริงไปหน่อย
ไม่เชื่อดูส่วนผสมที่ข้างถุงเปรียบเทียบดู ไม่ได้แตกต่างกันเลย ส่วนผสมหลายๆอย่างหาซื้อได้ง่ายและมีอยู่แล้วในประเทศไทย
การวัดคุณภาพอาหารเกรดพรีเมี่ยม เขาจะดูจากแหล่งที่มาของสารอาหารว่าใช้วัตถุดิบประเภทอะไร
เช่นอาหารเกรดธรรมดา แหล่งคาร์โบไฮเดรดจะมาจาก ข้าวโพด ไขมันจากน้ำมันปาล์ม
หรือไขสัตว์ โปรตีนก็ได้จากพวกเศษเนื้อหรือของที่เหลือจากกระบวนการผลิดอาหารที่ทำจากสัตว์ปีก
แต่พรีเมี่ยมเกรดจะใช้แป้งข้าวสารี หรือข้าวจ้าว เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรด
ใช้น้ำมันปลาทูน่า และน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน เป็นแหล่งไขมัน ทำให้ได้โอเมก้า3
กับ โอเมก้า6 ด้วย ส่วนโปรตีนก็จะใช้เนื้อไก่ เนื้อวัว หรือเนื้อแกะ
ที่มีการคัดคุณภาพ แต่เนื้อไก่จะย่อยได้ดีที่สุด เนื้อแกะย่อยยากแต่ช่วยลดอาการแพ้อาหารได้
ส่วนผสมอื่นที่จำเป็นก็จะมีแหล่งที่มาแตกต่างกันไป แต่ราคาอาหารตัวนี้ตกมื้อละ
21 บาท คิดว่าคงพอรับกันได้ จึงทำออกมาเพื่อสนองความต้องการของคนที่ชอบใช้อาหารพรีเมี่ยมเกรด
มองคนที่เหนือกว่า เป็นตัวอย่าง อย่าคิดแค่ว่าทำให้ดีเท่าเขา
ต้องทำให้ดีกว่าเขาให้ได้
หากถามว่าอาหารเอ๊ฟวัน คุณภาพเทียบเท่าอาหารตัวไหนในท้องตลาดคงตอบอยาก
ขอบอกเพียงว่าวัตถุดิบที่เราใช้เทียบเท่าหรือดีกว่าอาหารนอกทุกตัวในเกรดเดียวกัน
ผมไม่อยากจะทำไปชนกับของไทยด้วยกัน เพราะว่านอกจากจะไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้วยังทำร้ายธุรกิจของคนไทยด้วยกันเอง
อีกทั้งไม่สนองนโยบายของรัฐบาลแล้วยังไม่ตรงกับจุดมุ่งหมายที่ต้องการให้ได้ใช้ของดีราคาถูกด้วย
แต่จะไม่พูดว่าเราดีที่สุดและราคาถูกที่สุด มันเป็นไปไม่ได้แต่สิ่งที่ผมนำเสนอก็คือ
ด้วยคุณภาพขนาดนี้ราคาเพียงเท่านี้รับได้หรือเปล่า ถ้ารับได้ก็จบรับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
คงต้องมองหาที่ยี่ห้ออื่นเอาเอง หากจะแข่งกันที่ราคาผมคงสู้ไม่ไหว แต่ด้วยวิธีการจัดการผมไม่เคยกลัวใคร
ทำไมผมถึงทำอาหารเกรดพรีเมี่ยมออกมาราคาถูกกว่าของยี่ห้ออื่น ก็เพราะว่าผมไม่ต้องเสียค่าการตลาด
ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง และที่สำคัญผมเป็นคนมีเพื่อนที่จริงใจเยอะ
คบแต่เพื่อนแท้จะได้ไม่หลงทาง
ไม่มีใครในโลกนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้หากไม่มีเพื่อน คำๆนี้ใช้ได้เสมอกับทุกคน
ผมเองก็ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนๆพิทบูลหลายคนที่ช่วยกันสั่งเข้ามา
ไม่อย่างนั้นวันนี้ของยังคงเต็มโกดัง แต่ตอนนี้ผลิตเป็นล๊อตที่สามแล้ว
มีคำแนะนำเข้ามาเยอะ จนอาหารล็อตใหม่นี้ สีสันและความน่ากินดีกว่าสองล็อตแรกเป็นอย่างมาก
ผมให้ความสำคัญและแคร์ความรู้สึกของคนกลุ่มนี้มากที่สุด จะทำอะไรออกมาต้องคิดถึงคนกลุ่มนี้ก่อน
ฟังคำแนะนำและเอามาปรับปรุง หากไม่มีพวกเขาผมคงทำอะไรไม่สำเร็จ และผมไม่ค่อยแคร์ที่จะไม่คบคนที่ไม่จริงใจซะด้วย
เพราะคบไปก็เสียเวลาเปล่า เสียดายเวลาที่ต้องเสียไปอย่างไม่มีประโยชน์
เวลาของคนเราก็มีไม่มากนัก ผมจึงอยากใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทุกวันนี้เกียรติยศชื่อเสียงเงินทองก็มีตามสมควรแล้ว
ครอบครัวก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ลูกก็มีแค่คนเดียว จึงอยากทำอะไรดีๆ ตอบแทนเพื่อนๆและตอบแทนบุณคุณแผ่นดินแม่บ้าง
วันหนึ่งลูกผมโตมาเขาคงจะภูมิใจในสิ่งที่ผมทำ มากกว่าเงินทองที่ทิ้งไว้ให้
แต่มีแต่คนด่าตามหลัง
ยึดมั่นในสิ่งที่เป็นนิรันดร์
สิ่งนี้ผมตั้งใจไว้นานแล้วด้วย คิดไว้ตั้งแต่ตอนที่ชีวิตย่ำแย่สุดๆในอเมริกา
ในช่วงขึ้นปีที่สองที่ผมป่วยหนักและเงินก็ไม่ค่อยมี นอนซมอยู่ที่ห้องอย่างเดียวดาย
จะบากหน้าไปหยิบยืมเพื่อนก็เกรงใจและไปไม่ไหวด้วย ชีวิตช่วงนั้นมันเหงาและอ้างว้างแบบสุดๆ
รู้ซึ้งถึงสัจธรรมของชีวิตว่า ไม่มีที่ใหนในโลกนี้ที่อบอุ่นเท่ากับอยู่ที่แผ่นดินแม่ยิ่งได้อยู่ท่ามกลางญาติมิตรอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
เข้าใจเลยว่าเวลาคนเราจะตายสิ่งแรกที่คิดถึงก็คือพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง
แต่เวลามีความสุขเรากลับไปใช้ชีวิตกลับคนอื่นแปลกไหมครับ และเวลาตายไปแล้วสิ่งที่เราทิ้งไว้ก็เสื่อมสลายตามเราไปด้วย
แต่สิ่งหนึ่งที่จะคงอยู่ได้ตลอดไปไม่มีวันเสื่อมสลายก็คือความดี
มีโอกาสก็ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินบ้าง
ยิ่งวันที่เดินทางกลับมาเหยียบแผ่นดินไทย ผมรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นอย่างที่สุดเมื่อยืนอยู่บนผืนแผ่นดินนี้
นี่ก็คือว่าสาเหตุที่ทำไม ผมจึงใส่ใจกับความเป็นไปของบ้านเมืองที่มักจะสื่อออกไปกับหลายบทความที่ผมเขียน
กลายเป็นคนขวางโลก พูดจาตรงๆโดยไม่สนหน้าอินหน้าพรหม เห็นอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรก็มักจะเอามารวมลงโวยวายไว้ในบันทึกอันนี้
ถึงผมจะไม่ใช่คนดีโดยสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมทำนี้เป็นการตอบแทนบุญคุณแก่แผ่นดินบ้างตามสมควร
เท่าที่สถานภาพและกำลังผมจะทำได้ถึงจะดูว่าน้อยนิด แต่ก็ไม่แน่อาจจะมากกว่าคนที่ขันอาสาเข้าไปเป็นผู้แทนรับใช้ประเทศชาติ
แต่มีพฤติกรรมไร้ยางอาย ปากก็อ้างอุดมการณ์แต่พฤติกรรมโสมมเต็มไปด้วยอุดมกิน
ที่พวกเรามักเห็นเสนอหน้าสลอนตามสื่อทีวีหรือตามหน้าหนังสือพิมพ์อีกหลายๆคน
ท้ายสุดก่อนจากมีคำคมเจ็บๆที่ใช้ได้ตลอดกาลมาฝากทุกท่านครับ ให้ความหมายดีและลึกซึ้งมากขอเอามาประดับในตอนจบปิดท้าย
เพื่อเป็นเกียรติแก่บทความตอนนี้ ดังนี้
" ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว
"
และขอให้โชคดีมีชัย ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันทุกๆคนนะครับ