บันทึก ตอนที่ 6

ขนาดของพิทบูลในแบบของ UKC

Home Stories Clubs Mall Kennels


อเมริกัน พิทบูล ในแบบ UKC สไตล์

วันหยุด เสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้อยู่บ้านทั้งสองวัน ไปใหนไม่ได้เพราะฝนตก แผนการณ์ที่วางไว้ทั้งหมดก็เลยไม่ได้ทำ เช่น ปกติผมจะอาบน้ำให้สุนัข ทุกวันเสาร์ เพราะวันหยุดส่วนใหญ่ ผมจะนอนดู T.V. อยู่บ้าน ซึ่ง ไทเกอร์ (หมาผม) ก็ชอบมานอนดูด้วยกันบนเตียงเดียวกับผม ผมเลยต้องอาบน้ำให้ก่อน ในวันที่ผมอยู่บ้าน ไทเกอร์จะไม่ยอมห่างไปใหน มันนอนเฝ้าทั้งวัน ถ้าผมไม่จับเข้ากรง มันจะเดินตามมานอนข้างๆตลอด ขนาดผมอาบน้ำมันยังนอนเฝ้าที่หน้าห้องน้ำเลยครับ ผมถึงได้บอกเพื่อนๆ เสมอว่า ถ้าอยากเลี้ยงหมา ผมบอกว่าให้เลี้ยงตัวเดียวก็พอ เอาที่สายเลือดดีๆ ไปเลย เพราะสุนัขหนึ่งตัวจะอยู่กับเราอย่างน้อย 10 ปี ประโยชน์ ของการเลี้ยงตัวเดียว คือ เราจะมีเวลาดูแลเขามากขึ้น หมาก็จะมีความผูกพันธ์กับเจ้าของ เราพูด เราดุ หรืออาการที่เราแสดงออก มันจะจำได้หมด ทำให้มันฉลาด แต่การที่เราเลี้ยงหลายๆตัว การดูแลไม่ทั่วถึง ผมกล้าบอกได้เลยว่าโง่เกือบทุกตัว ที่ผมกล้าพูดเช่นนี้เพราะผมเจอมาแล้ว เมื่อก่อน ผมเคยเลี้ยงสุนัขทีเดียว 8 ตัว 6 สายพันธ์ คือว่าพันธ์ใหนกำลังนิยม ผมจะหาซื้อมาเลี้ยงหมด ตอนเช้า ตื่นขึ้นมา พวกมันดีใจก็เข้ามารุมกันมั่วไปหมด จะดุก็ไม่รู้จะดุตัวใหน จะสอนก็สอนไม่ได้ มันเยอะไปหมด ก็เลยโง่ทั้งคอก เคยเอาออกมาฝึกทีละตัว ไอ้ตัวที่อยู่ในกรงก็ร้อง บางตัวพอฝึกได้แล้ว เวลาอยู่ในกลุ่ม ก็เละไปหมด

ผมเห็นประโยชน์ ของการเลี้ยงสุนัขตัวเดียวก็ตอนที่ผมอยู่ อเมริกา ผมอยู่คนเดียว มีหมาเป็นเพื่อน มีเวลาดูแลเขามาก และหมาก็มีผมคนเดียวเป็นนาย กิจวัตร ประจำวันของผมมันจำได้หมด เช่นเวลาตื่น เวลาออกไปทำงาน เวลาที่ผมกลับบ้าน สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อหรือเปล่า ไทเกอร์ มันจำได้แม้กระทั่งเวลาตื่นนอนของผมทั้ง 7 วัน มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก เช่น ในวันที่ผมต้องตื่นเช้า ทุกครั้งที่ผมลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ผมเห็น คือ ไทเกอร์มันนั่งอยู่ข้างเตียงเอาคางเกยข้างเตียงมองดูผมอยู่ และในวันหยุดที่ผมตื่นสาย ไม่รู้ว่าไอแสบนี้ มันรู้ได้อย่างไร ขนาดผมตื่นลุกขึ้นมานั่งแล้วมันยังนอน กรนสนั่นอยู่ในตระกร้าของมัน ผมเดินเขาไปปลุก มันทำตาปรือมองหน้า แล้วนอนต่อ เอากะมันซิ พอผมเซ้าซี้มันมากๆ มันลุกขึ้นบิดขี้เกียจ 2-3 ที แล้วเดินไปหลับต่อที่โซฟา หน้าทีวี ที่ประจำของมัน อีกอย่างที่มันจะรู้ได้ทันที คือถ้าผมแต่งตัวชุดทำงาน มันจะนอนมองเฉยๆ แต่ถ้าผมแต่งชุดธรรมดา มันจะมานั่งคอยที่หน้าประตู ถ้าผมไม่หยิยสายจูงก็ไม่เป็นไร มันก็มองเฉยๆ ถ้าหยิบสายจูงเมื่อไร มันจะรีบเข้ามาหาทันที เพราะผมมักจะพามันออกไปนั่งรถเล่นเป็นประจำ ตอนหลังเพื่อนๆบ้านข้างห้องก็รู้ว่าผมมี หมาอยู่ในห้อง แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร อาจจะเป็นเพราะ ไทเกอร์ ไม่สร้างการรบกวนอะไร เขาก็เลยไม่โวยวาย


ตัวนี้แหละที่ทำให้ผมลืม ร๊อตไวเลอร์ ไปเลย

ขึ้นหัวข้อไว้ว่าจะพูดเรื่อง สนัขในแบบ UKC สไตล์แต่ดันออกนอกเรื่องไปเยอะพอสมควร
หวนกลับเข้ามาใหม่นะครับ ที่ผมอยากจะพูดถึงสุนัขในสไตล์ของ UKC ก็เพราะ ผมจะได้รับ e- mail ที่ถามมาบ่อยมากคือ ทำอย่างไรจะให้สุนัขตัวใหญ่ ผมก็ถามกลับไปว่าตอนนี้สัดส่วนเป็นอย่างไร และอยากจะให้ใหญ่แค่ใหน บางท่านสุนัขสูงกว่า 21นิ้ว น้ำหนัก 33 ก.ก. ( ประมาณ 73 ปอนด์) ผมก็เลยบอกไปว่า ที่มีอยู่นั่นก็ใหญ่มากแล้ว เพราะสุนัข พิทบูล เอาตัวที่เป็นแชมป์ ในอเมริกาเลยก็แล้วกัน น้ำหนักไม่เกิน 70 ปอนด์ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 50-65 ปอนด์เท่านั้น ความสูงก็ไม่เกิน 19 นิ้วครับ

มาพูดถึงเรื่องขนาด ของพิทบูลกันดีกว่า ที่อเมริกา คนที่ชอบการประกวดจะคัดสุนัขที่สูงไม่เกิน 19 นิ้วครับ บางตัวตอนเล็กๆ ได้ตำแหน่งมาตลอด พอตอนหลังชักจะโอเวอร์ไซค์ เขาก็จะหยุดประกวด คือสูงเกินเขาก็จะคัดออก และไม่อยู่ในโปรแกรมการบรีดของเขาครับ ส่วนน้ำหนัก เขาไม่ค่อยเน้นครับว่าจะต้องเท่าไร คือถ้าดูว่าล่ำหนา เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และไม่อ้วนเป็นใช้ได้ครับ ดูอย่างรูปที่ผมนำมาให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ สุนัขทั้งสองตัวนี้ สูง แค่ 19 นิ้วเองครับ ก็หวังว่าคงจะพอเข้าใจนะครับ พิทบูล เป็นสุนัขในตระกูลเทอร์เรีย เพราะฉนั้นคนที่นิยมความใหญ่ควรจะเลี้ยง ร๊อตไวเลอร์ หรือไม่ก็ มาสตีฟ ไปเลย สำหรับพิทบูลแล้ว ขนาดไม่ใช่เรื่องสำคัญครับ


ตัวนี้เพศเมียครับ

ผมเข้าใจคนไทยอยู่อย่างหนึ่งครับรวมถึงตัวผมเองด้วย ส่วนใหญ่ที่ชอบเลี้ยงสุนัขพันธ์ต่างประเทศ ก็เพราะชอบในความสูงใหญ่ของสายพันธ์เป็นหลัก ผมเองในตอนแรกไม่เคยมีความคิดที่จะเลี้ยง พิทบูล อยู่ในหัวเลย ตั้งใจไว้ว่าเรียนจบจะหาร๊อตไวเลอร์ สวยๆ กลับมาเมืองไทยสักตัว หาอยู่นานเหมือนกันก็ไม่เจอที่ถูกใจสักที แต่พอเจอรูปถ่าย 2 รูปข้างบนเข้า ก็ติดใจว่าเอะทำไมพิทบูลสองตัวนี้มันดูตัวใหญ่เหลือเกิน เพราะที่เคยเห็นตัวจริงที่เมืองไทย พิทบูล มันตัวไม่ใหญ่และไม่เห็นสวยแบบนี้ ก็เลยเริ่มศึกษาถึงความเป็นมา หลังจากที่คลุกคลี กับคนที่เลี้ยง และคนที่ไม่เลี้ยง ก็เลยพบว่าคนที่เคยเลี้ยง พิทบูลมาก่อนไม่เคยมีใครที่พูดถึง พิทบูล ในทางที่ไม่ดีเลย เขาจะปกป้องตลอด และพยายามอธิบาย และให้ความรู้กับคนที่ไม่เคยเลี้ยง หรือไม่รู้จักเป็นอย่างดี ผิดกับคนที่ไม่เคยเลี้ยง หรือบางครั้งไม่เคยเห็นตัวจริงของพิทบูลมาก่อนเลย จะพูดถึงแต่สิ่งที่น่ากลัวของ พิทบูล จนผมเกือบไม่กล้าเลี้ยงเหมือนกัน แต่โชคดีที่ผมได้มีโอกาส ไปเยี่ยมชมตามคอกต่างๆ ทำให้รู้จัก พิทบูล มากขึ้น และตัดสินใจเป็นเจ้าของในที่สุด และผมก็ไม่เคยมีความรู้สึกผิดหวังเลย กลับรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของสุดยอดสุนัขพันธ์นี้

"TIGER"
ตอนประมาณ 3 เดือนครับ


เป็นงั๊ยบ้างครับ ทั้งสั้น ทั้งล่ำ

เห็นแววแชมป์บ้างหรือเปล่าครับ
(ผมมองยังงั๊ยก็เหมือนลูกหมู มากกว่าลูกหมาครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

ติดตามต่อตอนหน้านะครับ

Mail