
ไทเกอร์ ก่อนตัดหู
ผมหัดเขียนเว็บไซท์ในตอนแรก ขณะอยู่ที่อเมริกา โดยเริ่มทำเป็นภาษาอังกฤษก่อน
ทั้งๆ ที่ภาษาผมก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ จุดเริ่มต้นของการทำเว็บแห่งนี้ ต้องขอบใจน้องคนหนึ่งก่อนที่เป็นคนจุดประกาย
แต่ต้องขอโทษด้วยที่จำชื่อไม่ได้ เพราะว่าติดต่อกันทาง อีเมล์ ตลอด น้องคนนั้นพอรู้ว่าผมเป็นคนไทย
ก็เขียนเมล์มาบอกว่า ให้ช่วยทำเป็นภาษาไทยหน่อย เพราะว่าภาษาอังกฤษมีเยอะแล้ว
ผมก็เลยทำเป็นภาษาไทย แต่ตอนนั้นผมยังอยู่ อเมริกา แต่ก็ยังเป็นเว็บฝากอยู่
โดยเน้นแต่เรื่องสุนัขของตัวเองเป็นหลัก หลังจากนั้น ผมได้กลับมา อยู่ที่กรุงเทพฯ
ก็ยังทำอยู่แบบเดิม จนได้รู้ว่าที่เมืองไทยมีคนชอบ พิทบูล ไม่น้อยเลย มีบางท่านก็ได้รู้จักกัน
เพราะว่าเลี้ยงพิทบูลเหมือนกัน อาจจะมีวัตถุประสงค์ต่างกันบ้าง แต่เวลาคุยกันเรื่องพิทบูล
สามารถคุยกันได้ที่ละหลายชั่วโมง ก็เลยคิดที่จะทำเว็บที่เป็นแหล่งรวม ของคนที่ชอบ
พิทบูลจริงๆ เพื่อให้เกิดเป็นกลุ่มขึ้นมา เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ได้จากการเลี้ยงสุนัขพันธ์นี้
นี่คือจุดเริ่มต้นจริงๆของเว็บแห่งนี้

ตอนนี้บรรยากาศแบบนั้นได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ มีหลายๆ ท่าน ทั้งที่เมล์มาหา
และตั้งกระทู้ ไว้ในเว็บบอร์ด โดยแต่ละท่านได้แสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำที่ถูกต้อง
โดยที่ไม่ได้ยิดติดกับความคิดใด ความคิดเดียว มีทั้งความเป็นเพื่อน เป็นพี่
เป็นน้อง แชวกันบ้างเล็กๆ น้อยๆ ผมเองก็พลอยได้ความรู้เพิ่มเติมไปด้วย
วัน ๆ ผมเข้ามาอ่านกระทู้ในเว็บ แล้วเห็นถึงประโยชน์ของมันจริงๆ มีความสุขมากครับ
อยากให้เป็นเช่นนี้ตลอดไปนะครับ
ตอนแรกๆ ก็ใจเสียเหมือนกัน ที่มีการกระทบ กระทั่งกัน เล็กน้อย จนเกือบหยุดทำเว็บบอร์ด
ต้องขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ ช่วยเป็นกำลังใจ ผมจะพยายามพัฒนา เว็บแห่งนี้ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้น หากท่านใดอยากจะให้ เพิ่มเติม หรือแก้ไขในส่วนใดก็แนะนำมาได้ครับ
ผมทำบันทึกนี้ในตอนแรก เพื่อไว้เป็นพื้นที่ๆ ใช้ เขียนทุกอย่างที่อยากจะเขียน
รวมถึงเล่าเรื่อง ที่ผมได้พบได้เจอจากการเลี้ยง พิทบูล หรือเอาไว้ระบายอารมณ์
เพื่อให้เว็บนี้มีการ อัพเดท ตลอดทุกอาทิตย์ รวมถึงใช้ในการสื่อสารกับท่านผู้อ่านด้วย
เขียนไป เขียนมาก็ชักจะตันเหมือนกันนะเนี่ย ไม่รู้ว่ามีคนอ่านหรือเปล่า
วันนี้จะเขียนเกี่ยวกับ ไทเกอร์ ต่อก็แล้วกันนะครับ ที่เขียนเกี่ยวกับหมาของตัวเองมากไปหน่อย
ก็อย่าเพิ่งเบื่อนะครับเพราะประสบการณ์ส่วนใหญ่ ผมได้มาจาก ไทเกอร์จริง
ๆ และผมเริ่มแรกก็เลี้ยงอยู่ตัวเดียว ก็เลยมีความผูกพันธ์มากที่สุดครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจเกี่ยวกับ ไทเกอร์คือมันจะมีประสาทหูที่ดีมาก ถึงแม้จะถูกตัดจนสั้นจุดจู๋
อย่างที่เห็น ฮ่า ฮ่า ฮ่า คือว่าเวลาที่ผมอยู่บ้าน ทุกครั้งที่ผมได้ยินเสียงคำรามในลำคอของไทเกอร์
มักจะมีคนมา หรือ ก่อนที่คนเก็บขยะจะมา ผมจะรู้ตัวล่วงหน้าทุกครั้ง แต่ข้อดี
อีกอย่างของไทเกอร์คือ ถ้ามีคนมาบ้าน เวลาที่ผมไม่อยู่ หรือผมอยู่ในบ้าน
ไทเกอร์ จะขู่ อย่างน่ากลัว ผมว่าอาการอย่างนั้นใครเห็นก็ไม่กล้าเข้ามาแน่
แต่ถ้าผม ส่งเสียงทักทาย หรือคุยกับผู้มาเยือนท่านนั้นแล้ว โดยที่ผมยังอยู่ในบ้าน
ผมสามารถบอกให้ผู้มาเยือนท่านนั้นเปิดประตู เข้ามาได้เลย โดยที่ไทเกอร์
จะหยุดขู่ทันที มันสามารถแยกแยะได้เลยว่า ผมอนุญาติให้เข้าบ้านได้
ตอนที่ผมอยู่ อเมริกา สิ่งหนึ่งที่ผมทำประจำเวลาที่ไม่อยู่บ้านคือ เปิด
ที วี ทิ้งไว้ ช่องโปรดของมันคือ Animal Planet มันจะนอนดู อยู่ที่โซฟา
ที่ประจำของมัน แต่มันจะมารอรับที่ประตูทุกครั้งที่ผมกลับมา ในวันหยุดผมมักจะพา
ไทเกอร์ไปนั่งรถเล่น หรือไปเดินเล่นตามชายหาด เป็นประจำ เด็กๆ เมื่อเห็น
หมามักจะเข้ามาเล่นด้วย ผมก็จะปล่อยให้เล่น มีผู้ปกครองของเด็กบางท่าน
ปล่อยให้ลูกเล่นอยู่กับหมาผมเป็นชั่วโมง แต่พอผมบอกว่า ไทเกอร์ เป็นสุนัข
พิทบูล ก็รีบตาลี ตาเลือก พาลูกเดินหนีไป ผมถึงเชื่อว่าไอ้พวกที่ชอบว่า
หรือกลัว พิทบูล 99% ไม่เคยเห็น หรือรู้จักตัวจริง ของพิทบูล

รูปนี้ที่ Miami Beach
ผมอ่านในกระทู้ ของคุณยุทธ เห็นบอกว่า สุนัขของคุณ ยุทธ _ ำใหญ่ อ่านแล้วขำกลิ้ง
ผมว่าถ้าคุณเห็นของ ไทเกอร์คุณอาจตกใจก็ได้ ว่างๆ ต้องขอวัดหน่อย ฮ่า ๆๆๆๆ
ร๊อตฯ กับ เกรทเดน ยังหลบ


Bay Side , Miami Beach

มีอีกอย่างที่อยากจะเล่าให้เพื่อนๆ ฟังนะครับ ที่อเมริกา สุนัขทุกตัวจะต้องขึ้นทะเบียนครับ
โดยจะต้องทำเป็นประจำทุกปีเหมือนกับการต่อทะเบียนรถเลยครับ คือเจ้าของจะตอ้งพาสุนัข
ไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกายก่อน หมอจะออกใบรับรองการตรวจร่างกาย และการฉีดวัคซีนให้
เพื่อใช้ในการต่อทะเบียน (เสียภาษี)ถ้าหมอไม่ออกใบรับรองให้ เจ้าของก็ไม่สามารถต่อทะเบียนได้
สิ่งที่จะเกิดขึ้นสำหรับหมาที่ไม่มีทะเบียนคือ เจ้าของไม่สามารถพาออกไปนอกบ้านได้
ถ้าพาออกไปแล้ว ตำรวจขอดูใบทะเบียน จะมีความผิดและจะต้องถูกปรับครับ สุนัขที่ยังไม่ตอน
จะเสีย ภาษีในอัตราที่แพงมาก เขาจะพยายามควบคุม จำนวนสุนัขไม่ให้มาก และหมาจรจัดตามถนนก็ไม่มี
เมืองที่ผมอยู่สุนัข หนึ่งตัว มีค่าเท่ากับเด็ก หนึ่งคน ใครที่เลี้ยงแล้วทิ้งขว้างสุนัข
หรือทำทารุณกรรม หรือปล่อย ให้อดอาหาร หรือเลี้ยงให้อ้วน เกินไป พวกนี้
ถ้าเพื่อนบ้านร้องเรียน หรือแจ้งตำรวจ หรือองค์กรเกี่ยวกับการพิทักษ์สัตว์
เมื่อไร คนพวกนี้จะมีความผิดทันทีครับ

สิ่งหนึ่งที่อยากจะกล่าวถึงครับ สุนัขก็คือสุนัข
มันคิดเองได้แค่ส่วนหนึ่ง แต่ในเรื่องเหตุผลแล้วหมามันไม่รู้เรื่อง ทุกสิ่งทุกอย่างที่หมาทำขึ้นเกิดจากสัญชาตยาน
เพราะฉนั้น เจ้าของต้องเลี้ยงดูและระมัดระวังให้มากที่สุด โดยเฉพาะสุนัข
พันธ์นี้ ผมเห็นมีคำถามในกระทู้ เรื่องที่หมาสายใหนกัดคนมาก ผมขอชี้แจงแบบเป็นกลางๆ
นะครับ สุนัขโดยปกติ จะเป็นสัตว์ที่ห่วงถิ่นและรักเจ้าของ เมือมีผู้บุกรุก
แน่นอนหมามันย่อมจะต้องปกป้อง การที่หมามันปกป้องถิ่นที่อยู่ นี่แหละคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการ
เราต้องแยกแยะว่า หมาที่ดุไม่เลือก กับหมาที่ปกป้อง มันแตกต่างกัน ถ้าหมาที่
กัดไม่เลือกหรือไม่มีเหตุผล เช่นกัดเจ้าของหรือคนในบ้าน อันนี้ไม่ควรเลี้ยงครับ
แต่ถ้ากัดคนแปลกหน้าที่บุกเข้ามาก่อนได้รับอนุญาติอันนี้ ผมถือว่าหมามันทำหน้าที่ได้ถูกต้องแล้วครับ
เพราะถ้าผมเลี้ยงหมาแล้ว เวลามีคนเข้ามาในบ้านแล้วหมาผมไม่ทำอะไรเลย นอนมองเฉยๆ
หรือเข้าไปเลียมือ อันนี้ผมถือว่าหมามันบกพร่อง สมควรไปอยู่วัดครับ (ผมหมายถึงหมาที่เลี้ยงไว้สำหรับเฝ้าบ้านนะครับ)
แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับ สุนัขพิทบูล คือเจ้าของต้องระมัดระวังให้มากที่สุด
ไม่ว่ามันจะดุหรือไม่ก็ตาม เพราะการที่หมากัดคน สาเหตูส่วนใหญ่ที่ผมเห็นแล้วเกิดจากความประมาทของเจ้าของครับ
บอกแล้วว่าหมามันทำตามสัญชาตยาน และสัญชาติยานส่วนหนึ่งก็เกิดมาจากการเลี้ยงดูครับ
เจ้าของหมาพิทบูลต้องใข้ความระมัดมากที่สุดไม่ว่าหมาของท่านจะดุหรือไม่ก็ตาม
โดยเฉพาะเวลาที่พาหมาออกไปในที่สาธารณะ ถึงหมาของท่านจะนิสัยดีอย่างไรก็ตาม
ถ้าเราระมัดระวังแล้ว มันก็ยิ่งจะเป็นการปลอดภัยใช่ไหมครับ

ผมมักจะพาไทเกอร์ ไปเล่นน้ำทะเลประจำ แต่ผมไม่เคยที่จะพาไปในที่
ที่มีคนพลุกพล่านเลย หรือถ้าวันที่ผมพาไปเกิดมีคนพลุกพล่าน ผมก็จะใส่สายจูงตลอด
ผมจะปลดสายจูงก็ต่อเมื่อบริเวณนั้น ไม่มีใครอยู่ในรัศมีที่ผมควบคุมไม่ได้
ผมรู้ว่า ไทเกอร์ มันไม่มีทางทำอะไรใครอยู่แล้ว ในเหตุการณ์ปกติ แต่ด้วยความที่มันรักเจ้าของ
เหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นมันทำด้วยสัญชาตยาน และที่สำคัญ พิทบลูเป็นสุนัข
ที่มีจิตใจห้าวหาญเกินร้อย มันไม่เคยกลัวอะไรเลย ผมเคยพาไปเจอ ช้าง มันก็ไม่กลัว
เคยมีครั้งหนึ่งที่ชายหาด มีฝรั่งวิ่งออกกำลังกายอยู่บนฟุตบาท เกิดกระโดดลงมาบนหาดทรายแล้วเดินตรงรี่มาหาผม
(แกไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เพียงแต่อยากมาคุยด้วย เพราะแกเห็น ไทเกอร์แล้วชอบ)
ไทเกอร์ ซึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่อีกด้านหนึ่งห่างไปประมาณ 50 เมตร มันวิ่งควบมาหาผมสุดชีวิต
แตโชคดีที่ ฝรั่งท่านนั้นไม่ตกใจ หรือวิ่งหนี แกยืนอยู่เฉยๆ ไทเกอร์ มันวิ่งมาถึงก็แค่ดมๆ
และตอนหลังมันก็ยอมให้จับตัวมันได้ แต่ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกับเด็ก
ๆ ที่วิ่งเล่นตามชายหาดหรือคนที่เดินไปมา คนคงตกใจส่งเสียงดัง หรือวิ่งหนี
ไทเกอร์ มันอาจจะคิดว่ามาทำร้ายผม มันคงวิ่งไล่ หรือกัดเอาแน่ ด้วยเหตุนี้
ผมจึงต้องป้องกันไว้ก่อน ผมหวังว่าเพื่อนๆ ที่เป็นเจ้าของ พิทบูล คงจะระมัดระวังมากขึ้นนะครับ
และที่สำคัญท่านต้องท่องให้ขึ้นใจว่าสุนัขที่อยู่กับท่านมันไม่ใช่สุนัขธรรมดามันคือสุดยอดสุนัข
"อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย"
ติดตามต่อตอนหน้านะครับ