รวมเรื่องสั้นจากทางบ้าน


บทความนี้ส่งมาจาก คุณ จี

แว่นแก้ว

จากความพยายามค้นหา และเก็บเงินเพื่อจะหาพิทบูลมาเลี้ยงซักหนึ่งตัว บวกกับการอ้อนวอนขอร้องมารดา ซึ่งกลัวหมาอย่างเป็นจริงเป็นจัง ซึ่งก็สำเร็จเอาประมาณปี37 ข 38 ในที่สุดผมก็ได้ลูกพิทบูลที่หน้าตาตลก ที่สุดในประเทศไทยมา บางคนอาจจะเดาว่าหนุ่มน้อยนักกีฬาอย่างผม จะเลือกลูกหมาตัวผู้มาเลี้ยงแต่ผิดเพราะผมเจอ "E-แว่น" ชื่อตามที่ชาวบ้านและแม่ผมเรียก แต่ชื่อจริงเธอคือแว่นแก้ว แว่นมีสีพื้นเป็นสีขาวตามตัว มีสีดำป้าย แต่ที่แปลกคือรอบดวงตาทั้งสองข้าง มีวงกลมสีดำล้อมรอบเหมือนหมาใส่แว่นดำ ฮ่าๆๆ คิดถึงหน้าเธอทีไรขำทุกที วันแรกที่ไปรับแว่นมาเธอก็ฝากรักผมเลย ด้วยการอ้วกใส่รถประทับใจมาก.. พอพามาที่บ้านผมก็ให้เดินเล่น และนอนอยู่หน้าบ้านยังไม่ให้เข้าตัวบ้าน เธอก็จะนอนอยู่หน้าประตูกระจกจนเย็น ถึงตอนแม่กลับมาจากทำงานเจอ E-แว่นของแม่นอนอยู่เท่านั้นแหละ กรี๊ด..ลั่นบ้าน ถามผมอย่างตกใจว่า แกไปเอาหมีแพนด้าที่ไหนมาเลี้ยง เอิ๊กๆๆขำอีกและ คือว่าจริงๆแม่กลัวมากกว่า ท่าทางแว่นก็กลัวแม่เหมือนกัน เวลากลางคืนแว่นจะเข้ามานอนในบ้านชั้นล่าง ซึ่งพอผมตื่นลงมาชั้นล่าง แว่นจะจัดบ้านให้ใหม่อย่างเละ เละจริงๆ เพราะเต็มไปด้วยมูลเธอ กับกระดาษนาๆ ที่เธอจะหามากัดได้ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องตื่นมาก่อนแม่เพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่แม่จะลงมากรี๊ดอีก จากการเลี้ยงแว่นทำให้ได้ข้อคิดอีกอย่างหนึ่งคือสวนสวย กับหมาอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ไม่รู้ว่ามันโกรธกันมาแต่ชาติปางไหน เธอกัด เธอขุดทุกตารางนิ้ว และแล้วหมาก็ชนะแบบใสๆ เพราะอาทิตย์เดียวสวนญี่ปุ่นของพ่อ ก็เละเป็นนาเพิ่งไถเสร็จ แล้วปัญหาใหญ่ก็มาอีกพอผมเปิดเทอม แว่นต้องอยู่ตัวเดียวทุกเที่ยงผมต้องแว้บออกจากโรงเรียน กลับบ้านมาให้อาหารเที่ยงแว่น แล้วกลับไปเรียนต่อตอนบ่าย คิดๆแล้วยังกับตัวเองเป็น ดญ.วัลลีเลย ตอนเย็นผมจะพาเธอไปเดินเล่นหน้าบ้าน ให้เล่นกับเด็กๆประจำ เล่นฟุตบอลครับเธอชอบมากไม่ว่าจะถูกเชิญหรือไม่ก็ตาม แว่นเจ๋อได้เสมอเธอชอบแย่งบอลจากเด็กแล้วคาบวิ่งหนี ส่วนตอนดึกๆถนนว่าง เราจะเล่นเกมเก็บบอลกันก็ขว้างไปแล้วแว่นก็ไปเก็บมาแหละครับ แต่ถ้าขว้างไกลไป ก็จะกลายเป็นผมวิ่งไปเก็บแทน เฮ่อๆหมาเจ้าเล่ห์ นี่ก็เป็นเกมโปรดของเธอแต่ที่ชอบที่สุด ก็ไม่พ้นการได้เลียหน้าเลียหัวของทุกคนที่มาเล่นด้วย แต่ผมเกลียดเกมนี้ที่สุดแฮะ แว่นเป็นหมายามของแม่ที่ดีมากเพราะทุกครั้ง ที่ผมพยายามจะหนีเที่ยวตอนกลางคืนไม่เคยพ้นสายตา และสายหูของเธอเลย ก้าวแรกที่ออกจากบ้านเธอจะเห่าๆๆ แถมหอนอีกเรียกแม่ลงมาดูเสร็จครับสู้แว่นไม่ได้จริงๆ แว่นเป็นหมานักสำรวจที่ดีตัวนึง เพราะว่าบริเวณที่ห้ามไปเธอจะไปได้หมด และถ้าถูกจับได้เหมือนเธอจะรู้ตัวว่าผิดจะวิ่งครับ วิ่งไปหลบใต้เตียงที่ประจำทุกครั้งที่ทำผิด แต่มีครั้งนึงละครับ อย่างที่โบราณเค้าว่าสี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง อันนี้แม่เล่ามาคือชั้นสอง อันเป็นที่นอนของคน และหมามิบังควรขึ้นนี้แว่นเธอคงสงสัยอยู่นาน ล่ะว่าทำไมทุกคนต้องทิ้งเธอขึ้นไปเวลากลางคืน วันนั้นเป็นวันธรรมดา แต่แม่ผมหยุดไม่ไปทำงาน โดยไม่ทราบสาเหตุแว่นเธอคงไม่รู้แฮะ เธอย่องขึ้นบันไดครับไปด้วยความเงียบ เสมือนเสือย่องตะครุบเหยื่อ บังเอิญแม่เปิดประตูออกมาจากห้องพอดีจ๊ะเอ๋ ฮาเลยเธอหันหลังกลับไม่ทัน ถอยหลังกลิ้งตกบันไดหลุนๆไปเกือบสิบขั้น ลงไปนอนร้องเอ๋งๆซะลั่นซอย ทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่า แม่ผมกำลังจะพะโล้ E-แว่นของเด็กๆซะแล้ว ถ้าหมาของท่านๆชอบตะกาย เวลาท่านกลับมาถึงบ้าน วิธีแก้ตามตำราที่เขียนไว้ส่วนใหญ่บอกว่า ให้ยกเข่าข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมากัน แล้วหมาจะไม่สามารถตะกาย ทำความสกปรกให้กับเสื้อเชิตตัวเก่งของท่านได้ ขอเตือนว่าอย่าครับเดี๋ยวจะเป็นอย่างงี้ คือผมก็ทำตามที่เค้าบอกแหละครับ แต่บังเอิญสงสัยจะผิดเหลี่ยมไปหน่อย ตัวเธอพลิกแล้วล้มผิดท่าครับ แว่นร้องดังมากและนานพอที่ จะทำให้เด็กละแวกนั้นร้องตามได้ พอเธอยืนขึ้นมา ขาหลังข้างซ้ายมันไม่ยอมยืนด้วยแฮะ ตกใจ!จริงๆ เลยรีบพาไปหาหมอ พอ x-rayเสร็จปรากฎว่าสะโพกหลุดครับแต่กว่าจะx-ray ได้นี่จับกันสี่คนครับ ถึงจะนิ่งด้วยผลบุญของการดิ้นพอ x-ray ซ้ำอีกทีปรากฎว่าสะโพกกลับเข้า ที่เรียบร้อยเฮ้อค่อยยังชั่ว ตั้งแต่นั้นผมก็สัญญากับตัวเองไม่ว่าหมาตัวไหนตะกายผมจะไม่ยกเข่ากันอีกแล้ว แต่ก็แปลกเพราะตั้งแต่นั้น แว่นไม่ตะกายผมอีกเลยสงสัยเข็ด นี่ก็น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีว่าหมาเป็นสัตว์ที่มีความจำดีถ้าคุณทำให้เค้าเกิดจุดบกพร่อง ทางความรู้สึกและอารมณ์ขึ้นสักครั้งเค้าจะจำไปตลอด... อย่างที่ใครๆว่าไว้เวลาแห่งความสุข มักจะอยู่กับเราไม่นาน ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยได ้แต่ต้องย้ายไปอยู่หอที่บ้านก็ไม่มีใครดูแลให้ ส่วนแม่ก็ย้ายไปทำงานต่างจังหวัดจึงต้องยกแว่นให้คนอื่นไป คนอื่นนี่เป็นคนรู้จักกับแม่ ก็ได้ไปดูที่บ้านเค้ามีสนามหญ้ากว้างดี แว่นคงชอบมีเพื่อนเป็นอัลเซเชียลด้วย ผมเอาแว่นไปให้เค้าเองบอกวิธีเลี้ยง การให้อาหารและไม่ลืมย้ำเรื่อง อย่าให้ไปผสมกับพันธุ์อื่นเพราะมันอันตราย ก็อธิบายกันไป เสียใจมากแต่ก็ต้องทำใจ เพราะเราต้องไปเรียนหนังสือถ้าคิดถึงก็กลับมาเยี่ยมได้ แต่จากวันนั้นผมไม่ได้กลับไปเยี่ยมเธออีกเลย จนปิดเทอมผมกลับไปหาแว่น แล้วเรื่องที่แย่ที่สุดก็เข้ามาในชีวิตผม เค้าบอกว่าแว่นตายแล้วเพราะเธอไม่ยอมกินข้าว ผมอึ้ง..กลับบ้านมานั่ง คิดถึงเรื่องที่ผ่านมา น้ำตาไหลแบบไม่อายตัวเอง คิดแต่ว่าเธอคงตรอมใจ เสียใจคงคิดว่าผมทิ้งเธอไปไม่รักเธอแล้ว... ไม่เลยแว่นเพื่อนคนนี้ไม่เคยไม่รักเธอ... และเธอยังอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอ..

จากคุณ อาเล็ก

เจ้าบูบู

เรื่องของอาเล็กก็คงจะเหมือนกัน แต่จะเป็นเกี่ยวกับความแสนรู้ด้วย ครั้งนึงอาเล็กตกบันได ก็มีเจ้าบูบูนี่ล่ะที่วิ่งเข้ามาปลอบ( เลีย ) แล้วมันจะไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ อาเล็กเลยแม้แต่พี่ชายของอาเล็กเอง มันจะคำรามใส่แล้วหันกลับมาดูว่าอาเล็กเป็นอะไรมากไหม เมื่อครั้งที่อาเล็กซื้อเจ้าบูบูมา มันนิสัยดีมาก มีครั้งนึงอาเล็กเดินหนีมันเข้าบ้าน ทิ้งให้มันนอนเล่นกับแฟนอาเล็ก บูบูชะเง้อมองหาอาเล็กแบบรอคอยมันคอยนานมากเลยต้องเห่าเรียก แต่เมื่อมันเห็นว่าอาเล็กไม่ออกมาซะทีมันเลยหันขวับไปทางแฟนอาเล็กแล้วเห่าเหมือนเด็กที่ถูกทิ้ง คล้ายๆว่ามันจะบอกว่า พ่อครับแม่หายๆๆๆ แม่ไม่อยู่ ตอนมันโตขึ้นมาหน่อยซัก 5 เดือน ตอนนั้นแฟนอาเล้กไปข้างนอกกลับดึกมาก แกเข้ามาเคาะที่หน้าต่าง แล้วเรียกบูบู บอกว่า บูบูปลุกแม่หน่อยสิลูก บูบูก็ลุกมาหาอาเล้กแล้วเขย่าตัวอาเล็กจนตื่น จากนั้นมันก็ไปคอยที่ประตูห้อง มันไม่เคยส่งเสียเห่าหอนให้รำคาญเลยนะ เชื่อไหมว่ามันเห่าเรียกคนให้มาใส่บาตรได้ด้วยนะ มันจำได้ภายในวันเดียว สั่งกัด ปล่อย หรือหมอบ นั่ง ได้หมด ภายในวันเดียว อยากรู้ไหมว่าหน้าตามันเป็นยังไง คุณลองดูที่หน้าเว๊ปพี่มาร์คดูสิ หมาสีน้ำตาลตัวที่สองนั่นล่ะ เหมือนเลย เหมือนหมาของอาเล็กเลยนะ เห้นแล้วอดคิดถึงมันไม่ได้เลย ( ตอนนี้มันเป็นใหญ่ในเรือนจำกลางสุรินทร์แล้ว )