ยินดีต้อนรับครับ

ขอแนะนำให้ทุกท่าน สมัครสมาชิก เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อครับ

Mark Mafia

พฤติกรรม จ่าฝูง-ลูกฝูง ของสุนัข
  • พฤติกรรม จ่าฝูง-ลูกฝูง ของสุนัขตามธรรมชาติ

    สุนัขตามธรรมชาติในป่า หรือ สุนัขจรจัดที่อยู่เป็นฝูง(ไม่ใช่สุนัขเลี้ยง) จะมีจ่าฝูงเพียงตัวเดียวเบอร์1 เมียจ่าฝูงตัวนั้นเป็นเบอร์2 ตัวอื่นๆก็จะมีตำแหน่งของตน เบอร์ 3..4....5.... และจะมีตัวโหล่สุด กฎของฝูง จ่าฝูงเป็นผู้ตั้ง ลูกฝูงเบอร์อื่นๆ ต้องทำตามกฎ ทำไม่ถูกกฎจะถูกตักเตือนโดยจ่าฝูงและสมาชิกตัวอื่นๆช่วยกัน ถ้ายังฝืนแหกกฎจะถูกกัด ถ้ายังผิดอีก ก็จะถูกฆ่าตายหรือถูกไล่ออกจากฝูงไป ส่วนใหญ่สุนัขทุกตัวในฝูงจะทำตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทุกตัวทำงานร่วมกันเพื่อความอยู่รอดของฝูง น้อยมากที่จะมีเรื่องทะเลาะกัน ถ้ามันเอาแต่ทะเลาะแย่งชิงความเป็นใหญ่ คงอดตายกันทั้งฝูง (เพราะตามธรรมชาติ อาหารไม่ได้หามาง่ายๆต้องออกล่ากันเป็นวันๆ สุนัขจะไม่เสียเวลาไปกับการแย่งชิงตำแหน่ง) ตัวไหนทำผิดเล็กๆน้อยๆ หรือ อยู่ในช่วงเรียนรู้กฎ(ลูกสุนัข) สมาชิกทุกตัวในฝูงจะช่วยกันสอนช่วยกันเตือน รวมถึงจ่าฝูงก็ช่วยเตือนลูกฝูงตัวอื่นๆที่ยังไม่รู้กฎ การเตือนจะมีตั้งแต่การมอง การใช้ท่าทาง การขู่ การแยกเขี้ยว การขบเบาๆ การกดนอนตะแคง เป็นต้น ถ้ามีสุนัขหนุ่มตัวไหนต้องการท้าทายแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูงตัวเดิม ก็จะพยายามแหกกฎ และมีการต่อสู้กัน สุนัขสู้กันด้วนพลังงานจิตใจอันดับแรก และ พลังงานร่างกายอันดับสอง เวลาสุนัขท้าทายกัน จะจ้องกัน ตัวไหนแพ้พลังงานของอีกตัวก็จะหลบสายตาไป สงครามก็จะยุติ(พลังงานมาในรูปของกลิ่นฮอร์โมน มันหลอกกันไม่ได้)
  • ถ้าพลังงานที่มาจากฮอร์โมนแข็งแกร่งเท่ากัน ก็จะมาประลองกำลัง ก่อนจะประลองกำลัง แต่ละตัวก็จะโชว์อาวุธของตน เช่น แยกเขี้ยว ยิงฟัน พองขนคอ ถ้าตัวไหนเขี้ยวเล็กกว่า อาวุธสู้อีกตัวไม่ได้ ก็จะยอมจำนนไปเอง สงครามก็จะยุติ แต่ถ้าดูแล้วอาวุธเท่าเทียมกัน หลังจากนี้ก็จะเปิดสงครามประลองฝีมือกันเกิดขึ้น ก็จะมีผู้ชนะ ผู้แพ้ การประลองฝีมือครั้งนี้ ถ้าตัวไหนรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้จริงๆ ก็จะมีอาการยอมแพ้ ยอมจำนน จะมีท่าประจำตัวคือ นอนหงายโชว์พุง หางจุกก้น หลบสายตา หูลู่ เลียปาก เมื่ออีกตัวเห็นท่ายอมจำนนของสุนัขตัวที่สู้ไม่ได้ สงครามจะยุติทันที แต่ถ้าไม่มีท่าทางยอมจำนนจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด สงครามจะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีตัวไหนบาดเจ็บมากกว่าอีกตัว และ ยอมแพ้ไปเอง หรือ ยอมออกจากฝูงไป หรือ ตายกันไปข้างหนึ่ง สงครามถึงยุติ เมื่อตัวไหนแพ้ ตัวนั้นก็จะยอมรับตัวที่ชนะว่ามีอำนาจเหนือกว่าตนทันที โดยไม่มีคิดอิจฉา หรือ คอยซุ่มเลื่อยขาเก้าอี้อีกตัว
    แต่อย่างใด และจะไม่คิดที่จะท้าทายอีก บรรยากาศภายในฝูงก็จะกลับมาสงบดังเดิม
    ในกรณีที่จ่าฝูงตัวเดิมตาย เมียจ่าฝูงจะขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 แทน แต่ถ้ามีตัวผู้ตัวใดในฝูง หรือ ตัวผู้ตัวอื่นจากนอกฝูงมาท้าทายตัวเมียตัวนี้ ถ้าตัวเมียตัวนี้เห็นว่าพลังงานของตนสู้ตัวผู้ตัวที่ท้าทายไม่ได้ ตัวเมียก็จะยกตำแหน่งจ่าฝูงให้ทันทีโดยไม่รีรอ และ ไม่มีการต่อสู้กันเกิดขึ้น แต่ถ้าพลังงานเท่าเทียมกัน สงครามประลองกำลังก็จะเริ่มขึ้นตามมา
    สุนัขที่อยู่ตามธรรมชาติ จะสงบ เคารพกฎ เคารพจ่าฝูง มีชีวิตราบรื่น เพราะถูกเติมเต็มความต้องการพื้นฐานในการเป็นสุนัข

  • สิ่งมีชีวิตสี่ขา ตัวเป็นขน หน้าตาน่ารัก ที่มนุษย์นิยามว่าเขาคือ สุนัข จริงๆแล้วเขาคือ
    1 เป็นสัตว์ (Animal) สัตว์ต้องทำงานแลกอาหารและน้ำ อาหารไม่ได้มาฟรีๆ ต้องออกแรงกำลัง และ แรงสมองเพื่อให้ได้มา (Work for food)
    2 เป็นสุนัข(Canine) สุนัขต้องเดิน เดินไกลเพื่อหาอาหาร ต้องทำงานเป็นทีมซึ่งต้องทำตามกฎ ระเบียบของฝูง เพื่อความอยู่รอดของฝูง มีลำดับชั้นในการปกครอง แต่ละตัวมีตำแหน่งและหน้าที่ของตน

    สุนัขจ่าฝูงตามธรรมชาติ มีหน้าที่เติมเต็มความต้องการของสมาชิกทุกตัวในฝูง ให้กินอิ่ม นอนหลับ ปกป้องจากศัตรู และ นำทางไปหาแหล่งอาหาร ซึ่งเป็นงานที่หนัก และ ใช้พลังงานงานกาย และ พลังงานสมองมาก และ ต้องเป็นตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด เพราะฉะนั้นสุนัขจะเป็นจ่าฝูงได้ จะเกิดมาพร้อมกับพลังงานที่สูง มีความกล้า มีความทะเยอทะยาน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นั้นคือ Born to be ไม่ใช่ Born to try พูดง่ายๆ เกิดมาเพื่อเป็นจ่าฝูง ไม่ได้ถูกโหวดหรือถูกเลือกตั้งแต่งตั้งให้เป็น

    เมื่อสุนัขตามธรรมชาติ มาเป็นสุนัขเลี้ยง โดยถูกเพาะพันธุ์ คัดเลือกพันธุ์ให้มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นที่มาของสายพันธุ์ต่างๆ เช่น พิตบูล เชพเพิร์ด สุนัขต้อนแกะ เป็นต้น ในสมัยก่อน สุนัขทำงานที่คนมอบหมายให้ทำเพื่อแลกกับอาหาร ตอนนี้สิ่งมีชีวิตสี่ขา ตัวเป็นขน หน้าตาน่ารัก มีนิยามใหม่เพิ่มเติม คือ

    3 สายพันธุ์ (Breed) มีความสามารถเฉพาะเจาะจงเพื่อการทำงานให้มนุษย์
  • สุนัขสมัยก่อนไม่มีปัญหาพฤติกรรมเหมือนสมัยนี้เพราะ คนสมัยก่อนเป็นจ่าฝูง 100% เติมเต็มความต้องการทุกส่วนของสุนัข เช่น
    เติมเต็มข้อ
    1เติมเต็มความเป็นสัตว์ คือ สุนัขต้องทำงานแลกอาหาร
    2 เติมเต็มความเป็นสุนัข(Canine) คือ พาเดิน เช่น เดินไกลเพื่อออกล่าสัตว์ตามเขา เดินอพยพย้ายถิ่น เดินไปหาแหล่งล่าสัตว์ด้วยกัน
    3 เติมเต็มสายพันธุ์ (Breed) คือ ให้สุนัขทำงานในหน้าที่ที่มันถนัดเช่น ให้ลากของ เฝ้าฝูงแกะ สู้กับวัว ล่าสัตว์เล็ก เป็นต้น
    สุนัขที่ถูกเติมเต็มทั้ง 3 ข้อข้างต้นสุน้ขจะไม่มีปัญหาพฤติกรรม

    ปัจจุบัน สุนัขกลายเป็นสุนัขเลี้ยงเต็มตัว ไม่ได้ทำงานอีกต่อไป พื้นฐานการดำเนินชีวิตของคนเปลี่ยนไป ทำให้การปฎิบัติต่อสุนัขก็เปลี่ยนไปด้วย แต่ความต้องการพื้นฐานของสุนัขยังไม่เปลี่ยน ความต้องการในการทำงานยังคงอยู่ แต่เราไม่มีงานให้เขาทำ เขาก็หางานทำเอง นั่นคือความวุ่นวาย ปัญหาพฤติกรรมต่างๆตามมาเป็นพรวน คนส่วนใหญ่มักโทษที่สุนัข โทษที่สายพันธุ์ แต่ลืมโทษตัวเอง ว่า ได้เติมเต็มเขาหรือยัง

    คนคิดว่าสุนัขเป็นคนขนปุยสี่ขา คิดว่าสุนัขเป็นตุ๊กตา คิดว่าสุนัขเป็นลูก เมื่อคิดว่าสุนัขเป็นคน ก็คิดว่าสุนัขก็ต้องต้องการปั้จจัยพื้นฐานเหมือนคน ก็เลยให้ความรักแก่สุนัขเหมือนกับให้ลูกคน เช่น ตื่นเช้ามาก็ยื่นคุกกี้ให้กิน ซึ่งมันไม่ได้ออกแรงเพื่อแลกอาหารเลย ไม่ได้ Work for food ในบ้านก็ไม่มีกฎ ไม่มีระเบียบ แถมคนในบ้านก็ไม่มีระเบียบในชีวิตอีก เดินก็ไม่ได้เดิน วิ่งก็ไม่ได้วิ่ง ทำผิดก็ไม่มีใครเตือน มีแต่โอ๋และยื่นขนมให้กิน และพูดภาษาเอเลี่ยนที่สุนัขไม่มีทางเข้าใจ แถมซื้อเสื้อผ้าให้ใส่ มีรถสวยๆให้นั้งจะได้ไม่ต้องเดินให้เท้าเลอะ คนมักคิดว่าสุนัขต้องการสิ่งของ ของเล่นเต็มตะกร้า ขนมแสนแพง เสื้อผ้านำสมัย รถเข็นแสนสวย ที่นอนแสนนุ่ม และสุนัขจะเติมเต็มและมีความสุข เหมือนกับคนที่มีของพวกนี้ มีเงินทอง มีความสุขสบายแล้วจะมีความสุข
  • คำตอบก็คือ นั่นไม่ใช่ที่สุนัขต้องการ สุนัขต้องการถูกเติมเต็มในทุกๆส่วนของเขา
    คือ ต้องทำงานแลกอาหาร (เพื่อเติมเต็มความเป็นสัตว์)
    ต้องการเดิน และ กฎระเบียบ (เพื่อเติมเต็มความเป็นสุนัข)
    ต้องการทำงานทำ (เพื่อเติมเต็มความต้องการแต่ละสายพันธุ์ )
    และสุดท้าย เมื่อได้ทำสิ่งต้องการพื้นฐานข้างต้นได้เป็นอย่างดี ถึงเป็นช่วงเวลาแห่งการแสดงความรัก ความรักนั้นจะมีดูค่า และคู่ควร

    ถ้าคนคิดว่าความสุข ความสบาย ขนมเต็มที่ ที่นอนแสนแพง พูดด้วยทั้งวันทั้งคืน แล้วจะทำให้สุนัขมีความสุข ถ้าสุนัขต้องการแค่นั้นจริงๆ ในโลกนี้ ก็จะมีแต่สุนัขที่ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาสุนัขกัดคน สุนัขก้าวร้าว สุนัขที่ทำตามสั่งทุกอย่าง ไม่มีสุนัขหูทวนลม เอาแต่ใจ ทำบ้างไม่ทำบ้าง ลักปิดลักเปิด ในเมื่อปัญหาพฤติกรรมสุนัขยังมี นั่นคือ สุนัขต้องการมากกว่านั้น
    บางบ้านบอกว่า ทำไมสุนัขของตนเรียบร้อย ไม่ได้ก่อปัญหาแต่อย่างใด ทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้เป็นจ่าฝูง ตามใจสุนัขทุกอย่าง ทำไมสุนัขยังประพฤตตัวดีอยู่ได้ คำตอบก็คือ คุณโชคดี (ดีใจด้วย) โชคดีที่ได้สุนัขที่พลังงานต่ำ เกิดมาเพื่ออยู่ตำแหน่งต่ำสุด ไม่ต้องการแก่งแย่งชิงดีใดๆทั้งสิ้น นั่นคือ คุณจะปฎิบัติกับเขาแบบไหนก็แล้วแต่ เขาก็ยอมคุณทุกอย่าง แต่อย่าลืมว่า ทุกคนไม่ได้โชคดีแบบนี้ทุกคน บางคนดวงสมพงศ์ ได้สุนัขจ่าฝูงไป หรือ สุนัขที่พลังงานสูงเบอร์ต้นๆไป ก็จะพบปัญหาต่างๆตามมา ไม่มากก็น้อย ก็แล้วแต่ดวงของแต่ละคน ถ้าผู้เลี้ยงท่านไหนมีความรับผิดชอบ วางแผนในชีวิตดี ก็จะไม่ค่อยมีปัญหา เพราะตนเองได้เตรียมรับมือ มีความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัข รู้จักการแก้ปัญหาพฤติกรรม มีเวลาพอที่จะเติมเต็มสุนัข แม้จะได้สุนัขพลังงานแบบไหนก็เอาอยู่ แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้วางแผนในชีวิตที่ดีแบบนั้น เมื่อเจอน้องหมาที่ตนเองเอาไม่อยู่ ไม่เคยเจอ รับมือไม่ไหว ปัญหาต่างๆก็จะตามมา

    อย่าลืมว่า สุนัขที่อยู่ตามธรรมชาติ ไม่มีปัญหาพฤติกรรม เขาไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนสุนัขเลี้ยงตามบ้านแม้แต่นิด เขาไม่มีเสื้อใส่ ไม่มีที่นอนแสนอุ่น ไม่มีของเล่นกระดูกยางให้เล่น แต่เขาก็นิสัยดีไม่ท้าทายสร้างความวุ่นวายให้จ่าฝูง จ่าฝูงตามธรรมชาติ ไม่มีการต่อลองกับสุนัขลูกฝูงให้ทำตัวดี เช่น "ถ้าเจ้าลูกฝูงยอมปล่อยกระดูกชิ้นงามชิ้นนั้นลง ข้า ที่เป็นจ่าฝูงของเจ้าจะให้กิ่งไม้สำหรับแทะเป็นรางวัล" หรือ แม่สุนัขก็ไม่มีการต่อลองกับลูกสุนัข ไม่มีที่ว่า "ถ้าลูกๆไม่เล่นตรงนั้นซึ่งเป็นเหวอันตราย พรุ้งนี้แม่จะพาเจ้าทั้งหมดไปเล่นน้ำตกเป็นรางวัล" ในโลกของสุนัขไม่มีการต่อลอง ไม่มีการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวก มีแต่การตักเตือนทันที เมื่อทำผิด กฎคือกฎ ไม่มีการผ่อนปรน ประณีประณอม หรือ ติดสินบน
  • เมื่อสุนัขมาเป็นสมาชิกในบ้าน วินาทีแรกที่สุนัขเจอเรา เจอสมาชิกในบ้าน เจอบ้านใหม่ เขาจะมองว่า คนคนนี้พลังงานเป็นอย่างไร ด้อยกว่าเขาหรือไม่ บ้านนี้มีจ่าฝูงหรือยัง ใครจ่าฝูง ใครลองจ่าฝูง จ่าฝูงคนนี้ทำตัวเป็นจ่าฝูงที่ดีหรือไม่ เราจะลองท้าทายแย่งตำแหน่งนั้นดีไหม หรือจ่าฝูงเป็นสุนัขตัวเก่าที่อยู่มาก่อน สุนัขตัวนั้นพลังงานเป็นอย่างไร เท่าเทียมกับเราไหม จะแย่งดีไหม เป็นต้น ทุกคน ทุกตัว(สัตว์เลี้ยง) ทุกสิ่งมีชีวิตในบ้าน ก็คือฝูงหนึ่งฝูง

    ต้องมีจ่าฝูง และลูกฝูง จะมีกี่คนในบ้านก็แล้วแต่ คนทุกคนต้องเป็นจ่าฝูง ต้องทำตัวเป็นจ่าฝูง และ ให้สุนัขทุกตัวเป็นลูกฝูงล่างสุด (ระดับล่างเท่ากันทุกตัว ไม่ใช่ล่างกว่าอีกตัว ล่างเบอร์ 1 ล่างเบอร์ 2 ถ้ายังมีลำดับขั้นอยู่ สุนัขก็จะมีข่มกันบ้าง ซึ่งเราไม่ต้องการให้เกิดเรื่องเช่นนั้น ทุกตัวคือสถานะเท่าเทียมกัน )

    บางบ้านอาจมีทางเลือกคือ คนที่มีหน้าที่อบรมสั่งสอนสุนัข ให้เป็นเบอร์ 1 สมาชิกในบ้านคนอื่นๆเป็นเบอร์ 2 และสุนัขเป็นเบอร์3 ล่างสุด
    ถ้าอยากให้สุนัขไม่มีปัญหากับสมาชิกในบ้านคนอื่นๆ(เบอร์ 2 ) คนอื่นๆก็ต้องใช้กฎเดียวกันกับคนที่รับผิดชอบฝึกสุนัข ทุกคนควรมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมเพื่อให้สุนัขยอมรับว่า คนทุกคนเหนือเขา คนทุกคนขั้นสูงกว่าเขา เขาอยู่ล่างสุด เมื่อนั้นปัญหาจะไม่เกิด แต่จะให้ดีที่สุด ก็คือ คนทุกคน เป็นเบอร์ 1 และ สุนัขเป็นเบอร์ 2 ล่างสุด นั่นคือสันติแท้จริง
  • บางบ้าน คนที่รับผิดชอบฝึกสุนัข มีกฎในบ้านเรียบร้อย แต่สมาชิกคนอื่นๆในบ้านไม่ปฎิบัติตามกฎ แหกกฎเสมอ สุนัขจะมองว่า คนที่ตั้งกฎของบ้านไม่มีความสามารถพอที่จะให้สมาชิกในบ้านทุกคน ทุกตัวอยู่ในกฎได้ แปลว่าอำนาจไม่ถึง บารมีไม่พอ สุนัขก็จะไม่เห็นว่าคุณเป็นจ่าฝูงอีกต่อไป สุนัขจะขึ้นเป็นจ่าฝูงแทน และ จะคุมทุกคน ทุกตัวในบ้านแทน เมื่อนั้นปัญหาเกิดตามมา

    บางบ้านจ่าฝูงมนุษย์ ไม่เป็นจ่าฝูง 100% เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง เมื่อนั้น สุนัขก็จะเป็นจ่าฝูง เมื่อตอนที่คุณไม่ได้เป็นจ่าฝูง นั้นคือ คุณกับสุนัขสลับกันเป็นจ่าฝูง จะพบว่า สุนัขจะเดี๋ยวดี เดี๋ยวดื้อ เดี๋ยวทำตาม เดี๋ยวเอาแต่ใจ เรียกมาบ้างไม่มาบ้าง หูทวนลม ลักปิดลักเปิด แต่ถ้าคุณเป็นจ่าฝูง 100% ปัญหาข้างต้นจะไม่เกิด สุนัขจะทำตามทุกอย่าง เรียกก็มาไม่มีหูทวนลม บอกให้นั่งไหนนั่งนั้น ทำตามสั่งทุกอย่างแบบไม่ต้องติดสินบนขนม ถ้ามันเล่นบอลอยู่แล้วคุณจะเดินเข้าไปหยิบบอลอันนั้นมันจะปล่อยบอลจากปากทันที สุนัขจะไม่กล้าเดินข้ามตัวจ่าฝูง จะเดินอ้อม จะไม่กล้าใช้เท้าโดนตัวจ่าฝูง จะไม่กระโดดขึ้นตักเองถ้าเราไม่อนุญาต เป็นต้น เมื่อรู้อย่างนี้ ก็ต้องลองนึกดูว่า เราเป็นจ่าฝูง 100% หรือยัง

    บางบ้าน แบ่งเป็น 2 ฝูง มีคนที่รักสุนัขมาก และไม่ชอบสุนัข หรือ เกลียด หรือ แค่รู้สึกไม่ชอบ ไม่พอใจ ไม่กินเส้น หรือรักแบบผิวเผิน ถ้าแบ่งเป็นสองฝ่ายแบบนี้ สุนัขจะถือว่าคนที่รักเขามากที่สุด จะเป็นฝูงเดียวกับเขา และคนอื่นที่ไม่ชอบเขาจะเป็นอีกฝูงหรือเป็นศัตรู เมื่อนั้นปัญหาก็จะเกิด จะพบว่าสุนัขดีกับอีกคน แต่จะร้ายกับอีกคน เชื่อฟังคนคนเดียวในบ้าน แต่ไม่เชื่อฟังคนอื่นๆในบ้านเลย หรือจะปกป้อง หวง คนที่รักเขา คนที่สนิทกับเขา ใครห้ามเข้าใกล้ เขาจะหวงจะกัด คนอื่นๆ เป็นต้น

    บางบ้านสุนัขมีปัญหากับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ นก หนู แมว จะแก้ปัญหาข้างต้น ต้องแบ่งขั้นดังนี้

    มนุษย์เป็นเบอร์ 1 สัตว์เลี้ยงอื่นๆเป็นเบอร์ 2 และสุนัขอยู่ล่างสุดเบอร์ 3

    ถ้าแบ่งได้ตามนี้ บ้านสงบสุข

    ลำดับขั้นในบ้านที่ควรจะเป็นคือ

    "มนุษย์เป็นเบอร์ 1 สัตว์เลี้ยงอื่นๆเป็นเบอร์ 2 และสุนัขอยู่ล่างสุดเบอร์ 3 "

    เมื่อทำได้ตามนี้ สันติจะบังเกิด บ้านจะสงบสุข มีแต่รอยยิ้ม สุนัขทุกตัวจะไม่มีปัญหาพฤติกรรม จะไม่มีสุนัขเลี้ยงตัวไหนถูกเปลี่ยนบ้าน ถูกทิ้งเป็นหมาจร หรือ ถูกทำให้ตาย

    ก่อนที่จะโทษว่าสุนัขเป็นตัวก่อปัญหาต่างๆนานา ต้องดูว่าเราเติมเต็มความต้องการในความเป็นสุนัขของเขาหรือยัง เขาไม่ใช่คน จะคิดว่าเขาต้องการสิ่งของเหมือนที่คนต้องการไม่ได้ มันไม่ใช่เสมอไป

  • ลองเปลี่ยนความคิด มองเขาให้ลึกขึ้น มองดูว่าเขาต้องการอะไร บางทีสายตาที่มองเราอยู่ อาจไม่ใช่สายตาที่ขอคุกกี้เพียงอย่างเดียว อาจเป็นสายตาที่มองและพยายามบอกเราว่า "เมื่อไหร่มามี้ จะเป็นจ่าฝูงเสียที หนูจะได้อยู่แบบมีความสุขจริงๆ มามี้จะได้พาหนูไปเดิน พาหนูไปวิ่ง ไม่ใช่เอาแต่ให้ของกิน หนูอ้วนเป็นหมูแล้วนะ รู้ไหมหนูเครียด หนูหงุดหงิด"

    สุนัขเปรียบเหมือนกระจกส่องตัวผู้เลี้ยง ผู้เลี้ยงเป็นแบบไหน สุนัขเป็นแบบนั้น เพราะสุนัขจะสะท้อนอารมณ์ ของผู้เลี้ยงกลับมา โดยผ่านพฤติกรรมที่เขาแสดงออก ณ เวลานั้นๆ ถ้าคุณสงบ สุนัขสงบ ถ้าคุณก้าวร้าว สุนัขก้าวร้าว

    เมื่อไหร่ที่คุณเปลี่ยน สุนัขเปลี่ยนทันที สุนัขพร้อมเปลี่ยนเสมอ ถ้าคุณเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนการปฎิบัติต่อสุนัข และ ทำตนเป็นจ่าฝูง สุนัขจะมอบตำแหน่งนั้นให้คุณทันทีเมื่อคุณต้องการ และสุนัขก็จะเปลี่ยนพฤติกรรมทันที

    วิธีข้างต้น ยากที่จะปฎิบัติให้สำเร็จ เพราะสิ่งที่ยากที่สุด คือ การเปลี่ยนตัวเอง

    Create Date : 06 มกราคม 2553
    Last Update : 6 มกราคม 2553 11:30:55 น. 20 comments
    Counter : 4415 Pageviews.
    ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=yojajiji&month=06-01-2010&group=7&gblog=19
  • นำมาให้อ่านเพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมพิตบลูถึงกัดคนในบ้านimage
    ไฟล์แนบ
    02.jpg 169K
  • การตักเตือนสุนัขให้สุนัขอยู่ในกฎ ต้องมีความสม่ำเสมอในการเตือน เมื่อไหร่หมาแอบทำอีก เราก็ต้องตักเตือนให้ทัน จนกว่าพฤติกรรมจะหายไป แต่วันดีคืนดีเขาอาจลองท้าทายใหม่เพื่อดูความสามารถของเราในการคุมฝูง คุมกฎ เราก็ต้องทัน ต้องตามตักเตือนให้ทัน ถ้าเตือนไม่ทัน จะทำให้เราเสียต่ำแหน่งจ่าฝูงไปได้ง่ายๆ ถ้าเตือนบ้างไม่เตือนบ้าง เตือนทันบ้างไม่ทันบ้้าง อีกคนเตือน อีกคนไม่เตือน คนในบ้านไม่ให้ความร่วมมือ หมาก็ไม่หายขาด หมาจะแอบทำผิดอีก จึงทำให้หมาไม่หายสักที

    การเล่นกับสุนัข ถือเป็นการให้รางวัลแบบหนึ่ง ซึ่งต้องให้ให้ถูกเวลา ไม่เช่นนั้นจะทำให้หมานิสัยเสีย
  • ตาลายมั่กๆ
  • เหมือนเอามาจากซีซ่า มิลลานเลย
  • ตอนที่คุณกำลังปรับพฤติกรรมสุนัข ช่วงที่เขากำลังเรียนรู้กฎ คุณต้องเล่นกับเค้าให้น้อยที่สุด เพราะต้องเน้นเรื่องสอนกฎ ตักเตือน สอนคำสั่ง ฝึกคำสั่ง เมื่อเขาทำถูกจะชมเชย เช่น ให้ขนมกิน ลูบหัว แค่นั้น
    เพราะหมาจะได้การใกล้ชิด การแสดงความรักแบบมากๆ ก็ต่อเมื่อเขาทำตัวดี อยู่ในกฎแล้ว เขาสมควรที่จะได้การแสดงความรักของเราเป็นการตอบแทน จะทำให้หมาเห็นคุณค่า และ อยากได้อีกโดยการพยายามทำตามสั่ง ทำตัวให้อยู่ในกฎ ที่จริงเราก็อยากจะเล่นกับเขา อยากจะกอด อยากจะอุ้ม แต่รอไว้ รอให้เขาทำตัวดี อยู่ในกฎก่อน แล้วถึงค่อยแสดงออกไป มันจะมีประโยชน์มากกว่า

    เราจะเล่นกับเขาในรูปแบบการฝึกมากกว่า เช่น เล่นปาบอล และให้เขาเก็บบอลมาให้ เล่นการคาบของมาคืน เล่นซ่อนหาเพื่อให้เขาจำชื่อ เป็นต้น ถือว่าเป็นการเล่นที่ได้ประโยชน์ ฝึกความเป็นจ่าฝูงลูกฝูงไปในตัว ฝึกการเชื่อฟังคำสั่ง แถมหมาก็สนุกเราก็สนุก

    โดยส่วนตัวไม่สนับสนุนการชักเย่อ ยื้อของเล่นไปมากับสุนัข เพราะเป็นการส่งเสริมภาวะอารมณ์การวางอำนาจเหนือ สนับสนุนฝึกการกัด ซึ่งจะทำให้เขาเรียนรู้่การกัด อารมณ์เอาชนะ อารมณ์การล่า มาใช้ต่อกรกับเราได้ ซึ่งเราไม่ควรให้สุนัขแตะภาวะอารมณ์เหล่านั้นเลย ซึ่งผู้เขียนไม่เคยเล่นชักเย่อกับสุนัขเลยแม้แต่ครั้งเดียว สุนัขก็จะมีนิสัยดี ไม่ก้าวร้าว มีความสุข

    การเล่นยื้อของเล่น ถือเป็นการเล่นที่ค่อนข้างเสี่ยงต่อพฤติกรรมและนิสัยของสุนัข เราควรไปเล่นแบบอื่นที่ดูมีประโยชน์และฝึกให้สุนัขนิสัยดีมากกว่า เช่น เล่นเก็บบอล เล่นหาของ เป็นต้น

    แต่การเล่นยื้อแย่งสิ่งของกับสุนัข มีคนเขาเอามาใช้ฝึกสุนัขเหมือนกัน แต่คนกลุ่นนี้เขาควบคุมสุนัขได้ และ เขาป้องกันเรื่องสุนัขมีภาวะการวางอำนาจเหนือได้ ก็ถือว่าไม่เป็นอะไรสำหรับคนกลุ่มนั้น แต่เราคนธรรมดา ไม่ต้องเล่นแบบนี้ดีที่สุด

    ขอบคุณที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=yojajiji&month=06-01-2010&group=7&gblog=19
  • ผู้เขียนบล็อคอาจจะเป็นแฟนซีซาร์ แล้วมาถ่ายทอดในบล็อคของเค้าอีกทีครับ ผมว่ามันรวบรัดดี ไม่ต้องไปอ่านในหนังสือหลายหน้า เห็นว่ามีประโยชน์ ณ เวลานี้ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญครับ
  • Thanks ... youki :)
  • อ้าเจ้าของบล๊อกนี้น่ารักอ้า เป็นปลื้ม เสียอย่างเดียวมีเจ้าของแล้ว ผมขอแอบปลื้มอยู่ห่างๆละกัน
  • พี่มาร์ค ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิก ก็ปักหมุดได้นะครับ เพราะผมอ่านแล้วมันเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะเจ้าเท่งก็มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวมาก ส่วนหนึ่งผมได้เล่นชักเย่อกะมันตั้งแต่ตอนเล็กๆ มันจึงมีพฤติกรรมที่ชอบกัด
  • ผมก็เลี้ยงสุนัขยึดตามหลักวีซ่ามิลลานเช่นกันคับ แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้คนไทยซื้อหนังสือของซีซ่ามิลลานไปอ่านเองครับ เนื่องด้วยซีซ่าใช้เวลาทั้งชิวิตศึกษาจิตวิธยาสุนัข และถ่ายทอดออกมาให้คนทั่วโลกได้ศึกษากัน ซึ่งผมคิดว่ามันมีประโยชน์มากกว่าราคาหนังสือเพียง250บาทจิงๆ มันมีค่ามหาศารคับ ใครหาซื้อได้ก็เจียดเงินซื้อเถอะคับ
  • ขอบคุณมากคับที่นำมาฝาก
    แบบนี้เล่นสปริงโพล เลี่ยงการเย่อกับหมาดีมั้ยคับ

    คุณ Xinal มีภาพหน้าปกหรือชื่อหนังสือของ ซีซ่าร์ มิลาน มั้ยคับ ผมจะไปหาซื้อเพิ่มเติม
    ขอบคุณล่วงหน้าคับ
  • หาซื้อได้ที่ไหนครับคุน xinal
  • หนังสือของซีซาร์ที่ผมมี 2 เล่ม ขายที่ ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครับ ราคาเล่มละ 390.-imageimageimageimageimage
    ไฟล์แนบ
    DSC02302.JPG 79K
    DSC02303.JPG 82K
    DSC02304.JPG 68K
    DSC02305.JPG 86K
    DSC02306.JPG 83K
  • ผมซื้อที่se-edอะคับชื่อ สู่วิถีแห่งผู้นำสุนัข be the pack leader ถามพนักงานเอาก็ได้ไม่ต้องไปนั่งหาหรอกคับ แต่ตอนนี้ออกมา3เล่มแล้วนะมีประโยชน์ทั้ง3เล่มเลยคับ ขอบอกและแนะนำจากใจจิง ผมเคยโดนสุนัขข้างบ้านกัด แต่วันนี้หลังจากที่อ่านและทำความเข้าใจอยู่นาน มันไม่กล้ากัดผมแล้วครับ และยังมีอีกหลายๆอย่างที่...แบบวาสุดยอก
  • สงสัยผมจะจำราคาผิด555
  • ยังอ่านไม่จบเลยครับ ว่างก็อ่านไปเรื่อยๆ ข้อมูลของซีซาร์ ดีมากครับ ตรงตามพฤติกรรมของ พิตบลู ตระกูลเทอเรีย ใครต้องการทราบจิตวิทยาหมา สัญญาณเตือน การดมกลิ่น ภาษากาย พลังงานที่สื่อถึงหมา หมาต้องการอะไร ฯลฯ ทุกเรื่องอยู่ในหนังสือ 2 เล่มนี้ครับ
  • ว่าแล้วขอพาเจ้าเท่งไปเดินระบายพลังงานออกก่อนครับ พบกันใหม่ครับ ว่างเมื่อไรจะไป ศุนย์ดีวันครับ
  • ขอบคุณอีกครั้งคับคุณ Youki
  • หลังจากหาแทบพลิกแผ่นดินอยู่นาน ทำให้เข้าใจได้ว่า
    สำหรับบางประเทศในโลกนี้ หนังสือดีๆ อาจจะขายไม่ดี ก็ได้ครับ


    สนพ.ฟรีด้อม พิมพ์ชุดนี้ออกมา สำหรับศึกษาประกอบกัน4เล่มนะครับ

    1.Cesar Ways
    2.Be The Pack Leader
    3.A Member Of Family
    4.How To Speak Dog

    น่าอ่านทุกเล่ม มีประโยชน์ต่อการอยู่ร่วมกันกับ "วายร้าย" ของเราเป็นอย่างมาก

    แต่..ล่าสุดทราบว่า ... ซีเอ็ด ส่งคืน สนพ.แล้ว

    อาจหาซื้อได้ยาก ตามร้านทั่วไป


    แนะนำให้ติดต่อโดยตรงที่

    สำนักพิมพ์ฟรีดอม

    2/230 ม.1 ถ.รัตนโกสินทร์สมโภชน์ แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพ 10220

    company email: freedom_books@hotmail.com
    web master email: freedom.mam@gmail.com
    sale email: freedom_books@hotmail.com

    สั่งซื้อหนังสือได้ที่
    คุณเหมียว 0891288665


    ราคารวมชุด4เล่ม ส่งถึงบ้าน ถูกกว่าอาหารหมาตรานอกเกือบครึ่ีง ... ช่วยกันครับ
  • เป็นความรู้ที่ดี ที่ควรศึกษาไว้ เราเลี้ยงหมาก็ต้องมีวิชาติดตัวไว้บ้าง จะได้รู้ว่าเป็นอยู่อย่างไร หมาชอบแบบไหน จะเลี้ยงไรให้เขาดี มีความสุข เป็นความรู้ดีมาก ไม่ต้องมานั่งถามอยู่ อ่านเอง ศึกษาเอง ได้เลย ขอบคุณมากครับคุณ ยูกิ
  • ราคาโดยประมาณ เท่าไรครับ Cloudy
  • ประมาณ 1200 + - อาจมีค่าส่งเพิ่มเล็กน้อย ครับ tutie
  • ขอบคุนคะ เปนประโยชน์มากๆเลย
  • สุนัขอาจจะไม่ได้มองคนเป็นแค่จ่าฝูงก็ได้ครับ หลักของซีซ่าร์มีทั้งที่เชื่อได้ และอีกมากมายหลายอย่างที่ต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนว่าควรจะเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน

    การรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่มาเพียงด้านเดียวและเชื่อตามโดยไม่ไตร่ตรองให้ดี ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือพัฒนาขึ้น แต่การรับฟังข้อมูลจากหลายๆแหล่งจะทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจ แล้วตั้งสมมุติฐานและทดลอง เพื่อหาข้อสรุปว่าเป็นแบบนั้นจริงหรือไม่ จะทำให้เกิดประสบการณ์ และความรู้ใหม่ๆที่จะทำให้เกิดการพัฒนาไปได้เรื่อยๆ ....... หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เปิดกว้างมากกว่าข้อมูลที่ได้รับเผยแพร่เข้ามาเพียงด้านเดียว คุณจะรู้ว่าทั่วโลกมีทั้งคนที่ชื่นชมซีซ่าร์ และอีกไม่น้อยเช่นกันที่ไม่เห็นด้วย ....... ผมได้ติดตามชม Cesar Milllan มาตั้งแต่ season แรกเช่นกันเมื่อหลายปีก่อน และ ชื่นชมจากใจจริงว่าสิ่งที่ซีซ่าร์ทำนั้นเป็นประโยชน์มากๆ จนกระทั่งเกิดคำถามหลายอย่างขึ้นในใจ ..............


    พรุ่งนี้ผมจะมาตั้งคำถาม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ ไม่ใช่เพื่อจับผิดสิ่งที่ซีซ่าร์ได้ทำ แต่เพื่อให้เกิดการได้ริเริ่มคิด และตั้งคำถามมากกว่าการรับฟังข้อมูลเข้ามาแล้วเชื่อโดยไม่คิดตาม เพราะมันจะไม่เกิดอะไรเพิ่มขึ้นนอกจากเพียงการชื่นชมครับ
  • ขอบคุณดัง ๆ เลย ความรู้ทั้งนั้นเลยครับ
    ความรู้ไม่เคยเต็มแก้ว ใครมีแล้วก็เอาไปเพิ่มเติมได้
    ส่วนคนที่ยังไม่มีก็อ่านสะสมเอาไว้ ...ผมอ่านไป คิดตามไป
    มีทั้งที่เราทำถูกต้องแล้ว และยังเหลือหลายอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ ...
  • การมองเรื่องจ่าฝูงของสุนัขที่เราเลี้ยงในอีกแง่มุมหนึ่ง

    http://pitbullzone.com/community/discussion/26788/มากกว่าคำว่า-จ่าฝูง-#Item_7
  • พี่เก่ง :063:
  • อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นอย่าเห็นในสิ่งที่เชื่อ :-D